ย้อนอดีต The Quartz Crisis: วิกฤติการณ์นาฬิกาควอตซ์ญี่ปุ่นไล่ทุบนาฬิกาสวิสจนเกือบปิดตำนาน

เมื่อพูดถึงนาฬิกาข้อมือที่คนทั่วโลกต่างให้การยอมรับ และนึกถึงเป็นอันดับแรกก็ต้องเป็นนาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เพียบพร้อมทั้งภาพลักษณ์ที่คลาสสิกหรูหราและทรงคุณค่า แต่รู้ไหมครับในช่วง 70s จนถึง 80s นั้น นาฬิกา ‘ ไซโก้’ ที่เราคุ้นชื่อกันดีนี่แหละ เคยประกาศความเกรียงไกรทำยอดขายถล่มทลายไปทั่วโลก ถึงขั้นเกือบปิดตำนานนาฬิกาสวิสไปแล้ว ธุรกิจนาฬิกาสวิสยอดการผลิตลดฮวบ พนักงานโรงงานนาฬิกาถึง 2 ใน 3 ต้องตกงาน มาอ่านรายละเอียดกันสิว่า กลุ่มผู้ประกอบการนาฬิกาสวิส พากันผ่านพ้นวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่นี้กันมาได้อย่างไร

ประวัติของนาฬิกาพกพา

นาฬิกาพกพาในศตวรรษที่ 17

นาฬิกาในยุคแรก ๆ นั้น ต้องย้อนไปในช่วงศตวรรษที่ 17 เป็นอุปกรณ์ชนิดพกพาที่หรูหรา มีใช้กันในหมู่สมาชิกสังคมชั้นสูงที่จำเป็นต้องบริหารเวลาในการทำงาน หรือไม่ก็บุคคลในแวดวงการทหาร ช่างทำนาฬิกาถูกยกย่องให้เป็นเสมือนศิลปินผู้ทำงานศิลปะที่ถ่ายทอดวิทยาการจากรุ่นสู่รุ่น

นาฬิกาในยุคแรก ๆ นั้นล้วนเป็นนาฬิกาในระบบกลไก ซึ่งจำเป็นต้องไขลาน และปรับตั้งเวลาเพื่อความเที่ยงตรงอยู่เสมอ จนในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ช่างทำนาฬิกาก็ได้คิดค้นวิทยาการใหม่ขึ้นมานั่นก็คือ นาฬิกาออโตเมติก ที่ใช้แรงเคลื่อนไหวจากข้อมือมาเป็นพลังงานขับเคลื่อนให้นาฬิกา ผ่านมาจนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เทคโนโลยีในการผลิตนาฬิกาก็รุดหน้าขึ้นไปอีก นาฬิกากลายเป็นอุปกรณ์ที่แพร่หลายมีใช้กันในวงกว้างมากขึ้น จนเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นาฬิกามีความจำเป็นในวงการทหารมากขึ้น ต้องการนาฬิกาที่สะดวกในการพกพามากกว่านาฬิกาที่ต้องเก็บในกระเป๋าแบบแต่ก่อน ที่ต้องคอยล้วงจากกระเป๋าออกมาดู และนั่นคือจุดเริ่มต้นของนาฬิกาแบบมีสายรัดข้อมือ

จุดเริ่มต้นของนาฬิกาสวิส

นาฬิกา Rolex ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

นาฬิกาสวิสมาบูมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ขยายกำลังผลิตโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลที่ว่า สวิตเซอร์แลนด์ครองสถานะผู้เป็นกลางในภาวะสงคราม จึงสามารถผลิตนาฬิกาส่งเข้าสู่สนามรบได้จำนวนมาก พอสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง นาฬิกาข้อมือจากสวิสก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นทั้งอุปกรณ์บอกเวลาพกพาและเครื่องประดับที่เข้าถึงผู้คนทุกวัย ทุกระดับชั้น

นาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์เป็นนาฬิกาแบบกลไก (mechanical watches) นาฬิกาที่อาศัยการเคลื่อนไหวของฟันเฟืองต่างๆ ภายในชุดกลไกที่ได้รับแรงขับมาจากลาน สปริงมาทำให้นาฬิกาเดินได้ นาฬิกาสวิสสามารถครองตลาดได้มากถึง 95% ของตลาดนาฬิกากลไกที่จำหน่ายอยู่ทั่วโลก เป็นการครองตลาดแบบไร้คู่แข่งจากประเทศอื่นโดยสิ้นเชิง นั่นก็เพราะจุดสำคัญมาจาก กลุ่มช่างฝีมือผู้สร้างสรรค์และประกอบนาฬิกาด้วยความแม่นยำในระดับที่ไม่มีชาติไหนจะทัดเทียมได้ และกลุ่มผู้ผลิตก็ถูกจำกัดเป็นแค่โรงงานเล็ก ๆ ที่มีการควบคุมดูแลจากรัฐบาลโดยตรง โรงงานเหล่านี้ไม่มีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ นาฬิกาแต่ละเรือนถูกประกอบด้วยมือของช่างนาฬิกาเอง ผู้คนทั่วโลกให้การยอมรับว่านาฬิกาสวิสคือนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งในเรื่องฝีมือช่างและคุณภาพ ส่งผลให้มีการว่าจ้างแรงงานช่างนาฬิกามากถึง 90,000 คนในช่วงเวลานั้น อุตสาหกรรมนาฬิกาดูราบรื่นสดใสมาโดยตลอด จนกระทั่งเข้าสู่ต้นทศวรรษที่ 70s ที่หายนะเริ่มส่อเค้าลาง

(อ่านต่อหน้า 2 เมื่อ Seiko ถือกำเนิด)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก