Connect with us

ภาพยนตร์

10 อันดับ Box Office (9-11 ก.พ.) : Fifty Shades Freed เปิดตัวน้อยที่สุดในแฟรนไชส์

ถึงแม้จะขึ้นอันดับ 1 แต่รายได้รวมอาจไม่น่าปลื้มเท่าไรนัก

Published

on

Fifty Shades Freed ภาพยนตร์ปิดไตรภาค Fifty Shades เปิดตัวขึ้นอับดับ 1 ในสัปดาห์แรก ด้วยรายได้ 38.8 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยที่สุดในแฟรนไชส์เมื่อเทียบกับ Fifty Shades of Grey (85.2 ล้านเหรียญ) และ Fifty Shades Darker (46.6 ล้านเหรียญ)

ตามมาด้วย Peter Rabbit ที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมคลาสสิก และ The 15:17 to Paris ผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของ คลินต์ อีสต์วูด ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของชายอเมริกัน 3 คน ที่พยายามหยุดการก่อการร้ายบนขบวนรถไฟในฝรั่งเศส โดยได้วีรบุรุษตัวจริงทั้ง 3 คน มานำแสดงด้วย

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Fifty Shades Freed

38.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 38.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 98.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 136.9 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 55 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Peter Rabbit

25 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 25 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 50 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : The 15:17 to Paris

12.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 12.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 5.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 17.9 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 30 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Jumanji: Welcome to the Jungle

9.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 8)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 365.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 516.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 881.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 90 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : The Greatest Showman

6.4 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 8)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 146.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 155.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 302 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 84 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : Maze Runner: The Death Cure

6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 49 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 150.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 199.4 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 62 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Winchester

5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 17.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 3.5 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : The Post

3.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 8)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 72.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 50.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 123 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 50 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : The Shape of Water

3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 11)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 49.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 20.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 70.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19.5 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Den of Thieves

2.9 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 40.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 9.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 50.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 30 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แสดงความคิดเห็น

ภาพยนตร์

ทำความรู้จักกับ Hans Solo ก่อนไปมันส์กับ Solo A Star Wars Story

Published

on

ในสัปดาห์นี้เราจะได้ดูหนัง Spin off จากจักรวาล Star Wars อย่าง Solo A Star Wars Story กันแล้ว  แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันตัวตนและจุดเด่นของ ฮาน โซโล ที่ครองใจทั้งแฟนๆ Star Wars และ คอหนังทั่วโลกก่อนดีกว่า


กว่าจะได้แฮริสัน ฟอร์ด มาแสดงนำ

 

บท ฮาน โซโล ถือเป็นบทแจ้งเกิดให้แก่ แฮริสัน ฟอร์ด อย่างแท้จริง แต่ก่อนที่เขาจะได้รับโอกาสสำคัญ บท ฮาน โซโล เคยวางตัวดาราดังไว้มากมายทั้ง นิค โนลเต้  คริสโตเฟอร์ วอลเคน และ เคิร์ต รัสเซล แต่เป็น ช่างไม้ประจำกองถ่ายนาม แฮริสัน ฟอร์ด ที่ได้ครอบครองตำนานฮีโร่นักขนของเถื่อนอย่าง ฮาน โซโล


ปืน BlasTech DL- 44 Heavy Blaster Pistol

 

สำหรับปืนคู่ใจของ ฮาน โซโล แน่นอนว่าต้องเป็นเจ้า ปืนเลเซอร์ BlasTech DL- 44 Heavy Blaster Pistol ซึ่งมีต้นแบบมาจากปืนของเยอรมันรุ่น Mauset C -96 ซึ่งถูกใช้เป็นปืนของตัวเอกในหนังที่แฟรงค์ ซินาตร้านำแสดงเรื่อง The Naked Runner ในปี 1968


ยานมิเลนเนียม ฟอลคอน 

 

ยานสุดเท่ของ ฮาน โซโล ที่ได้มาจากการชนะพนันเพื่อนสนิทนาม แลนโด้ คาลริสเซียน โดยเป็นฝีมือการดีไซน์ของ โจ จอห์นสตัน ที่ จอร์จ ลูคัส ผู้ให้กำเนิด Star Wars บอกให้เขาออกแบบให้คล้ายคลึงกับจานร่อนที่สุดจนกลายเป็นยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน ทรงแบนคล้ายจานร่อนอย่างที่เห็น  ส่วนใครคุ้นชื่อ โจ จอห์นสตัน ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะต่อมาเขาได้กลายเป็นผู้กำกับหนังแฟนตาซีคนสำคัญ รวมถึงงานกำกับ Captain America : The First Avenger (2011) ด้วย


 ชิวเบคก้า

ชิวเบคก้า หรือ ชิววี่ สหายช่างซ่อมเครื่องยนต์และนักบินร่วมคนสนิทของ ฮาน โซโล ที่เป็นตัววูคกี้ จาก ดาวคาซี้ก เดิมที ชื่อชิวเบคก้า เป็นการเพี้ยนมาจากภาษารัสเซียที่มีความหมายว่า สุนัข  โดยคอสตูมของชิวเบคก้าออกแบบโดย สจ๊วร์ต ฟรีบอร์นและภรรยา และเป็นฝืมือการแสดงของ ปีเตอร์ เมย์ฮิว และโจนาส ซูโอทาโม


คาวบอยแห่งอวกาศ

เรียกได้ว่าคาแรกเตอร์ของฮาน โซโล ถือเป็นการถอดความตัวละครคาวบอย คลาสสิก ออกมาเป็นภาคอวกาศได้เลย ทั้งความเป็นสิงห์ปืนไว และบุคลิกบ้าระห่ำ รวมถึงสไตล์การแต่งตัวที่เหมือนหลุดมาจากหนังคาวบอยก็ไม่ปาน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว]Tully : หนังที่เข้าถึงจิตใจของแม่ทั้งโลก

Published

on

การร่วมมือกันครั้งที่ 3 ของผู้กำกับเจสัน ไรต์แมน และ ไดอาโบล โคดี้ หลังจาก Juno (2007) และ Young Adult (2011) และเป็นการร่วมงานกันครั้งที่ 2 กับชาลิซ เธียรอน ต่อเนื่องจาก Young Adult ที่ไดอาโบล โคดี้ ยังคงยึดแนวทางเดิมของเธอ หยิบปัญหาในครอบครัวอเมริกันชั้นล่างไปจนถึงชั้นกลางออกมาเล่าได้แบบลงลึก บวกกับฝีมือของเจสัน ไรต์แมน ที่ถนัดนักในการทำหนังเชิงเสียดสีสังคมกลาย ๆ เมื่อไดอาโบล เขียนบท Tully เสร็จคนแรกที่เขาคิดถึงก็คือเจสัน ไรต์แมน และเมื่อมันเป็นการร่วมมือกันครั้งที่ 3 แล้วจึงดูเข้าขากันมากยิ่งขึ้น

ผู้กำกับเจสัน ไรต์แมน และ ชาลิซ เธียรอน

ชาลิซ เธียรอน มารับบทเป็น มาร์โล คุณแม่ลูก 3 และเหตุการณ์ในหนังคือช่วงที่เธอเพิ่งคลอดลูกคนที่ 3 หนังทำได้ยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดภาระหนักหนาของผู้เป็นแม่ โดยเฉพาะแม่อย่างมาร์โล ที่ต้องเจอศึกหนักจากโจนาห์ ลูกคนกลางที่มีปัญหาในการควบคุมสติอารมณ์ตนเอง และโรงเรียนก็บีบบังคับให้ลาออก ซึ่งเหมือนเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดในช่วงที่เธอเพิ่งคลอดลูกมาหมาด ๆ หนังทำได้ดีมากกับการภาระอันหนักหนาของคนเป็นแม่ลูกอ่อน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ต้องตื่นกลางดึกมาให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม ปั๊มนม แล้วต้องตื่นเช้าเพื่อส่งลูกอีก 2 คนไปโรงเรียน ส่วนสามีก็ทำงานหาเลี้้ยงครอบครัวไม่สามารถแบ่งเบาภาระหน้าที่ในบ้านได้ จนเมื่อปัญหารุมเร้าหนักมากมาร์โล จำต้องยอมรับความช่วยเหลือจากพี่ชายที่ร่ำรวยของเธอด้วยการรับข้อเสนอที่พี่ชายจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กตอนกลางคืนให้ และเมื่อ ทัลลี่ สาวน้อยน่ารักก้าวเข้ามาในชีวิตของมาร์โล ทุกสิ่งกลับเป็นเหมือนฝัน ทัลลี่ ไม่เพียงแต่เลี้ยงดูหนูน้อยได้อย่างไม่มีที่ติ แต่ยังทำงานบ้านได้สะอาดเอี่ยมอ่อง เป็นเพื่อนคู่คิดให้คำปรึกษาต่าง ๆ นานา ทัลลี่ทำให้ชีวิตของมาร์โลกลับมาสดใสมีชีวิตชีวาอย่างที่เคยไม่ได้รู้สึกมานานมาแล้ว แต่เมื่อทุกอย่างกำลังสดใส ทัลลี่ ก็กลับมาบอกลามาร์โล ว่าเธอต้องจากไปแล้ว

โดยรวมแล้ว Tully เป็นหนังที่เดินหน้าไปด้วยความตึงเครียด กับชีวิตของแม่ลูกอ่อน ที่น่าจะโดนใจคนดูวัยแม่ ๆ ที่ยังอยู่ในสภาวะเช่นนี้หรือเคยผ่านสภาวะเช่นนี้มาแล้ว คนดูเหมือนได้รับรู้ชีวิตของมาร์โลและสารพันปัญหาที่รุมเร้าเข้าใส่เธอ ยากที่ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งจะรับมือไหว โดยเฉพาะฉากที่โจนาห์ระเบิดอารมณ์ ดูแล้วก็เครียดตามยังดีที่หนังไม่ยาวนัก เพียงแค่ 90 นาที ไม่เช่นนั้นคงจะเครียดกันไปมากกว่านี้ ส่วนดีที่สุดของบทภาพยนตร์คือการใส่ลูกเล่นด้วยการหักมุมในช่วงท้ายเรื่อง กับการเฉลยตัวตนของทัลลี่ ที่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งชวนอึ้งเท่าใดนัก แต่ก็มีเหตุผลที่เข้าใจได้ไม่เวอร์วังเกินไปนัก เพราะเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็คงจะเดากันได้ก่อนแล้ว เพราะว่าการมาถึงของทัลลี่นั้น แวดล้อมไปด้วยเหตุผลสอดคล้อง ทำให้เข้าใจถึงการกระทำต่าง ๆ ของทัลลี่ รวมไปถึงการทำเกินหน้าที่อย่างหนึ่งของเธอที่ชวนอึ้งนักว่าขนาดนี้เลยเหรอ แต่พอถึงจุดเฉลยก็เลย”อ๋อ”

จุดที่น่าชื่นชมที่สุดคือ ชาลิซ เธียรอน ที่กลับมาเล่นหนังโชว์ฝีมือการแสดงให้เห็นอีกครั้ง หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมา ผันตัวไปเป็นสาวบู๊เสียหลายเรื่อง จนบางคนอาจจะลืมไปแล้วว่าเธอนั้นคือดารามากฝีมือระดับ 1 ออสการ์นะ ชาลิซ เล่นแบบทุ่มเทสุด ๆ แม้ว่า Tully จะเป็นหนังฟอร์มเล็ก ไม่ได้หวังตลาดวงกว้างนัก แต่เพื่อความสมจริงของหญิงในช่วงเพิ่งคลอด ชาลิซ ยอมเพิ่มน้ำหนักขึ้นถึง 23 กิโลกรัม ด้วยการเน้นกินแต่อาหารขยะ นม ชีส ตลอดเวลา ในหนังจะเห็นเธอถอดเสื้อโชว์หุ่นเผละ ๆ พุงป่องให้ดูด้วย เป็นการแสดงที่ทุ่มเทอย่างมืออาชีพแบบไม่ห่วงสวยกันเลยจริง ๆ แต่พอหนังปิดกล้อง เธอต้องใช้เวลาถึงปีครึ่งในการเอา 23 กิโลนี้ออกไป , แม็คแคนซี เดวิส มารับบทเป็น ทัลลี่ ได้น่ารักสดใสมาก เธอไม่ใช่สาวสวยแรงจนสะดุดตา แต่ก็มีเสน่ห์น่าประทับใจ หลายคนน่าจะจำเธอได้จากบท “แมเรียต” ใน Blade Runner 2049

Tully เป็นหนังดีที่ไม่เน้นความบันเทิงนัก แต่อัดแน่นด้วยองค์ประกอบคุณภาพทั้งผู้กำกับ เขียนบท และนักแสดงมากฝีมือ ได้เห็นแง่มุมการสู้ชีวิตของครอบครัวระดับล่างในสหรัฐ ฯ ได้เห็นชีวิตของแม่ที่ไม่ว่าจะชาติไหนต่างก็เหนื่อยเหมือนกันหมด แต่สุดท้ายความสุขที่สุดก็คือสถาบันครอบครัว การมีสามีที่แม้ไม่ได้แบ่งเบาแต่ก็เข้าใจ การมีลูกที่เรารักและรักเรา ก็คือความสุขที่สุดของคนเป็นแม่ ดังที่ปรากฏให้เห็นในฉากสุดท้ายของหนัง แม้จะหนักแต่ก็ลงเอยได้ฟีลกู๊ดครับ คนเป็นแม่ไม่ควรพลาด

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

20 อีสเตอร์เอ้ก Avengers: Infinity War และจุดเชื่อมโยงเนื้อหาในการ์ตูนมาร์เวล

Published

on

เป็นธรรมดาของหนังจากจักรวาลมาร์เวล ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนหลากหลายเรื่องของค่ายเอง ที่มักจะแอบซ่อนอีสเตอร์เอ้ก ไว้ให้แฟน ๆ เดนตายของหนังสืบหาว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่ตรงไหน หลาย ๆ จุดก็มักจะเชื่อมโยงเหตุการณ์จากหนังสือการ์ตูน ถอดเรื่องราวมาเป๊ะ ๆ บ้าง ดัดแปลงบ้างตามความเหมาะสมและปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ บางจุดก็มาจากไอเดียผู้กำกับเองที่แอบเอามาใส่ หรือความสนุกความซนของคนเขียนบทที่อยากจะใส่อะไรแอบเข้าไปในหนัง หรือบางจุดก็มาจากความพยายามเชื่อมโยงเอาเองของแฟน ๆ หนัง บางทีผู้สร้างอาจจะไม่ตั้งใจก็ได้ การดูแบบเก็บรายละเอียดก็เป็นความสนุกอีกอย่างนอกเหนือจากความเพลิดเพลินกับเนื้อหาของหนัง มาดูกันสิว่าใครมองเห็นอีสเตอร์เอ้กเหล่านี้บ้าง หรือเห็นแล้วแต่ไม่เข้าใจความหมายที่มา บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น และบางทีก็ทำให้อยากดูภาคต่อเร็ว ๆ แล้วด้วยสิ

20. ที่สุดของความสมดุล

ไม่น่าจะมีโปสเตอร์หนังเรื่องไหนที่มีผู้แสดงมารวมอยู่บนโปสเตอร์ได้เท่าเรื่องนี้แล้ว แม้ว่าจะมีตัวละครมากมายบนโปสเตอร์ แต่ก็ผ่านการออกแบบที่ยอดเยี่ยม วางตัวละครไว้2ฝั่งได้อย่างสมดุลมากและดูไม่รก นอกเหนือจากความสมดุลบนโปสเตอร์แล้ว ทั้งเรื่องของ Avengers : Infinity War ก็ยังมีการวางความสมดุลไว้อีกหลายจุด เช่น คอร์วัส เกลฟ สมุนของธานอส เข้าจู่โจมและแทงวิชั่นในตอนต้นเรื่อง พอตอนท้ายวิชั่นก็ได้ทีเอาคืนแทง คอร์วัน เกลฟ จนตาย , เป้าหมายของธานอส ที่ต้องการจะปลิดชีวิตครึ่งหนึ่งของจักรวาลหลังจากรวบรวม อินฟินิตี้สโตนส์ ได้สำเร็จ แล้วตอนจบเรื่องธานอสก็ทำเช่นนั้นจริง ถ้าสังเกตโปสเตอร์เราจะเห็นว่ามีตัวละครบนโปสเตอร์ถึง 24 คน และ 12 คนบนโปสเตอร์นั้นตายระหว่างเรื่องและระเหยเป็นฝุ่นในตอนจบ ส่วนอีก 12 คนบนโปสเตอร์นั้นยังรอดต่อไป สมดุลมั้ยละ

19. คุณลุงมอร์แกน

ในตอนต้นเรื่องฉากที่โทนี่ สตาร์ค วิ่งออกกำลังกายกับเปปเปอร์ พอตต์ บทสนทนาของทั้งคู่คุยกันเรื่องแต่งงานและจะมีลูกด้วยกัน โทนี่ บอกกับเปปเปอร์ว่าเขาจะตั้งชื่อลูกว่า “มอร์แกน” ตามชื่อคุณลุงของเขา ที่จริงแล้วลุงมอร์แกน เป็นตัวละครที่เคยปรากฏตัวมาจริงในฉบับการ์ตูน Tales of Suspense #68 ออกจำหน่ายเมื่อปี 1959 การปรากฏตัวของมอร์แกน นั้นมาแบบแฝงจุดประสงค์ร้าย เพราะลุงมอร์แกนอิจฉาที่โทนี่ หลานชายของเขาประสบความสำเร็จและร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ในขณะที่มอร์แกน ก็เกิดมาในตระกูลสตาร์คเช่นกัน แต่เขาเป็นผีพนันที่เล่นเสียจนหมดเนื้อหมดตัว และมีแผนการร้ายจะฮุบสมบัติของโทนี่ สตาร์ค สุดท้ายมอร์แกนก็กลายเป็นวายร้ายนาม “อัลติโม”

18. จากซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ กลายมาเป็น บรู๊ซ แบนเนอร์

ในหนังสือการ์ตูน หลังจากธานอสรวบรวมอินฟินิตี้ สโตนส์ ได้ครบแล้ว ซูเปอร์ฮีโร่รายแรกที่ธานอสลงมือจัดการคือ ซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ ซึ่งธานอสเอาชนะได้ง่าย ๆ และซัดเขาจนร่วงลงมาบนผืนโลก มาตกลงที่แมนชั่นศักดิ์สิทธิ์ของ ดอกเตอร์ เสตรงจ์ และคำแรกที่เขาเอ่ยบอกสเตรงจ์ก็คือ “ธานอส มันกำลังมา” แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ตัวซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์นั้น เป็นตัวละครที่ฟอกซ์ยังคงถือลิขสิทธิ์อยู่ และเคยปรากฏตัวมาแล้วใน Fantastic Four: Rise of the Silver Surfer (2007) ก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนฉากนี้ให้กลายเป็นบรู๊ซ แบนเนอร์ ทำหน้าที่ผู้นำข่าวสำคัญมาบอก ดอกเตอร์ สเตรงจ์ แทน

17. สคิดวอร์ด ตัวการ์ตูนดังจากเรื่อง spongebob

ในฉากโจมตีต้นเรื่อง ที่กลุ่ม แบล็ค ออเดอร์ ชื่อของกลุ่มขุนพลแถวหน้าของธานอส ลงมาโจมตีนิวยอร์ค ไอออนแมน และ ดอกเตอร์สเตรงจ์ ต้องออกมารับมือกับ อีโบนี่ มอว์ ขุนพลจอมประจบประแจงของธานอส ในฉากเผชิญหน้านั้น โทนี่ สตาร์คบอกกับ อีโบนี่ มอว์ ว่า “กลับบ้านไปได้แล้ว สคิดวอร์ด วันนี้โลกปิดทำการ” หลายคนอาจจะงงกับคำพูดของโทนี่ ว่า สคิดวอร์ดคือใคร , สควิดวอร์ด คือตัวการ์ตูนชื่อดังจากเรื่อง Spongebob Squarepants เขาเป็นเพื่อนรักของเจ้าฟองน้ำ สปองจ์บ็อบ เอกลักษณ์ของเจ้าสควิดวอร์ดก็คือ มันมีหัวสีเทาและมีจมูกใหญ่ห้อยลงมาจากใบหน้า ทำให้ดูละม้ายกับหน้าของ อีโบนี่ มอว์ , โทนี่ สตาร์ค เห็นว่าเหมือนกันก็เลยเอามาล้อเล่น

16. เควิน เบคอน คือซูเปอร์ฮีโร่

ปีเตอร์ ควิลล์ หรือ สตาร์ลอร์ด ชื่นชอบหนัง Footloose (1984)เวอร์ชั่นต้นฉบับที่เป็นหนังเปิดตัว เควิน เบคอน มาก และเขาพูดถึงอยู่หลายครั้ง ใน Guardians of the Galaxy ภาคแรก เขาก็เล่าเรื่องราวของ Footloose ว่า “บนดาวของฉันนะ มีตำนานเกียวกับวีรบุรุษที่ชื่อ เควิน เบคอน เขาสอนผู้คนทั้งเมืองให้ลุกขึ้นมาเต้นกันได้ มันช่างเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่มาก” แม้กระทั่งตอนจบที่อยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ขณะที่ทีมการ์เดี้ยนกำลังเผชิญหน้ากับ โรแนน ตัวร้ายในภาคนั้น ปีเตอร์ ควิลล์ ก็ยังท้าให้โรแนน ออกมาเต้นแข่งกับเขา จนมาถึงใน Avengers : Infinity War หลังจากปีเตอร์ ควิลล์ได้เจอกับ ธอร์ และธอร์บอกว่า “ไมนด์สโตน กับ ไทม์สโตน อยู่กับเหล่าอเวนเจอร์” ปีเตอร์ ควิลล์ ก็เลยถามทวนว่า อเวนเจอร์ส คือใคร? ธอร์ก็ตอบว่า “พวกเขาคือซูเปอร์ฮีโร่ทรงพลังที่คุ้มครองโลก” ถึงตรงนี้แมนทิส คงจะโดนปีเตอร์ ควิลล์ ปลูกฝังเรื่องราวเควิน เบคอนไว้มาก ก็เลยถามธอร์ “อเวนเจอร์นี่ก็เหมือนกับ เควิน เบคอน ใช่ไหม?
 

15. พลังของ reality Stone

ในฉากต่อสู้ที่ “โนแวร์” เมื่อแก๊ง การ์เดียน ออฟ เดอะ แกแล็กซี่ บุกไปถึง และพยายามจะชิง เรียลลิตี้ สโตน จากธานอส แต่แล้วธานอส ก็แสดงความสามารถของ เรียลลิตี้ สโตน ใส่แมนทิส และ แดรกซ์ พอโดนพลังยิงใส่ร่างแมนทิสก็กลายเป็นริบบิ้น ส่วนแดรกซ์ก็กลายเป็นอิฐก้อนสี่เหลี่ยม ในฉากนี้ถูกอ้างอิงมาจากหนังสือการ์ตูน แต่ในการ์ตูนคนที่โดนก็คือ เนบิลว่า และ สตาร์ฟอกซ์ (น้องชายของธานอส) ฉากนี้เป็นไอเดียของ รอน ลิม ผู้เขียน ซึ่งเขาน่าจะดีใจที่ได้เห็นไอเดียของเขาถูกนำมาใช้ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ด้วย
.

14. บัคกี้ บาร์น กลายเป็น ไวท์ วูลฟ์

ตั้งแต่ฉากโพสต์เครดิตใน Black Panther ได้เผยโฉมบัคกี้ บาร์น ที่ทีชัลล่านำมารักษาตัวที่วากันด้า , บัคกี้ บาร์น เดินออกมาจากกระท่อม แล้วเด็ก ๆ ก็เรียกเขาว่า “ไวท์วูล์ฟ” ฉายาใหม่ของบัคกี้ บาร์น นับว่าเป็นความประหลาดใจของแฟน ๆ มาร์เวล ที่ผู้สร้างตัดสินใจเปลี่ยนบัคกี้ บาร์น ให้เป็นไวท์ วูลฟ์ อีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่แห่งวากันด้า เพราะในเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน ไวท์ วูล์ฟ คือ “ฮันเตอร์” เด็กผิวขาวที่รอดชีวิตมาจากเหตุเครื่องบินตกใกล้กับเขตแดนวากันด้า แล้วกษัตริย์ทีชาก้า ก็รับมาดูแลรักษาในวากันด้า ฮันเตอร์เติบโตขึ้นมาและได้ฉายาว่า “ไวท์วูล์ฟ” เป็นผู้นำหน่วยตำรวจลับแห่งวากันด้า จนถึงรัชสมัยของกษัตริย์ทีชัลล่า ถึงได้ยกเลิกหน่วยตำรวจลับ และไวท์วูล์ฟก็กลายมาเป็นทหารรับจ้างแทน

13. ผู้ครอบครองค้อน “สตอร์มเบรคเกอร์”

สืบเนื่องจากเหตุการ์ใน Thor:Ragnarok เมื่อธอร์ต้องเสียค้อนและดวงตาไปให้กับเฮลา สานต่อมาถึงเรื่องราวใน Avengers : Infinity War เมื่อธอร์ตัดสินใจเดินทางไปดาว “นิดาเวลเลียร์” เพื่อตามหาหัวหน้าคนแคระ “อีทรี” ที่เหลือรอดเพียงคนเดียว หลังจากธานอสบุกมาสังหารเหล่าคนแคระช่างเหล็กเสียหมดสิ้น และธอร์ก็หว่านล้อมจนอีทรียอมตีค้อนสายฟ้าอันใหม่ที่ทรงพลัง สามารถต่อกรกับธานอสได้ และค้อนอันใหม่มีชื่อว่า “สตอร์มเบรคเกอร์” ที่ออกแบบให้มีลักษณะผสมกันของค้อนและขวาน อ้างอิงถึงฉบับการ์ตูน “สตอร์มเบรคเกอร์” เป็นค้อนที่อีทรีตีให้กับโอดิน แล้วโอดินก็มอบให้กับ “เบต้า เรย์ บิล” มนุษย์ต่างดาวที่เคยเอาชนะธอร์ได้ และได้รับมอบสตรอ์มเบรคเกอร์เป็นอาวุธคู่มือ
.

12. ตัวละครจากซีรีส์ฮิต Arrested Development แอบมาโผล่ในหนังด้วย

ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับหนังทุนสร้าง 300 ล้านเหรียญ อย่างAvengers : Infinity War พี่น้องรุสโซ ก็มาจากผู้กำกับหนังทีวีซีรีส์ เคยมีผลงานเป็นที่รู้จักอย่างเช่น Community , Happy Endings และ Arrested Development , ใน Captain America : Civil Warผู้กำกับ โจ และ แอนโธนีย์ ก็เคยแอบเอา “บลูธ”รถติดบันไดสำหรับผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน มาแอบไว้ในฉากต่อสู้ในสนามบินครั้งหนึ่งแล้ว พอมาถึง Avengers : Infinity War ก็มีคนสังเกตเห็น ดร.โทเบียส ฟันเก ตัวละครสำคัญจาก Arrested Development ในภาพลักษณ์ย้อมสีน้ำเงินทั้งตัว อยู่ในฉากที่โนแวร์ ขณะที่กาโมร่า กำลังแอบย่องไปหาธานอส
.

11. แผนการจากหนัง “Aliens”

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เป็นเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบหนังเก่ามาก และนำมันมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์คับขันได้ดี ในฉากที่ไอออนแมน และ สไปเดอร์แมน ขึ้นมาบนยานอวกาศเพื่อช่วย ดร.สเตรงจ์ เมื่อเขาใช้แผนการระเบิดผนังยานอวกาศให้เป็นรูแล้ว อีโบนี่ มอว์ ก็ถูกดูดออกไปในอวกาศนอกยาน เป็นแผนการเดียวกับในหนัง “Aliens”(1986) เมื่อริปลีย์ปลดแอร์ล็อค แล้วเอเลี่ยนตัวแม่ก็ถูกดูดออกไปนอกยานเช่นกัน
.

10. ชุดของกัปตันอเมริกา เริ่มจะคล้ายกับชุดของ Nomad

การปรากฏตัวในภาพลักษณ์ใหม่ของสตีฟ โรเจอร์ เริ่มทำให้แฟน ๆ เริ่มรู้สึกว่า กัปตันอเมริกา กำลังจะกลายเป็น Nomad ตามเนื้อหาในฉบับการ์ตูน “secret empire” เมื่อสตีฟ โรเจอร์ ค้นพบว่ามีองค์กรลึกลับชื่อว่า secret empire แทรกซึมอยู่ในรัฐบาล และพยายามจะขับเขาออกจากประเทศด้วยการปลอมแปลงข่าวหนังสือพิมพ์และข่าวทีวีป้ายสีให้กับปตันอเมริกา และเมื่อกัปตันสืบพบความจริงที่สุดช็อคก็คือประธานาธิบดีก็ยังเป็นพวก secret empire และยิงใส่เขา ทำให้กัปตันอเมริกาถอดใจ และประกาศตัวเองเป็น”คนที่ไรัสัญชาติ”
เปลี่ยนเครื่องแบบของตัวเอง ไม่มีสัญลักษณ์ของธงชาติอเมริกันอีกต่อไป และขนานนามตัวเองใหม่ว่า “Nomad” ซึ่งชุดของสตีฟ โรเจอร์ใน Avengers : Infinity War ก็เป็นชุดสีเข้มและไม่มีสัญลักษณ์ของธงชาติอเมริกันแล้ว และมีหลาย ๆ จุดที่ละม้ายคล้ายคลึงกับชุดของ Nomad แล้ว

9. อีโบนี่ มอว์ มาแทน เมฟิสโต

อีกหนึ่งตัวละครจากการ์ตูนที่ถูกสลับบทเมื่อมาเป็นภาพยนตร์ ก็คือ อีโบนี่ มอว์ สมุนเอกของธานอส ที่ทำหน้าที่แทน “เมฟิสโต” ในฉบับการ์ตูนนั้นเป็นตัวร้ายระดับจักรวาล เมฟิสโต ถูกแนะนำตัวในการ์ตูนซีรีส์ของ ซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ เป็นวายร้ายที่ปรารถนาจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ และคอยตามล่าเขาอยู่ ในหนังสือการ์ตูนตอน “Infinity Gauntlet”นัน เมฟิสโต ทำหน้าที่เป็นมือขวาของธานอส ในการรวบรวมอินฟินิตี้สโตนส์ แต่พอมาเป็นฉบับภาพยนตร์ บทของเมฟิสโตก็กลายเป็นอีโบนี่ มอว์ไปแทน แม้กระทั่งบทพูดที่เมฟิสโตเคยพูดไว้ในฉบับการ์ตูน ก็ยังคงกลายมาเป็นบทพูดเดียวกันของอีโบนี่ มอว์ ดังในประโยคที่กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่อง “ข้าน้อยขอคารวะต่อเบื้องหน้าท่านราชันย์ผู้สูงศักดิ์” ในฉบับการ์ตูนนั้น เมฟิสโต ร้ายกาจและเจ้าเล่ห์กว่าอีโบนี่ มอว์ มากมายนัก เขายอมเป็นข้ารับใช้แต่เป้าหมายจริง ๆ ของเมฟิสโต คือต้องการชิงถุงมืออัญมณีมาเป็นของตัวเอง

8. ชุด “Iron Spider Legs”

เป็นอีกหนึ่งชุดที่อ้างอิงตามฉบับการ์ตูน การได้สไปเดอร์แมน กลับมาร่วมในจักรวาลมาร์เวล ล้วนทำให้แฟน ๆ มาร์เวลตื่นเต้นที่จะได้เห็นการร่วมมือกันของ ไอออนแมน และ สไปเดอร์แมน ที่โทนี่ สตาร์ค เอื้อเฟื้อเทคโนโลยีของสตาร์คมาสร้างชุดใหม่ ๆ อันทรงพลังให้กับสไปเดอร์แมนมากมาย ในการ์ตูนนั้นเรียกชุดที่ได้จากสตาร์คว่า “ไอออนสไปเดอร์” เป็นชุดสีแดงและเงิน ส่วนในหนัง Civil War นั้นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก็ได้ชุดเกราะ ไอออนสไปเดอร์ จากโทนี่ สตาร์ค แต่ก็ดูต่างจากหน้าตาที่เห็นในการ์ตูนมาก แต่พอมาถึง Avengers : Infinity War ก็เริ่มเข้าใกล้เนื้อหาในการ์ตุนล่ะ เมื่อสไปเดอร์แมนได้ชุดใหม่จากโทนี่ สตาร์ค คือชุดที่มีขาแมงมุมโรบอตออกมาจากด้านหลัง และเป็นชุดที่มีบทบาทมากในหนัง Avengers : Infinity War
.

7. มนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ 

หนึ่งในท่าไม้ตายของ ดร.สเตรนจ์ ก็คือ ‘IMAGES OF IKONN’ ที่เขาเอามาใช้สู้กับธานอส เพราะดร.สเตรนจ์ รู้ตัวดีเสมอว่าถ้าเขาเข้าใกล้ธานอส มีสิทธิ์พ่ายแพ้แน่นอน ดร.สเตรนจ์ จึงเลือกใช้ท่าไม้ตาย ‘IMAGES OF IKONN’ มันคือมนตร์แยกร่าง ที่สามารถสร้างร่างกีอปปี้ของ ดร.สเตรนจ์ ออกมามากมายนับไม่ถ้วน เพื่อทำให้ธานอสสับสนมีนงงแล้วก็จะใช้ร่างจริงเข้าโจมตี แรกเห็นดร.สเตรนจ์ ใช้มนตร์นี้ก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจ และอดเชียร์ไม่ได้ว่าธานอสจะต้องเสร็จแน่ แต่เอาเข้าจริงธานอส ที่มีอินฟินิตี้ สโตนส์ หลายดวงแล้วขณะนั้นก็มีพลังอำนาจมากพอที่จะทำลายมนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ ได้เพียงชัวพริบตา , ในหนังสือการ์ตูนนั้น ดร.สเตรงจ์ เริ่มใช้มนตร์นี้ใน Strange #42 ในตอนนั้น ดร.สเตรนจ์ใช้มนตร์นี้ต่อสู้กับมังกร แต่มังกรก็พ่นไฟใส่ทุกร่างก๊อปปี้ของดร.สเตรนจ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำลายมนตร์นี้ได้ง่ายดาย สรุปว่ามนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ นี่ดูเท่ แต่ใช้ไม่ค่อยได้ผลเลย
.

6. หม้อมนตร์มิติจักรวาล

อีกหนึ่งของศักดิ์สิทธิ์ของ ดร.สเตรนจ์ ที่โผล่มาแวบ ๆ ในตอนต้นเรื่อง เมื่อโทนี่ สตาร์ค ถูกเชิญตัวมาที่แมนชั่นศักดิ์สิทธิ์ เขาไปยืนเกาะหม้อขนาดใหญ่และยืดแข้งยืดขาเพราะเพิ่งวิ่งจ็อกกิ้งมา แล้วก็โดน ดร.สเตรนจ์ตีตักเตือนเข้าให้เหตุที่ไม่เคารพหม้อน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์
หม้อมนตร์มิติจักรวาล The Cauldron of the Cosmos นั้นเป็นอีกภาชนะศักดิ์สิทธิ์ของดร.สเตรนจ์ มีบทบาทสำคัญในหนังสือการ์ตูน ดร.สเตรนจ์ จะสามารถมองเห็นความเป็นไปในแต่ละเส้นทางเวลาหรือมิติคู่ขนานได้ เมื่อหม้อมนตร์มิติจักรวาลปรากฏมาบนจอภาพยนตร์แล้ว เราคงได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหม้อนี้ในเรื่องต่อ ๆ ไปของจักรวาลมาร์เวลเป็นแน่
.

5. การกลับมาของ เรด สกัลล์

เรด สกัลล์ เป็นผู้นำของกลุ่มไฮดรา แก๊งวายร้ายใน Captain America : The First Avenger(2011) ในตอนท้ายเรื่อง เรด สกัลล์ จับเทสเซอร์แรคต์ หรือ สเปซสโตน ด้วยมือเปล่า แต่แล้วก็รับพลังของอัญมณีไม่ไหว ถูกดูดหายไปในจักรวาลหายไป 7 ปี แล้วเรด สกัลล์ ก็มปรากฏตัวอย่างน่าประหลาดใจใน Avengers : Infinity War เมื่อเขากลายเป็นผู้อารักขาโซลสโตน อยู่บนดาววอร์เมีย และเป็นผู้คอยให้คำแนะนำแก่คนที่ต้องการมาตามหาโซลสโตน ซึ่งเราอาจจะได้เห็นการกลับมาของวายร้ายผู้นี้ ในเรื่องต่อ ๆ ไปของมาร์เวล เรด สกัลล์ ใน Captain America : The First Avenger(2011) รับบทโดย ฮิวโก้ วีฟวิ่ง ดาราเจ้าบทบาท แต่ใน Avengers : Infinity War ฮิวโก้ไม่กลับมารับบทเดิม บทเรด สกัลล์ ก็เลยตกเป็นของ รอสส์ มาร์ควอน หรือแฟน ๆ ซีรีส์ฮิต The Walking Dead จะคุ้นหน้าตาของเขาในบท “อารอน”
.

4. ภาพลักษณ์ใหม่ของวิชั่น

ในฉากที่ธานอสถอดไมนด์สโตน ออกจากหน้าผากของวิชั่น แล้วร่างของวิชั่นก็พลันซีดเผือดเหลือแต่เพียงสีขาว-เทา ภาพลักษณ์ของวิชั่นในร่างขาวนี้ ก็ตรงกับภาพลักษณ์ของวิชั่นในหนังสือการ์ตูนเช่นกัน ในตอน “Avengers West Coast” ที่ออกมาในช่วงปลายยุค 80s ต้น 90s วิชั่นโดนเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลจับตัวไป และถอดร่างเขาเป็นชิ้น ๆ แต่ภายหลังเมื่อร่างเขาโดนประกอบใหม่ วิชั่นก็อยู่ในสภาพขาวซีดทั้งตัว และอยู่ในภาพลักษณ์นี้ไปตลอด ในขณะที่เข้าร่วมทีมกับ Avengers West Coast
.

3. ธานอสกลายเป็นชาวนา

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่คล้ายกับในหนังสือการ์ตูนคือฉากจบในหนัง ที่เราเห็นธานอสเดินออกมาจากกระท่อมมองวิวอันสวยงามเบื้องหน้า ด้วยสีหน้าท่าทางที่รู้สึกผ่อนคลาย กับภารกิจที่เพิ่งเสร็จสิ้น ในหนังสือการ์ตูน Infinity Gauntlet ธานอสก็ทำเช่นนี้ หลังดับสิ้นชีวิตไปครึ่งจักรวาล ธานอสก็ไปลงหลักปักฐานอยู่บนดาวไหนสักดวง แล้วเขาก็กลายเป็นชาวนาใช้ชีวิตสงบ ในขณะที่เหล่าอเวนเจอร์สที่ยังรอดชีวิตก็ร่วมมือกับ อดัม วอร์ลอค หาทางกู้คืนชีวิตที่ดับสูญไป
.

2. เอ’ลารส์ บิดาของธานอส

นี่คือชื่อใหม่ที่ไม่เคยถูกเอ่ยถึงมาก่อนในหนังมาร์เวล เมื่อธานอสและกาโมร่ามาถึงดาววอร์เมีย เรดสกัลล์ผู้ทำหน้าที่อารักขาประตู ก็ทักทายธานอสว่า “ธานอส บุตรของเอ’ลารส์” การที่ใส่ชื่อนี้เข้าไปในบท อาจจะมีความหมายแอบแฝงว่า เอ’ลารส์ อาจจะปรากฏขึ้นมาในหนังเรื่องต่อ ๆ ไปของมาร์เวลก็เป็นได้ เอ’ลารส์ ในการ์ตูนมีฉายาว่า “ท่านที่ปรึกษา” เขาเป็นมนุษย์อมตะ เป็นสายพันธุ์มนุษย์ทีทรงพลัง ส่วนแม่ของธานอสคือ “ซุย-ซาน” มีพื้นเพมาจากดวงจันทร์ เป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการสังเคราะห์พันธุกรรม ทั้งคู่ให้กำเนิดธานอส หนึ่งในสิ่งชั่วร้ายของจักรวาล ที่ทั้งคู่รู้สึกอับอายและพยายามยับยั้งการกระทำของธานอสมาตลอด ในหนังสือการ์ตูนนั้นธานอสสังหารพ่อแม่ของเขาไปแล้ว แต่ไม่แน่ในหนังเราอาจจะได้เห็น เอ’ลารส์ มาช่วยปราบธานอสก็เป็นได้
.

1. กัปตันมาร์เวล ความหวังของผู้กอบกู้สถานการณ์

ถ้าใครได้ดูฉากโพสต์เครดิต ก็จะได้เห็นว่าก่อน นิค ฟิวรี่ จะสูญสลายกลายเป็นเถ้าเขาได้ใช้เพจเจอร์เรียกตัวอีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ให้มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ร้าย และเพจเจอร์ที่ตกอยู่ก็ขึ้นเป็นโลโก้ของ “กัปตันมาร์เวล” ซูเปอร์ฮีโร่ตัวใหม่ของจักรวาลมาร์เวล ซึ่งล้วนสร้างคำถามน่าสงสัยว่าถ้าเธอเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่มีตัวตนอยู่นานแล้ว เธอไปแอบอยู่ที่ไหน แล้วทำไมนิคไม่พยายามติดต่อเธอก่อนหน้านี้ คำถามนี้อาจจะถูกทิ้งค้างไว้และไม่ได้รับคำตอบก็เป็นได้ ซึ่งหลาย ๆ คนก็น่าจะได้เห็นภาพโปรโมทไปแล้วกับ บรี ลาร์สัน ดาราดีกรีออสการ์นักแสดงนำหญิง ที่ได้สวมชุดกัปตันมาร์เวล เราจะได้เห็นหนังเดี่ยวของเธอในเดือนมีนาคม 2019 ก่อนหน้า Avengers 4 เพียงแค่ 2 เดือน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!