Connect with us

What The Fact

แฟนพันธุ์แท้ปกอัลบั้ม ดูวิดีโอนี้แล้วทายกันว่ามาจาก Cover Art อัลบั้มไหนบ้าง

Pandora แอปพลิเคชั่น สืบค้นและแนะนำเพลงตามความชื่นชอบและรสนิยมของเรา ได้จับมือกับ มิเชล กงดรี้ (Micheal Gondry) สุดยอดผู้กำกับสุดล้ำ ผู้ชอบทดลองเทคนิคใหม่ๆอันหวือหวาแปลกตาและชวนเหวอในงานของเขาทั้งมิวสิค วีดิโอและภาพยนตร์ ได้สร้างผลงานสุดเก๋ที่มีชื่อว่า Padora-Sounds Like You ที่จะพาเราเดินทางไปพบกับฉากที่จำลองมาจากปกอัลบั้มเพลงในตำนานจนถึงอัลบั้มที่มีความโดดเด่นในปัจจุบัน เป็นที่สนุกสนานของเหล่าผู้มีใจรักในเสียงดนตรียิ่งนัก ว่าแล้วเราก็ลองมาทายกันดูดีกว่า ว่าในงานชิ้นนี้มีปกอัลบั้มอะไรกันบ้าง

Pandora แอปพลิเคชั่น สืบค้นและแนะนำเพลงตามความชื่นชอบและรสนิยมของเรา ได้จับมือกับ มิเชล กงดรี้ (Micheal Gondry) สุดยอดผู้กำกับสุดล้ำ ผู้ชอบทดลองเทคนิคใหม่ๆอันหวือหวาแปลกตาและชวนเหวอในงานของเขาทั้งมิวสิค วีดิโอและภาพยนตร์ ได้สร้างผลงานสุดเก๋ที่มีชื่อว่า Padora-Sounds Like You ที่จะพาเราเดินทางไปพบกับฉากที่จำลองมาจากปกอัลบั้มเพลงในตำนานจนถึงอัลบั้มที่มีความโดดเด่นในปัจจุบัน เป็นที่สนุกสนานของเหล่าผู้มีใจรักในเสียงดนตรียิ่งนัก ว่าแล้วเราก็ลองมาทายกันดูดีกว่า ว่าในงานชิ้นนี้มีปกอัลบั้มอะไรกันบ้าง

(มีเฉลยอยู่ด้านล่าง)





ถ้าใครเป็นแฟนพันธ์แท้ก็คงทายถูกหมดแน่เลย ต้องขอชมว่าสุดยอด แต่ถ้าใครยังงุนงงสงสัยว่าอันไหน เป็นอันไหน เรามาดูเฉลยกัน

อัลบั้มแรก ถ้าใครสังเกตให้ดีที่ข้างประตูจะมีป้าย “1246 Morrison Hotel” แปะอยู่ และใช่เลยอัลบั้มนี้ก็ คือ Morrison Hotel (1970) สตูดิโออัลบั้มที่ 5 ของวง The Doors วงอเมริกัน ไซคีเดลิคร็อคที่มีท่วงทำนองหลอนลอย รุนแรง เร้าใจ อันสอดประสานไปกับเนื้อร้องแบบบทกวีที่เขียนโดย จิม มอร์ริสัน นักร้องนำของวงผู้ซึ่งถ่ายทอดด้านมืดของตนผ่านบทเพลง และใช้ชีวิตแบบหวือหวาโลดโผนทั้งในและนอกเวที ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ The Doors เป็นหนึ่งในวงร็อคที่อื้อฉาวที่สุดของยุคนั้น

อัลบั้มที่ 2 หลายคนคงจำได้จากเจ้ามอร์เตอร์ไซต์สีม่วงที่จอดอยู่ และนี่ก็คือ อัลบั้ม Purple Rain (1984) สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 6 จาก Prince นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังระดับตำนานชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นปีที่แล้วในวัย 57 ปี ซึ่งอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกที่เขาเล่นร่วมกับวงแบ็คอัพ ที่มีชื่อว่า The Revolution (ในปกจึงขึ้นชื่อว่า Prince and The Revolution) นอกจากนี้อัลบั้มนี้ยังเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่มีชื่อเดียวกันกับอัลบั้มซึ่งก็แสดงนำโดย Prince นั่นเอง

อัลบั้มที่ 3 อันนี้คงไม่ยากเพราะมีชื่อวงโชว์หราอยู่เลย อัลบั้มนี้คือ Beggars Banquet (1968) สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 7 (ในอังกฤษ แต่เป็นอัลบั้มที่ 9 ในอเมริกา) ของวงบริติชร็อคในตำนาน The Rolling Stones ซึ่งในตอนแรกปกอัลบั้มที่ปล่อยออกมาไม่ใช่ตัวโถส้วมนี้เนื่องจากโดนทางค่ายต้นสังกัดคือ Decca แบนไป (เนื่องจากมันอาจดูดิบเถื่อนเกินไป) ทางวงจึงเปลี่ยนปกอัลบั้มนี้ให้เป็นอะไรที่เรียบง่ายมาก แค่มีชื่อวงและชื่ออัลบั้มเป็นตัวเขียนอันประณีต บรรจงบนพื้นสีครีมเรียบๆ (ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการประชดเสียมากกว่า) แต่ต่อมาปกเวอร์ชั่นโถส้วมก็ได้ถูกนำมาใช้ตอน reissue

อัลบั้มที่ 4 ฉากนี้เราจะเห็นชื่อวงลอยๆอยู่ข้างบนซึ่งแค่ดูทรงก็พอจะรู้แล้วว่าเป็น Metallica วงเฮฟวี่เมทัลสัญชาติอเมริกัน และเมื่อดูจากฉากจะเห็นว่ามันเป็นทุ่งที่เต็มไปด้วยกางเขนสีขาวที่มีเส้นใยชักระโยงระยาง และอัลบั้มนี้ก็คือ Master of Puppets (1986) สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 ของวงซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นอัลบั้มแธรชเมทัลที่ดีที่สุดในโลก

อัลบั้มที่ 5 เราจะเห็นคนตัวใหญ่ๆสีน้ำเงินนั่งกุมหัวห้อยกางเขนอยู่ และนี่ก็คือ Starboy (2016) สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 ของนักร้องหนุ่มชาวแคนาเดียน The Weekend ผู้กวาดรางวัลจากสถาบันต่างๆมากมายรวมไปถึงแกรมมี่ อวอร์ดด้วย ถูกใจสายตื๊ดกันเลยทีเดียว

อัลบั้มที่ 6 นี้มีชื่อวงบอกเลย ซึ่งก็คือ Devo วงอเมริกันนิวเวฟที่มีผลงานมากมาย และนี่ก็คือ Freedom of Choice (1980) สตูดิโออัลบั้มที่ 3 ของวง

อัลบั้มที่ 7 ด้วยความโดดเด่นและชวนเหวอของปกอัลบั้มนี้ จึงไม่น่าจะยากแก่การทาย เพราะเชื่อว่าทุกๆคนคงจำ Nevermind (1991) สตูดิโออัลบั้มที่ 2 ของวงกรันจ์ร็อค เจ้าพ่ออัลเทอเนทีฟในตำนานอย่าง Nirvana ได้

อัลบั้มที่ 8 อัลบั้มนี้จะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย ที่ว่ายากก็เพราะไม่มีชื่อวงหรือชื่ออัลบั้มปรากฏอยู่ในฉากด้วยเลย แต่ที่ว่าง่ายก็คือ ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ดนตรี คุณก็คงจะจำเจ้าเด็กแอฟโฟร ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นท้องฟ้านี้ได้ เพราะมันมาจาก Nothing Was The Same (2013) สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 ของแร็ปเปอร์หนุ่มชาวแคนาเดียน Drake ซึ่งถ้าเป็นเวอร์ชั่น Deluxe Edition ปกของอัลบั้มนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นภาพของชายหนุ่มกับผมทรงสกินเฮดแทน (ซึ่งก็คือตัว Drake นั่นเอง เพราะฉะนั้นเด็กน้อยนี่ก็คงเป็น Drake ตอนเด็กสินะ)

อัลบั้มที่ 9 อันนี้แทบจะเฉลยกันเลย ว่ามันคือ A Forest (1980) แต่ว่ามันไม่ใช่ปกอัลบั้ม แต่มันเป็นปก single ที่มาจาก Seventeen Seconds (1980) สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 2 ของวง The Cure วงโกธิคร็อคสัญชาติอังกฤษ

อัลบั้มที่ 10 พอเห็นเส้นๆคลื่นๆมานี่รู้เลย เพราะมันมาจาก Unknown Pleasures (1979 ) อัลบั้มเปิดตัว ของ Joy Division วง Post-Punk สัญชาติอังกฤษ (แนะนำให้ชมภาพยนตร์เรื่อง Control (2007) ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวและห้วงอารมณ์ของ Ian Curtis นักร้องนำของวง) ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งปกอัลบั้มที่โด่งดังด้วยลวดลายที่เรียบง่ายแต่เท่ เก๋ ดูดีมีสไตล์ ซึ่งปกอัลบั้มนี้มีที่มาจากปกหนังสือดาราศาสตร์ Cambridge Encyclopedia of Astronomy ที่แต่เดิมเป็นเส้นดำบนพื้นขาว

อัลบั้มที่ 11 อันนี้ก็มาแบบยากเลย พี่มีดาวใหญ่มาให้ดวงหนึ่ง พร้อมด้วยดาวเล็กดาวน้อยที่มีส่วนไม่ครบ ซึ่งดาวเหล่านี้มาจาก Blackstar (2016) สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 25 (!!!) และเป็นอัลบั้มสุดท้ายของศิลปิน นักแสดง นักร้อง นักดนตรี สัญชาติอังกฤษ David Bowie ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นปี 2016 (หลังจากผ่านวันเกิดตนเองมาได้เพียงสองวัน) สำหรับคอเพลงถ้าพูดถึง David Bowie น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเพราะเขานับได้ว่าเป็นปูชนียบุคคลทางสายดนตรีเลยก็ว่าได้ Bowie เป็นศิลปิน นักแสดง นักร้อง นักดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และมีใจรักในสิ่งที่ทำ เขาสามารถผสมผสานองค์ประกอบของความเป็นศิลปะให้เข้ากับท่วงทำนองของเสียงดนตรีได้อย่างงดงาม

และในที่สุดก็มาถึงอัลบั้มสุดท้าย ซึ่งเป็นอัลบั้มที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม ซึ่งก็คือ I Decided (2017) สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 4 ของแร็ปเปอร์หนุ่มชาวอเมริกัน Big Sean ซึ่งอัลบั้มนี้ความดีงามของมันที่สมกับการถูกใช้เป็นอัลบั้มปิดท้าย ก็เนื่องจากว่า เป็นผลงานที่ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากโดย I Decided เป็นอัลบั้มที่เปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งในชาร์ต Billboard 200

ในที่สุดก็ครบ จบกันไปแล้วทุกอัลบั้ม คราวนี้ก็ได้เวลาลองไปหาอัลบั้มเหล่านี้มาลองฟังกันดูนะ ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวไปยังโลกแห่งเสียงเพลง ! โชคดี!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!