Connect with us

What The Fact

I Am Not Madame Bovary: ตลกร้ายกาจ จิกกัด ‘คนมีสี’ อย่างมีชั้นเชิง

Published

on

ในช่วงปีที่ผ่านมา หนังจีนที่ค่ายหนังบ้านเราดึงเข้ามาฉายส่วนใหญ่มักจะหนักในแนวแฟนตาซีจ๋า เทคนิคซีจีล้นๆ มาอวดของกันชนิดจัดเต็ม จนนักวิจารณ์บางรายมองกระแสว่ามันเป็นปรากฏการณ์ Chinawood ที่เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ลบๆ จากแดนมังกรให้สากลยอมรับในช่วงหลายปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่ายหนังตะวันตกต้องมองหาจีนเป็นโลเกชันถ่ายทำ หรือจะร่วมทุนทำหนังด้วยกัน ลุกลามไปยันวงการฟุตบอลที่ ไชนีส ซุปเปอร์ลีก กำลังสั่นสะเทือนวงการลูกหนังด้วยเม็ดเงินมหาศาลขณะนี้

กลับมาที่ I AM NOT MADAME BOVARY หรือในชื่อภาษาไทย ‘อย่าคิดหลอกเจ้’ มันไม่ได้มาขายเทคนิคล้ำๆ แบบขอให้ได้ขาย แต่มันมาพร้อมกับประเด็นเรื่องที่เสียดสีสังคมบนมุมมองของผู้หญิงที่มีต่อระบบกฏหมายรัฐบาลจีนในแบบตลกร้าย มันเป็นเสียงหัวเราะที่เจือปนไปด้วยความเวทนาในเรื่องศีลธรรมของสังคมจีน ซึ่งมันกลายเป็นเมสเซจที่น่าสนใจขึ้นมาทันที ในเมื่อมันเป็นคนจีนทำหนังแขวะคนจีนกันเอง ก็ยิ่งทำให้อยากรู้ว่าตัวหนังจะพูด ‘เรื่องจริง’ พวกนี้ออกมาได้มากแค่ไหน

สำหรับ I AM NOT MADAME BOVARY นั้น เป็นหนังเฟมินิสต์ที่ดัดแปลงจากนิยายของหลิวเฉินยุนที่ชื่อ I Am Not Pan Jinlian หรือ ‘ฉันไม่ใช่พาน จินเหลียง’ (หนังก็ใช้ชื่อนี้ในการเข้าฉายที่จีนด้วย) โดย พาน จินเหลียง มันเป็นตัวละครหนึ่งจากวรรณกรรมอีโรติกอย่าง ‘จินเผิงเม่ย’ ซึ่งในเนื้อเรื่อง พาน จินเหลียง เป็นผู้หญิงที่ถูกสังคมจีนตราหน้าว่าเป็นนางแพศยา เพราะออกไปหาชายชู้มาร่วมมือสังหารสามีตัวเอง

ตัวหนังเล่าเรื่องของ หลีสั่วเหลียน (ฟ่าน ปิงปิง) และสามีของเธอ คินอู๋เฮ ที่แกล้งไปจดทะเบียนหย่าแบบปลอมๆ เพื่อหวังจะได้อพาร์ตเมนต์อีกหลังตามนโยบายที่รัฐบาลจัดไว้ให้ชาวจีนที่เป็นสถานะโสด และทั้งคู่วางแผนว่าจะกลับมาจดทะเบียนสมรสอีกครั้งในภายหลัง ซึ่งคินอู๋เฮ กลับผิดสัญญาและกลับไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น ทำให้หลีสั่วเหลียนโกรธจัดและเดินหน้าฟ้องศาล แต่ก็แพ้คดีเพราะผู้พิพากษาตัดสินแล้วว่าการหย่านั้นเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายไปแล้ว จากนั้น หลีสั่วเหลียนก็ดิ้นรนขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ราชการมากมาย แต่ถูกเมินเฉย ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังยื่นฟ้องต่อเนื่องจนเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งจากคดีเล็กๆ ก็เริ่มกลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และลุกลามส่งผลกระทบกับข้าราชการมากมาย

อีกหนึ่งอย่างที่เป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้และไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ การใช้เฟรมวงกลมเกือบทั้งเรื่องเหมือนในหน้าหนังเลย ซึ่งไอเดียนี้มาจากผู้กำกับ เฝิงเสี่ยวกัง ไปหยิบมาจากภาพวาดจีนโบราณสมัยยุคราชวงศ์ซ่ง ให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังถ้ำมองดูชีวิตรันทดของ หลี สั่วเหลียน ขณะที่การนำเสนอภาพในหนังส่วนใหญ่ก็เน้นไปที่มุมมองแบบ landscape ที่จะโชว์ในเรื่องของวัฒนธรรมจีนในสมัยนั้น และช่วงท้ายตัวหนังสลับมาใช้เฟรมแบบสี่เหลี่ยมจตุรัส ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของมุมมองระหว่างส่วนตัวและส่วนรวมในสังคม พูดง่ายๆ ว่าเฟรมวงกลมนั้น สะท้อนให้เห็นว่า หลี สั่วเหลียนเองก็คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่ได้มองสิ่งรอบข้างเลย ชณะที่เฟรมสี่เหลี่ยม ก็บอกว่ารัฐบาลจีนเองก็สนใจแต่ปัญหาใหญ่ๆ ที่มองเห็น แต่ไม่เหลียวแลเสียงเล็กๆ ของประชาชนนั่นเอง

I AM NOT MADAME BOVARY  เดินเรื่องในลักษณะให้คนดูไปสำรวจตัวละคร ซึ่งระหว่างที่หลี สั่วเหลียน ต่อสู้ฟ้องร้องตลอด 10 ปีนั้น ก็มีเหตุการณ์และตัวละครเข้ามาในชีวิตและส่งผลกระทบกับมุมมอง ความคิด การต่อสู้ของเธอ แม้หนังจะช้า ละเลียดไปกับการทิ้งภาพ จนอาจทำให้ง่วงเหงาหาวนอนเป็นช่วงๆ บ้าง แต่เส้นเรื่องที่เข้มข้น พลิกแพลงและปมที่ซับซ้อน ฉลาดแยบคาย ประกอบกับความตลกร้ายกาจที่มาพร้อมกับบทพูดบ้านๆ แต่เรียกเสียงฮาได้เป็นระยะ มันก็เลยทำให้หนังมีเสน่ห์ห้าวๆ ห้วนๆ แฝงไปด้วยเล่ห์กลในแบบฉบับหนังจีน หนังฮ่องกง และแน่นอนว่าการพลิกบทบาทของ ฟ่าน ปิงปิง ในเรื่องนี้ ก็ต้องบอกว่าโดดเด่นมากในบทเซอร์ๆ ที่เต็มไปด้วยดราม่าหนักๆ แบบนี้

แม้ว่าปมเรื่องจะซับซ้อน ดูแรงกับการโจมตีระบอบราชการจีนตรงๆ ที่ดูๆ ไปก็คล้ายกับบ้านเราหลายอย่าง แต่ท้ายที่สุดแล้ว I AM NOT MADAME BOVARY  ก็หาทางลงและได้ข้อสรุปในระดับ บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น สิ่งที่หนังนำเสนอและพยายามยัดเยียดในช่วงท้ายเลยก็คือ ‘รัฐเองก็ไม่นิ่งนอนใจ และพยายามจะรับฟังทุกปัญหาของประชาชนตัวเล็กๆ นะ’ ขณะที่เวลาผ่านไป ปมที่แท้จริงในการจดทะเบียนหย่าปลอมๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อนของ หลี สั่วเหลียนนั้นก็ถูกคลี่คลายมาแบบหักมุมได้อย่างเซอร์ไพรส์และลงตัว

I AM NOT MADAME BOVARY  อาจเป็นหนังที่แฝงไปด้วยกลิ่นของความเป็นประเทศซ้ายจัดอยู่บ้าง แต่แง่คิดต่างๆ ที่หนังโปรยปรายออกมาตลอดเส้นทางชีวิตของ หลี สั่วเหลียน จวบจนวันที่เปลี่ยนผ่าน ก็สะท้อนให้เห็นว่า สังคมจีนทุกวันนี้ ผ่านกาลเวลาแห่งความมืดหม่นมาแล้ว

I AM NOT MADAME BOVARY เข้าฉาย 20 เมษายนนี้ เฉพาะโรงภาพยนตร์ Lido และ House RCA เท่านั้น

ภาพ

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

เสียใจด้วย! คริสโตเฟอร์ โนแลน ยืนยันจะ “ไม่กำกับ” James Bond 25

แฟนๆ James Bond ที่หวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจต้องผิดหวังกันบ้าง

Published

on

แฟรนไชส์ James Bond กำลังจะมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อ แดเนียล เคร็ก กำลังจะเกษียณจากบทสายลับทรงเสน่ห์นี้ อีกทั้งผู้กำกับขั้นเทพแห่งยุคอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่มีข่าวลืออกมาก่อนหน้านี้อาจมากำกับ James Bond ภาที่ 25 นี้ ก็ออกปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า

“ผมจะไม่กำกับแน่ ไม่อย่างเด็ดขาด ผมคิดว่าทุกครั้งที่จะมีการหาตัวผู้กำกับใหม่ มักจะมีข่าวลือเกี่ยวกับผมด้วยทุกครั้ง”

James Bond ภาคที่ 25 ได้ประสบปัญหาในการสร้างมาตั้งแต่เมื่อปี 2017 เริ่มตั้งแต่ที่ Daniel Craig ต้องการบอกลาบท เจมส์ บอนด์ นี้ แต่สุดท้ายก็ยอมตกลง (ด้วยค่าเหนื่อยที่สูงมากจาก Sony) ที่จะกลับมารับบทนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตามมาด้วยปัญหาที่ แซม เมนเดส ผู้กำกับจากภาค Sykfall และ Spectre จะไม่กลับมากำกับแล้ว และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของข่าวลือต่างๆนานา เกี่ยวกับผู้กำกับคนใหม่

และจากคำกล่าวล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน นี้ ก็น่าจะเป็นคำตอบที่แฟนๆ James Bond ต่างให้ความสนใจกันมาอย่างยาวนาน

เคยมีรายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า คริสโตเฟอร์ โนแลน นั้นชื่นชอบแฟรนไชส์ James Bond เป็นการส่วนตัว และอยากให้ ทอม ฮาร์ดี (ร่วมงานกันใน Inception, The Dark Knight Rises และ Dunkirk) มารับบท เจมส์ บอนด์ ดังนั้นอาจมีความเป็นไปได้ว่า เมื่อ แดเนียล เคร็ก ได้บอกลาบทนี้ไปแล้ว แฟนๆอาจได้เห็น คริสโตเฟอร์ โนแลน มารีบู้ทแฟรนไชส์นี้อย่างที่ฝันเอาไว้ก็เป็นได้

คริสโตเฟอร์ โนแลน กับ ทอม ฮาร์ดี

แต่อย่างไรก็ดี สำหรับ James Bond ภาคที่ 25 ของ แดเนียล เคร็ก ซึ่งยังไม่มีผู้กำกับอยู่ในขณะนี้ ได้มีกำหนดการฉายในเดือนพฤศจิกายน 2019

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

เพื่อน 5 ประเภทใน Facebook ที่น่าอันเฟรนด์มากที่สุด

Published

on

แค่อยู่ในโลกแห่งความจริง เดินบนท้องถนน บางทีก็เซ็งกับชีวิตจะแย่แล้ว แต่พอเปิด Facebook กะว่าจะได้เจออะไรที่เจริญตาเจริญใจ แต่กลับเจออะไรที่สร้างความรู้สึกลบๆ จากเพื่อนใน Facebook แทน กลายเป็นการซ้ำเติมความเซ็งให้กับชีวิตไปกันใหญ่.. และคุณจะปล่อยให้ชีวิตมันน่าเซ็งเป็ดแบบนี้ไปเรื่อยๆ น่ะหรอ ไม่ดีมั้ง! มันถึงเวลาที่คุณต้องปฏิวัติอะไรสักอย่างแล้ว และสิ่งๆ นั้นก็คือการอันเฟรนด์เพื่อนที่น่ารำคาญออกจาก Facebook คุณนั่นเอง.. ว่าแต่เพื่อนแบบไหนที่คุณน่าจะอันเฟรนด์พวกเขาออกไป เพื่อให้ชีวิตคุณสงบขึ้นบ้างนะ

เพื่อนขี้อวด

การโพสต์โชว์นู่นโชว์นี่เป็นเรื่องปกติของโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เพราะเป็นธรรมชาติที่คนเราก็อยากจะแสดงความรู้สึกดีๆ ที่ท่วมท้นกับอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแฟนดีๆ (อวดแฟน) โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ทำให้เป็นหนี้ไปอีกปี หรืออวดอาหารหรูๆ ที่นานๆ ทีจะกินสักครั้ง สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่คุณควรเข้าใจธรรมชาติของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่หากคุณรู้สึกว่าการเห็นโพสต์อวดนู่น อวดนี่แล้วทำให้คุณรู้สึกแย่ อิจฉา กดดัน หรือด้อยค่าล่ะก็ จงถอยออกมาจากจุดนั้น.. เราไม่ได้ต้องการให้คุณเป็นไอ้พวกขี้แพ้ จอมอิจฉาที่เห็นใครได้ดีกว่าไม่ได้ แล้วต้องคอยอันเฟรนด์ แต่เราอยากให้คุณโฟกัสที่ตัวเองมากขึ้น ตั้งเป้าหมายกับตัวเอง และทำทุกวันให้ดีที่สุด การอันเฟรนด์คนที่ทำให้คุณรู้สึกกดดันทางจิตใจจึงเป็นทางออกที่ดี ที่จะทำให้คุณลดความเครียดลงได้ แล้วได้ใช้เวลาแข่งขันกับตัวเองมากขึ้น และที่มากไปกว่านั้น การเฟดตัวเองให้ออกมาจากโพสต์ขี้อวดเหล่านั้น จะทำให้คุณเป็นคนที่ไม่ยึดถือในข้าวของเครื่องใช้ หรือเป็นพวกวัตถุนิยมจนเกินไปด้วย จำไว้ว่า

ไม่อยากเป็นคนแบบไหน

จงออกมาจากสังคมแบบนั้น

เพื่อนขี้ขาย

แม้ว่าคุณจะสนับสนุนให้คนขยันทำมาหากินขนาดไหน แต่เชื่อเถอะว่ามันต้องมีสักแว๊บที่คุณรำคาญพวกแท็กรูปภาพมาขายของแบบไม่เกรงใจบนวอลล์โพสต์ของคุณสุดๆ

การหาประโยชน์ส่วนตัว ด้วยการก้าวล้ำพื้นที่ของคนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว แถมยังสร้างความรำคาญให้คุณจากคอมเม้นซื้อขายที่เด้งขึ้นมาเป็น Notification ตลอดอีกด้วย

นี่เลยเป็นเหตุผลที่คุณก็เป็นอีกคนที่กดอันเฟรนด์พวกขี้ขายแบบไม่มีมารยาทไปโดยปริยาย

Schaefer Marketing Solutions

เพื่อนขี้ฝาก

ต้องมีสักครั้งในชีวิต (หรืออาจจะมากกว่านั้น) ที่คุณมักจะเจอคนที่ทักแชทมา เพื่อบอกว่า “ฝากกด Like กด Share ด้วยนะ” ไม่ว่าจะเป็นโพสต์แข่งขันเอายอด Like หรือรูปโปรไฟล์ธรรมดาที่ทักมาเพื่อให้คุณ Like ให้ก็ตาม แต่ถ้ามันมีมาบ่อยๆ จนสร้างความรำคาญให้คุณ ก็เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะอันเฟรนด์แล้ว เพราะอะไรน่ะหรอ.. เพราะมันได้แสดงให้เห็นว่าคนที่ทักมาขอความช่วยเหลือคุณ เขาเห็นค่าของคุณก็ตอนต้องการประโยชน์น่ะสิ (ไม่เชื่อลองไล่อ่านดูสิ ว่าเขาคนนั้นทักมาตอนที่คุณเช็คอินที่โรงพยาบาลหรือเปล่า) แล้วคนที่มีนิสัยขี้ใช้ และทักมาเฉพาะตอนต้องการความช่วยเหลือแบบนี้ คุณจะอันเฟรนด์เขาไป ก็คงไม่เสียหายอะไร

เพื่อนขี้ดราม่า

จะมีเพื่อนบางคนที่ พอมีดราม่าออนไลน์อะไร จะโพสต์แรงๆ ความเห็นติดลบทุกที บางทีก็ด่าคนนั้นคนนี้แบบไม่หยุดหย่อน.. ว่ากันด้วยเรื่องดราม่า ถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่อยู่คู่กับโลกนี้มานานแสนนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสามีภรรยา เรื่องลูกอกตัญญู เรื่องขโมยของ ฉ้อโกง ฯลฯ แถมคนส่วนใหญ่ยังชอบที่จะเห็นเรื่องดราม่าเล็กๆ น้อยๆ ด้วย

บางครั้งคุณก็อยากหลบหนีจากดราม่าในชีวิตจริงบ้าง แต่พอเปิด Facebook ดู เพื่อนบางคนใน Facebook กลับมีแต่เรื่องดราม่าเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ด่าการเมืองแบบจริงจัง หรือโพสต์สาดสีเทเสียนินทาชาวบ้าน ซึ่งหลายๆ ครั้งก็พลอยทำให้คุณประสาทเสียตามไปด้วย แถมยังทำให้คุณได้พลังลบๆ ตามไปด้วยอีก ทางที่ดีคุณควรจะอันเฟรนด์พวกเขาเสีย หรือจะกด Hide โพสต์ของพวกเขาก็ได้ อย่างน้อยๆ การทำแบบนี้ก็ช่วยให้คุณหลีกหนีจากทัศนคติลบๆ ไปได้ เพราะลำพังในชีวิตประจำวันคุณก็พบเจอปัญหามากมายอยู่แล้ว ดังนั้นพื้นที่โซเชี่ยลมีเดียของคุณมันควรจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ใช่ย่ำแย่กว่าเดิม

Daniel Garcia

เพื่อนขี้แชร์

ถึงจะเป็นพวกชอบอ่านนู่นอ่านนี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร แฟชั่น สัตว์โลกน่ารัก ร้านอาหารน่าทาน ฯลฯ ที่เด้งขึ้นมาบนทามไลน์ขนาดไหน แต่สำหรับบางโพสต์ก็ทำให้คุณหมดอารมณ์ที่จะเปิด Facebook เล่นต่อไปได้ โดยเฉพาะพวกที่ชอบแชร์โพสต์หลอนๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปอุบัติเหตุน่ากลัวๆ รูปเด็กพิการ รูปชิ้นส่วนอวัยวะเลือดสาด รูปคนเสียชีวิต ฯลฯ แม้ว่าคนเหล่านั้นจะไม่รู้ว่าการแชร์โพสต์เหล่านี้ได้สร้างความสะเทือนใจต่อผู้อื่น แถมยังคิดว่าได้แชร์ข้อมูลและความรู้ดีๆ อีก (ยังไม่รวมพวกที่แชร์อะไรแบบนี้ เพราะแคปชั่นเขียนว่า แชร์แล้วได้บุญ) ซึ่งหลายต่อหลายครั้งก็ทำให้คุณรู้สึกหนักใจไม่น้อย คนเหล่านี้จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มสมควรโดนอันเฟรนด์ไปโดยปริยาย

นี่ยังไม่รวมถึงคนประเภทที่ชอบแชร์อะไรผิดเวลาอีก โดยเฉพาะอาหารน่าทานมื้อดึก ที่ทำให้แผนการลดน้ำหนักของคุณต้องเป็นอันพังพินาศ ถึงจะไม่ได้สร้างความร้ายแรงอะไร แต่หลายครั้งก็ทำให้คุณหงุดหงิดใจไม่น้อย ดังนั้น อันได้เป็นอันกันไป ให้มันจบๆ!

เชื่อว่าตอนนี้ Facebook ของหลายๆ คน กำลังสงบขึ้น และเพื่อนใน Facebook ลดไปสิบกว่าคนแล้ว.. เอาเป็นว่าขอให้ชีวิตคุณสงบสุขแบบนี้ไปนานๆ แล้วกันเนอะ และที่สำคัญอย่าทำตัวให้ถูกลบออกจาก Facebook ของคนอื่นได้ล่ะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

การ์ตูน

อนิเมะเรื่อง จอมมารต่างโลกกับบริวารสาวนักอัญเชิญ ประกาศสร้างเป็นฉบับอนิเมะทีวีซีรีส์!!!

Published

on

น่าจะเป็นข่าวดีของแฟนๆเรื่อง “Isekai Maou to Shoukan Shoujo no Dorei Majutsu” หรือ “จอมมารต่างโลกกับบริวารสาวนักอัญเชิญ” เมื่อมีการประกาศว่า Light Novel (ฉบับนิยาย) เรื่องนี้กำลังจะถูกสร้างเป็นฉบับอนิเมะแล้ว นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดเว็บไซต์ของอนิเมะเรื่องนี้ขึ้นมา และปล่อยภาพ Key Visual แรกออกมาให้ได้ชมกันในทันที โดยภาพนี้เป็นผลงานของอาจารย์ Tsurusaki Takahiro ผู้ที่วาดภาพประกอบให้กับ Light Novel เรื่องนี้นั่นเอง ในส่วนของรายละเอียดอื่นๆนั้นยังไม่มีการเปิดเผยใดๆ ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

สำหรับเรื่องนี้เป็น Light Novel แนวต่างโลกที่สนุกมากอีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องนี้เป็นผลงานของอาจารย์ Murasaki Yukiya และได้อาจารย์ Tsurusaki Takahiro มาเป็นผู้วาดภาพประกอบให้ และได้ถูกนำไปสร้างเป็นฉบับมังงะ ซึ่งทั้งสองเวอร์ชั่นก็มีลิขสิทธิ์ในบ้านเราโดยสำนักพิมพ์ Luckpim นั่นเองครับ

ภาพตัวอย่างฉบับมังงะ

เนื้อเรื่องย่อจากทางสำนักพิมพ์ Luckpim

ภายใน MMORPG ที่มีชื่อว่า Cross Reverie นั้นซาคาโมโตะ ทาคุมะ เป็นผู้ทรงพลังแข็งแกร่งเหนือชั้นชนิดที่เพลเยอร์คนอื่นๆต่างพากันเรียกว่า ‘จอมมาร’ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ถูกอัญเชิญไปสู่โลกต่างมิติโดยอยู่ในร่างที่ใช้ภายในเกม ที่นั่นเขาได้พบกับสาวน้อย 2 คนซึ่งต่างก็ยืนกรานว่า ‘ฉันนี่แหละ คือ ผู้อัญเชิญ’ พวกเธอร่ายเวทเปลี่ยนอสูรอัญเชิญให้กลายเป็นทาสใส่ทาคุมะทว่าพลังพิเศษเฉพาะตัว สะท้อนเวท ก็ทำงานขึ้น

คนที่กลายเป็นทาสกลับกลายเป็นเหล่าสาวน้อย จึงทำให้ทาคุมะรู้สึกปั่นป่วน เขาเป็นจอมขมังเวทสุดแกร่งก็จริง แต่ไร้ซึ่งความสามารถในการสื่อสารโดยสิ้นเชิง คำแรกที่พูดออกมาหลังจากกลุ้มใจก็มาจากบทบาทจอมมารที่เขาใช้ภายในเกม ‘ฉันสุดยอด งั้นเรอะ แน่นอนอยู่แล้ว นามของข้าคือเดียโบล ผู้เป็นที่เกรงกลัวในฐานะ จอมมารนะ’ เรื่องเล่าขานแห่งการผจญที่ไม่หยุดยั้งด้วยความแข็งแกร่งไร้เทียมทานของจอมมาร (ตามบท) ผู้ซึ่งจะทำให้โลกสะท้านสะเทือนในไม่ช้า เปิดฉากขึ้นแล้ว

ภาพตัวอย่างตัวละคร 2 สาวนะครับ

เพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบหรือสนใจเรื่องนี้ก็มาร่วมพูดคุยกันได้ที่ Fanpage WhatTheFact นะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: isekaimaou-anime และ https://myanimelist.net/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!