Connect with us

What The Fact

Fabricated City: เอนเตอร์เทนขั้นสุดถึงใจทุกรสชาติ

Published

on

ช่วงปีที่ผ่านมานี้เราได้เห็นความเคลื่อนไหวของฟากหนังเอเชียที่พยายาม ‘ดัน’ หนังของตัวเองออกมาสู่เวทีแมสมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าถ้าพูดถึงเกาหลี ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังจากแดนกิมจิยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียอยู่แล้ว จากนโยบายผลักดันของรัฐบาล เนื้อหาของหนังเกาหลีค่อนข้างหลากหลายและมีจุดร่วมที่ขายได้อยู่แล้วคือ หนังแนวชู้รักสนองกามารมณ์, งานดราม่ารีดน้ำตาและแอ็คชันที่ขายหน้าตาของนักแสดงเอาใจสาวก K-POP เป็นหลัก แต่นั่นคือซีรีย์ ซึ่งเมื่อขยับมาเป็นหนังใหญ่ ฟอร์มยักษ์ พวกเขาจะแทรกตัวในฐานลูกค้าฮอลลีวูดได้มากน้อยแค่ไหน 

เทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกาหลีที่มาแรงในช่วงไม่กี่ปีหลัง นอกจากเรื่องบันเทิงความงามที่นำโด่งแล้ว กลายเป็นเรื่องของ E-Sport ที่ทุกวันนี้เกาหลีคือใจกลางของทวีป เกมเมอร์มากมายผุดเป็นดอกเห็ดและดำรงชีพหาเงินเป็นเรื่องเป็นราวมาพักหนึ่งแล้ว และ FABRICATED CITY คือหนังที่หยิบจับเทรนด์นี้มาป่าวประกาศให้โลกได้เห็นผ่านงานหนังแนวแมสๆ ว่าเกาหลีคือจ้าวตลาดเกมออนไลน์ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

เรื่องราวของ FABRICATED CITY มันพูดถึงเด็กหนุ่มเกมเมอร์ระดับเทพคนหนึ่งที่ชื่อ ควอนยู (จีชางอุค) ซึ่งเก่งขนาดมีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของวงการเกมออนไลน์ และเพื่อนมากมายที่นับถือฝีมือและพร้อมจะลุยทำภารกิจในเกมไปด้วยกัน แต่ภาพตัดกลับมาที่ในโลกของความเป็นจริงที่คนอื่นมองมา ควอนยู เป็นเพียงอดีตนักกีฬาทีมชาติที่ตกงานและติดเกมเท่านั้น ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่เขาเก็บมือถือได้ที่ร้านเกม และเจ้าของเครื่องได้โทรเข้ามาเพื่อนัดรับคืนมือถือพร้อมยื่นข้อเสนอมอบเงินให้ ควอนยู ที่ถังแตกอยู่ก็รีบคว้าโอกาสนั้น โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะกลายเป็นเหยื่อที่ถูกป้ายสีให้กลายเป็นฆาตกร

เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ชื่อว่า ควอนยู ในโลกของเกมเขาคือเกมเมอร์ระดับแนวหน้าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในหมู่คนเล่นเกม แต่ในชีวิตจริงเขาเป็นเพียงชายตกงาน แต่แล้ววันหนึ่งกลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นฆาตกรอย่างไม่มีเหตุผล เขาจึงจำเป็นต้องสืบหาความจริงว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยได้แฮกเกอร์สาวกับเพื่อนนักเล่นเกมมาคอยช่วยเหลือ

แน่นอนว่ายุคไหนๆ หากใครจะเจาะตลาดทำอะไร กลุ่มเป้าหมายหนุ่มสาวยังไงก็เป็นอันดับต้นๆ ที่ขับเคลื่อนให้ซื้อขายง่ายคล่องที่สุด การจับหนังแนววิทยาศาสตร์/จินตนาการ เพื่อคว้าก้อนเค้กคำใหญ่หน่อยจากตลาดแมส คือทางเลือกที่สังเกตเห็นจากหนังทุนสร้างจัดหนัก ไม่ว่าจะ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลี มักทำกันอยู่แล้ว ทว่าในช่วงแรกของ  FABRICATED CITY หนังเดินเรื่องแบบรวบรัดฉับไว ตัดกันไม่กี่ซีน แป๊บเดียว ควอนยู ก็แปรสภาพจากเกมเมอร์นั่งชิลล์บนเก้าอี้ร้านเกม มาเป็นควอนนอนคุกจากคดีฆ่าข่มขืนไปแล้ว และในจังหวะนั้นตัวหนังเดินลงไปยังจุดที่มืดหม่นสุดๆ ของตัวละคร ซึ่งแม่ของเขาที่พยายามช่วยลูกชาย และทนายมิน (โอจองเซ) ก็ดูเหมือนจะไม่ให้ความร่วมมือในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเท่าไหร่นัก ดูแล้วหนังแทบไม่มีจุดเปลี่ยนใดๆ ที่จะพลิกแบบรถไฟเหาะตีลังกากลายเป็นหนังแอ็คชันไซไฟไปได้เลย

ตัวหนังเหมือนจะขมวดปมไว้หลวมๆ และวางสถานการณ์ของพระเอกควอนยูให้ดูเลวร้าย แกะออกยาก แต่เอาไปเอามา มันก็หาจุดพลิกผันกันดื้อๆ ชนิดที่ต้องคิดในใจว่า ‘แบบนี้ก็ได้เหรอ?’ ซึ่งแม้ว่าการปะติดปะต่อเรื่อง การเก็บรายละเอียด และโครงสร้างเรื่องจะดูเวอร์วัง แทบไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน เหมือนผีจับยัด ดูเหมือนการผูกเรื่องยิ่งดูยิ่งออกทะเลไปไกล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า พาร์ทของหนังต่อจากนั้น คือ เอนเตอร์เทน ล้วนๆ จากภาพของหนังฆาตกรรมซ่อนเงื่อน FABRICATED CITY ก็แปลงร่างเป็นหนังเรซซิ่งโปรดักชันน้องๆ Fast & Furious แม้ว่าหลายฉากซีจีจะดูล้นๆ ปลอมๆ ไปบ้าง แต่ที่ทำให้คนดูลุ้นไปแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยก็คือ ฉากแอ็คชันไซไฟที่ทำได้หลุดโลก เรียกว่า ‘โอเค ถ้ามึงกล้าทำมาแบบนี้ กูก็กล้าดูละวะ’ (ฮา)

เมสเซจของหนังนอกจากจะเน้นความบ้าระห่ำแบบไร้ขอบเขตแล้ว มันยังเน้นไปที่เรื่องของมิตรภาพบนโลกออนไลน์เสมือนจริงที่บางครั้งมันอาจเป็นมิตรภาพที่ ‘จริงแท้’ กว่าโลกของความเป็นจริง ส่วนตัวชอบเคมีคู่ระหว่าง ควอนยู กับ ยอวอล (ชิมอึมคยอง) โปรแกรมเมอร์สาวในเรื่อง แม้ว่าในภาพรวมแล้วตัวละครสมทบในทีมออนไลน์ Resurrection ของ ควอนยู จะดูไม่ค่อยลงตัวในเรื่องแคสติ้งเท่าไหร่ แต่ฉากไล่ล่า นวัตกรรมล้ำๆ ที่เอามาขายในเรื่อง มันก็ทำให้หนังดูสนุกหวาดเสียวไปด้วยได้จนจบ แถมปนดราม่าเรียกน้ำตาได้ด้วย ตรงนี้ต้องชมว่า จีชางอุค ไม่ได้ขายแค่หน้าตา แต่มีอินเนอร์ทั้งในบทดราม่าและแอ็คชันที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

FABRICATED CITY อาจไม่ใช่หนังที่ถูกจริตสำหรับคนทุกกลุ่ม ที่ชอบพล๊อตแน่นๆ เดินเรื่องสวยๆ มีชั้นเชิง แต่สำหรับตลาดแมสแล้ว ความจับฉ่ายและโฉ่งฉ่างแบบมีแบบแผนนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้หนังคืนทุนไว และทำเงินในตลาดเมืองนอกได้สบาย

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

10 บทเพลงที่ดีที่สุดของ Avicii ที่จะทำให้เราจดจำเขาตลอดไป

Published

on

“One day you’ll leave this world behind
So live a life you will remember.”

( จากเนื้อเพลง The Nights โดย Avicii )

เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอีกเรื่องสำหรับวงการเพลง เมื่อ ดีเจหนุ่มชาวสวีเดน อาวีชี (Avicii) หรือ ทิม เบิร์กลิง (Tim Bergling) ได้จากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 28 ปี

โดย อาวีชี ได้เสียชีวิตลงเมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 20 เมษายนตามเวลาท้องถิ่นที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นยังไม่ระบุแน่ชัด

อาวีชี คือ ดีเจดาวรุ่งแห่งยุค เขาเป็นผู้บุกเบิกดนตรี EDM แนวใหม่ด้วยการผสานกับแนวดนตรีคันทรี่และโฟล์ค “Levels” คือซิงเกิ้ลที่ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จักกับ อาวีชี และ “Wake Me Up” คือซิงเกิ้ลที่ทำให้รู้ว่า ดนตรีคันทรี่กับแดนซ์มิวสิคนั้นมันไปด้วยกันได้อย่างไร

ถึงแม้ อาวีชี จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่เขากลับรู้สึกอยากจะหยุดพักงานยาว และกลับมาดูแลตัวเอง เนื่องจากเขามีปัญหารุมเร้าหลายอย่างในเรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะโรคตับอ่อนอักเสบอันเนื่องมาจากดื่มหนัก โดยในปี 2014 อาวีชี เคยเข้ารับการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีและไส้ติ่งออกจากร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขารีไทร์ตนเองออกจากการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา และหันมาทำเพลงเพียงอย่างเดียว

เพื่อเป็นการรำลึกถึงการจากไปของ อาวีชี เรามาย้อนดูผลงานของเขาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนปัจจุบัน และร่วมสัมผัสมันเพื่อเป็นการแสดงความชื่นชมต่อความทุ่มเทในการทำเพลงที่มีตลอดมาของ อาวีชี กันครับ

1. Tim Berg – “Seek Bromance” , 2010

ผลงานเพลงสุดคลาสสิคเมื่อครั้งยังใช้ชื่อว่า ทิม เบิร์ก ในตอนนั้นทั้งโลกยังไม่ได้รู้จักกับ อาวีชี แต่เพลงนี้เหมือนเป็นรากแก้วสำคัญที่หยั่งรากลึกแนวดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า “Seek Bromance” เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของ อาวีชี นอกจากมันจะติดชาร์ตในกว่า 20 ประเทศ และ ไต่ชาร์ตขึ้นอันดับหนึ่งของ Billboard Dance Clubs แล้ว เพลงนี้ยังถือได้ว่าเป็นเพลงที่ส่งอิทธิพลต่อเพลงเฮ้าส์แบบ “ฟีลกู้ด” ในเวลาต่อมา

2. Avicii – “Levels” , 2010

เพลงนี้ทำให้ อาวีชี ได้รับรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดในสาขาเพลงยอดเยี่ยมแห่งปี และทำให้ทั่วโลกได้รู้จักเขา ด้วยรูปแบบทางดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่น่าจดจำ จึงทำให้เพลงเป็นหนึ่งในเพลงแดนซ์ที่ดีที่สุดในดวงใจของใครหลายคน  หากคิดจัดปาร์ตี้เมื่อใด อย่าให้งานของคุณไร้ซึ่งเพลงนี้

3. Avicii – “My Feelings For You” feat. Sebastien Drums , 2010

เพลงดิสโก้สุดร้อนแรงอันเกิดจากการรีมิกซ์เพลง “Feeling For You” ของ Cassius วงเฮ้าส์จากประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังได้ Sebastien Drums มาร่วมแจม จึงทำให้เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงแดนซ์ที่ขาดไม่ได้เลย

4. Avicii – “Street Dancer” , 2011

ถึงแม้เพลงนี้จะไม่ฮิตเหมือนเพลงอื่นๆของ อาวีชี แต่มันก็เป็นเพลงที่ขาดไม่ได้ในลิสต์เพลงที่ดีที่สุดของอาวีชี เอกลักษณ์ของเพลงนี้คือกลิ่นอายของยุค 80 ซึ่ง เพลงนี้ใช้แซมเปิ้ลจากเพลง “Street Dance” ในปี 1983 ของ Break Machine วงแร๊พผิวสีแห่งยุค 80s

5.Avicii – “Fade Into Darkness” 2011

นี่คืออีกหนึ่งเพลงที่แสดงเอกลักษณ์ในงานเพลงของ อาวีชี นั่นคือการผสมผสานแนวดนตรีคันทรี่ให้เข้ากับดนตรี EDM หากคุณลองจินตนาการว่าเสียงเปียโนในเพลงนี้เป็นเสียงกีตาร์อะคูสติค นั่นล่ะใช่เลยมันคือคันทรี่ EDM ดีๆนี่เอง

6.Avicii – “Silhouettes” 2012

บีทกระแทกใจ เมโลดี้สวยๆ พร้อมด้วยเสียงร้องจากนักร้องสาวชาวสวีดิช Salem Al Fakir  ทำให้เพลงนี้อีกหนึ่งเพลงแดนซ์ที่ฟังง่าย สบายหู และเพลินเพลงไปกับท่วงทำนองของบทเพลง

7.Avicii – “I Could Be The One” feat. Nicky Romero 2012

อีกหนึ่งเพลงฮิตจาก อาวีชี ที่ได้ นิกกี โรเมโร ดีเจสายเฮ้าส์ชาวดัตช์มาร่วมแจมด้วย นอกจากนี้ยังได้เสียงร้องใสๆจากนักร้องสาวชาวสวีดิช Noonie Bao ที่มาทำให้บทเพลงนี้น่าฟังมากยิ่งขึ้นไปอีก 

8.Avicii – “Hey Brother” 2013

เพลงนี้มาจากอัลบั้ม True เป็นอีกหนึ่งผลงานที่มีความเป็นคันทรี่ EDM อย่างชัดเจน  เสียงร้องของ Dan Tyminski  องค์ประกอบทางดนตรีแบบบลูกลาส และ ท่วงทำนองของ Avicii เป็นส่วนผสมที่ลงตัวแบบสุดๆแล้ว นอกจากนี้ตัวเอ็มวียังดีมากอีกด้วยนะครับ

9.Avicii – “Wake Me Up” , 2013

เพลงนี้คือเพลงที่ทำให้ใครหลายคนได้รู้จักกับ อาวีชี มันคือมาสเตอร์พีซของการผสมผสานกันระหว่างดนตรีคันทรี่ และ EDM ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครจินตนาการออกเลยว่า เมื่อเพลงคันทรี่ผสมกับเพลงแดนซ์มันจะออกมาเป็นอย่างไรจนกระทั่ง อาวีชี ได้นำพาเพลงนี้มาให้พวกเราฟัง 

10.Avicii – “Without You” feat. Sandro Cavazza 2017

เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม EP Avīci (01) ผลงานจากปีที่แล้วนี่เอง เพลงนี้ได้นักร้องนักแต่งเพลงชาวสวีดิช Sandro Cavazza มาฟีเจอริ่งด้วย ท่วงทำนองแบบโฟล์คคันทรี่ ผสมผสานไปกับเสียงซินธ์และบีทเน้นๆจาก อาวีชี ทำให้เพลงนี้เป็นหนึ่งใน คันทรี่ ป็อป ที่ควรค่าแก่การจดจำยิ่ง

แด่

Avicii

(8 September 1989 – 20 April 2018)

Reference

  • https://www.billboard.com/articles/news/dance/8358389/avicii-dead-tim-bergling
  • https://www.billboard.com/articles/news/dance/7633415/avicii-songs-best-hits-list

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

Incident In a Ghostland : อย่าตัดสินหนังจากตัวอย่างหนัง

Published

on

บอกตามตรงว่าตอนที่ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ รู้สึกว่าเป็นหนังเกรดบีมาก เนื้อหาในตัวอย่างพาสับสนไม่ค่อยเข้าใจพลอตหลักของหนัง ภาพดูธรรมดา ดาราโนเนม แต่พอได้ชมหนังจริง กลับรู้สึกทึ่งตั้งแต่ต้นเรื่อง ตัวหนังจริง ๆ ให้ความรู้สึกห่างไกลจากตัวอย่างหนังมาก ใช้ตัวแสดงไม่กี่คน แต่ทุกคนก็ทำหน้าที่ได้ดี บทหนังยอดเยี่ยมโยนปริศนามาตลอดทาง เฉลยตั้งแต่กลางเรื่องแบบหักมุมทำร้ายจิตใจคนดูสุด ๆ แต่ก็ไม่เวอร์วังมีความสมเหตุสมผล ความกดดันหนังมาเต็มพิกัด มีทั้งตุ้งแช่ และฉากเงียบลุ้น หลาย ๆ ฉากต้องดูไปปิดตาไปบ่อยมาก โหดแบบพอประมาณ ไม่มีฉากอี๋แหยะ เล่นกับจังหวะลุ้น จังหวะโป๊งชึ่งได้ดี เป็น 90 นาทีที่เดินหน้าไปบนความตึงเครียด

หนังเป็นผลงานกำกับของปาสคาล ลอกิเย่ ผู้กำกับสยองขวัญชาวฝรั่งเศส ที่มักจะเขียนบทเองเสมอ ปาสคาล เคยมีผลงานสุดหลอน Matyrs (2008) ที่ทิ้งช่วงไปตั้ง 10 ปีที่แล้ว รอบนี้ปาสคาล หันมาเล่าเรื่องครอบครัว 3 สาว ที่มีพอลลีน ซิงเกิ้ลมัม และลูกสาววัยรุ่น 2 คน วีร่า กับ เบ็ธ ทั้ง 3 ย้ายบ้านมาอยู่ต่างเมือง เพราะตัวแม่ได้บ้านหลังใหญ่จากป้ามาเป็นมรดก หนังใช้เวลาช่วงต้นแนะนำให้เรารู้จักตัวละครหลักทั้ง 3 ได้พอคร่าว ๆ ผ่านบทสนทนาได้ในระยะเวลาสั้น ๆ หนังไม่รอช้าเมื่อทั้ง 3 เข้าพักในบ้านใหม่ได้ไม่นาน ก็เปิดเผยตัวผู้บุกรุกสุดโรคจิต ทั้งคู่เป็นฆาตกรที่กำลังเป็นช่าวดัง ชอบบุกเข้าบ้านคนแปลกหน้าฆ่าพ่อแม่ แล้วกักขังลูกสาวไว้ในบ้านกับศพพ่อแม่ แต่เมื่อ 2 ฆาตกรมาบุกบ้านนี้ก็ต้องเจอกับบทบาทพะบู๊ของพอลลีน แม่ที่ฮึดสู้สุดชีวิตเพื่อช่วยชีวิตลูกสาวทั้งสองของเธอ หนังตัดฉับไปเป็นเรื่องราวของเบ็ธ ตอนโตเป็นสาว ประสบความสำเร็จในอาชีพนักเขียน มีครอบครัวที่อบอุ่น สามีที่รักใคร่และลูกชายน่ารัก หนังทิ้งปริศนาไว้ให้คาใจว่าเรื่องราวในคืนบ้าคลั่งนั้นลงเอยอย่างไร ไม่นานเบ็ธก็ได้โทรศัพท์จากวีร่า พี่สาวที่ยังคงอยู่ในบ้านหลังนั้นกับแม่ เสียงวีร่ากรีดร้องโหยหวน เบ็ธพยายามโทรหาแม่แต่ติดต่อไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจกลับไปหาแม่และพี่สาว ดูว่าเกิดอะไรขึ้น

เนื้อหาหนังน่าติดตามจริง ๆ ครับ ใส่มาทั้งปริศนาที่ต้องลุ้นหาคำตอบ และสภานการณ์คับขันที่เกิดขึ้นกับสองพี่น้อง เบ็ธ และ วีร่า โดยเฉพาะครึ่งหลังของเรื่องนี่อัดกันมาติด ๆ แบบไม่ให้พักหายใจกันเลย ชอบการสร้างสรรค์ 2 ฆาตกรโรคจิต ถือว่าแปลกใหม่สำหรับวงการหนังสยองขวัญ ดูน่ากลัวตั้งแต่แว่บแรกที่เห็น ตัวหนึ่งเป็นชายร่างยักษ์ อ้วนใหญ่แต่ปัญญาอ่อนและบ้ากาม ส่วนอีกตัวเป็นกะเทยแต่งหญิงร่างใหญ่ เป็นตัวร้ายที่โหดดุได้โดยไม่ต้องรู้ที่ไปที่มา และแทบไม่มีบทสนทนาออกมาจากปากสองคนนี้ ทำให้เราคาดเดาอะไรในใจมันไม่ได้ รู้แต่ว่าอันตรายแล้วเป้าหมายของมันคือ”ฆ่า”เท่านั้น เป็นอีกเรื่องที่ใช้สูตรเดิม ๆ ในฉากสยอง เคลื่อนกล้องช้า ฉากเงียบชวนลุ้น บางครั้งก็ตุ้งแช่ แต่เป็นการใช้ได้ถูกจังหวะ ก็เลยเป็นหนังสยองชวัญอีกเรื่องที่มาตามสูตรแต่ก็สัมฤทธิ์ผล และตอบสนองแฟน ๆ หนังสยองขวัญได้อย่างน่าพอใจแน่นอน ชอบหลาย ๆ ฉากที่ใช้มุมกล้องแคบ ๆ แล้ววิ่งตามตัวละครไปทั่วบ้าน ทำให้ดูอึดอัดดี และเหมือนเราได้ร่วมชะตากรรมไปกับตัวละครด้วยว่าไม่รู้จะวิ่งไปเจอกับอะไรที่อยู่ข้างหน้า

หนังใช้ชื่อไทยว่า “บ้านตุ๊กตาผี” แต่เอาเข้าจริง ประเด็นสำคัญของเรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตุ๊กตาเลย เพียงแต่ว่าป้าที่เจ้าของบ้านเดิมก็โรคจิตชอบเก็บสะสมตุ๊กตาน่ากลัวไว้เต็มบ้าน แล้วไอ้ตุ๊กตานับร้อยก็เลยเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บรรยากาศหนังดูหลอนมากขึ้น โดยเฉพาะไอ้ตัวที่ซ่อนอยู่หลังกระจกนั่นล่ะ โผล่มาทีไรได้ผลทุกที ย้ำอีกครั้งว่า คอหนังสยองขวัญไม่ควรพลาด และเพื่ออรรถรสในการชม ถ้ายังไม่ได้ดูเทรลเลอร์หนัง ก็อย่าดูเลยเดี๋ยวจะพาลไม่อยากดูหนัง ถ้าชอบหนังสยองขวัญ ดูเลยครับ มั่นใจว่าได้ลุ้นเกร็งทั้งเรื่องแน่นอน หนังมีกำหนดฉายวันที่ 3 พฤษภาคม นี้ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

การ์ตูน

สุดยอด Boku no Hero Academia จัดแคมเปญโปรโมทร่วมกับภาพยนตร์ Avengers ที่กำลังจะเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่น

Published

on

มาดูความแปลกใหม่ครั้งนี้กันเลย!!!

โดยล่าสุดเว็บไซต์หลักของอนิเมะเรื่อง Boku no Hero Academia ได้มีการประกาศแคมเปญโปรโมทร่วมกันกับภาพยนตร์เรื่อง Avengers: Infinity War ที่เรียกได้ว่าเป็นการมาพบกันของฮีโร่จากฝั่งตะวันออกและตะวันตกในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดีกับ ภาพยนตร์ Avengers: Infinity War ที่จะเข้าฉายในวันที่ 27 เมษายนปีนี้ และ อนิเมะเรื่อง Boku no Hero Academia ที่ได้เริ่มฉายซีซั่นที่ 3 ไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยนอกจากคลิปการโปรโมทร่วมด้านด้านล่างแล้ว ยังได้มีคลิปอีก 6 คลิปที่เหล่าฮีโร่จากอนิเมะเรื่อง Boku no Hero Academia ได้ผลัดกันมาแนะนำเหล่าฮีโร่จากภาพยนตร์เรื่อง Avengers พร้อมทั้งยังได้เปรียบเทียบเหล่าฮีโร่กับตัวพวกเขาเองอีกด้วยครับ

Captain America และ Midoriya Izuku

Midoriya ได้บอกว่าตัวเขาเข้าใจความรู้สึกของ Captain America เป็นอย่างดีเพราะพวกเขาทั้งสองมีจุดเริ่มที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น และได้รับพลังเพื่อทำตามความปรารถนานั้น สิ่งที่เขานับถือที่สุดในตัวของ Captain America คือ จิตใจที่เชื่อมั่นในความยุติธรรมอันไม่เคยสั่นคลอน

Iron Man และ Bakugo Katsuki

Bakugo ได้บอกว่า Iron Man เป็นตาแก่น่ารำคาญ ที่รวยแถมยังเป็นอัจฉริยะ แต่ถึงแบบนั้นก็เป็นคนที่แข็งแกร่งเพราะเขามีความสามารถที่ทรงพลังในฝ่ามือของเขา (เหมือนกับ Bakugo) และเขาบินได้

Black Widow และ Uraraka Ochako

Uraraka บอกว่า Black Widow เป็นคนที่เยือกเย็นและแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเธอจะดูค่อนข้างน่ากลัว แต่เธอก็มีด้านที่ห่วงไยเพื่อนๆ ทำให้ Uraraka ก็รู้สึกอยากจะเป็นฮีโร่ที่ทั้งสวยและแข็งแกร่งให้ได้เหมือนกับ Black Widow

Doctor Starge และ Iida Tenya

Iida บอกว่าตั้งแต่สมัยที่ Doctor Strange ยังเป็นแพทย์ผู้ช่วยชีวิตคน เขาก็เชื่อมั่นในการที่จะไม่ฆ่าผู้อื่น และนั้นถือเป็นความเป็นฮีโร่ที่ผู้อื่นควรที่จะเรียนรู้และเอาเป็นแบบอย่าง

Thor และ Todoroki Shoto

Todoroki เปรียบเทียบพลังสายฟ้าของ Thor กับพลังในการควบคุมน้ำแข็งและไฟ ของเขาเองในด้านการเป็นพลังที่ควบคุมพลังของธรรมชาติ และยังได้พูดถึงเรื่องที่ Thor และ Loki ผู้เป็นน้องชายมักจะสู้กันอยู่เสมอ และ Iida เองก็ได้พูดขึ้นมาด้วยว่า Todoroki กับ Thor ต่างก็มีพ่อผู้เป็นฮีโร่อันแข็งแกร่งเหมือนกัน

Hulk และ All Might

All Might บอกว่า Dr. Banner เป็นคนที่อ่อนโยนที่สุดในเรื่อง Avengers แต่จะแปลงร่างเป็น Hulk ในเวลาที่เขาโกรธ ถึงแม้ว่าในบางครั้งที่เขาทำให้ผู้คนรอบตัวต้องบาดเจ็บ แต่เขาก็สามารถควบคุมพลังของเขาได้ดีขึ้นทีละเล็กทีละน้อย Midoriya ได้พูดเสริมขึ้นมาอีกว่าทั้ง All Might และ Hulk มีความคล้ายกันตรงที่สามารถแปลงร่างไปมาระหว่างสองร่างได้

นอกจากนี้ยังมีโปสเตอร์จัดทำพิเศษเพื่อกิจกรรมโคระโบะนี้โดยเฉพาะ แถมยังมีกิจกรรมแจก (ของทางเว็บไซต์ official ของเขาอีกด้วย) เพียงแค่กด follow ทวิตเตอร์ official ทั้งสองเรื่อง จากนั้นให้โพสต์บอกว่าชอบ หรือเชียร์ฮีโร่คู่ไหน (จากที่เขาจับคู่ไว้ในเว็บ) ลงในทวิตเตอร์ของตนเอง แล้วติดแฮชแท็ก #アベンジャーズ_ヒロアカヒーロー投票 แค่นี้ก็ได้ร่วมลุ้นรับรางวัลเป็นโปสเตอร์กิจกรรม จำนวน 20 รางวัลแล้วนะครับ

และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Boku no Hero Academia ได้มีการโคราโบะร่วมกับภาพยนตร์ตะวันตก เพราะก่อนหน้านี้เองเจ้าของผลงานเรื่องนี้อย่าง อาจารย์ Horikoshi Kohei ก็ได้วาดภาพโปสเตอร์ให้กับภาพยนตร์ Star Wars ภาคล่าสุดอีกด้วยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://myanimelist.net/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!