Connect with us

What The Fact

“ดราม่าแท็กซี่” ไม่เคยหมดไปจากสังคมไทยสักที! ทำยังไงดีนะ

ผู้ชม 497 ครั้ง!

ดราม่าแท็กซี่ในสังคมไทยนี่ไม่หยุดหย่อนจริงๆ ทั้งไม่รับผู้โดยสาร ขับผิด ขับวน ขับพาหลง จนผู้โดยสารแบบเราๆ เริ่มปวดใจ นี่ผู้เขียนเองก็เริ่มหันไปใช้แอปพลิเคชั่นสำหรับเรียกรถขนส่งมาสักพักแล้ว ปรากฎว่าใช้กี่แอปพลิเคชั่นก็ไม่ได้มีความแตกต่างกับแท็กซี่ปกติทั่วไป มีทั้งขับผิด ขับมั่ว ตาม GPS เสียเงินเกินไปหลายร้อยก็มี ผู้เขียนเลยได้บทเรียนว่า เอ๊ะ.. จริงๆ แล้ว เราไม่อาจเหมารวมคนทั้งอาชีพได้ทีเดียว แต่น่าจะขึ้นอยู่กับฝีมือและจรรยาบรรณของผู้ให้บริการแต่ละคนซะมากกว่า

..แต่จะว่าไป เราก็มัวแต่มองในมุมผู้ใช้บริการ ลองมาดูกันดีกว่าว่าสาเหตุอะไร ที่ทำให้เกิดปัญหาระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการกันบ้าง

หนูจะไปศาลายา.. ไม่ใช่ศาลอาญา

มีเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยดังย่านศาลายา ตั้งใจจะเดินทางจากโบเบ๊กลับมาที่มหาวิทยาลัย และบอกคนขับแท็กซี่ว่า “ไปศาลายาค่ะพี่” ไม่รู้อีท่าไหน พี่แกดันพาไปส่งที่ศาลอาญา แถวรัชดาแทน.. ก็เสียเวลา บวกกับมึนงงกันไปพักใหญ่

www.stpaulyellowtaximn.com

บางทีผู้ใช้บริการแบบเราๆ ก็บอกไม่ชัดเจนบ้าง ว่าจุดหมายปลายทางอยู่ตรงไหน ครั้นอยากจะบอกให้ละเอียด ไอ้เราก็จำทางได้ไม่แม่น พอบอกไม่เป๊ะ พี่คนขับแกก็ขับพลาด ทางที่ดีผู้โดยสารแบบเราๆ ควรใช้สูตรสำเร็จว่า ไปถนนอะไร ซอยเลขที่เท่าไหร่ ก็จะยิ่งลดความผิดพลาดได้มากขึ้น หรือจะเปิดสถานที่ปลายทางให้พี่แท็กซี่แกดูเลย ว่ารูปร่างหน้าตาแบบนี้ ถนนเป็นแบบนี้ อยู่ใกล้สถานที่สำคัญอันนี้ ก็จะทำความเข้าใจกันได้ตรงกันมากขึ้น

ยืนยันให้ชัดเจน ว่าฉันจะใช้เส้นทางนี้!

เห้ยยย.. พี่แกพาขับวนเปล่านะ

นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่ขึ้นแท็กซี่ ทั้งที่จริงๆ แล้วคนขับอาจไม่ได้พาขับวน แต่อาจเป็นเส้นทางที่ใกล้กว่าก็ได้ แต่เพราะความไม่เคยชินของเรา เลยทำให้เรารู้สึกว่าพี่แกเนียนขับวน

แต่เสียอะไร ก็ไม่เท่าเสียความไม่สบายใจและเสียอารมณ์ ดังนั้นเราควรบอกให้พี่แท็ก แกใช้เส้นทางที่ผู้โดยสารแบบเราต้องการ และเราเคยเดินทาง เพราะตลอดเวลาการเดินทางจะเกิดปัญหาความเครียด ทั้งกับพี่แท็กและกับเราได้ รถติด รถชน ฝนตก คันนี้ขับแซง เห็นแล้วปวดใจ.. แต่ถ้าเป็นทางที่เราเคยชิน ถึงรถจะติด ฟ้าจะร้อง น้องคันข้างๆ จะกวนฝ่าเท้า เราก็จะเคยชินกับสภาพที่ตัวเองประสบอยู่แล้ว

ดังนั้นทางที่ดีผู้โดยสารแบบเราๆ ควร บอกว่าจะใช้ถนนเส้นไหน หรือเส้นทางใดดีกว่า จะได้ไม่สร้างความเข้าใจผิดต่อกัน

financialtribune.com

ของเยอะไป.. ไม่อยากรับ

อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้โดยสารแบบเราๆ ช็อคไปตามๆ กัน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง!

เคยถามพี่แท็กย่านธุรกิจการค้าย่านสำเพ็ง ว่า “พี่ๆ เนี่ย เรียกแท็กซี่ตั้งนานไม่มีใครรับเลย ทำไมเค้าไม่รับกันอะพี่” ก็เลยได้คำตอบมาว่า เพราะผู้โดยสารบางคนถือของมาเยอะ และถ้ารถเก๋งแบบเราบรรจุของเยอะๆ ก็จะทำให้รถเสื่อมสภาพในอนาคตได้ หรือบางคน มากันหลายๆ คน นั่งเบียดๆ กัน ก็ส่งผลให้สมรรถภาพรถแย่ในอนาคตได้

ว่าไปแล้วก็เห็นใจแกเหมือนกัน.. แต่ถึงอย่างนั้นก็เห็นมีแท็กซี่หลายๆ คัน ที่ไม่รับ ทั้งๆ ที่ของก็ไม่เยอะ แถมเรามาคนเดียวด้วย ทางออกก็เลยต้องหันมาพึ่งคนขับจากแอปพลิเคชั่นนี่แหละ ให้ไปยืนเรียกเป็นวันๆ ก็ไม่ไหวเนอะ

พี่กดมิเตอร์ไวไปเปล่า..

ปัญหาการกดมิเตอร์มาจากต้นซอย เมื่อวิ่งเข้ามารับผู้โดยสารท้ายซอย หรือ รปภ. หมู่บ้านเรียกให้มารับลูกบ้านในหมู่บ้าน เป็นประเด็นสำคัญอีกอย่างของปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ระหว่างคนขับแท็กซี่และผู้โดยสาร

จนอดคิดไม่ได้ว่า บางทีพี่แท็กแกงกเกินไปรึเปล่า จำได้ว่าครั้งนึงที่ผู้เขียนไปเที่ยวญี่ปุ่น คุณลุงคนขับแท็กซี่แกจะกดมิเตอร์ หลังจากที่เราบอกทาง และตกลงเส้นทางกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ทำให้นักท่องเที่ยวแบบเราประทับใจไม่น้อย (แม้ว่าจะไม่ค่อยได้เจอในประเทศอื่นๆ ก็เหอะ) แต่ก็นะ นั่นมันความญี่ปุ่น ความมีระเบียบ ความใจดี ที่ทั่วโลกชื่นชม จะเทียบกับคนชาติอื่นๆ ก็คงยาก วันนี้ผู้เขียนเลยไปหาข้อมูลมา ถึงได้รู้ว่า การที่พี่แท็กแกกดมิเตอร์ก่อนไปรับเราในซอยนั้น แกสามารถทำได้ เพราะโดยปกติแล้วการเรียกให้วิ่งรถเปล่าเข้าไปรับนั้น โดยข้อกำหนดของขนส่งได้ ติดประกาศไว้ที่หลังคนขับแล้วว่า สามารถคิดค่าบริการเพิ่ม 20 บาทได้ .. อันนี้ก็คงต้องทำใจยอมรับ เพราะเราไม่รู้มาก่อนจริงๆ นี่เนอะ

ingoanews.com

จะว่าไป โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นเยอะ ถ้าเราเรียนรู้ที่จะมองโลกหลายๆ ด้าน ทั้งในมุมของเราและมุมของคนอื่นๆ รอบตัว.. บางเรื่องที่เราไม่รู้ ก็อาจจะผิดพลาดไปบ้าง แต่ถ้าเรารู้แล้ว พร้อมปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง สุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราก็จะดีขึ้นเยอะเลย เหมือนกับปัญหาดราม่ากับพี่แท็กพวกนี้ เราจะไปเหมารวมหมดก็คงไม่ได้ เพราะยังมีหลากหลายเหตุผลของคนอื่นๆ ด้วย ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นก็ไม่เสียหายนี่น่า.. เนอะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Wildlife: เข้มแข็งไว้ถึงแม้ ‘พ่อแม่จะรังแกฉัน’

Published

on

ในช่วงเวลาที่ด้านมืดของชีวิตคู่ เริ่มถูกพูดถึง เริ่มกลายมาเป็น topic อันโอชะของบรรดาสื่อมวลชนที่เอามาหากินเรียกยอดวิวบนหน้าฝีดโซเชียล ขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากยังติดกับดักภาพจำจากหนัง ละคร ที่มาพร้อมพลอตโลกสวย โตมาฝังใจกับโลกที่มีเพียง พระเอกเพียบพร้อม นางเอกแสนดี ตัวร้าย ตัวอิจฉา ที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันสมหวัง และเส้นชัยที่ตัดสิน ‘ผู้ชนะ’ ที่งานแต่งงาน ซึ่ง Wildlife ถือว่ามาถูกจังหวะมาก กับหนังที่โอบอุ้มเอาเหรียญอีกด้านอันหมองหม่นของชีวิตครอบครัวมาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่อยู่สถานะ ‘ลูก’ ท่ามกลางความขัดแย้งกันของพ่อแม่

น่าสนใจไม่น้อยเลยตรงที่ Wildlife เป็นหนังที่ พอล ดาโน่ มาทำหน้าที่เขียนบท และกำกับเองเรื่องแรก ซึ่งงานของนายฝรั่งหน้างง ๆ คนนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ต่างประเทศในระดับดีเลยทีเดียว โดย Wildlife ถูกแปลงมาจากนิยายของเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ริชาร์ด ฟอร์ด พูดถึงครอบครัวบรินสัน ที่ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในมอนทานา สหรัฐอเมริกา มีเจอร์รี (เจค จิลเลนฮาล) เสาหลักครอบครัวทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟ, เจนเนต (แครี มัลลิแกน) ภรรยา รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน และลูกชาย โจ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) 

จุดเปลี่ยนสำคัญสำคัญของครอบครัว คือ การที่ เจอร์รี ต้องตกงานกระทันหัน ทำให้ครอบครัวเจอปัญหาการเงิน ซึ่งเจอร์รีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินเพียงชั่วโมงละเหรียญฯ และจะต้องห่างครอบครัวไปไกล ทำให้ เจนเนต ต้องออกไปหางานทำเพิ่มเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว มุมมองและการตัดสินใจที่ไม่ลงรอยกันของชายหญิงทั้ง 2 กลายเป็นความคุกรุ่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว ความไกลห่าง ความไม่เชื่อใจกันและกันที่ก่อตัวขึ้น สร้างรอยแตกร้าวครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Wildlife เดินเรื่องไปแบบเรียบ ๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความเนือยอะไรเลย ทุกโมเมนต์ของหนังเรียงลำดับแต่ละซีนได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงอารมณ์ของตัวละครพุ่งออกมาแทรกซึมมาถึงคนดูทีละเล็กละน้อยจนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วง ความกดดัน ความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรที่เซอร์ไพรส์ออกไปมากนัก แต่มันก็สวยงามกลมกล่อมในพื้นฐานของความเป็นจริง As a matter of fact นั่นแหละ ไม่มีฟุ้งเฟ้อ ไม่หลุดกรอบ เน้นไปที่อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความกดดันล้วน ๆ เรียกว่ามีพลอตที่รัดกุมดีเยี่ยมเลยสำหรับเรื่องแรกของ พอล ดาโน่

Wildlife เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในครอบครัว ที่มันละเอียดอ่อนในเรื่องของความเข้าใจ การให้อภัยและโอกาสกันและกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การพิพากษา การตัดสินคน ๆ หนึ่งในวันนี้ว่าเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดมีอยู่จริง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกำลังที่เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจและใจกว้างดั่งอุดมคติ ฉะนั้นแล้วมันเหลือเพียงความไม่แน่นอน การจากลาและการดำรงอยู่หลังความเจ็บปวดของมนุษย์ เราจะอยู่กับมันได้แค่ไหน หนังเรื่องนี้ตั้งคำถามและทิ้งข้อคิดหนัก ๆ ไว้ดีเกินคาดจริง ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (16-18 พ.ย.) : Fantastic Beasts 2 เปิดตัวทั่วโลกกว่า 200 ล้านเหรียญ

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาไป 62.2 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่า Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่เปิดตัวไป 74.4 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 253.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ

Instant Family ภาพยนตร์ครอบครัวแนวดรามา-คอเมดี นำแสดงโดย มาร์ก วาห์ลเบิร์ก และโรส เบิร์น ทำรายได้เปิดอยู่ที่ 14.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 48 ล้านเหรียญ

Widows ผลงานดรามา-อาชญากรรมล่าสุดของผู้กำกับมากฝีมือ สตีฟ แม็คควีน นำแสดงโดย วิโอลา เดวิส, มิชล รอดริเกซ เอลิซาเบธ เดบิคกี้ และเลียม นีสัน ทำรายได้เ้ปิดตัวไป 12.3 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 16.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 42 ล้านเหรียญ

และสำหรับแชมป์เก่าอย่าง The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ นั้น ทำรายได้ในสหรัฐฯ ไปแล้ว 126.5 ล้านเหรียญ ซึ่งแซงหน้า The Rolax ที่ดัดแปลงจากหนังสือของ ดร.ซูสส์ เช่นกัน ที่ทำได้ 121.7 ล้านเหรียญ จากการเช้าฉาย 10 วันเท่ากัน ส่วนทั่วโลกนั้นทำไป 151.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

62.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 62.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 191 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 253.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : The Grinch

38.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 151.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Bohemian Rhapsody

15.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 127.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 256.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 384.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Instant Family

14.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 14.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 48 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Widows

12.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 12.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 7.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 42 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Nutcracker and the Four Realms

4.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 43.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 72.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 116.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : A Star is Born

4.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 7)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 185.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 154.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 340.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Overlord

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 17.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 15 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

2.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 26.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 29.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

ดูก่อนใครชุดใหม่ #Sweat16 ต้อนรับซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง Yakiniku (ปิ้งย่าง)

Published

on

วันนี้ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ตามนัดหมาย น้องๆ Sweat16 นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) , ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ในงาน “SWEAT16! JU JU” ซึ่งประกอบไปด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก กิจกรรม HI-FIVE เริ่มตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น. ทั้งนี้หลังจากจบช่วงกิจกรรม HI-FIVE ในเวลา 18.00 น. และเริ่มมินิคอนเสิร์ตในเวลา 18.30 น. ออกมาร้อง 3 เพลง วิ่ง, มุ้งมิ้ง, TKO ก่อนที่จะปิดท้ายก็เปิดวีทีอาร์ เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดเส้นทางของวง Sweat16 เพื่อรอน้องๆ เตรียมตัวขึ้นมาเปิดตัวชุด และเพลงซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง
1. Yakiniku (ปิ้งย่าง)
2. HAJIMARI NO HIKARI (วิบวับ)
โดยม่านมุก SWEAT16! เป็นเซ็นเตอร์

 

Teaser “Yakiniku (ปิ้งย่าง)”

SWEAT16! 4th Single

ภาพโดย : Sweat16  IdolMaster

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!