Connect with us

What The Fact

[รีวิว] Ni no Kuni: สองโลก หนึ่งชะตา สามเส้า แฟนตาซีลายเส้นจิบลิจากเกมดัง

Ni no Kuni

Ni no Kuni

106 Min.
8.7

ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

คุณภาพการพากย์

8.5/10

ความสนุก ความบันเทิงตามแนวหนัง

8.5/10

คุ้มเวลาดู

8.5/10

จุดเด่น

  • ลายเส้นแบบจิบลิดูง่ายสบายตา
  • ดนตรีประกอบดี
  • งานพากย์ลงตัว
  • เนื้อเรื่องออริจินัล และมีจุดพลิกผันที่ดีไม่ตามสูตรจนเดาง่ายนัก

จุดสังเกต

  • จุดเฉลยตัวร้ายใหญ่ไม่ค่อยเซอร์ไพรส์มากนัก

เรื่องย่อ ยู และ ฮารุ สองเพื่อนซี้ตั้งแต่เด็ก ต้องช่วยเหลือ โคโตนะ เพื่อนอีกคนในกลุ่มที่กำลังอยู่ในอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายต่างโลกนามว่า ทำให้ทั้งคู่ต้องเดินทางข้ามมิติไปยังโลกแห่งเวทย์มนตร์ที่ชื่อว่า นิโนะคุนิ เพื่อแก้ไขโชคชะตาที่เชื่อมโยงสองโลกนี้ไว้ และรักษาชีวิตของโคโตนะให้ปลอดภัยอีกครั้ง

แอนิเมชันเรื่องนี้น่าจะสะดุดตาผู้ชมทั่วไปจากลายเส้นที่คลับคล้ายคลับคลาหนังจากค่ายดังอย่าง จิบลิ อยู่ไม่น้อย ทั้งนี้ก็เพราะหนังเรื่องนี้อิงจากแฟรนไชส์เกมในชื่อเดียวกันที่มีแฟนติดตามมากพอสมควร โดยเกมก็ได้ใช้คีย์อาร์ตจากทางจิบลิมาทำนั่นเอง ในฉบับหนังจึงดึงเอาผู้กำกับอย่าง โมโมเสะ โยชิยูกิ อดีตแอนิเมเตอร์จากหนังดังของจิบลิอย่าง สุสานหิ่งห้อย (Grave of the Fireflies) และ Spirited Away และเป็นศิลปินหลักจากตัวเกมมาเป็นตัวหลักในการสร้างหนังด้วย โดยยังได้ ฮิโนะ อะกิฮิโระ คนเขียนบทเกมต้นฉบับทั้ง Ni no Kuni: Wrath of the White Witch และ Ni no Kuni II: Revenant Kingdom มาเขียนบทหนังด้วย

Ni no Kuni

เกม Ni no Kuni: Wrath of the White Witch (2011)

สำหรับใครที่กลัวว่าไม่เคยเล่นเกมมาก่อนจะดูรู้เรื่องหรือไม่ ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะฮิโนะได้เขียนบทขึ้นใหม่โดยไม่อิงเนื้อหาในเกมเลย แต่ก็ยังมีกลิ่นอายจากโลกแฟนตาซีในแบบฉบับนิโนะคุนิมาเต็ม ๆ โดยความน่าสนใจของเนื้อหานั้นก็มาจากคาแรกเตอร์คู่ตัวนำอย่าง ยู ที่เป็นเด็กที่พิการนั่งรถเข็นมาแต่เด็กแม้จะมีความเฉลียวฉลาดแต่ก็รู้สึกว่าเขาเป็นภาระของคนอื่นมากกว่า จนทำให้เขาไม่กล้าเปิดเผยหัวใจแม้จะชอบ โคโตนะ เพื่อนสาวอีกคนในกลุ่มมากก็ตาม อีกประเด็นหนึ่งนั่นเพราะ ฮารุ เพื่อนซี้ของยูตั้งแต่เด็กที่มีความสามารถด้านกีฬาและมีความสดใสร่าเริงก็คบหาเป็นแฟนกับโคโตนะอยู่ด้วย เหมือนว่าหนังจะเน้นไปที่ปมรักสามเส้าและความวุ่นหัวใจแบวัยรุ่นง้องแง้งใช่ไหม แต่ไม่เลยเพราะ ยู เป็นตัวละครที่มีความยับยั้งชั่งใจและมีความรักแบบผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลกดี

Ni no Kuni

หนังก็ดูจะคล้ายเป็นแนวแฟนตาซีตามสูตรเมื่อมีปีศาจร้ายจากต่างโลกออกมาไล่ล่าโคโตนะอย่างไม่ทราบสาเหตุ ยูกับฮารุที่พบเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงเข้าไปช่วยและถูกลากไปสู่โลกต่างมิติด้วยกัน ที่นั่น ยู กลับมีร่างกายที่แข็งแรงเดินได้เป็นปกติ ซ้ำทั้งยูและฮารุก็ต่างมีความสามารถด้านการต่อสู้อย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าในโลกต่างมิติที่มีทั้งนักรบ พ่อมด ราชวัง และสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาด กลับไม่มีวี่แววของโคโตนะอยู่เลย จนกระทั่งพวกเขาได้พบป้ายประกาศว่าเจ้าหญิงของโลกนี้กำลังป่วยจากมีดต้องสาป และภาพเจ้าหญิงนั้นช่างเหมือนกับโคโตนะไม่มีผิดเพี้ยน จากนี้เองที่ทั้งสองต้องร่วมกันหาความจริงว่าเจ้าหญิงคือโคโตนะหรือไม่ แล้วความเข้าใจผิดที่ว่าพวกเขาคือสายลับจากต่างเมืองที่หมายปองชีวิตของเจ้าหญิงนั้นจะถูกแก้ไขอย่างไร

Ni no KuniNi no KuniNi no KuniNi no Kuni

ดูเหมือนเรื่องราวแฟนตาซีทั่วไป แต่ทว่า... (มีสปอยล์)
หนังก็เผยความจริงในเวลาต่อมาว่าชีวิตของคนทางโลกนี้เชื่อมโยงกับชีวิตของคนในโลกของยูและฮารุอยู่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และคนที่สามารถไปมาข้ามสองโลกอย่างพวกเขาก็ถือเป็นบุคคลพิเศษที่อาจกลายเป็นผู้กล้าในคำทำนายได้ ทว่าเมื่อช่วยเจ้าหญิงได้และกลับไปยังโลกเดิมยูกับฮารุก็ได้ทราบข่าวร้ายว่าโคโตนะกำลังป่วยและอยู่ได้อีกไม่นาน ยูเชื่อว่าเขาต้องกลับไปยังโลกต่างมิติเพราะเจ้าหญิงน่าจะตกอยู่ในอันตราย ถ้าช่วยเจ้าหญิงได้เขาก็ปกป้องโคโตนะได้ ทว่าสำหรับฮารุเขาปักใจว่าเพราะเขาไปช่วยชีวิตเจ้าหญิงไว้ ทำให้โคโตนะต้องมาเป็นตัวตายตัวแทน เขาจึงสาบานว่าหากกลับไปอีกโลกได้เขาจะไปฆ่าเจ้าหญิงเสียเพื่อช่วยโคโตนะที่เขารัก การกลับไปยังโลกต่างมิติครั้งนี้จึงกลายเป็นปมที่สวนทางกันระหว่างเพื่อนรักสองคน ที่ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันเพื่อช่วยโคโตนะ แต่ว่าใครจะเข้าใจถูกใครจะเข้าใจผิดนั้น ต้องไปติดตามดูเอานะ แต่ประเด็นยาก ๆ แบบนี้ล่ะทำให้หนังเรื่องนี้ดูแตกต่างจากหนังผจญภัยแฟนตาซีเรื่องอื่นพอสมควร

Ni no Kuni

หนังได้ดารานำมาให้เสียงพากย์กันหลายคนทั้ง ยามาซากิ เคนตะ จากหนัง Kingdom (2019) มาให้เสียง ยู, อาราตะ แมกเคนยู จากหนัง JoJo’s Bizarre Adventure (2017) มาให้เสียง ฮารุ และ นากาโนะ เม จากหนัง Peach Girl (2017) มาให้เสียง โคโตนะ ก็เป็นดาราที่คอหนังญี่ปุ่นน่าจะคุ้นชื่อเสียงเรียงนามอย่างดี โดยดนตรีประกอบของหนังก็เป็นจุดเด่นอีกอันที่ทำมาได้ดีตั้งแต่ตัวเกมต้นฉบับแล้ว เพราะได้ ฮิซาอิชิ โจ นักแต่งเพลงคนดังมาทำให้ทั้งเกมทั้งหนังเลยทีเดียว เรียกว่าทีมนักแสดงและทีมโพรดักชันเรื่องนี้แน่นนิ้งหายห่วง

Ni no Kuni

สรุป ก็เป็นแอนิเมชันที่ดูสนุกและมีจุดพลิกผันให้ตื่นเต้น ทั้งยังได้ขบคิดตามแบบแอบซีเรียสด้วย รวม ๆ ก็ตอบโจทย์ความบันเทิงแฟนตาซีได้ดีเลย น่าจะถูกใจทั้งแฟนเกมและแฟนหนังทั่วไปล่ะ

ดูหนังได้ที่นี่เลย Netflix’s Ni no Kuni

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น