Beartai Buzz รีวิวละครเวที มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล

[รีวิวละครเวที] มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล (รอบแรก) – คอนเสิร์ตดวลลูกคอที่นักร้องเล่นละครได้นิดหน่อย

Beartai Buzz รีวิวละครเวที มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล
Release Date
02/12/2023
ประเภทละคร
มิวสิคัล คอมเมดี้ โรแมนติก
โรงละคร
เค แบงค์ สยามพิฆเนศ
วันจัดแสดง
2-3 ธันวาคม 2566 และ 9-11 ธันวาคม 2566
รอบการแสดง
13.00 น
นักแสดง
เปาวลี พรพิมล อัญชุลีอร บัวแก้ว กิตติธัช แก้วอุทัย

‘มนต์รักลูกทุ่ง’ นับเป็นบทประพันธ์ที่กำเนิดจากโลกเซลลูลอยด์แท้ ๆ ไม่กี่เรื่องของไทยที่สร้างภาพจำและชื่อเสียงให้นักแสดงมานักต่อนัก จากยุคมิตร-เพชรา ในฉบับภาพยนตร์ฟิล์ม 16 มม.สู่จอแก้วในฉบับละครโทรทัศน์ถึง 4 ครั้งสู่ครั้งแรกในฉบับละครเวทีมิวสิคัลโดยได้ นัฐพงศ์ วงษ์กวีไพโรจน์ ผู้กำกับจาก ‘เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี’ มากุมบังเหียนจากบทละครดัดแปลงโดย วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล

เนื้อหาที่คุ้นเคย (และเคยเห็นมานาน)

เมื่อเสียงเพลง ‘มนต์รักลูกทุ่ง’ จากน้ำเสียงหวาน ๆ ของ เปาวลี พรพิมล ในบททองกวาวช่วงเปิดม่านได้เริ่มต้นขึ้น ผู้ชมก็ได้พบกับเรื่องราวที่คุ้นเคยเมื่อความรักอันแสนบริสุทธิ์ระหว่าง คล้าว (รับบทโดย กิตติธัช แก้วอุทัย) หนุ่มหน้ามนคนจนแห่งท้องทุ่งนาหลงรัก ทองกวาว สาวสวยที่หนุ่ม ๆ ต่างหมายปอง แต่ชะตาก็กลั่นแกล้งเมื่อพ่อทองก้อน (รับบทโดย ต่อตระกูล จันทิมา) คิดกีดกันหัวใจของพวกเขาด้วยการส่งทองกวาวไปอยู่กับป้าทองคำ (รับบทโดย อัญชุลีอร บัวแก้ว) และหวังรวบหัวรวบหางหาสามีให้ทองกวาวก่อนคล้าวจะหาเงินสิบหมื่นมาสู่ขอคนรักของเขาได้

ว่ากันถึงเนื้อเรื่องแล้วคงต้องบอกว่าสิ่งที่คาดหวังเอาไว้ก่อนเข้ามาดูกับสิ่งที่ปรากฎบนเวทีถือว่าผิดคาดไม่น้อย และฉากเปิดเรื่องเองก็ทำให้เราคิดไปแล้วว่ามุมมองของ ‘มนต์รักลูกทุ่ง’ คราวนี้น่าจะถูกเล่าในมุมมองของทองกวาว แต่หลังโน้ตตัวสุดท้ายของเพลงไตเติลจบลงพร้อมประโยค “มีคนเคยร้องเพลงนี้ให้ฉันฟังเมื่อนานมาแล้วจ้ะ” เรื่องราวก็ห่างไกลจากมุมมองของทองกวาวไปทุกทีเพราะตัวเรื่องเองก็เดินตามบทภาพยนตร์ของ รังสี ทัศนพยัคฆ์ แบบไม่มีผิดเพี้ยน แม้ประโยคจากปากตัวละครจะไม่เหมือนเสียทีเดียวแต่เรื่องราวก็ยังถูกบอกเล่าด้วยน้ำเสียงเดิมและทัศนคติแบบเดิมจนไม่มีอะไรให้แปลกใจมากนัก

Beartai Buzz รีวิวละครเวที มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล

ฉากท้องทุ่งรวงทองบนจอ LED และงานเทคนิค

ขอออกตัวไว้ก่อนว่าส่วนตัวไม่ได้มีปัญหากับการใช้เทคโนโลยีมาใช้กับงานแสดงสดอย่างละครเวทีนะครับ ถ้าหากงานที่ปรากฎสามารถแสดงออกได้ถึงความประณีตและความใส่ใจที่จะทำให้ผู้ชมได้เกิดความประทับใจ ซึ่งใน ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล’ ก็มีบางโมเมนต์ของมันที่ทำให้เราเห็นความคิดสร้างสรรค์ในตัวงานฉากไม่น้อย

โดยเฉพาะฉากร้องเพลง ‘สำเนียงเสียงใจ’ จากเสียงร้องของ เขมจิรา วงษ์ทอง ในบทบุปผาที่เล่นเก๋ด้วยการเล่นเงาบนฉาก แต่ความเสี่ยงของมันก็ให้ผลที่ไม่ได้เข้าข้างทีมงานนักเพราะจังหวะที่มือของเขมจิรา พยายามเล่นเงากับภาพบนจอ LED กลับไม่สอดประสานกันจนดูปลอมไปอย่างน่าเสียดาย

และคงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าโดยส่วนตัวเมื่อต้องดูละครที่แสดงหน้าจอ LED นาน ๆ ก็ทำให้ความรู้สึกมันแห้งแล้งไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะคุณภาพของงานกราฟิกที่อยู่บนจอดูเป็นกราฟิกแบบสกรีนเซฟเวอร์บนจอคอมพิวเตอร์มากกว่าจะเป็นฉากท้องทุ่งแดนสวรรค์ที่ถูกบรรยายในเพลงมนต์รักลูกทุ่งเพราะมันเห็นถึง ‘บัวสล้างลอยปริ่มริมบึง’ หรือกระทั่ง ‘ทุ่งรวงทองของเรานี้มีคุณค่า’ ก็ปรากฎแค่วัชพืชสีเหลือง ๆ ที่พลิ้วตามอัลกอริทึมวนลูปจนขาดความสุนทรีไปหน่อย

ส่วนกลไกการเลื่อนเข้ามาของเครื่องประกอบฉากอย่างพวกตู้เตียงก็ไม่สมูธนัก เพราะนอกจากการปรากฎของเชือกสลิงที่ชัดเจนแล้ว เสียงของกลไกยังเป็นตัวดึงความสนใจของผู้ชมไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นฉากที่ต้องการสร้างดรามาติกแต่ก็ถูกทำลายด้วยเสียงกลไกดังกล่าว

Beartai Buzz รีวิวละครเวที มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล

ดนตรีสดที่ระบบเสียงไม่เอื้ออำนวย

จุดที่น่าเสียดายอีกจุดคือทั้งที่รู้ว่าในการแสดงมิวสิคัลมักจะใช้วงดนตรีมาบรรเลงสดพร้อมการร้องของนักแสดง แต่ผลลัพธ์ของระบบเสียงกลับทำให้ผู้ชมเหมือนได้ฟังแบ็กกิงแทร็กตลอดเวลาเนื่องจากระบบเสียงดันออกมาเพียงแค่ลำโพงฝั่งซ้ายเท่านั้น ตรงนี้อาจจะต้องฝากให้ทางโรงละครอย่าง สยามพิฆเนศตรวจสอบระบบเสียงอย่างละเอียดอีกครั้งครับ

Beartai Buzz รีวิวละครเวที มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล

โคริโอกราฟระดับกลาง ๆ

อีกสิ่งที่เป็นหัวใจไม่แพ้การแสดงสำหรับมิวสิคัลได้แก่การ โคริโอกราฟ หรือการออกแบบท่าเต้นและมูฟเมนต์บนเวที ซึ่งต้องยอมรับว่า นัฐพงศ์ วงษ์กวีไพโรจน์ เองก็มีไอเดียที่ดีไม่น้อยที่จะพามนต์รักลูกทุ่งในแบบของเขามีภาพของมิวสิคัลชัดขึ้น เราจะเห็นการออกแบบท่าเต้นที่เล่นกับเครื่องประกอบฉากเป็นกอดอกทองกวาวสีเหลืองพร้อมเหล่าอองซอม (นักแสดงหรือแดนเซอร์ประกอบฉาก) ในเพลง ‘คิดถึงน้องนา’ หรือฉากที่เล่นกับมูฟเมนต์อของเหล่าอองซอมเพลง ‘ลมพัดลมเพ’ เพื่อแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วเมื่อทองกวาวมากรุงเทพ ฯ

แต่กระนั้นก็ยังต้องยอมรับว่าในภาพรวมก็ยังถือว่าไม่ลงตัวเท่าไหร่ หลายซีนจะเห็นการรีไซเคิลจากมิวสิคัลเรื่องอื่นเช่น ‘Grease’ หรือ ‘West Side Story’ แต่ผลลัพธ์ออกมาดูไม่จืดเท่าที่ควรเพราะสกิลของตัวอองซอมและนักแสดงยังไม่อาจมูฟเมนต์ด้วยศาสตร์อย่างบัลเลต์หรือแจ๊สแดนซ์ได้อย่างเหล่าแคสต์ในมิวสิคัลต้นแบบทั้ง 2 เรื่อง

Beartai Buzz รีวิวละครเวที มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล

คิดเสียว่าเป็นคอนเสิร์ตเพลงลูกทุ่งมากกว่าละครเวที

มาถึงส่วนสุดท้ายที่ถือเป็นองคาพยพที่สำคัญที่สุดคือในส่วนของนักแสดง และละครเวทีโดยเฉพาะมิวสิคัลถือเป็นงานที่ยากและท้าทายที่สุดงานหนึ่งที่ใช้พิสูจน์ฝีมือนักแสดงได้อย่างเที่ยงตรงและไร้อคติที่สุด ในส่วนของ เปาวลี พรพิมล และ กิตติธัช แก้วอุทัย นักแสดงนำคงไร้ข้อกังขาในเรื่องสกิลการร้องเพลงแน่นอน จริงอยู่ที่เนื้อเสียงสำเนียงคือลูกทุ่งคุณภาพที่คนหนึ่งคือนักร้องดังส่วนอีกฝ่ายคือแชมป์จากรายการเพลงเอกและนักแสดงละครเวที แต่ทุกซีนที่ทั้งคู่ร่วมเวทีกันกลับไม่อาจทำให้ผู้ชมเชื่อและเคลิ้มตามในบทโรแมนติกได้สักเท่าไหร่ แถมในกรณีของเปาวลีเองก็ไม่สามารถควบคุมลมหายใจได้ ทำให้หลายช่วงผู้ชมได้ยินเสียงถอนลมหายใจอย่างชัดเจนหลังร้องเพลงจบแต่ละเพลง หรือในกรณีของกิตตธัชเองก็ติดการห่อไหล่เวลาเปล่งเสียงร้องจนทำให้ภาพความเป็น มาโช (Macho) ที่ถูกผูกติดกับตัวละครคล้าวหายไปอย่างน่าเสียดาย และพลอยทำให้ชะตากรรมความรักของพวกเขาไม่ได้อยู่ในโฟกัสของผู้ชมเท่าที่ควร

กลับเป็น เขมจิรา วงษ์ทอง ในบทบุปผา กับ วงศธร สมศรี ในบทแว่น เสียอีกที่ทั้งคู่หมั่นขโมยซีนและสร้างซีนโรแมนติกเรียกเสียงฮาและโมเมนต์ฟินจิกเบาะจากผู้ชมได้มากกว่าคู่พระนางเสียอีก แต่ที่ถือเป็น MVP ของละครเวทีเรื่องนี้อย่างแท้จริงขอยกให้ อัญชุลีอร บัวแก้ว หรือ พี่ไก่ จากเดอะ วอยซ์ ซีซัน 4 ที่มอบการแสดงสุดแซ่บและใช้สกิลการร้องโอเปร่ามาผสานกับเทคนิคลูกคอในเพลงลูกทุ่งได้อย่างลงตัวจนทำให้ ‘ผัวดีมีไว้จะสบาย’ และ ‘รูปหล่อถมไป’ กลายเป็น 2 เพลงที่ถูกถ่ายทอดได้ดีที่สุดในละครเวทีเรื่องนี้ จนทำให้ผู้ชมคล้อยตามและอดปรบมือและกรี้ดทุกฉากที่ได้ฟังเสียงและได้ยลจังหวะแอ็กติ้งสุดแม่นยำของเธอ

อย่างไรก็ตามในรอบที่ผมได้ดูเป็นรอบที่มีแคสต์ต่างจากรอบอื่นโดยเฉพาะในกรณีที่ ต่อตระกูล จันทิมา มารับบท ทองก้อน พ่อของทองกวาวแทนแคสต์หลักอย่าง น้าโย่ง – พิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา จนทำให้ความคอมเมดี้หายไปไม่น้อยเลยทีเดียว

แม้รอบที่ผมได้ชมอาจจะเต็มไปด้วยปัญหานานับประการแต่ขอยืนยันว่าความบันเทิงจาก ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล’ เป็นความบันเทิงที่น่าจะถูกใจเหล่าปู่ ย่า ตา ยายไม่น้อยเลยทีเดียวด้วยสกิลการร้องเพลงลูกทุ่งของนักแสดงที่เชื่อมือได้ก็น่าจะทำให้ผู้ชมออกจากโรงละครพร้อมรอยยิ้มได้ไม่ยากเลยครับ

Beartai Buzz รีวิวละครเวที มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล

สำหรับ ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล’ ยังเหลือรอบการแสดงอีก 3 รอบได้แก่

วันที่ 9 -11 ธันวาคม 2566 รอบ 13.00 น. ทั้ง 3 วัน ซื้อบัตรได้ที่ Thaiticket Major

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Beartai Buzz รีวิวละครเวที มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล
โปรดักชัน
6
บทละครเวที
6
การแสดง
6
ความบันเทิง
6
ความคุ้มค่าในการรับชม
6
จุดเด่น
เป็นการพยายามทำให้ มนต์รักลูกทุ่ง ถูกนำเสนอในรูปแบบมิวสิคัลได้น่าสนใจ
ไอเดียในการออกแบบการแสดงเข้ากับงานเทคนิคภาพบนจอ LED นับว่าน่าสนใจ
การแสดงของ อัญชุลีอร บัวแก้ว คือตัวโอบอุ้มคุณภาพของงานอย่างแท้จริง
จุดสังเกต
กลไกของเครื่องประกอบฉากดึงจุดสนใจคนดูมากเกินไป
การแสดงของนักแสดงส่วนใหญ่ยังไม่เข้ากับรูปแบบการนำเสนอแบบมิวสิคัล
ปัญหาเรื่องเสียงทำให้ผลลัพธ์ของดนตรีสดถูกลดทอนไปอย่างน่าเสียดาย
คุณภาพกราฟิกฉากบนจอ LED ยังไม่ได้มาตรฐานและสร้างสุนทรียะให้ผู้ชมได้มากพอ
6