Connect with us

เพลง

ล่องไปในอวกาศ รวบรวม 13 ราศีไปกับ BNK48 ใน BNK Festival

ภาพจาก 【MV Full】BNK Festival / BNK48

เดือนพฤศจิกายนจัดได้ว่าเป็นเดือนที่พีกอีกหนึ่งเดือนของ BNK48 มีเหตุการณ์สำคัญมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้เป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ดครั้งที่ 11 Dream Journey คอนเสิร์ตระดับตำนานของประเทศไทยของเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ซุเปอร์สตาร์ตลอดกาลของเมืองไทย อีกทั้งยังได้แสดงต่อเบื้องพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เฌอปราง BNK48 ฝันอยากจะขึ้นเวทีกับเบิร์ด ธงไชยมาตั้งแต่เด็ก

หรือจะเป็นการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึครั้งแรกของ BNK48 ที่ได้ปล่อยออกมาแล้วทั้งวิดีโอ appeal comment (คลิปหาเสียงเลือกตั้ง) และโปสเตอร์แสดงตัวตน (ป้ายหาเสียงเลือกตั้ง) ก็เชิญเข้าไปดูไปชมกันให้บันเทิงเต็มที่ได้เลย

เป็นอันว่าแฟน ๆ BNK48 จะได้เลือกตั้งก่อนแฟน ๆ ลุ… เอ่อ เราข้ามเรื่องนี้ไปดีกว่า!

และไฮไลต์ของเดือนนี้เห็นจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการแสดงเพลง BNK Festival และ Mata Anata no Koto wo Kangaeteta เป็นครั้งแรกในงาน TOYOTA MASTER CS:GO BANGKOK 2018 เมื่อวันที่ 24 และ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองเพลงจะอยู่ในซิงเกิ้ลที่ 5 ของ BNK48 (ท่านสามารถชมภาพบรรยากาศได้ที่นี่ครับ)

ในส่วนของ MV เพลง BNK Festival ซึ่งเป็นเพลงหลักในซิงเกิ้ลที่ 5 ก็ได้เผยแพร่ครั้งแรกทาง BNK48 Digital Live Studio (ตู้ปลา) เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน และทาง Youtube ในวันเดียวกัน

มาไล่เรียงกันดีกว่าว่า MV นี้มีอะไรแจ่มบ้าง

1. ภารกิจตามล่าเครื่องหมายกลุ่มดาวจักรราศี

หลังจากที่สาว ๆ BNK48 ได้ไปสวนสยาม สนามฟุตบอลและสนามแข่งรถใน MV ที่ผ่าน ๆ มามาแล้ว คราวนี้สาว ๆ เซ็มบัตสึ BNK48 ได้แบ่งออกเป็น 3 ทีม ออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศจากสถานีอวกาศ BNK48 เพื่อออกไปตามหาเครื่องหมายกลุ่มดาวจักรราศีให้ครบ เพื่อ “อัญเชิญ” เวทีการแสดงสุดแสนอลังการออกมา

ตอนแรกสาว ๆ BNK48 คิดว่ารวบรวมเครื่องหมายได้ครบ 12 ราศีแล้วแต่กลับไม่สามารถอัญเชิญได้ จนกระทั่งปัญนำเครื่องหมายของราศีที่ 13 มาจึงสามารถอัญเชิญได้สำเร็จ นั่นก็เป็นเพราะว่าในทางโหราศาสตร์ตะวันตก (ซึ่งไม่เป็นวิทยาศาสตร์) อาณาเขตที่ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์ (ที่เรียกกันว่าจักรราศี) นั้นแบ่งออกเป็น 12 ส่วนเท่า ๆ กัน (ที่เรียกกันว่าราศี) แต่ในทางดาราศาสตร์ (ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์) เส้นการเดินทางของดวงอาทิตย์ (จากจุดสังเกตบนโลก) พาดผ่านกลุ่มดาว 13 กลุ่ม แต่เนื่องจากปฏิทินของชาวบาบิโลนแบ่ง 1 ปีเป็น 12 เดือน กลุ่มดาวคนแบกงู ที่อยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนโก่งธนู จึงถูกตัดออกไปนั่นเอง

ภาพถ่ายกลุ่มดาวคนแบกงู (ซ้าย) และภาพวาดคนแบกงูโดยโยฮันเนส เคปเลอร์ (ขวา) ภาพจาก Wikipedia

2. เม็มเบอร์ BNK48 ในชุดนักบินอวกาศ

นอกจากสาว ๆ BNK48 จะมาในคอสตูมแสนสวยและออกท่าเต้นอันแสนร่าเริงให้เราชมกันแล้ว สาว ๆ ยังมาในชุดแขนยาวขายาวสีน้ำเงินติดสารพัดเครื่องหมายตั้งแต่ธงชาติ 3 ชาติ เครื่องหมายนาซา (องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา) จนถึงเครื่องหมายสถานีอวกาศนานาชาติเลยทีเดียว

ภารกิจตามหาเครื่องหมายจักรราศีนี่ยิ่งใหญ่มากจริง ๆ !

ซึ่งชุดแขนยาวขายาวสีน้ำเงินที่สาว ๆ ใส่นี้คือชุดบินของนักบินอวกาศ (astronaut flight suit) แต่สำหรับชุดบินสีน้ำเงินนี้ นักบินอวกาศจะใส่เฉพาะยามฝึกซ้อมหรือยามปรากฏตัวต่อสาธารณะเท่านั้น และที่สำคัญคือ ชุดนี้ใส่ออกไปเดินในอวกาศไม่ได้!

ภาพนักบินอวกาศให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน (ภาพจาก nasa.gov)

ถึงจะใส่ไปเดินในอวกาศไม่ได้ แต่ใส่มาเข้าตู้ปลาได้นะเออ (ภาพจาก BNK48 Digital Live Studio วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561)

สำหรับใครที่อยากมีชุดบินแบบสาว ๆ BNK48 ล่ะก็ เข้าไปสั่งซื้อกันที่ร้านออนไลน์ของนาซากันได้เลยที่นี่ครับ

3. เม็มเบอร์ BNK48 มากันครบ 51 คน

ถึงแม้เซ็มบัตสีของเพลง BNK Festival นี้จะมีเพียง 16 คน แต่เม็มเบอร์ทั้ง 51 คนของ BNK48 ปรากฏตัวใน MV นี้ (ถึงแม้บางคนจะหาตัวยากสักหน่อย) นับเป็น MV แรกของ BNK48 ที่มีสมาชิก BNK48 ครบทุกคน

นับโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ครบ 51 คนแน่นอนจ้า

ซึ่งในไอดอลกรุ๊ปตระกูล 48 นั้น เคยมี MV ที่มีเม็มเบอร์ทุกคนปรากฏตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น MV เพลง BINGO! เพลงหลักจากเมเจอร์ซิงเกิ้ลที่ 4 ของ AKB48

หรือ MV เพลง Sakura no Shiori เพลงหลักจากเมเจอร์ซิงเกิ้ลที่ 15 ของ AKB48 ที่มีเม็มเบอร์ AKB48 ทุกคนและมัตสึอิ จูรินะและมัตสึอิ เรนะ สมาชิกแถวหน้าของ SKE48 อยู่ใน MV

หรือล่าสุดกับ MV เพลง Boku Datte Naichau yo เพลงหลักจากซิงเกิ้ลที่ 19 ของ NMB48 ก็มีเม็มเบอร์ของ NMB48 ทุกคนอยู่ใน MV เช่นกัน

4. รัฐ Tattoo Colour ผู้ประพันธ์คำร้องภาษาไทย

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ BNK48 จะใช้บริการศิลปินไทยยอดฝีมือในการประพันธ์เนื้อเพลงภาษาไทย ไม่ว่าจะเป็นว่าน-ธนกฤต บอย-ตรัย และอีกหลาย ๆ คน และสำหรับเนื้อเพลงภาษาไทยของเพลง BNK Festival นี้ก็เป็นผลงานของรัฐ พิฆาตไพรี หรือรัฐ Tattoo Colour นั่นเอง รัฐ Tattoo Colour มีผลงานในยุทธจักรเพลงไทยมากว่าสิบปี คุณภาพของเพลงและความสำเร็จของวง Tattoo Colour การันตีความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดี เพลงดัง ๆ มากมายของ Tattoo Colour มาจากปลายปากกาของเขาทั้งสิ้น (ท่านสามารถอ่านบทสัมภาษณ์รัฐ Tattoo Colour โดยแบไต๋ได้ที่นี่ครับ)

5. มายิงมิกซ์กันเถอะ!

ในท่อนฮุกที่ 2 ของเพลง BNK Festival นี้ สาว ๆ ร้องว่า “มาสิ ยิงมิกซ์ไปด้วยกัน” ทำเอาหลาย ๆ คนสงสัยว่ามิกซ์และการยิงมิกซ์คืออะไร สำหรับหลาย ๆ ท่านที่เคยเห็นแฟน ๆ ไอดอลตะโกนอะไรบางอย่างโดยพร้อมเพรียงกันในระหว่างที่ไอดอลทำการแสดง นั่นแหละครับคือการยิงมิกซ์

มิกซ์ (MIX) เป็น “บทสวด” ที่แฟน ๆ ไอดอล (ไม่จำกัดเฉพาะ BNK48 หรือไอดอลกรุ๊ปตระกูล 48) ใช้ตะโกน (ยิง) โดยพร้อมเพรียงกันเพื่อส่งกำลังใจให้ไอดอลระหว่างการแสดง เพื่อแสดงออกว่าตัวแฟน ๆ มีส่วนร่วมและสนุกกับการแสดงของไอดอล การยิงมิกซ์มักเกิดขึ้นในเพลงเร็วที่มีจังหวะสนุกสนานปลุกเร้าอารมณ์คนดู และมักเกิดขึ้นในท่อนเพลงที่ไม่มีเสียงร้อง

ที่ท่านได้ยินแฟน ๆ ตะโกนว่า “ไทก้า! ไฟย่า! ไซบ้า! ไฟบ้า! ไดบ้า! ไบบ้า! จ้าจ้า!” นั่นแหละครับคือการยิงมิกซ์

มิกซ์มีหลายบทหลายรูปแบบ การยิงมิกซ์ไม่มีกฎหรือข้อบังคับตายตัว แต่โดยมากแล้วมักยิงเหมือน ๆ กันตาม ๆ กันมาโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ (สำหรับเพลงใดเพลงหนึ่ง) เราจึงได้เห็นแฟน ๆ ไอดอลยิงมิกซ์โดยพร้อมเพรียงกันได้เป็นเรื่องปกติ สำหรับแฟน ๆ ที่ยังยิงมิกซ์ไม่เป็นหรือไม่คล่องก็ไม่ต้องกังวลใจไป ไม่มีข้อบังคับใด ๆ ว่าคุณต้องยิงมิกซ์เป็นจึงจะเป็นแฟนไอดอลได้ แต่ถ้ายิงมิกซ์เป็นก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้การชมการแสดงของไอดอลสนุกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งไอดอลยังชอบการยิงมิกซ์ของแฟน ๆ อีกด้วยครับ

เฌอปราง BNK48 สนุกกับการที่คนดูเชียร์เธอยามอยู่บนเวที

ภาพจากบทสัมภาษณ์เจนนิษฐ์ BNK48 โดยผู้จัดการออนไลน์

สำหรับแฟน ๆ ที่ไม่เคยยิงมิกซ์มาก่อนแล้วสนใจอยากจะหัดยิงมิกซ์ ก็สามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย โดยอาจเริ่มจากคลิปวิดีโอด้านล่างนี้ครับ

ว่าด้วยเพลง AKB Festival

เพลง BNK Festival ของ BNK48 นั้นมีต้นฉบับคือเพลง AKB Festival ของ AKB48

AKB Festival คือเพลงจาก Team Surprise 1st Stage ซึ่งเป็นสเตจของ Team Surprise โปรเจ็กต์ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่าง AKB48 กับบริษัทเคียวรากุ ผู้ผลิตและผู้ให้บริการเครื่องเล่นปาจิงโกะ (ตู้เกมประเภทหนึ่ง) ในประเทศญี่ปุ่น เครื่องเล่นปาจิงโกะเหล่านี้จะมีจอภาพที่แสดงภาพวิดีโอของสาว ๆ AKB48 เป็นการเชิญชวนให้ผู้เล่นเข้ามาเล่นและนั่งเล่นนาน ๆ นั่นเอง

ถึงแม้เพลง AKB Festival นี้จะเป็นเพลงในเครื่องเล่นปาจิงโกะ ไม่ใช่เพลงหลักในซิงเกิ้ลของ AKB48 แต่ด้วยเนื้อหาที่สนุกสนานและมีความเชื่อมโยงกับแฟน ๆ เพลงนี้จึงถูกนำมาใช้เพื่อปลุกเร้าอารมณ์สนุกสนานของแฟน ๆ โดยเพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงเปิด (หลัง Overture) ในคอนเสิร์ต AKB48 Super Festival at Nissan Stadium เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2556

คอนเสิร์ตครั้งนั้นเป็นคอนเสิร์ตที่จัดในวันเดียวกับงานประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึครั้งที่ 5 ของ AKB48 (ครั้งที่ซาชิฮาระ ริโนะชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นเซ็นเตอร์เพลง Koi Suru Fortune Cookie) และจัดใน Nissan Stadium สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ความจุ 72,327 ที่นั่ง (ราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีความจุ 49,722 ที่นั่ง)

นอกจากเพลง AKB Festival จะอยู่ใน Team Surprise 1st Stage แล้ว บริษัทเคียวรากุยังได้นำเพลงนี้มาใช้ในแคมเปญของปี 2560 อีกครั้ง โดยเวอร์ชันนี้มีเม็มเบอร์ AKB48 Group ถึง 100 คน

โอคุโบะ มิโอริ (ขวามือสุดในภาพ) เม็มเบอร์ BNK48 ใส่คอสตูมเพลง AKB Festival ในคอนเสิร์ตก่อนงานประกาศผลการเลือกตั้งครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2561 (ภาพจาก BSスカパー!)

มาถึงตรงนี้ สำหรับท่านใดที่สนใจเพลง BNK Festival ขึ้นมาแล้วและอยากสั่งซื้อซีดีซิงเกิ้ลนี้ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เนื่องจากซีดีซิงเกิ้ลจำนวน 300,000 แผ่นถูกสั่งจองหมดไปแล้วภายในระยะเวลาแค่ 2 วันเท่านั้น แต่ท่านยังสามารถสั่งซื้อ music card ที่จะมาพร้อมกับ code ลงคะแนนในการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึที่กำลังจะมาถึงครับผม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[ไปดูดีมั้ย ?] หลากเรื่องน่ารู้ก่อนดู “Colde First Live In Bangkok”

Published

on

เอาใจคออินดี้อีกแล้ว กับโปรโมเตอร์สายอินดี้ Seen Scene Space ที่คราวนี้พาศิลปินหน้าใหม่ไฟแรงอิมพอร์ทจากเกาหลี “COLDE” มาให้ได้ดูกัน

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่า สุดสัปดาห์นี้จะทำอะไร หรือ กำลังตัดสินใจว่า “ไปดูดีมั้ย” วันนี้เรามีข้อมูลมาให้ทำความรู้จักกับหนุ่มคนนี้เพิ่มเติมครับ


COLDE First Live in Bangkok

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ณ Voice Space

บัตรมี 2 ราคา เป็นบัตรยืนทั้งหมด

Regular Ticket 2,000 บาท

VIP Ticket  3,500 บาท

– ได้ถ่ายรูปกลุ่ม 6 คน

– โปสเตอร์พร้อมลายเซ็น

– และได้ยืนแถวหน้าๆ

งานนี้ไม่จำกัดอายุผู้ชมนะครับ

สามารถซื้อบัตรได้ที่ https://www.ticketmelon.com/sss/colde


“COLDE”

  “Colde” มีชื่อจริงว่า คิมฮีซู (김히스เป็นแร็ปเปอร์หนุ่มหนึ่งในสมาชิกวงดูโอ้แร็ปเปอร์บีทส์ Lo-Fi สายเท่OFFONOFF  ที่คราวนี้ขอตัวมาฉายเดี่ยวเปิดการแสดงคอนเสิร์ตในบ้านเราเป็นครั้งแรกในชีวิต

– OFFONOFF  เป็นศิลปินภายใต้สังกัด HIGHGRND ของเกาหลี เริ่มเดบิวต์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2016 ด้วยซิงเกิ้ลแรก “Bath” สมาชิกวงมีด้วยกัน 2 คนคือ Colde ร้องนำ และ 0Channel เป็นโปรดิวซ์และ DJ 

  Colde เป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในวงการเพลงนอกกระแสเกาหลีโดยได้ร่วมงานกับศิลปินอย่าง DEAN, Crush, Millic และ 0Channel ในนามกลุ่ม Club Eskimo “boy.” คือ ผลงานอัลบั้มแรกของ OFFONOFF  ในนี้มีเพลงที่ชื่อว่า “gold” มี DEAN มา featuring ด้วย ซึ่ง DEAN นี่ก็เคยไป feat. กับ PREP มาแล้วในเพลง “Cold Fire”

– เพลงของ  OFFONOFFที่ Colde ชอบคือ “Gold” และ “Homeless Door” ที่ชอบ Gold ก็เพราะความเป็นธรรมชาติที่ได้ใส่ลงไปในเพลงนี้ และประสบการณ์ความสนุกและประทับใจที่ไ้ดร่วมงานกันกับ DEAN ส่วน “Homeless Door”  นั้น Colde ชอบในความมินิมอลของมัน

– Colde เป็นคนที่มีความสามารถมากนอกจากจะเป็นแร็ปเปอร์ร้องนำแล้วยังเขียนเนื้อเพลงและแต่งเพลงเองได้อีกด้วย  ในที่สุดเมื่อมีเวลาว่างจากงานคู่ OFFONOFF  ก็เลยหันมาทำงานเดี่ยวในนาม “Coldeมีเพลงฮิตๆออกมามากมาย ที่เราอยากแนะนำเลยก็มี

Sunflower

R&B Lo-Fi หวาน ฉ่ำ เท่

Your Dog Loves Your feat. Crush

อีกหนึ่งซิงเกิ้ลฮิตจาก Colde ที่ได้แก๊งส์น้องหมาน่ารักๆมาเล่น MV

  ในเพลงของ OFFONOFF  บางเพลงจะมีขึ้นเนื้อเพลงคลอไปกับภาพใน MV ด้วย เหตุผลก็คือ เวลา Colde แต่งเพลงเขามักมีภาพ ฉากและบรรยากาศในหัวของตัวเอง พอเวลาทำ MV ก็เลยอยากให้ทั้งเนื้อเพลงและภาพมันมาปรากฏอยู่คู่กัน

– Colde เคยมีคลิป live ในแชลเนลของ Colors show ด้วย(ศิลปินไทยที่เคยมีคลิปใน Colors มีเพียงคนเดียวคือ ภูมิ วิภูริศ)

Kanye West, Kendrick Lamar และ Childish Gambino คือ ศิลปินคนโปรดของ Colde ส่วน IU และ The Black Skirts คือศิลปินที่เขาอยากร่วมงานด้วย

– สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของ Colde ได้ทางอินสตราแกรม  @wavycolde

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว] สุดเพราะ !!! “Clutch-Type Pencil” side project จากรัฐ Tattoo Colour และ บิว Lemon Soup

Published

on

Clutch-Type Pencil = ดินสอกด”

Clutch-Type Pencil  คือการรวมตัวกันของสองสุดยอดนักแต่งเพลงแห่งยุค รัฐ พิฆาตไพรี หรือ รัฐ Tattoo Colour และ บิว รังสรรค์ ปัญญาใจ หรือ บิว  Lemon Soup เป็น side project ที่ทั้งคู่ช่วยกันทำอย่างสนุกๆโดยแบ่งสัดส่วนการทำงานในอัลบั้มเป็น บิว 60-รัฐ 40  ภายใต้คอนเซ็ปต์  Clutch-Type Pencil  หรือ “ดินสอกด” อันเป็นสัญลักษณ์ของการเขียน และ สิ่งที่อยากได้มาก  ตอนเด็กแล้วมันแพงไม่มีตังซื้อ Clutch-Type Pencil จึงเปรียบเหมือนการได้ทำในสิ่งที่อยากทำมานานแล้วแต่ยังไม่ได้ทำเสียที  โดยถ่ายทอดความรู้สึก หวนหาอดีต (Nostalgic) ผ่านดนตรีป็อปที่เล่าเรื่องง่ายๆใกล้ตัว แบบเรียลๆ (หลายเพลงก็เรียลมากแบบ เป็นเรื่องชอบดองหนังสือเอาไว้ไม่ยอมอ่านเสียที หรือแฟนมาแอบเจอของบางชิ้นที่ไม่ได้ตั้งใจเก็บไว้และก็ไม่รู้ว่าได้มาเมื่อไหร่เลยเป็นเหตุทำให้งอน อะไรประมาณนี้) ซึ่งเป็นเสน่ห์ของงานเพลงในอัลบั้มนี้เลย เพราะเชื่อว่าหากใครได้ฟังจะต้องรู้สึกเชื่อมโยงกับเพลงในอัลบั้มนี้แน่ๆ มันจะต้องมีความรู้สึกแบบว่า เอ้ย นี่มันเราเลย เราเคยเจอแบบนี้ ทำแบบนี้ หรือรู้สึกแบบนี้

เพลงทั้ง 8 ในอัลบั้ม “HB” นี้แต่ละเพลงจะมีค่าความเข้มของไส้ดินสอเป็นตัวกำกับ ระดับความเข้มจะสัมพันธ์กับบทเพลง ด้วยคอนเซ็ปต์นี้จึงทำให้งานเพลงในอัลบั้มนี้มีโทนที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป อีกทั้งบางเพลงยังมีคนอื่นมาช่วยร้องเป็นสีสันอีกด้วย เช่น ป๊อป ไพรัช ที่เคยร้องให้กับ Mr. Z ในเพลง วันนี้ไม่มีพี่ชาย เรื่องที่ผ่านมาแล้ว ก็จะมาร้องให้ในเพลง “Gentleman” เป็นต้น 

ในส่วนของภาคดนตรี ก็ไม่ได้มาแน่น ซับซ้อน รุงรังอะไร รายละเอียดของการเรียบเรียงดนตรีกลมกล่อมกำลังดี ในแบบที่เพลงป็อปคุณภาพควรจะเป็น มีการใส่ซาวด์หรือเสียงสังเคราะห์ที่เติมกลิ่นของดนตรีในยุคอดีต แต่มีความร่วมสมัยไปด้วยในที เป็นเพลงป็อปใสๆที่ฟังสบายทั้งหมด จะมีเพลงช้าที่ออกเศร้าๆหน่อย ติดกลิ่นของความทรงจำในอดีตซึ้งๆหวานๆ ก็จะเป็นแทร็คสุดท้ายเหมาะแก่การปิดอัลบั้มพอดี

งั้นเรามาฟัง Album Sampler และมาดูรายละเอียดของแต่ละเพลงกันดีกว่าครับ


H- ครึ่งเดียว (Teaser) Feat.Jullameth Malayota

ใครจะรู้ ถ้าไม่บอก

ว่าบทที่เขียนนั้นมีบางอย่าง

ที่ปิดเอาไว้เรื่องจริงครึ่งหนึ่ง

แค่อยากให้ซึ้งสวยงาม

เปิดอัลบั้มด้วยแทร็คที่ว่าด้วย “การเขียน” ซึ่งอาจสื่อถึงการเขียนเพลง เขียนบทหนัง หรือการเล่าเรื่องอะไรก็ตามที่เราเป็นคนเขียนมันเอง เราจะเล่าอย่างไรก็ได้ ผิดบังซ่อนเร้นความจริงไว้แค่ไหน  ขับเน้นแต่ข้อดีให้มันเด่นออกไปอย่างไรก็ทำได้

เพลงนี้ได้ “จุลเมธ มละโยธา” มาช่วยร้อง (เป็นอะไรกับพี่เจ เจตมนต์ มละโยธา เอ่ย ใครรู้ช่วยบอกที)


HB – เรื่องของเธอ (Your Story)

แค่อยากฟังเธอเล่า สนุกที่คอยเฝ้า

เพียงหนึ่งวัน ถ้าอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

แค่อยากทำให้เธอได้รู้จัก และรวมฉันเข้าไป”

เป็นเพลงที่มีความ Lemon Soup มากๆ เป็นเพลงป็อปใสๆ มีเนื้อและเมโลดี้ที่ฟังแล้วเข้าหูสุดๆ พูดถึงความรู้สึกที่เราอยากไปเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำหรือเรื่องเล่าของคนที่เราชอบ ถึงแม้พื้นที่ความจำคนเราจะจำกัดและพื้นที่ตรงนั้นก็อาจไม่ได้สงวนไว้ให้เราแต่เพียงผู้เดียว แต่จะอย่างไรเราก็จะพยายามต่อไป


2B – Clean

ลำบากจริงๆ แค่อยู่ดีๆ เฮ้อ ! เธอพบของวางเก็บไว้

ก็ไม่ได้แปลว่า ฉันจะแอบมีคนไหน หรือคิดถึงใครบางคน

เพลงนี้ พี่รัฐ ทั้งแต่งเนื้อและร้องเองเลย เชื่อว่าน่าจะมาจากประสบการณ์การจริง (55)

เป็นเพลงบ่นเปรยๆ กับแฟนที่ชอบงอนเวลาเห็นของที่ไม่มีเจ้าของ ที่เราเองก็ (อาจจะ) ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ได้อย่างไร มีใครคนไหนให้มา เป็นการตั้งคำถามว่าจะต้องให้ “คลีน” ขนาดไหนเธอถึงจะเชื่อใจ ว่าเราไม่ได้แอบไปมีใครนะ

ความกวนๆ บ่นๆ นอยๆ (เห็นได้จากมีเสียง “เฮ้อ !” ถอนหายใจในเนื้อเพลงด้วย) เป็นเสน่ห์ของเพลงนี้เลย ฟังแล้วนึกภาพพี่รัฐกำลังแก้ตัวกับแฟนออกเลย 55


3H – Gentleman Feat.Pirach Nalintarangkurn

“Oh yes จะขับรถหรูดูแลเธอเอง 

จะพาไปนั่งฟังเพลง Jazz Club

จะห่มผ้าให้ถ้าหากเธอหนาว 

อยากให้มองฉัน เป็น gentleman ที่ดูอ่อนน้อม

คอย take care อยู่ตรงนี้ไม่มีข้อแม้

ไม่ให้เธอนั้นต้องนอนเดียวดาย อีกต่อไป ” 

เพลงนี้พี่รัฐเขียนเนื้อ พี่บิวทำทำนอง

พี่รัฐเองคงจินตนาการตัวเองเป็น gentleman ที่ดูลุคในเพลงแล้วอาจจะต่างจากชีวิตจริงไปบ้างเล็กน้อย (55) เป็นการสร้างให้เห็นภาพของผู้ชายเนี้ยบๆคนนึงที่คอยเอาอกเอาใจหญิงสาวผู้กำลังเมามายที่หัวใจกำลังแตกสลาย  ด้วยการขับรถหรูดูดี พาเธอไปนั่งฟังเพลงแจ๊ซ ก่อนจะส่งเข้านอนให้หลับฝันดี ดูหล่อๆไปเลย

เพลงนี้ได้ป็อป ไพรัช มารับบทเป็น gentleman ให้ครับ


B – คำฟุ่มเฟือย (Quote Of The Day)

“ประดิษฐ์คำฟุ่มเฟือย ความจริงในความจริง

เธอฟังไม่เข้าใจ บ่งบอกความหมาย

ถ้าความจริงได้เคลื่อนไป ใกล้เธอ”

เป็นอีกหนึ่งเพลงที่พูดถึงเรื่องของ “การเขียน” เพลงนี้พูดถึงสภาวะที่เราไม่สามารถบอกความในใจได้ตรงๆ อาจด้วยเพราะกลัวสิ่งที่จะบอกไป หรือกลัวว่ามันไม่เท่ไม่มีความหมายอะไร ก็เลยพยายามประดิษฐ์คำ คิดเขียนเติมแต่งอะไรไปวุ่นวาย สุดท้ายก็ไม่สามารถบอกสิ่งที่รู้สึกจริงๆออกไปได้สักที


2H – สัปดาห์หนังสือ (Collector)

“ยังไม่ทัน รู้ตัว ขนมันกองมากองรอบใหม่

อ่านไม่ทัน เอาอีกแล้ว นิสัยแบบนี้

เลิกเถอะ ใครจะไปเข้าใจ”

เป็นเพลงที่มาจากนิสัยส่วนตัวของพี่บิวเอง ที่เป็นคนชอบซื้อหนังสือมาดองไว้แล้วก็ไม่ได้อ่านเสียที เพลงลงรายละเอียดของความเป็นหนอนหนังสือที่ชอบดองได้อย่างชัดเจนมาก ตั้งแต่การซื้อมาเก็บไว้อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น บางครั้งก็ซื้อซ้ำแค่ต่างครั้งที่พิมพ์ รอวันหยุดที่ว่างและจะอ่านให้ครบแต่ก็ไม่เคยจบมันได้สักที จนมีงานหนังสือครั้งใหม่ก็ไปขนมาอีก กลับเข้าสู่ลูปเดิม เชื่อว่าหลายคนที่เป็นหนอนหนังสือก็ต้องเคยประสบกับอารมณ์แบบนี้ ผมเองก็คนนึงล่ะ ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกเหมือนกำลังฟังเรื่องของตัวเองอยู่เลย


3B – คนดี (Good Boy)

“จะเคยมีใครถามฉันบ้างไหม อยากเป็นใคร

ฉันแค่อยากเป็นฉันเอง

คนดีในความหมายเธอคือ ฉันต้องทำอย่างไร” 

เพลงนี้สลับกันบ้างเป็นพี่บิวแต่งเนื้อ พี่รัฐแต่งทำนอง มีกลิ่นอายแบบป็อปแจ๊ซอยู่ ให้ความรู้สึกที่โรแมนติค แต่เนื้อหาของเพลงพูดถึง การที่เราอยากเป็นตัวของตัวเอง จนทำให้ไม่อาจเป็นคนในแบบที่คนรักต้องการได้ “แค่พยายามเป็นคนมีความสุขก่อน ยังไม่พร้อมให้เธอนะคนดี บางทีมันก็เหนื่อยไป”

ใช่แล้วบางทีมันก็เหนื่อยไป บางทีมันก็เหนื่อยใจ ขอเป็นตัวของตัวเองก่อนดีกว่า


4H – Old School (Taken from Scot Landyard)

“ได้กลับมาคืนนิยายเล่มเก่า ที่เราเคยยืมด้วยกัน

ที่มีความทรงจำ มีชื่อฉันและเธอ

เธอยืมมาก่อน ฉันยืมเธอต่อและวันที่ควรจะคืน

ก็ไม่มีเธอ ไม่รู้ควรทำอย่างไร”

เพลงนี้ชอบมากเป็นพิเศษ มันให้ภาพของวันวานได้อย่างชัดเจนพาเราย้อนกลับไปในความรู้สึกที่รักในวัยเยาว์นั้นยังครุ กรุ่น  รายละเอียดของเนื้อเพลงบรรยายได้อย่างเห็นภาพและคลี่บรรยากาศของอดีตออกมาได้อย่างสวยงาม เหมาะแก่การเป็นแทร็คปิดอัลบั้มนี้ ที่ให้อารมณืเหมือนเราค่อยๆปิดหนังสือรุ่นในหน้าสุดท้ายลงก่อนที่จะเก็บมันเข้าไปในลิ้นชักแห่งความทรงจำเหมือนเคย 


“Clutch-Type Pencil” ถือเป็นงาน side project ที่ลงตัวมากๆ เป็นการร่วมงานกันที่ถึงแม้ศิลปินจะบอกว่าทำเพราะอยากมีความสุขกับการทำเพลงในแบบที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น แต่มันกลับเป็นผลงานที่ดีต่อแฟนเพลงทั้งหลาย ที่จะได้ฟังเพลงที่แตกต่างหลากหลาย เหมือนได้มีอาหารอร่อยๆหลายรสหลายชาติให้ได้ลิ้มลอง อัลบั้มนี้เกิดขึ้นภายใต้การรวมตัวกันของพี่รัฐ พี่บิว และอีกคนคือ พี่ออฟ Rat Records ได้รวมตัวกันในนาม Welfare6  ซึ่งก็ไม่ใช่ค่ายเพลงแต่เหมือนเป็นการรวมกลุ่มเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรักมากกว่า ก็จะมีทั้งผลงานของตัวเองและที่ทำให้พี่ๆน้องๆในวงการ เรียกได้ว่าหากผลงานไหนออกมาจาก Welfare 6 ก็การันตีคุณภาพได้เลย

ตอนนี้นอกจากอัลบั้ม “HB” ของ “Clutch-Type Pencil” แล้วก็ยังมีอัลบั้ม “Mamacook” ของวง “Mamakiss” ที่เป็น City-Pop ไทยที่ฟังแล้วชื่นฉ่ำใจมากๆ ถูกใจคอ City-Pop เลยล่ะครับ ไว้โอกาสต่อไปจะมาเขียนรีวิวให้นะครับ 

หากใครสนใจอยากฟังเพลงในโปรเจ็ค Clutch-Type Pencil ก็สามารถฟังได้ทางสตรีมมิ่ง

Spotify

Apple Music

หรืออยากได้แผ่น CD มาไว้ในครอบครองก็สามารถซื้อได้ในราคาแผ่นละ 300 บาท โดยติดต่อได้ทางเฟซบุ๊คของ Welfare 6 ได้เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

มาดูกันซิว่าปีนี้มีอะไร !!! ส่อง 15 อัลบั้มออกใหม่ในปี 2019

Published

on

ใครที่กำลังอินอยู่กับงานเพลงดีๆของปีที่แล้ว ในปีนี้ก็มาต่อกันได้เลยนะครับ เพราะแค่ตอนนี้ก็มีคิวอัลบั้มใหม่ๆของศิลปินมากมายรอให้ได้ฟังกัน ในจำนวนนี้ก็มีทั้งศิลปินที่ออกผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ทิ้งห่างไปไหน และศิลปินที่ไม่ได้ออกผลงานมานาน เรียกได้ว่าสีสันทางดนตรีของปีนี้ จะไม่แพ้ปีที่แล้วอย่างแน่นอน งั้นเราไปส่องกันดูก่อนดีกว่าครับว่าในปีนี้จะมีอัลบั้มดีๆอะไรให้ได้ฟังกันบ้าง


Spangle Call Lilli Line

Album :  Dreams Never End

Release : 9 มกราคม 2019

หลังจากห่างหายไปนานกว่า 4 ปี ในที่สุด Spangle Call Lilli Line วงอินดี้ร็อคจากญี่ปุ่นก็ได้ฤกษ์ปล่อยอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า “Dreams Never End” ออกมา งานเพลงของพวกเขาทั้งสามยังคงมีเสน่ห์น่าฟังอยู่เสมอไม่คลาย เสน่ห์ที่เกิดจากส่วนผสมของเมโลดี้ที่สวยงามล่องลอย และดนตรีที่มีกลิ่นอายของทั้งโพสต์ร็อค อิเล็คทรอนิค ดาวน์เทมโป มาผสมผสานรวมกันได้อย่างล่องลอย ลึกเร้น และชวนลุ่มหลง หากใครยังไม่เคยได้สัมผัสกับบทเพลงของ SCLL ผมขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งเลยครับ ไม่งั้นเราอาจจะพลาดวงดีๆไปอีกวงหนึ่งเลย


Papa Roach

Album : Who do you trust?

Release : 18 มกราคม 2019

มาถึงอัลบั้มที่สิบแล้วสำหรับวงอเมริกันร็อค “Papa Roach” กับ “Who do you trust?”ที่จะปล่อยออกมากลางเดือนนี้ โดยในอัลบั้มจะมีทั้งหมด 12 เพลง ซึ่งรวม “Renegade Music” “Who Do You Trust?” และ “Not the Only One”ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ โดยอัลบั้มนี้พวกเขาตั้งเป้าว่าจะพาตัวเองไปให้สุดกว่าเดิม จะค้นหาสิ่งใหม่ที่ทำให้ตื่นเต้นได้อยู่เสมอ และแน่นอนริฟฟ์กีตาร์เข้มๆและฮุคมันๆรวมไปถึงเนื้อเพลงโดนๆก็จะยังคงมีให้ฟังอย่างแน่นอน


Backstreet Boys

Album : DNA

Release : 25 มกราคม 2019

นี่คืออีกหนึ่งอัลบั้มที่เป็นการกลับมาครั้งสำคัญ ของกลุ่มบอยแบนด์ที่หลายคนเติบโตมาพร้อมเพลงของพวกเขา “DNA” คืออัลบั้มที่เก้าจาก “Backstreet Boys” ซึ่งทิ้งห่างจากอัลบั้มก่อนนี้ In a World Like This (2013)  เป็นเวลากว่า 6 ปี และอัลบั้มนี้ถือเป็นอัลบั้มแรกที่ออกกับทาง Sony Music Entertainment 

สำหรับคอนเซ็ปของอัลบั้มนี้คือการสำรวจตัวตนของสมาชิกแต่ละคนและความเป็นวงว่าสิ่งใดคือเอกลักษณ์ของแต่ละคน และสิ่งใดคือเอกลักษณ์ของวง โดยทุกคนจะรวมเอาในสิ่งที่เป็นตัวเอง แนวดนตรีที่ชอย แรงบันดาลใจหยิบจับมาใส่ เพื่อให้ DNA เป็นอัลบั้มที่บ่งบอกความเป็นพวกเขาได้อย่างดีที่สุด


Bring Me The Horizon

Album : amo

Release :  25 มกราคม 2019

นี่คืออีกหนึ่งอัลบั้มที่ทุกคนรอคอย เพราะอยากจะรู้ว่าเพลงที่เหลือมันจะป็อปเหมือนซิงเกิ้ลล่าสุดที่ปล่อยออกมารึเปล่า 55  ถือได้ว่าอัลบั้มนี้น่าจับตามองตรงที่ว่าน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “Bring Me The Horizon” วงโพสต์ฮาร์ดคอร์จากอังกฤษ ที่ทำเพลงดุเดือดดุดันมาโดยตลอดแต่ซิงเกิ้ลล่าสุด “medicine” นี่เปลี่ยนทิศทางไปเลยมีความเป็นป็อป และอิเล็คทรอนิคเข้ามามากแต่เนื้อหาก็ยังเป็นชาวร็อคอยู่

ชื่ออัลบั้ม “amo” นั้นมาจากภาษาสเปนแปลว่า “รัก”  ซึ่ง Sykes นักร้องนำของวงได้พูดถึงทิศทางของอัลบั้มนี้ได้อย่างน่าสนใจว่า “amo เป็นอัลบั้มที่พูดถึงความรักในหลากหลายมุมมองอันเป็นที่สุดของห้วงอารมณ์ ที่มีทั้งดี ร้ายและน่ารังเกียจ ผลลัพธ์ก็คือมันเป็นอัลบั้มที่พวกเราได้ทดลองทำในสิ่งใหม่ๆ ค้นพบความหลากหลาย ความบ้าบอ แปลกประหลาดและน่ามหัศจรรย์ในแบบที่พวกเราไม่เคยทำมาก่อน”

น่าสนใจมากครับ อีกไม่กี่วันก็จะได้ฟังกันแล้ว รอเลยๆ !!!


Mono

Album : Nowhere Now Here

Release : 25 มกราคม 2019

อีกหนึ่งวงโพสต์ร็อคจากประเทศญี่ปุ่นที่เคยมาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเราด้วย ไม่รู้ออกอัลบั้มแล้วจะมาอีกรึเปล่า รอลุ้นเลยๆ

MONO คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความมืดกับความสว่าง ความสุขและความทุกข์ หลั่งไหลกระแสธารแห่งชีวิตผ่านสรรพเสียงของดนตรี งานดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้องแต่เข้าถึงทุกความรู้สึก

กลับมาคราวนี้มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลง ทั้งการผสมองค์ประกอบของความเป็นอิเล็คทรอนิคลงไป ทั้งได้มือกลองใหม่ Dahm Majuri Cipolla มาร่วมเสริมทัพรวมกับสามเสาหลักของวง Goto, Tamaki, และ Yoda ที่พิเศษสุดเลยกับเพลงร้องในอัลบั้มที่เป็นการร้องครั้งแรกของ Tamaki

ลองปลดปล่อยอารมณ์ผ่านบทเพลงของพวกเขาดูครับ ให้บทเพลงของพวกเขาพาเราไปยังดินแดนที่ไม่สามารถนิยามตำแหน่งแห่งที่ได้แห่งนั้น


ONEOKROCK

Album :   Eye of The Storm

Release : 13 กุมภาพันธ์ 2019

ไม่น่าเชื่อเลยว่า นี่จะเป็นอัลบั้มลำดับที่เก้าของพวกเขาแล้ว สำหรับ “Eye of The Storm” จาก ONEOKROCK กับเวลาแค่ 12 ปีเท่านั้น กับผลงานคุณภาพและชื่อเสียงที่ได้รับ คงต้องซูฮกว่านี่คืออีกหนึ่งวงที่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสธารดนตรีทั้งของญี่ปุ่นและของโลกโดยแท้จริง

ตอนนี้ซิงเกิ้ลจากอัลบั้มได้ปล่อยออกมาสองเพลงแล้ว คือ  “Change” กับ “Stand Out Fit In” และวงก็เริ่มออกทัวร์ยุโรปเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ก็ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีแผนมาไทยอีกรึเปล่า ยังไงก็ต้องเตรียมเก็บเงินกันไว้แล้วล่ะ

อัลบั้มนี้จะเป็นอย่างไร พวกเขาจะพาตัวเองไปยังจุดไหน ต้องรอฟังกันดูครับ


Avril Lavigne

Album : Head Above Water

Release : 15 กุมภาพันธ์ 2019

“คืนหนึ่ง ฉันคิดว่าฉันกำลังจะตายและฉันยอมรับว่าฉันกำลังจะตายจริงๆ แม่นอนอยู่ข้างๆฉันบนเตียงและคอยกอดฉันอยู่ ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังจะจมน้ำ ลึกลงไปข้างในฉันส่งเสียงออกไปว่า พระเจ้าได้โปรดโอบอุ้มศีรษะของลูกให้โผล่พ้นผืนน้ำนี้ด้วยเถิด”  นี่คือความรู้สึกจากช่วงวิกฤติของชีวิตอันเป็นแรงบันดาลใจให้กับซิงเกิ้ลใหม่และงานเพลงในอัลบั้มที่ใช้ชื่อเดียวกันว่า “Head Above Water” สตูดิโอลำดับที่หกจากสาวร็อค Avril Lavigne  ผู้เปลี่ยนความอ่อนไหวและเจ็บปวดในชีวิตมาสร้างสรรค์สู่บทเพลง เรามารอฟังเรื่องราวของเธอผ่านบทเพลงในอัลบั้มนี้กันครับ


Yann Tiersen

Album : ALL

Release : 15 กุมภาพันธ์ 2019

Yann Tiersen คือ ศิลปิน คนดนตรีชาวฝรั่งเศสที่เคยฝากผลงานสุดประทับใจไว้ในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “Amélie ”

ในอัลบั้มนี้ Tiersen ยังคงสานต่อในธีมเดิมกับที่ทำไว้ในอัลบั้มก่อน EUSA(2016) อันว่าด้วยเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกที่บันทึกเสียงใน “The Eskal” สตูดิโอใหม่ของ Tiersen ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆในทะเลเซลติคที่ชื่อว่า “Ushant”

อัลบั้มนี้มีการไปบันทึกเสียงนอกสถานที่หลายแห่งอาทิเช่นในป่า redwood แคนาดา หรือสนามบิน Tempelhof  ในเบอร์ลินประเทศเยอรมนี ลองไปฟังบทเพลงที่มีชื่อว่า “Tempelhof” จากอัลบั้มนี้กันดูครับ


Dream Theater

Album : Distance Over Time

Release : 22 กุมภาพันธ์ 2019

ได้เวลาสะใจอีกครั้งกลับการกลับมาของวงโปรเกรสซีพร็อคชั้นแนวหน้าของโลก Dream Theater  กับอัลบั้มที่ 14 “Distance Over Time”

พวกเขาบอกว่าอัลบั้มนี้จะหนักหน่วงกว่าอัลบั้มก่อน The Astonishing (2016) อย่างแน่นอน และด้วยความเทพระดับเข้มข้น พวกเขาใช้เวลาเขียนเพลงทั้งอัลบั้มภายในเวลาเพียง 18 วัน โดยเทียบเคียงทั้งเวลาและสไตล์ที่ใช้จะใกล้เคียงกับอัลบั้ม Train of Thought ในปี 2013

อัลบั้มนี้มีเวลารวมแค่ 57 นาทีซึ่งถือว่าเป็นอัลบั้มแรกที่มีความยาวต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ mages and Words ในปี 1992 และมีความยาวสั้นที่สุดตั้งแต่เริ่มปล่อยอัลบั้มแรกคือ When Dream and Day Unite ออกมาในปี 1989 นอกจากนี้ยังถือว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่สามที่ไม่มีเพลงไหนในอัลบั้มที่ยาวเกิน 10 นาทีเลย อีกสองอัลบั้มก็คือ When Dream and Day Unite และ The Astonishing และที่พิเศษสุดคือนี่คืออัลบั้มแรกที่มีเพลงที่เขียนโดย John Myung มือเบสของวงเกินกว่าหนึ่งเพลงในอัลบั้ม


Queensrÿche

Album : The Verdict

Release : 1 มีนาคม 2019

“The Verdict” คือการกลับมาสุดเดือดของวงเมทัล “Queensrÿche” ที่พวกเขาบอกว่าทุ่มสุดตัวและใส่ความเป็นเมทัล โปรเกรสซีฟลงไปไม่ยั้ง เรียกได้ว่าร็อคสุดๆแบบที่ไม่ได้ทำมานานแล้ว อยากให้แฟนๆตั้งใจฟังและมีความสุขไปกับมันเหมือนกับที่พวกเขารู้สึกตอนทำอัลบั้มนี้

จะเดือดแค่ไหนไปฟัง “Man The Machine” ซิงเกิ้ลล่าสุดที่พวกเขาปล่อยออกมากันครับ


The Japanese House

Album : Good At Falling

Release : 1 มีนาคม 2019

เชื่อว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่คอดนตรีรอคอย กับ “Good At Falling” อัลบั้มเดบิวต์จากอินดี้ป็อปสาวแห่งบัคกิ้งแฮมเชียร์ “The Japanese House” ที่จะพาคุณล่องลอยไปกับน้ำเสียงและดนตรีของเธอจากบทเพลงในอัลบั้มที่เธอบอกว่า “มีความเป็นเธออยู่อย่างยิ่ง”

ก่อนนี้เธอเคยออก EP มาหลายอัลบั้มแล้วทั้ง Pools To Bathe In (2015), Clean (2015), Swim Against The Tide (2016) and 2017’s Saw You In A Dream แต่นี่จะเป็นอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของเธอ รับประกันความงามและล่องลอยโดย Dirty Hit ค่ายเดียวกันกับ The 1975


Weezer

Album : Weezer (The Black Album)

Release : 1 มีนาคม 2019

เมื่อ The Beatles มี The Beatles (White Album) , Weezer ก็เลยต้องมี Weezer (The Black Album)  ที่ออกผลงานปั่นๆออกมาให้พวกเราได้ฮาได้มันกันทั้ง cover เพลง Africa ของวง Toto โดยมีMV ที่เป็นการรีเมคเพลง Undone The Sweater Song ของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีซิงเกิ้ลมันๆทั้ง  Can’t Knock The Hustle” นำแสดงโดย Rivers Wentz มือเบสจาก Fall Out Boy และ “Zombie Bastards” ที่ออกมากระตุ้นต่อมให้พวกเราอยากฟังเพลงในอัลบั้มเต็มของพวกเข้าไปอีก


Sigrid

Album : Sucker Punch

Release : 1 มีนาคม 2019

ด้วยความน่ารักสดใสทั้งในบทเพลงและตัวตนของเธอทำให้ Sigrid สาวป็อปอายุ 22 จากนอร์เวย์เป็นที่รู้จักจากดินแดนสแกนดิเนเวียไปทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว

“Sucker Punch” (ชื่อเหมือนภาพยนตร์ของแซ็ค สไนเดอร์ในปี 2011) คืออัลบั้มเดบิวต์ของเธอ ที่จะรวมเอาความสดใส ไพเราะ มาถ่ายทอดผ่านบทเพลงของเธอให้พวกเราได้ฟังกันแบบเต็มๆ อดใจรอคอยอีกนิด มีนาคมนี้แน่นอน !!!


Dido

Album : Still On My Mind

Release :  8 มีนาคม 2019

“Still On My Mind” อัลบั้มที่ห้าจากนักร้องสาวชาวอังกฤษ Dido หลังจากห่างหายไปนานกว่า 6 ปี หลังจากปล่อยอัลบั้ม Girl Who Got Away ในปี 2013 แถมนี่จะเป็นอัลับ้มแรกด้วยที่เธอออกทัวร์ หลังจากที่ไม่ได้ทัวร์มานานกว่า 15 ปีแล้ว

โดยงานเพลงในอัลบั้มนี้เธอได้ทำร่วมกับพี่ชายของ Rollo ด้วยความตั้งใที่จะให้มันเป็นอีกหนึ่งอัลับ้มที่ได้ทำงานร่วมกัน โดยทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเรียบง่ายและมีความสุข อัดร้องบนโซฟา อัดดนตรีในบ้าน โดยในอัลบั้มนี้จะมีความชอบในดนตรีฮิปฮอปและโฟล์คของเธอเป็นส่วนผสมสำคัญ นอกจากนี้ยังมีความเป็นแดนซ์และอิเล็คทรอนิคเข้ามาผสมด้วย จะเป็นอย่างไรต้องรอฟังกันครับ


The 1975

Album :  Notes on a Conditional Form

Release : 31 พฤษภาคม 2019

ต้องบอกว่าขยันจริงๆ !!! เพราะเพิ่งปล่อยอัลบั้มล่าสุด A Brief Inquiry Into Online Relationships  ออกมาไม่นาน The 1975 ก็มีแผนจะปล่อยอัลบั้มต่อมา “Notes on a Conditional Form” ออกมาต่อเลยในปีนี้ โดยซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มนี้จะปล่อยออกมาราวๆเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนอัลบั้มเต็มก็ต้องรอไปอีกนิดจนถึงพฤษภาคม  ฟังจากงานเพลงในอัลบั้มล่าสุดแล้ว ก็คงต้องบอกว่าไม่กลัวเลยว่างานอัลบั้มนี้จะไม่ดี แค่รู้สึกตื่นเต้นและรอคอยลุ้นว่ามันจะดีต่อไปในทิศทางไหนก็เท่านั้นเอง

ต้องบอกว่านี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้นนะครับ เพราะว่ายังมีศิลปินอีกหลายคนเลยที่มีแผนจะออกอัลบั้มใหม่ในปีนี้ แต่ว่ายังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง ซึ่งถ้ามีอะไรคืบหน้าผมก็จะมารายงานให้เพื่อนๆได้เตรียมตัวรอฟังกันต่อไปนะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!