Connect with us

What The Fact

[รีวิว] แช่ง: หนังผีสามรส กับความหลอนลึกลงรากคนไทย

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

อาถรรพ์จากคำสาปแช่ง ที่เกิดขึ้นจากแรงอาฆาต ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมแห่งการจองเวร 3 เรื่อง 3 ความแค้น ใน แช่ง

หนังผีไทยมักชอบทำแนวหลายเรื่องสั้นรวมร่างกัน มีธีมร่วมบ้าง หรือบางทีก็เป็นโปรเจ็กต์รวมทีมงานต่างสไตล์ของค่ายเท่านั้น และ แช่ง ก็เป็นหนังไทยเรื่องล่าสุดที่ทำหนังสั้น 3 ตอนรวมกันภายใต้ธีมเดียวกัน คือ คำสาปแช่ง ต่างที่มา ต่างวิธีการ ต่างยุคสมัย และต่างเหตุผลซึ่ง ถือว่าความตั้งใจและแนวคิดนั้นน่าสนใจอยู่ไม่เบา แม้หน้าหนังจะดูช่างเดิม ๆ และไม่มีอะไรเสียเลย แต่หนังตัวอย่างที่ปล่อยมาก็กลับทำให้เห็นว่ามันมีของเล่นแปลกใหม่ที่น่าติดตาม เป็นการทดลองและบูชาการเล่าเรื่องผีในหลายหลากวิธีการ และเมื่อได้ดูตัวหนังเต็ม ก็พบว่าผู้สร้างไม่ได้แค่อยากทำหนังผีทั่ว ๆ ไป แต่ยังทดลอง และนำเสนอกระบวนการคิดวิพากษ์สังคมไทยอย่างมีชั้นเชิงด้วย

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ จิต กำเหนิดรัตน์ ซึ่งเคยกำกับหนังร่วมในเรื่อง เลิฟอะรูมิไลค์ รักอะไรไม่รู้ (2558) และยังเป็นอาจารย์สอนพิเศษ ภาควิชาภาพยนตร์ วิชา Art of storytelling ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (2553 -2556) นอกจากนี้ยังมีผลงานกำกับหนังทุนกระทรวงวัฒนธรรมเรื่อง Eternal นิรันดร์ (2554) อีกด้วย สำหรับเรื่องแช่งนี้นับเป็นการกำกับเดี่ยวครั้งแรกกับหนังค่าย มันเวิร์ก และเช่นเดิม ยังสามารถดึงดาราระดับคนดูรู้จักดีมาร่วมเล่นได้มากมาย ทั้ง เดวิด อัศวนนท์ ในตอน วิปลาส, ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน กับ วรรณปิยะ ออมสินนพกุล หรือ กวาง เดอะเฟซ ในตอน Tattoo และ หน่อง ธนา ฉัตรบริรักษ์  น้องชายของ บอย ปกรณ์ ในตอน สาปแช่ง

โดยแต่ละตอนนั้นต่างแยกกัน มีจุดร่วมผ่านสิ่งของเป็นเพียงกิมมิกเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อดูจบเราจะพบว่าหนังซ่อนสาระสำคัญร่วมกันอยู่ 1 สิ่ง ซึ่งทำให้หนังเรื่องนี้มีของอยู่ไม่เบาเลยทีเดียว จะเป็นอย่างไรนั้นมาดูกัน

Chapter 1: วิปลาส

โจเซฟ (เดวิด อัศวนนท์) บาทหลวงวัยกลางคนได้รับเบาะแสการตายของเพื่อนบาทหลวงผู้ทำหน้าที่มิชชันนารีในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดยเบาะแสนั้นก็คือเครื่องบันทึกแผ่นเสียงการแสดงละครรำในคืนที่เชื่อกันว่าเป็นต้นตอของคำสาปที่ทำให้คนในหมู่บ้านค่อย ๆ ล้มตายไปกว่าครึ่ง  โดยเสียงเพลงที่ได้ยินนั้น เป็นเสียงร้องที่ไพเราะประหนึ่งนางอัปสรบรรเลงพิณ แต่กลับให้ความรู้สึกโหยหวนราวกับเสียงของปีศาจ โจเซฟจึงตัดสินใจออกไปตามหาต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด จนพบกับความจริงที่ค่อย ๆ เผยให้เห็นถึงด้านมืดของจิตใจมนุษย์ และต้นตอของคำสาปที่น่าสะพรึงกลัว เชิญพบจุดจบที่น่าเวทนาในบรรยากาศความลึกลับน่ากลัวของบรรยากาศบ้านป่าของประเทศสยามในปลายรัชสมัย รัชกาลที่ 6 ที่ความเจริญยังไม่รุกคืบความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์

จุดเด่นของตอนนี้คือช่วงเวลา ร.6 กับประเด็นที่ไม่ค่อยเจอในหนังไทย เรื่องของมิชชันนารี่ฝรั่งที่ต้องเดินทางสู่บ้านป่า เพื่อไขคดีลึกลับซึ่งชาวบ้านต่างเชื่อว่าเกี่ยวกับไสยศาสตร์ตามลัทธินับถือผี ซึ่งเป็นรากดั้งเดิมของคนไทย มันจึงคือการมองฐานความเชื่อเดิมของเราผ่านสายตาของบาทหลวงฝรั่งที่เป็นคนนอก หรือแม้แต่คนปัจจุบันเองที่เชื่อเรื่องผีสางน้อยลง ตอนนี้นับว่าลงตัวที่สุดใน 3 ตอน ความหลอนและองค์ประกอบความหลอนจากบ้านป่าเมืองเถื่อน และขนบที่ห่างเหินจากบรรทัดฐานคติในเวลาปัจจุบัน ซึ่งพบในนิยายคลาสสิกแนวสยองขวัญมากมาย ทั้งการผูกปริศนาที่ค่อย ๆ เผย ค่อย ๆ ทิ้ง ให้เราหันเหความสนใจไปมา ว่าสุดท้ายคำแช่งนี้คืออะไร และมาจากใคร หรือสิ่งใด กันแน่ อันที่จริงมันก็ใบ้จนเราได้ในบางคำตอบ แต่ในภาพรวมมันก็ยังนำพาเรามาจุดที่ต้องอึ้งกับบทสรุปทั้งหมดอยู่ดี ถ้านับเป็นหนังตอนเดี่ยว ๆ ก็ถือว่าเป็นหนังไทยที่เจ๋งมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลย แม้ด้วยข้อจำกัดเวลาจะทำให้มันข้าม ๆ การเชื่อมบางส่วนไปบ้างก็ตาม

นอกจากนี้หนังยังซ่อนนัยยะในการหยิบจับประเด็นว่าตัวตนของเรา (คนไทย) ในปัจจุบัน ถูกอำนาจเหนือขึ้นไปใด ๆ มาครอบงำอยู่บ้าง น่าสังเกตว่าในตอนนี้แทบไม่มี พระ หรือ พุทธ เข้ามาเกี่ยวข้องเลย แต่กลับมากมายทั้งหัวโขนฤาษีพ่อครูโรงละครรำ ผีป่า กฎหมายที่บกพร่อง อคติของผู้ครองอำนาจปกครอง ตลอดจนความเป็นชายที่ครอบงำเพศหญิงเสมอ ว่าด้วยอำนาจแบบยุคโบราณทั้งสิ้น แม้จะร้อยปีก่อนหรือปัจจุบัน เหล่าสถาบันต่าง ๆ เช่น ศาสนาผี ฯลฯ ต่างยังหลอกหลอนหล่อหลอมความเป็นเราอยู่โดยตลอด คำพูดของข้าหลวงจีนในเรื่องช่วงหนึ่งอาจมีทำเราสะดุ้งกันทีเดียว

“เพราะพวกคนไทยอย่างพวกเอ็งมัวแต่งมงายกับผีสาง พวกฝรั่ง แขก หรือเจ๊กอย่างพวกข้าถึงได้เป็นขุนนางครองเมืองกันเต็มไปหมดแบบนี้ไงเล่า”

Chapter 2: Tattoo

เฟรดดี้ (ชิน ชินวุฒ) หนุ่มช่างสักฝีมือดีที่ใช้ชีวิตให้ผ่านไปแต่ละวัน หลังจากที่ต้องเลิกรากับหญิงสาวนาม เฟิร์น (กวาง วรรณปิยะ) ผู้เป็นรักเดียวของเขา  จนกระทั่งวันหนึ่งเฟิร์นกลับมาหาเขาพร้อมกับความน่าสะพรึงกลัวบางอย่างที่ตามหลอกหลอน และพาให้คนรอบตัวของเธอต้องพบกับความหายนะ จากคำสาปแช่งอันเกิดจากความลุ่มหลงจมสู่กิเลสอันลึกล้ำ และดูเหมือนคำสาปนั้นจะเข้าจู่โจม เชส เพื่อนของเฟรดดี้ที่หลงมาหลงรักเฟิร์นโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วย เฟรดดี้จึงตัดสินใจที่จะป้องกันและขัดขวางไม่ให้เรื่องราวเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนที่เขารักทั้ง 2 แม้ต้องเผชิญกับความผิดบาปที่ทั้งสองต่างมีส่วนร่วมสร้างมันขึ้นมาแบกไว้ที่ตนเอง เล่าผ่านด้วยอารมณ์ความรักอันแสนอึมครึม และความเย็นเยียบที่กัดกินความเหงาของหนุ่มสาวสมัยใหม่ท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองหลวง

ในตอนนี้น่าสนใจด้วยวิธีการเล่า ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบมีลับลมคมในตลอด แม้ไปกลาง ๆ เรื่อง เราจะเริ่มเดาพล็อตหลักของตอนนี้ได้ก็ตามว่าการสาปแช่งในตอนนี้ว่าด้วยเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ความหึงหวง แต่กระนั้นมันก็ยังน่าสนใจว่าแล้วคำสาปแช่งนี้มันเป็นอย่างไร ตัวประหลาดที่ไล่ฆ่าผู้คนรอบตัวนั้นคือสิ่งใด อะไร ไงกันแน่ สิ่งที่ติดใจเรามากคือการแสดงของ กวาง ที่เรียกได้ว่าเผ็ชเข็ดฟันสวยเซ็กซี่สมบทบาทมาก ๆ คือเธอนี่แบกหนังอยู่สบาย ๆ เลย เพราะการแสดงส่วนอื่นก็ทำได้ดีด้วยไม่ใช่แค่ว่าสวยไปเรื่อย ๆ โดยกิมมิกที่เชื่อมตอนแรกกับตอนนี้ก็คือเครื่องเล่นแผ่นเสียงจากตอนแรกนั่นเอง

นอกจากนั้นหนังยังใบ้ถึงอำนาจที่มอมเมาผู้คนในยุคสายลมแสงแดดนี้ก็คือ คำว่ารัก โดยไม่ได้หมายถึงความรัก แต่เป็น รัก ที่เราหล่อหลอมจากเพลง เอ็มวี หนัง เป็นภาพจำที่กลายเป็นการถือครองยึดครองวัตถุมากกว่า คนที่เรารัก เป็นอีกตอนที่น่าสนใจแม้สารจะไม่ได้ว้าวมากนักเพราะพล็อตความรักมันเกร่อมามากแล้วในแต่ละสื่อ ทว่าการใช้ปริศนาบวกกลวิธีการหลอนประสาทตัวละครนั้นถือว่าทำได้น่าสนใจและดีทีเดียว

Chapter 3: สาปแช่ง

ซัน (หน่อง ธนา) ชายหนุ่มผู้ซึ่งพยายามเป็นที่ยอมรับ และเป็นสามีที่ดีของจีจี้ผู้เป็นภรรยา วันหนึ่ง เขาเกิดจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงสามวันที่ผ่านมา และเขารู้สึกว่ามีอะไรตามหลอกหลอนเขาตลอด จนคนรอบข้างต้องหาวิธีช่วยเหลือเหตุการณ์ที่เขาต้องเผชิญ ปะติดปะต่อกันถึงสาเหตุของความทรงจำที่หายไป ท้ายสุดทุกอย่างก็ถูกเฉลย และทุกคนก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นอันเกิดจากพวกเขาเอง

นี่เป็นตอนที่ทดลองอะไรมากสุด มีของเยอะมาก แต่ปล่อยมาชนปนเปมั่วไปหน่อย ทำให้พล็อตหลักเลือนลางและกลายเป็นตอนที่เฟลที่สุดใน 3 ตอน ช่วงแรกนั้นหนังทำได้ค่อนข้างดีกับการผูกปริศนาซึ่งเหมือนเป็นเทคนิคการเล่าที่ผู้กำกับใช้มาตลอดทุกตอนให้คนสนใจติดตามค้นหาความจริง ทว่ากับตอนนี้นั้นกลับใส่ทิศทางของปริศนามามั่วเกินไป ทั้งเรื่องผีผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายแฟนของพระเอก ภาพหลอนในวัยเด็กที่พระเอกแอบเห็นคุณครูบังอรเล่นคุณไสย เพื่อนสาวที่ทำงานของพระเอกที่โดนโซเชี่ยลรุมแช่งเพราะบางอย่างที่พระเอกทำไว้ และความทรงจำของพระเอกที่หายไป มีเรื่องการสะกดจิต และพิธีสาปแช่งมาร่วมอีก ทั้งอารมณ์มีทั้งสืบสวน ทั้งผี ทั้งตลก ซึ่งยังไม่กลืนเป็นเนื้อเดียวกันนักโดยเฉพาะสัดส่วนความเป็นตลกที่หลุดเหมือนน้ำคนละเนื้ออยู่ ส่วนกิมมิกที่เชื่อมกับตอนที่ 2 ก็มีรูปปั้นเทพีที่ใช้ประกอบพิธีสาปแช่ง

แต่ถึงกระนั้นถ้ามองถึงแก่นการสื่อสารในตอนนี้แล้วนั่นต้องยอมรับว่าน่าสนใจมาก ๆ เพราะแม้เปลือกมันจะพูดเรื่องความรักความสัมพันธ์ แต่ด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ มันพูดถึงอำนาจสถาบันการสอนที่หล่อหลอมเด็กไทยขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่บ้าน หรือครูที่โรงเรียนที่กินเวลาการเติบโตของเด็กคนหนึ่งขึ้นมามากที่สุด มันมีเสียงอย่าง โง่อย่างแกจะเลี้ยงชีวิตตัวเองยังไง วาดรูปอยู่ได้จะเอาไปทำอะไรได้ อะไรแบบนี้อยู่ตลอดเวลาการอยู่ในวงกตของความทรงจำของพระเอก ซึ่งท้ายที่สุดหนังก็ให้ทางออกที่ตลกร้ายดีเหมือนกัน กับการต่อสู้กับสถาบันที่หล่อหลอมเรามาทั้งหมดจนโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นต้องไปดูในโรงกันเองนะครับ

นอกจากเนื้อหาที่วางปริศนาน่าติดตาม นัยยะที่ซ่อนคมคาย วิธีการหลอนที่แปลกใหม่ หนังยังมีโปรดักชั่นที่จัดว่าดีน่าสนใจทั้งการถ่ายภาพ วางสี โลเกชั่น คอสตูม และที่น่าจะต้องพูดถึงคือเอฟเฟกต์การแต่งหน้าผี ทำปีศาจ รวมถึงซีจีที่พอดีไม่มากน้อยเกินไป พูดได้ว่าหนังโดยรวมเป็นหนังไทยนอกสายตาที่ แอบดี แอบมีของ น่าลองดูอยู่ไม่เบาเลยทีเดียวล่ะ

จองตั๋วกดที่รูป ได้กลิ่นธูปตอนดึกก็ตัวใครตัวมันล่ะจ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

“6 สิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น” ใน Avengers: Endgame

Published

on

Avengers: Endgame ใกล้จะเข้าฉายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งแฟน ๆ ต่างตั้งคำถามว่า บทสรุปของ Marvel Cinematic Universe Phase 3 จะเป็นอย่างไร ?

ก่อนหน้านี้ Marvel Studios ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาเพื่อเรียกระแสจากผู้ชม และตามมาด้วยคำให้สัมภาษณ์จาก 2 ผู้กำกับ พี่น้องรุสโซ ว่า Avengers: Endgame อาจมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง เพื่อที่จะดำเนินเรื่องให้สู่บทสุดท้ายของภาพยนตร์โดยสมบูรณ์

เรามาดู 6 เหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เพื่อให้ Avengers: Endgame กลายเป็นบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ของ Marvel Cinematic Universe และเป็นการส่งไม้ต่อไปยัง Phase 4 ต่อไป

1. Captain America และ Iron Man สงบศึกกัน

Captain America และ Iron Man เป็น 2 ตัวละครหลักของแฟรนไชส์ MCU มากนานถึง 10 ปี ถึงแม้ว่าจะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่ทั้ง 2 คน ก็ไม่เคยเกลียดกันเลยจริง ๆ

นับจากเกิดความขัดแย้งใน Captain America: Civil War แล้วนั้น 3 ต่อมาใน Avengers: Infinity War ทั้ง 2 คน ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย และนั่นหมายความว่า Avengers: Endgame จะเป็นการขมวดปมให้ทั้ง 2 ตัวละคร ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

2. Thanos ต้องตาย

ถึงแม้ว่า Thanos จะทำในสิ่งที่ตัวร้ายน้อยคนนักใน MCU (Marvel Cinematic Universe) จะทำได้สำเร็จ แต่เพื่อให้ MCU เดินหน้าต่อไปได้ และเพื่อให้อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของ Thanos ยังคงเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมต่อไป การที่จะเลือกให้ Thanos ต้องสลายหายไปก็อาจเป็นการปิดฉากตัวละครนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีอย่างที่ควรจะเป็น

3. จักรวาลต้องได้รับการแก้ไข

ถึงแม้ว่าจะมีทฤษฎีมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่อไปหลังจาก Avengers: Endgame แต่สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์หรือสมดุลอย่างที่ Thanos เฝ้าหวัง แต่มันก็คือธรรมชาติของทุกสิ่ง

ทฤษฏีที่แฟน ๆ ค่อนข้างมั่นใจมากที่สุดคือ การย้อนเวลากลับไปช่วง Avengers ภาคแรก เพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ถึงกระนั้น Marvel Studios ก็ยังมิได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

4. เกิดอะไรขึ้นกับคนที่สลายหายไป …ต่อไป

แฟน ๆ จำนวนมากเชื่อว่า ผู้ที่สูญสลายไปเป็นฝุ่นใน Avengers: Infinity War จะกลับมามีชีวิตตามปกติอีกครั้ง เนื่่องจากพวกเขาเหล่านั้นอาจไปอยู่ใน Soul Stone

ถ้าหากทีม Avengers สามารถลบล้างสิ่งที่ Thanos ทำไปแล้วได้จริง (หมายถึงการล้างชีวิตครี่งหนึ่งของทั้งจักรวาล) มันก็จะตอบโจทย์สำคัญของ Avengers: Endgame ได้เป็นอย่างดี

5. บอกลาตัวละครที่คุ้นเคยมานานถึง 10 ปี

ชัดเจนแล้วว่า ตัวละครบางตัวจะบอกลาไป หลังจาก Avengers: Endgame ได้จบสิ้นลง และนั่นหมายความว่าภาพยนตร์เรื่องจะเป็นการบอกลาตัวละครที่อยู่ร่วมกับแฟรนไชส์นี้มานานถึง 10 ปี ไม่ว่าจะเป็น Captain America (คริส อีแวนส์), Iron Man (รอเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) และ Thor (คริส เฮมสวอร์ธ)

6. ปูทางต่อไปยัง Phase 4

เมื่อ MCU Phase 3 ได้สิ้นสุดลงที่ Avengers: Endgame สิ่งที่ผู้สร้างจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ การปูทางในตอนท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปยัง Phase 4 ซึ่งอาจประกอบไปด้วยสมาชิกใหม่ของทีม Avengers และตัวร้ายชุดใหม่

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงทฤษฏีความเป็นไปได้ของเหตุการณ์สำคัญที่ควรเกิดขึ้นใน Avengers: Endgame โดยอ้างอิงจากรายงานและข่าวลือต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นจริงมากน้อยเพียงไรนั้น ต้องรอพิสูจน์ในวันที่ 24 เมษายน 2019 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

FRIEND ZONE จัดรอบพิเศษขอบคุณแฟนคลับฉลองรายได้ 100 ล้าน มุ่งสู่ 190 ล้าน!

Published

on

By

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ เป็นวันแรกที่ภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้ จาก GDH อย่าง FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน เข้าฉาย

21 กุมภาพันธ์ 7 วันหลังจากนั้นพวกเขากวาดรายได้ในกรุงเทพฯ ไปราว ๆ 80 ล้านบาท และหากรวมทั่วประเทศจะอยู่ทีประมาณ 140 ล้านบาท

เพื่อฉลองความสำเร็จนี้ทีมงานจึงจัดฉายรอบพิเศษ ‘FRIEND ZONE ข้ามเส้น 100 ล้าน.. เอาหร่อยเก้าซิบ(190 ล้าน)’ เพื่อขอบคุณทุกคน ซึ่งตั๋ว SOLD OUT ภายใน 10 ชั่วโมง… และรอบพิเศษที่ว่าจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

เริ่มแรกภาพยนตร์จะฉายประมาณ 13.00 น. ก่อนจะจบที่ราว ๆ 15.00 น. โดยที่ตั๋วทุกใบจะได้รับเสื้อลิมิเต็ด อิดิชั่น จากนั้นทีมนักแสดงและผู้กำกับก็จะเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ชม นำโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ พร้อมด้วย เจสัน ยัง, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และ ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

เจสัน ยัง

นาย ณภัทร เสียงสมบุญ

เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์

ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ

คุณชยนพ ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ถือว่าทำได้เกินกว่าที่คาดไว้มาก ๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุขเหลือเกิน โดยมุ่งเป้าวันเสาร์นี้รายได้ในกรุงเทพมหานคร หวังให้ถึง 100 ล้าน ส่วนภาพยนตร์ก็เตรียมจะออกฉายทั่วเอเชีย 13 ประเทศ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ลาว, ฮ่องกง, พม่า และ จีน เริ่มฉายที่แรก สปป.ลาว ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

โดยคุณน้ำฝน ศิลปินจากประเทศลาวที่ได้รับเชิญให้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ส่งคลิปมาแสดงความยินดีด้วย

น้ำฝน

เนื่องด้วยนี่เป็นรอบพิเศษ รายได้ทั้งหมดจากการฉายรอบนี้ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นจำนวนเงิน 255,559 บาท

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโชว์พิเศษจากทีมนักแสดงด้วยการร้องเพลง คิดมาก ในเวอร์ชั่น FRIEND ZONE ให้ทุกคนฟัง โดยมีวง CAPELLA เป็นแบ็คอัพ

วง CAPELLA

ยัง ยังไม่หมด! มีเซอร์ไพรส์แฟนคลับทุกคนด้วยการให้ทุกที่นั่งได้ถ่ายรูปหมู่กับนักแสดง และสามารถไปรับรูปได้เลยบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่าทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้าเลยละ

เฟรนด์โซน และ แฟนคลับ

ประสบความสำเร็จจริง ๆ กับ FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ที่เปิดซิงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของปี 62 ที่รายได้แตะ 100 ล้านบาท และดูจากการออกฉายที่เพิ่งผ่านไป 1 อาทิตย์ และแผนการที่จะตะลุยเอเชียแล้ว มีลุ้นกันยาว ๆ เลยละครับ

ส่วนใครที่สนใจชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ได้ที่นี่

คลิกอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ลองของกันหน่อย! กับนมเมจิกลิ่นสาคูแคนตาลูปและกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน

Published

on

เคยมั้ยเวลาไปตู้ขายนมในร้านสะดวกซื้อก็เห็นรสเดิมๆวนไปทุกวัน จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ นานๆทีจะมีรสแปลกอย่างรสแคนตาลูป รสกล้วย หรือรสกาแฟที่ตอนนี้ไม่ใช่ของแปลกแต่อย่างใด แต่ล่าสุดผมก็แอบสะดุดกับนม 2 รสชาติใหม่ ของ เมจิ ทั้งกลิ่น สาคูแคนตาลูป และ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน เรียกได้ว่าแค่อ่านชื่อก็นึกถึงขนมหวานเย็นๆแล้ว แต่รสชาติจะโดนหรือน่าลองหรือเปล่าเรามาพิสูจน์กันเลย

การออกแบบแพ็คเกจ

อันนี้ต้องชมเมจิเขานะจ๊ะ ทั้งสีสันและกราฟิกรูปแคนตาลูปและลูกมะพร้าวช่วยให้เราจินตนาการรสชาติออกได้เลยว่า กลิ่นสาคูแคนตาลูปจะได้รสหวานหอมแคนตาลูปและ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนต้องได้กลิ่นมะพร้าวอ่อนจางๆแน่นอน

สำรวจส่วนประกอบ

ทั้ง กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน และ กลิ่นสาคูแคนตาลูป ประกอบด้วยน้ำนมโคพร่องมันเนย 73% น้ำตาล 3.8% มันเนย 1% เวย์ผง 0.7% นมผงขาดมันเนย 0.05%  ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ส่วนผสมไม่ได้ต่างกันเลย เอาล่ะสิ ลางร้ายเริ่มมาเยือนแล้ว เพราะปกตินมที่รสชาติต่างกันจะมีปริมาณส่วนผสมที่ลดหลั่นกันไป แต่นี่อะไรเนี่ย! ส่วนผสมเหมือนกันเด๊ะๆ

ข้อมูลโภชนาการ

ไม่เพียงส่วนประกอบจะแทบก็อบวางกันมา แต่ทั้ง 2 รสชาติยังระบุข้อมูลโภชนาการเหมือนกันอีก โดยจากพลังงาน 110 กิโลแคลลอรี่ มีพลังงานจากไขมันอยู่ 25 กิโลแคลอรี่ ซึ่งก็นับว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ หากบริโภคก็ควรต้องออกกำลังกายกันด้วยนะครับ

แรกเปิดฟรอยด์

สิ่งที่โดดเด่นมากสำหรับนมทั้งสองรสชาติคือสีสันของนมครับ สำหรับกลิ่นสาคูแคนตาลูปจะมาในสีส้มคล้ายเนื้อแคนตาลูป ส่วนทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนจะมาในสีชมพู ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันทำให้นึกถึงทับทิมกรอบยังไง แต่เอาเถอะ พอเป็นสีชมพูก็ดูน่ารักน่าทานคล้ายๆนมสตรอว์เบอร์รี่เหมือนกัน แต่นั่นก็มาอีกหนึ่งลางร้ายเพราะทั้งรสชาติเมื่อเปิดมาเราจะได้กลิ่นมะพร้าวเหมือนกันเด๊ะอีกแล้ว

เมื่อแรกชิม

เริ่มที่กลิ่นสาคูแคนตาลูปก่อน บอกได้เลยว่า หวานมาก และที่จินตนาการไว้ว่าจะได้กลิ่นและรสเหมือนเราได้ทานแคนตาลูปอร่อยๆ คือไม่ได้เลย รสแคนตาลูปจางมาก เพราะนอกจากรสหวานและกลิ่นที่เหมือนกะทิอบควันเทียนแล้ว ก็แทบไม่มีรสอื่นแทรกเลย

ส่วนกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน ก็หวานในเลเวลเดียวกันเลย มิน่าล่ะส่วนประกอบเหมือนกันซะเบอร์นั้น ยิ่งได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนแล้วนี่ ให้ความรู้สึกเหมือนไปซื้อกะทิกล่องมาซดมากเลยครับ

สรุป

โดยส่วนตัวในฐานะคนไม่ชอบดื่มนมที่มีรสหวานจัดๆแล้วต้องบอกเลยว่า ครั้งเดียวพอ จริงๆครับสำหรับทั้ง 2 รสชาติ ไม่ได้เลย ยิ่งพอนึกถึงรสชาติน้ำกะทิอบควันเทียนที่ทั้ง 2 รสชาติมีเหมือนกันแล้วนี่ ขอบายจริงๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!