รีวิวเกม Steel Assault ยำรวมฮิตเกมแอ็กชันยุค 90S

Steel Assault
จุดเด่น
รวมฮิตรูปแบบเกมคลาสสิก
ฉากและบอสออกแบบได้ดี
จุดสังเกต
เกมสั้นมากเล่นไม่ถึงชั่วโมงก็จบ
ระบบอาวุธขาดความหลากหลาย
6.8

เชื่อว่าแฟนเกมยุคเก่าหลายคนอาจจะชอบเล่นเกมจากค่ายอินดี้มากในช่วงนี้ เพราะมีการนำแนวทางคลาสสิกของตำนานในอดีตมาสร้างเป็นเกมใหม่มาให้เล่น เพราะเป็นที่รู้กันว่าหลายค่ายหลักไม่สานต่อความสำเร็จเกมเก่าเพราะคิดว่าขายไม่ได้ ทำให้ค่ายอินดี้มีการสร้างเกมแนวย้อนยุคที่มีแฟน ๆ คิดถึงมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และล่าสุดมีการเปิดตัว Steel Assault ที่เหมือนเป็นการยำรวมแอ็กชันยุค 90S มาอยู่ในเกมเดียว

โดย Steel Assault สร้างโดยทีมงาน Zenovia Interactive และจัดจำหน่ายโดย Tribute Games ถือว่าไม่ได้เป็นค่ายใหญ่อะไร และมีการนำแอ็กชันระดับตำนานมาทำเป็นเกมโดยต้นแบบมีทั้ง Castlevania หรือซีรีส์แดร็กคูล่า กับซีรีส์ Contra และ Bionic Commando มายำรวมกันในเกมเดียว และนำเสนอรูปแบบการเล่น 2 มิติมุมมองด้านข้างแนวย้อนยุค โดยเป็นการระดมทุนสร้างจากค่ายเล็ก ๆ ผ่าน Kickstarter ตั้งแต่ปี 2015 แล้วแต่เพิ่งจะออกมาเป็นผลงานให้เล่นกันในปี 2021

เรื่องราวในโลกอนาคตที่ล่มสลาย

ส่วนเรื่องราวใน Steel Assault จะเกิดในโลกอนาคตในปี 2046 ที่อเมริกาล่มสลายและถูกทิ้งร้างเพราะกัมมันตรังสี เราจะได้รับบทเป็น Taro Takahashi ที่ต้องออกมาต่อสู้กับตัวร้ายที่ได้ฆ่าครอบครัวของเขาในวัยเด็ก และ Taro ได้เติบโตขึ้นเป็นนักรบที่เป็นสมาชิกหลักของ Daybreak Resistance ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏที่ต้องออกต่อสู้กับกองทัพหุ่นยนต์ของนายพล Magnus Pierce โดยเกมจะมีการเล่าเรื่องผ่านคัทซีนภาพนิ่งแบบที่ในอดีตที่นิยมใช้กัน

กราฟิกแบบ 16Bit สมัยยุค 90S

อย่างที่บอกไปว่ามันมาแนวย้อนยุคกราฟิก 16Bit แบบดอตพิกเซลที่นิยมใช้กันในยุค 90S แบบเดียวกับเกมบนเครื่อง Megadrive กับ Super Famicom และผู้เล่นสามารถปรับภาพได้ว่าจะเอาให้เหมือนบนหน้าจอทีวี CRT สมัยก่อนหรือจะให้มีความคมชัดก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งหากคุณชอบแนวย้อนยุคก็น่าจะหลงรักได้ไม่ยาก ติดที่งานออกแบบตัวละครดูธรรมดาไปหน่อยไม่โดดเด่นเท่าที่ควร แถมคัทซีนการเล่าเรื่องราวยังทำได้เรียบ ๆ และสั้นไปหน่อยทำให้ไม่ค่อยอินกับเรื่องราวเท่าที่ควร

ส่วนเพลงประกอบที่ผู้สร้างจงใจทำออกที่มีกลิ่นของเสียงดนตรีในอดีต มีการใส่เพลงของยุค 80S – 90S บนคอนโซลยุคเก่าแต่มีการใช้ดนตรีที่ดูดีกว่าพอสมควร และมีการตั้งใจให้มันเหมือนกับเพลงประกอบในยุคอดีตซึ่งก็ทำให้มันยังคงเข้ากับกราฟิกแบบ 16Bit อย่างลงตัวที่ผู้สร้างต้องการนำเสนอได้ดี และมีการใส่เพลงที่เร้าใจเข้ากับเกมเพลย์อย่างลงตัว อย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่มีเสียงพากย์มาให้ การเล่าเรื่องมีเพียงตัวอักษรเท่านั้น

รูปแบบการเล่นรวมฮิตเกมดังในอดีต

Steel Assault มาในรูปแบบแอ็กชัน 2 มิติมุมมองด้านข้าง ที่เหมือนเป็นการรวมเอาไอเดียของหลายเกมมาผสมผสานกันอย่างเช่นตัวเอกของเราจะมีอาวุธเป็นแส้แบบเกม Castlevania ที่อาจจะดูขัดกับรูปแบบหลักหน่อย เพราะตอนแรกเปิดเกมมาคิดว่าตัวเอกจะใช้ปืนหรือดาบเลเซอร์ แต่ก็ไม่ได้เป็นแส้เชย ๆ เพราะมันสามารถอัปเกรดให้กลายเป็นแส้ไฟฟ้าได้ และยังสามารถโจมตีได้หลายทิศทาง ถือว่ามีความคล้ายกับภาค Super Castlevania ถือว่าดีเพราะศัตรูในเกมโผล่มาทุกทิศทางแถมยังยิงกระสุนได้ทำให้เราเสียเปรียบ แต่ก็คือความท้าทายที่ทำให้มันดูแปลกตาและโดดเด่น

อีกส่วนของรูปแบบการเล่นที่น่าสนใจคือความเป็น Contra ที่จะมาในส่วนของงานออกแบบฉากที่คล้ายกับเกมดังของโคนามิในอดีต นอกจากนี้ศัตรูยังมีความคล้ายแม้จะไม่ได้เป็นเอเลี่ยน แต่ก็มาพร้อมกับกองทัพหุ่นยนต์ รวมทั้งความหลุดโลกแบบสุดตัวทั้งกระสุนที่มาเป็นห่าฝน หรือการต่อสู้บนเครื่องบินแบบไม่ต้องคิดถึงความสมจริง รวมทั้งบอสที่มีความคล้ายกัน แต่อย่างที่บอกไปว่าอาวุธหลักเป็นแส้ ทำให้มันเหมือนเล่น Castlevania เวอร์ชัน Contra แต่ก็มีบางจุดเราจะได้ใช้ปืนกลที่อยู่ตามจุดที่กำหนดแต่หยิบเอาไปใช้ในส่วนอื่นในเกมไม่ได้

อีกส่วนที่น่าสนใจมากคือการหยิบเอาเกมในตำนานของ Capcom อย่าง Bionic Commando หรือคนไทยอาจจะคุ้นเคยกับชื่อ Top Secret ที่ Taro Takahashi จะสามารถใช้ลวดสลิงยิงออกไปเพื่อใช้ปีนป่ายไปยังที่สูงได้ และยังสามารถใช้ลวดสลิงได้หลายทิศทาง ทำให้การสามารถไปยังจุดที่สูงมาก หรือใช้หลบหลีกกับดักหรือการโจมตีของบอสได้ซึ่งคล้าย ๆ กับแขนกลของตัวเอกในเกม Bionic Commando แต่ใน Steel Assault เราจะกระโดดได้

ฉากออกแบบดีแต่เกมสั้นเกินไป

ส่วนแอ็กชันอื่น ๆ ก็จะมีทั้งการสไลด์ตัว และมีไอเทมเสริมใหม่เช่นเกราะพลังไฟฟ้าที่ช่วยป้องกันการโจมตีได้ ส่วนความยากในเกมถือว่าไม่ง่ายและไม่ยาก เพราะมือใหม่สามารถเลือกระดับง่ายสุด ๆ ที่แทบจะเล่นยังไงก็จบ หรือแบบสุดโหดที่เราสามารถตายได้อย่างง่ายดายมาให้เลือกกัน และเมื่อจบแล้วยังมีการปลดล็อกไอเทมใหม่มาให้เล่นด้วย อย่างไรก็ตามข้อเสียหลัก ๆ ของ Steel Assault คือเกมสั้นมาก ๆ ใช้เวลาเล่นไม่ถึง 1 ชั่วโมงเล่นจบแล้ว แม้จะสามารถกลับมาเล่นได้หลายรอบเพื่อปลดล็อกของใหม่หรือเล่นระดับความยากอื่น แต่ก็ถือว่าสั้นเกินไปอยู่ดี

โดยรวมแล้ว Steel Assault ถือว่าทำได้ดีพอสมควร ฉากในเกมถือว่าออกแบบมาได้ดีงาม มีความคล้ายกับเกมคลาสสิกในอดีตมารวมร่างกัน เสียดายมาก ๆ ที่เกมมันสั้นเกินไปจริง ๆ ทำให้ไอเดียงานออกแบบที่ใส่เข้ามาดูจะไร้ความหมายไปหน่อย แต่เมื่อนำมาเทียบกับราคาขายหลักร้อยบาทเท่านั้น ถือว่าพอจะคุ้มค่าอยู่บ้างหากคุณเกิดทันหรือชื่นชอบความสนุกของเกมในอดีตสมัยเรายังอยู่หน้าทีวีแล้วเสียบตลับเกมแล้ว Steel Assault ถือว่ามีความดีงามของอดีตอันหอมหวานให้หายคิดถึงอยู่บ้าง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส