Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

รู้ใจ เปิดตัวแอปฯ “Roojai Mobile” พร้อมช่วยคุณเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือรถเสียฉุกเฉินทั่วไทย

Published

on

“Roojai Mobile Application”  แอปฯ ที่พร้อมช่วยเหลือคุณ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือรถเสียฉุกเฉินทั่วไทย

นวัตกรรมใหม่ด้านการประกันภัยจากรู้ใจ ที่ใช้ง่าย สะดวก รวดเร็วในการแจ้งเคลมและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีรถเสียตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถแชร์ตำแหน่งที่เกิดเหตุ พร้อมติดตามการเดินทางของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ “รู้ใจแอป” เป็นแอปฯ แรกที่คุณจะได้เห็นตำแหน่งจุดเกิดเหตุและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ ให้คุณอุ่นใจได้ทุกที่ทุกเวลา
Roojai Mobile App ใช้งานง่ายอย่างไร

  1. ดาวน์โหลดแอปฯ ฟรีผ่าน App Store สำหรับ iOS และ Play Store สำหรับ Android หลังจากนั้นให้ทำการตั้งค่าเบื้องต้น โดยกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือและทะเบียนรถคันเอาประกันภัยของคุณ เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้
  2. ตรวจสภาพรถออนไลน์ผ่านแอปฯ ได้ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองที่ไหนก็ได้ เพียงแค่นัดหมายวันเวลากับเจ้าหน้าที่ จากนั้นกดคลิกลิงค์ที่ได้รับทาง SMS เพื่อเริ่มตรวจสภาพรถผ่าน Video Call เสร็จเรียบร้อยก็รอรับกรมธรรม์ได้เลย
  3. คุณสามารถเลือกแจ้งเหตุแบบ “แจ้งอุบัติเหตุรถยนต์” หรือ ”แจ้งรถเสียฉุกเฉิน” แอปฯ จะทำการแชร์ตำแหน่งที่เกิดเหตุของคุณด้วยระบบ GPS ผ่าน Google Map และโทรหาสายด่วนอุบัติเหตุโดยอัตโนมัติ
  4. เมื่อคุณยืนยันการแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุที่อยู่ใกล้ที่สุด จะเดินทางไปช่วยเหลือคุณทันที โดยในขณะที่รอ คุณสามารถมองเห็นตำแหน่งพร้อมความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ของเจ้าหน้าที่ จนกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุ
  5. กรณีต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถเลือกกดปุ่มโทรอัตโนมัติสายด่วนอุบัติเหตุ ผู้เชี่ยวชาญด้านสินไหมพร้อมให้ความช่วยเหลือและแนะนำขั้นตอนการเคลม ตลอด 24 ชั่วโมง
  6. นอกจากนี้ สามารถศึกษาขั้นตอนวิธีแจ้งอุบัติเหตุ ขั้นตอนการเคลมง่ายๆ หลายช่องทาง แล้วจะเห็นว่าการเคลมประกันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

roojai infographic

ตรวจสอบสภาพรถออนไลน์ง่ายๆ ด้วย Roojai Mobile App

  1. เจ้าหน้าที่รู้ใจประสานงานนัดหมายเวลาการตรวจสอบสภาพรถ เฉพาะกรมธรรม์ที่ต้องมีการตรวจสอบสภาพรถ
  2. ดาวน์โหลด Roojai Mobile App และใส่ code ที่ได้รับผ่าน SMS
  3. เจ้าหน้าที่รู้ใจส่งลิงค์เชื่อมต่อ VDO Call เพื่อแนะนำและเริ่มต้นการดำเนินการตรวจสภาพรถยนต์ผ่าน  VDO Call
  4. ลูกค้าส่งภาพถ่ายเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่บันทึกและนำไปใช้ประกอบการออกกรมธรรม์

นวัตกรรมบนมือถือของ Roojai Mobile App ยังไม่จบแค่นี้ รู้ใจยังคงดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในทุกด้านและรองรับการบริการลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ 02-117-2222 และสายด่วนอุบัติเหตุ 02-117-4444

Roojai.com ประกันรถยนต์ออนไลน์ เราพร้อมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Google จับมือ AIS ดัน Youtube Go รุกตลาดไทยเต็มตัว

Published

on

เราคงรู้กันดีกว่า Youtube นั้นเป็นบริการที่ได้รับความนิยมในไทยมากขนาดไหน แต่อุปสรรคสำคัญของการดูยูทูปคือปริมาณข้อมูล ที่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตเพื่อดูยูทูปไม่อั้นได้ Google จึงผลักดัน Youtube Go เป็นทางเลือกใหม่ของการชมยูทูปในไทย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ยังร่วมมือกับ AIS เปิดตัวแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตใหม่ที่เรียกว่า Youtube Go Data Pack คิดค่าใช้จ่ายเหมาๆ แค่ 59 บาทต่อเดือนก็ดูยูทูปผ่าน Youtube Go ได้ไม่จำกัดแล้ว

Youtube Go หนึ่งในแอปตระกูล Go เพื่อลดช่องว่างทางอินเทอร์เน็ต

อันจาลี โจชิ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Next Billion Users

อันจาลี โจชิ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Next Billion Users กล่าวบนเวที Google for Thailand ว่าผู้ใช้พันล้านคนของกูเกิ้ลจะไม่ได้มาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่มาจากกลุ่มที่ยังไม่ได้เข้าถึงเทคโนโลยี Google จึงสร้าง Android Go Edition เป็นรุ่นที่ปรับแต่งให้เหมาะสำหรับอุปกรณ์แรมน้อยๆ อย่าง 1 GB ให้ยังทำงานได้ลื่นไหล และ Youtube Go ก็เป็นหนึ่งในแอปตระกูล Go ที่ปรับปรุงให้เหมาะสำหรับอุปกรณ์ในระดับเริ่มต้นด้วย

จุดเด่นของ Youtube Go นอกจากจะทำงานได้ดีแม้เป็นอุปกรณ์ที่ประสิทธิภาพไม่มากแล้ว ยังปรับแต่งการทำงานให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประหยัดข้อมูลอีกด้วย โดยเมื่อเริ่มเล่นวิดีโอแต่ละตัวจะมีการถามผู้ใช้ก่อนว่าต้องการความละเอียดวิดีโอระดับไหน และความละเอียดแต่ละระดับจะใช้ปริมาณข้อมูลมากแค่ไหน เพื่อให้ข้อมูลผู้ใช้ตัดสินใจให้ถูกต้อง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดวิดีโอมาเก็บไว้ในเครื่องเพื่อดูในภายหลังได้ด้วย

อ่านวิธีใช้แอป Youtube Go จากแบไต๋ได้เลย

Youtube Go สามารถดาวน์โหลดได้จาก Google Play Store ได้ฟรีสำหรับอุปกรณ์ Android ทุกเครื่องครับ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็น Android Go เท่านั้น

AIS เปิดตัวแพ็กเกจใช้ Youtube Go โดยเฉพาะ

(ซ้าย) ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), เบน คิง Country Director, Google ประเทศไทย, มุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจบันเทิง YouTube ประเทศไทย

Google ยังได้ร่วมมือกับ AIS เพื่อนำเสนอแพ็คเกจการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไม่จำกัดสำหรับผู้ใช้แอปพลิเคชัน YouTube Go ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพียงเดือนละ 59 บาท เพื่อให้ผู้ใช้งานรับชมและแชร์วิดีโอบน YouTube ได้แม้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ช้าหรือไม่มีเลยก็ตาม

โดยคุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าผู้ใช้ AIS สามารถซื้อแพ็กเกจ Youtube Go Data Pack ได้ผ่านแอปบริการลูกค้า “myAIS” ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเป็นรายเดือน หรือจะซื้อเป็นรายวัน เฉพาะวันที่ต้องการรับชมก็ได้ โดยจะสามารถรับชมวิดีโอได้ไม่จำกัดผ่านแอป Youtube Go และจะมีการปรับขนาดวิดีโอให้เหมาะสมสำหรับการรับชมผ่านอุปกรณ์ที่ชม

Google Assistant ก็ใช้งานร่วมกับแอป myAIS และ AIS Play ได้

Google นั้นทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในไทยอย่าง AIS แบบใกล้ชิด ก่อนหน้าที่จะเปิดตัวแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับ Youtube Go เอไอเอสยังได้เปิดตัวความสามารถใหม่ของแอป myAIS และ AIS Play ที่จะสามารถสั่งงานผ่าน Google Assistant ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้ ซึ่งสามารถดูค่าบริการ ดูรายละเอียดการใช้บริการจากการสั่งงานด้วยเสียงได้ หรือสามารถเลือกช่อง เปลี่ยนช่องใน AIS Play ด้วยการสั่งเสียงภาษาไทยผ่าน Google Assistant ได้ด้วย ซึ่ง AIS ถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้บริการด้วยเสียงผ่าน Google Assistant โดยจะเปิดให้บริการในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้

ภายในงาน Google for Thailand ได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และผู้บริหาร Google เข้าร่วมงานในครั้งนี้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS ผนึก Google สร้าง Digital for Thais พลิกโฉมการเข้าสู่โลก Online ไปอีกขั้น

Published

on

AIS ประสานพลัง Google ในฐานะ Strategic Partner นำเทคโนโลยีดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด Digital for Thais สนับสนุนและสร้างโอกาสให้คนไทย เข้าถึง Digital Content และ Digital Service จากนวัตกรรมระดับโลกอย่างเท่าเทียมกัน ทลายทุกขีดจำกัด เสริมศักยภาพให้การใช้ชีวิตของคนไทยก้าวไปอีกขั้น สอดรับนโนบาย Thailand 4.0

ในปีนี้ เอไอเอส และ กูเกิล ได้นำนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Google Assistant ที่สามารถสั่งการได้ด้วยการใช้เสียงภาษาไทย มาพลิกโฉมรูปแบบการเข้าถึงบริการดิจิทัลของคนไทยไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการสั่งการใช้งานผ่านทาง Google Assistant เพื่อสั่งการใช้งานแอปพลิเคชัน my AIS รวมถึงสั่งการเปิดชม Digital Content บน แอปพลิเคชัน AIS PLAY ได้อย่างง่ายดาย นับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถใช้ Local Language หรือ ภาษาไทย บน Google Assistant ได้ โดยจะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ศกนี้

AIS ยังร่วมมือกับ Google เปิดตัวแอปพลิเคชัน YouTube GO เพื่อตอบสนองกลุ่มที่เริ่มใช้งานดาต้าผ่านสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่กำลังขยายตัวอย่างมากในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกลได้สัมผัสประสบการณ์ เรียนรู้โลกกว้าง และกระตุ้นแรงบันดาลใจจาก Content จำนวนมหาศาลที่ถูกสร้างสรรค์จากกลุ่มคนทั่วโลกในทุกๆวินาที ทั้งนี้เราได้เริ่มเปิดตัวแพ็คเกจราคาประหยัดที่ตอบสนอง feature ของ YouTube GO ให้ลูกค้าเอไอเอสได้เลือกใช้ เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยคิดค่าใช้จ่ายแค่เดือนละ 59 บาท

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้คนไทย รวมถึง ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล อันจะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย ยกระดับ เสริมขีดความสามารถ รวมถึงต่อยอดสร้างการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดภายใต้แนวคิด Digital for Thais ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการผนึกกำลังกับ Strategic Partner ที่มีแนวคิดเช่นเดียวกัน เช่นในกรณีความร่วมมือกับ กูเกิล ซึ่งเราได้ร่วมทำงานกับกูเกิลมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน คือ สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยจากเทคโนโลยีดิจิทัล”

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เตรียมรับสังคมผู้สูงอายุ! ชมอุปกรณ์ Smart Home จาก PZent Technology เปลี่ยนบ้านให้สะดวกและปลอดภัย

Published

on

พาชมบูธ PZent Technology โชว์อุปกรณ์ Smart Home ในงาน Intercare Asia 2018

PZent Technology

แบไต๋ลุยงาน Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี สินค้าและบริการด้านสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ดีกว่าจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยงานนี้จัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราจะไปพาชมอุปกรณ์ Smart Home สุดล้ำ จาก PZent Technology ในโซน Home Care and Equipment กัน

PZent Technology

PZent Technology

เป็นบริษัทที่จำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยีเกี่ยวกับบ้าน และที่พักอาศัย ด้วยการศึกษาค้นคว้าจากผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (R&D) จนได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำต่าง ๆ โดยภายในงานนี้ PZent ได้คัดอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยในบ้านที่เป็นอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดมาจัดแสดง เหมาะกับบ้านที่ต้องการความสะดวกสบาย เพราะอุปกรณ์ทั้งหมดสามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่ทำให้เราสามารถดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้อย่างใกล้ชิดผ่านกล้อง โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะทำงานควบคู่กัน และมีการแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เพื่อการช่วยเหลือที่ทันท่วงที อีกทั้งใช้ทำงานแทนรีโมตด้วยการสั่งงานผ่านแอปได้เช่นเดียวกัน รวมถึงตั้งค่าให้ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในครั้งเดียวได้ ไม่หมดเท่านี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกของ PZent Technology อีกมากมาย อาทิ

Smart Station

Smart Station

อุปกรณ์สำคัญเป็นศูนย์กลางการทำงานของระบบ Smart Home สามารถสั่งงานอุปกรณ์ได้กว่า 500 ตัว ทำงานได้ระยะกว้าง 200 เมตร สั่งงานด้วยเสียง AI เชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกชิ้นเข้าด้วยกันผ่านระบบ Wifi

Spot (Universal Remote Controller)

อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แทนรีโมตทั้งหมด ควบคุมอุปกรณ์ที่ใช้รีโมตทั้งหมด สั่งงานด้วยการกระจายสัญญาณอินฟราเรทโดยที่ไม่ต้องชี้รีโมตไปที่เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้สามารถสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ผ่านแอปได้โดยไม่ต้องนั่งจำรีโมตเลย

 

Cube Clicker / Door-Window Sensor

Cube Clicker

อุปกรณ์อัจฉริยะที่เราสามารถใช้สั่งงานเปิด-ปิดอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดในบ้านได้เพียงการกดปุ่มคลิกเดียว (แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานกว่า 24 เดือน) เช่น คลิกเดียวปิดไฟทั้งห้อง หรือคลิกเดียวปิดหลอดไฟทั้งบ้านยกเว้นไฟทางเดิน สามารถตั้งค่าได้หลายแบบเลยทีเดียว

Door / Window Sensor

เซนเซอร์สำหรับตรวจจับการเปิด-ปิดประตู หรือหน้าต่าง สามารถทำงานควบคู่กับอุปกรณ์ IoT อื่น ๆ ได้ เช่น เมื่อปิดหน้าต่างให้เปิดไฟ หรือเมื่อเปิดประตูให้เปิดไฟ ไม่ต้องกลัวคลำหาสวิตช์ไฟไม่เจอเลยครับ

Wireless Camera

Wireless Camera

กล้องวงจรปิดความละเอียด 1080P หมุนซ้ายขวาได้ 270 องศา ขึ้นลงได้ 120 องศา บันทึกภาพนิ่งได้ มี Night Mode สามารถดูภาพได้แบบ Real-Time พร้อมบันทึกวิดีโอลง Micro SD Card มี Motion Detection จับความเคลื่อนไหวแล้วบันทึกภาพทันที หรือบันทึกภาพตามการตั้งค่า เช่น ทุกครั้งที่มีการเปิดประตู และสามารถทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่นได้

Environmental Sensor / Motion Sensor

Environmental Sensor

เครื่องตรวจจับอุณหภูมิ ความชื้น และแสงสว่างในบ้าน สามารถแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติได้ และทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เปิดเครื่องฟอกอากาศ หรือปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติได้ ร้อนปุ๊ป เปิดแอร์ปั๊ป

Motion Sensor

เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว จำแนกเวลากลางวัน กลางคืนได้ เนื่องจากเป็นแค่ตัวจับความเคลื่อนไหว จึงต้องทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่น เช่น แจ้งเตือนเมื่อมีคนเดินผ่านห้องเก็บของไปที่แอป เปิดไฟหรือบันทึกภาพเมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านประตูหน้าบ้าน เปิดไฟเมื่อเดินขึ้นบันได หรือปิดไฟเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่เป็นเวลานาน

Smart Switch

Smart Switch

สวิตซ์ไฟอัจฉริยะที่สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติได้ สั่งงานผ่านแอปพลิเคชันได้ ควบคุมการใช้งานได้แม้ไม่ได้อยู่ที่บ้าน (ไปต่างจังหวัดก็ตั้งเปิดปิดไฟในบ้านได้เหมือนมีคนอยู่บ้าน ป้องกันโจรได้ระดับนึงเลย)

Smart Curtain Switch

ที่ช่วยให้เราสะดวกยิ่งขึ้นในการเปิด-ปิดผ้าม่าน ด้วยการสั่งงานผ่านแอป การสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri และ Google Home โดยสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ เช่น เปิดม่านเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำงานร่วมกับ Cube Environmental Sensor

Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness

ทั้งนี้ภายในงาน Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยังมีสินค้าและบริการอีกมากมายโดยแบ่งพื้นที่จัดงานออกเป็น 5 โซน ได้แก่

  1. Home Care and Equipment : อุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ เช่น วีลแชร์ วอร์คเกอร์ อุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
  2. Rehabilitation : อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการดูแลช่วยเหลือและปกป้องผู้สูงอายุ เช่น หุ่นยนต์ผู้ช่วย ลิฟต์สำหรับเคลื่อนย้าย และ Power Suits หรือชุดช่วยพยุงน้ำหนักในการเคลื่อนไหว
  3. Medical Tourism : การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น สปา ฟิตเนส และสถานบริการนวดแผนไทย
  4. Service : สินค้าและบริการทั่วไปสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การออมเงิน บริการรถรับส่ง ประกันชีวิต เป็นต้น และ
  5. Nutritional Food : ผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น เจลลี่สำหรับผู้สูงอายุ อาหารเสริมอัดเม็ด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีงานสัมมนาให้ความรู้จากวิทยากรที่มีชื่อเสียง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงการต่อยอดทางธุรกิจสำหรับผู้สูงอายุ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!