Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

คดีพลิก! ศาลชี้ “ทีวีพูล” มีสิทธิ์คืนใบอนุญาตดิจิทัลทีวี “เจ๊ติ๋ม” ยิ้มร่า ส่วนกสทช. หงายเงิบ

Published

on

เรียกได้ว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในวงการดิจิทัลทีวีของไทยเลยก็ว่าได้ กับการประกาศงดชำระ และขอคืนใบอนุญาตประกอบกิจการดิจิทัลทีวี ของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ซึ่งมี “ติ๋ม ทีวีพูล” หรือ “เจ๊ติ๋ม” หรือนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หัวเรือใหญ่แห่งเครือทีวีพูล โดยคืนทีเดียวถึงสองช่องด้วยกัน ได้แก่ ช่องไทยทีวี (หมายเลข 17) และช่องโลก้า ที่ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นเอ็มวีทีวีแฟมิลี่ (หมายเลข 15) เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2558

พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย (Source: Forbes Thailand)

แน่นอนว่าเรื่องนี้ กลายเป็นข้อพิพาทระหว่างเจ๊ติ๋ม และหน่วยงานรัฐอย่างกสทช. ที่เป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบการ จนถึงขั้นมีการฟ้องร้องในชั้นศาล โดยก่อนหน้านี้ ทางกสทช. ได้ทำการยึดใบอนุญาต, ระงับการออกอากาศในช่องหมายเลข 15 และช่อง 17 บนระบบดิจิทัลทีวี มีการฟ้องร้องเพื่อขอให้มีการชำระค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วนก่อน ถึงจะสามารถยกเลิกใบอนุญาตได้ และทำการริบเงินประกัน หรือ แบงก์การันตี (Bank Guarantee) จากธนาคารกรุงเทพ ซึ่งภายหลัง ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้กับทางไทยทีวี ในกรณีของการถูกริบเงินประกัน ซึ่งกสทช. ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากศาลยังไม่ได้พิพากษาว่าใครผิด ใครถูก

อ่านเพิ่ม: ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวเจ๊ติ๋มทีวีพูล ชะลอ กสทช.ยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันไทยทีวี

ล่าสุด (13 มีนาคม 2561) ศาลปกครองได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ศาลได้พิจารณาและพิพากษาลงความเห็นว่า นางพันธุ์ทิพา และไทยทีวี ชนะคดีนี้ และฝ่ายของไทยทีวี มีสิทธิ์ที่จะขอคืนใบอนุญาตประกอบการ และมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ โดยที่กสทช. ไม่มีสิทธิ์ที่จะริบเงินประกัน มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท จากทางธนาคารกรุงเทพได้ และต้องคืนเงินดังกล่าว ภายใน 60 วัน นับจากวันที่คดีถึงที่สุด

หากเจาะลงไปถึงคำพิพากษาของศาลปกครองที่ออกมานั้น ในคำพิพากษาได้อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เจ๊ติ๋ม และไทยทีวี ตัดสินใจคืนใบอนุญาตกับทางกสทช. เมื่อปี 2558 โดยสรุปได้ว่า

  1. การแจกคูปองกล่องรับสัญญาณทีวี (Set Top Box) ล่าช้ากว่ากำหนดการที่กำหนดไว้ถึง 6 เดือน แถมไม่ทั่วถึง ชาวบ้านไม่เข้าใจ และขาดการประชาสัมพันธ์เพื่อเกิดความเข้าใจ ทำให้หลายครอบครัวไม่สนใจ
  2. การขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศเกิดความล่าช้า ส่งผลกระทบให้รายได้ของสถานี ซึ่งมาจากเม็ดเงินลงทุนโฆษณาอีกทอดหนึ่ง
  3. ไม่มีแผนและการเยียวยาที่ชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ต้องแบกรับต้นทุนในช่วงระยะแรกของการออกอากาศ

“เจ๊ติ๋ม” ยิ้มร่า หลังฟังคำพิพากษา

พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย กับสีหน้าที่ยิ้มแย้ม หลังรับฟังคำพิพากษา (Source: Thairath)

ทางด้านเจ๊ติ๋มได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่รอไปทำข่าวว่า ตนเองพอใจในคำพิพากษาที่ออกมาในวันนี้ และจะขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ในกรณีของค่าเสียหาย และค่าใบอนุญาตงวดที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ได้ยุติการดำเนินกิจการไปแล้ว โดยจะยื่นขออุทธรณ์ภายใน 30 วัน

กสทช. น้อมรับ ส่วนจะอุทธรณ์หรือไม่ ขอประชุมก่อน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.

เลขาธิการกสทช. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ได้เปิดเผยว่า ตนเองได้รับทราบถึงคำพิพากษาแล้ว และจะนำเรื่องดังกล่าวนี้ เสนอต่อที่ประชุมกสทช. ในวันพรุ่งนี้ (14 มีนาคม 2561) ต่อไป ในส่วนของการขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลนั้น ทางบอร์ดบริหารกสทช. จะวินิจฉัยต่อไป ทั้งนี้ การที่ศาลมีคำพิพากษาออกมา ถือว่าเป็นการกำหนดกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถทำได้ง่ายขึ้น หลังจากที่ไม่มีบรรทัดฐานกำหนดไว้ว่าทำได้ หรือทำไม่ได้ หากผู้ประกอบการต้องการจะยกเลิกก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเรื่องดังกล่าว กสทช. ขออุทธรณ์ คงต้องรอผลจากการขอยื่นอุทธรณ์ต่อไป และในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ ไม่สามารถเรียกร้องได้

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่า กรณีระหว่างไทยทีวี กับทางกสทช. เป็นกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในวงการโทรทัศน์ไทย โดยเฉพาะวงการดิจิทัลทีวี ที่ยังดูไม่ออกว่าจะไปในทิศทางไหน การแข่งขันจะเป็นอย่างไร และใครจะล้มก่อนกัน แน่นอนว่าเรื่องนี้มีคำพิพากษาของศาลปกครองกลางออกมาแล้ว หากมีการสู้คดีไปถึงศาลปกครองสูงสุดแล้วเมื่อใด เมื่อนั้น คงจะได้เห็นภาพของวงการดิจิทัลทีวีในประเทศไทยได้ชัดยิ่งขึ้น และอาจจะมีช่อง หรือสถานี ที่อาจจะใช้โมเดลทำนองนี้ในการขอคืนใบอนุญาตกับทางกสทช. ต่อไป…

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ, ไทยโพสต์, กรุงเทพธุรกิจ, ยามเฝ้าจอ, เฟซบุ๊ก Whee Pongpipat

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

AIS ชำระค่าประมูลงวดที่ 1 ในความถี่ 1800 MHz แล้ว

Published

on

By

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือ AIS หลังจากชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz (1740-1745 MHz คู่กับ 1835-1840 MHz) จำนวน 1 ใบอนุญาต วันนี้คุณสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO ของ AIS ก็ได้เข้าไปที่กสทช. เพื่อชำระเงินค่าประมูลงวดแรก จำนวน 6,693,385,000 บาท

โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2555 – 2561 AIS ได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ ตั้งแต่การประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz มูลค่า 14,625 ล้านบาท ,คลื่น 1800 MHz (ชุดแรก) มูลค่า 40,987 ล้านบาท ,คลื่น 900 MHz มูลค่า 75,654 ล้านบาท ซึ่งคุณสมชัยเล่าให้ฟังผ่านเฟซบุ๊กว่า AIS ได้ชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเสมอ เพราะเข้าใจดีว่าเงินเหล่านี้จะไปพัฒนาประเทศต่อไป

ปัจจุบันทาง AIS มีคลื่นอยู่ในมือดังนี้

  • 2100 MHz
  • 1800 MHz (ชุดแรก)
  • 1800 MHz (ชุดสอง)
  • 900 MHz
  • 2100 อีกชุด (โรมมิ่งกับ TOT)

ให้บริการครอบคลุมทั้งในระบบ 2G, 3G และ 4G

วันจันทร์หน้า AWN (AIS) จะได้รับใบอนุญาตและพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายนนี้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

กลับมาอีกครั้งและยิ่งใหญ่เช่นเดิมกับ “RetailEX ASEAN 2018” งานแสดงสินค้าและบริการเพื่อธุรกิจค้าปลีก

Published

on

งาน RetailEX ASEAN 2018 งานแสดงสินค้า นวัตกรรม และการประชุมนานาชาติ เพื่อธุรกิจค้าปลีกครบวงจร พร้อมจัดเสวนาหัวข้อพิเศษ อาทิ

  • จุดขายของการค้าออนไลน์,
  • วิธีการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการสำรวจเทรนด์ตลาด เป็นต้น

จากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการการค้านำโดย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, เซ็นทรัล, เดอะ มอลล์, KFC, DHL, Unilever, และ ลอรีอัล เป็นต้น โดยงาน RetailEX ASEAN 2018 ถือได้ว่าเป็นจุดนัดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างธุรกิจที่ผู้ค้าปลีกพลาดไม่ได้ ทั้งงานจัดแสดงนวัตกรรมครบวงจรเพื่อผู้ค้าปลีก และงานสัมมนาเพื่อการต่อยอดธุรกิจอีกมากมาย สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่…วันที่ 19 – 21 กันยายน 2561 ณ อาคาร 3 และ 4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งาน RetailEX ASEAN 2018 จัดโดย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับ แคลเรียน อีเว้นท์ และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และได้รับความสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB  เพื่อรวบรวมผู้ประกอบการจากด้านต่าง ๆ อาทิ

  • การบริการ นวัตกรรม และสินค้า
  • รวมถึงการสัมมนาร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดและเทคโนโลยีสำหรับผู้ค้าปลีก โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายแขนง เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่อยู่ในธุรกิจการค้าปลีก
  • ตลอดทั้งสามวันไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมชมงาน

ด้วยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและก้าวหน้า ทั้งในส่วนของออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก ธุรกิจการค้าปลีกจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับการตลาดในยุคใหม่  งาน RetailEX ASEAN 2018 มุ่งมั่นในการยกระดับธุรกิจการค้าปลีกในไทย พร้อมนำเสนอไฮไลท์ภายในงานที่พลาดไม่ได้ ได้แก่

  • โชว์เคสแนวคิดการออกแบบร้านค้าใหม่ล่าสุด เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
  • การแสดงเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบบริการตนเอง อาทิ
    • บูธถ่ายรูป (Photo Booths)
    • ตู้ชาร์จโทรศัพท์มือถือ
    • อุปกรณ์ซักรีดแบบดูแลตัวเอง
    • ทั้งยังมีการเปิดตัวรางวัลใหม่ล่าสุดเพื่อยกย่องผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกที่ดีที่สุดในอาเซียน
    • และโปรแกรมบริการจับคู่เจรจาธุรกิจ ที่จะมีบริการผู้ช่วยส่วนตัวในการติดต่อระหว่างผู้ซื้อระดับภูมิภาคและท้องถิ่น กับผู้จัดแสดงสินค้าและผู้สนับสนุนการจัดงาน
    • นอกจากนี้ยังมีโซนใหม่ภายในงานรีเทลเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพโซน กับ RetailEX Elevator Pitch ที่จะให้ 10 โครงการสตาร์ทอัพ ได้มีเวลา 2 นาทีในการนำเสนอไอเดียให้แก่นักลงทุนชั้นนำ 10 ราย

งาน RetailEX ASEAN ยังคงเป็นงานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจการค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 70 แบรนด์ และผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 4,000 ราย ซึ่งงาน RetailEX ASEAN สามารถตอบสนองการพัฒนา และเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคได้อย่างครบวงจร

มั่นใจว่า การจัดงานครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจของ สสปน.ในการใช้งานแสดงสินค้าและการประชุมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และพันธมิตรต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นเวทีแสดงสินค้าสำคัญของอาเซียน ดังนั้นสสปน.จึงจัดให้มีแคมเปญสนับสนุนทั้งผู้จัดงานแสดงสินค้า ผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงาน ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับรีเทลเอ็กซ์ อาเซียน 2018อย่างแน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว “Nokia 6.1 Plus” สมาร์ทโฟนจอใหญ่ไร้ขอบ พร้อมสมรรถนะอัดแน่นเพื่อผู้ใช้งาน

Published

on

เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกีย ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน Nokia 6.1 Plus ที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นด้วยความสามารถในการทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยในการสร้างคอนเทนต์ของคุณ Nokia 6.1 Plus เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Android One

โนเกีย มุ่งมั่นเดินหน้าทำการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้เรามุ่งเน้นในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับโลก เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าของโนเกีย อาทิ

  • การส่งสมาร์ทโฟนโนเกียเข้าร่วมโปรแกรม Android One จาก Google เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานเพียวแอนดรอยด์ ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และอัปเดตก่อนใคร
  • นอกจากนั้นยังร่วมมือกับพันธมิตรอื่น ๆ ในการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง
  • และการขยายช่องทางในการจัดจำหน่ายไปยังออนไลน์โดยได้ร่วมมือกับ Shopee และ JD Central เพื่อเปิด Nokia Official Shop บนแพล็ตฟอร์มออนไลน์
  • สำหรับช่องทางในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ยังคงมุ่งเน้นการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โนเกียที่มีความสามารถในการใช้งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการบอกเล่าเรื่องราวหรือสร้างคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยช่องทางในการสื่อสารยังคงทำควบคู่ไปทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

Nokia 6.1 Plus

  • โดดเด่นด้วยหน้าจอไร้ขอบและประสิทธิภาพในการใช้งาน
  • มอบประสบการณ์การใช้งาน แบบเต็มจอในขนาดที่จับถนัดมือ ด้วยสัดส่วนแสดงผล 19:9 บนหน้าจอ 5.8 นิ้ว
  • จอแสดงผลแบบ Full HD+ พร้อมค่า Color Gamut 96%
  • มาพร้อมกระจก Gorilla® Glass จาก Corning® ทรงโค้ง
  • และใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 636 รุ่นใหม่ล่าสุด สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่จาก Qualcomm ซึ่งประมวลผลได้รวดเร็วกว่ารุ่นที่แล้วถึง 40% ทำให้สามารถเล่นเกมและใช้งานสตรีมได้แบบไม่มีสะดุด
  • ระบบการใช้งานแบตเตอรี่ที่ทรงประสิทธิภาพ ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการฟังเพลง และรับชมวิดีโอได้ยาวนานขึ้นด้วย ด้วยฮาร์ดแวร์สมรรถนะสูงกับ USB Type-C ที่รองรับระบบ Fast Charging

  • กล้องหลังคู่16/5 MP ช่วยเก็บรายละเอียดภาพให้มีความคมชัดเหนือระดับ และโหมด HDR ช่วยทำให้ภาพมีชีวิตชีวาด้วยสีสัน เด่นชัดในทุกรายละเอียด
  • และเทคโนโลยี Depth Sensor ทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้ราวกับมืออาชีพ เมื่อใช้ Bokeh Effect ซึ่งสามารถปรับแก้ให้สวยงามยิ่งขึ้นในภายหลังได้
  • และเก็บภาพเซลฟี่ความละเอียดสูงได้ด้วยกล้องหน้า 16 MP พร้อมโหมด Bothie ที่ทำให้ถ่ายภาพจากกล้องหน้า และกล้องหลังได้พร้อมกัน มีเทคโนโลยี AI ช่วยปรับภาพให้สวยงามขึ้นโดยอัตโนมัติเป็นครั้งแรกในโลก
  • ยังสามารถแชร์ภาพ Bothie จากทั้งสองฝั่งของกล้อง ลงในโซเดียลมีเดีย ผ่านการสตรีมแบบสด ๆ ได้ โดยใช้ฟีเจอร์ Dual-Sight
  • และยังมีระบบปรับปรุงภาพอัตโนมัติ ที่ทำให้เรื่องราวของคุณมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ด้วยฟิลเตอร์สนุก ๆ สติกเกอร์หน้ากาก และภาพสามมิติ เสริมด้วยระบบแสงสำหรับถ่ายภาพ Portrait
  • ระบบปฏิบัติการ Android Oreo™ ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดต่าง ๆ ได้ทันที เช่น Google Lens, Picture-in-Picture และ Google Play Instant
  • และ Nokia 6.1 Plus ยังพร้อมสำหรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android Pie อีกด้วย
  • มี 3 สีให้เลือกได้แก่ สีดำ (Gloss Black) , สีขาว (Gloss White) , สีน้ำเงินเข้ม (Gloss Midnight Blue)

ระบบปฏิบัติการเพียวแอนดรอยด์จาก Android One ออกแบบโดย Google ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัย ปลอดภัย ให้กับผู้ใช้งานทุกคน ทำให้ Nokia 6.1 Plus ได้รับการการอัปเดตอยู่เสมอ มีทุกเดือนตลอดเวลาสามปี และการรับประกันว่าจะมีการอัปเดตระบบปฏิบัติการทันทีที่มีการเปิดให้ใช้งานตลอดเวลาสองปี

และคุณจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลและแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแอปที่ติดตั้งมากับเครื่องนั้นมีจำนวนน้อย นอกจากนั้นคุณยังจะได้ใช้บริการใหม่ล่าสุดจาก Google ที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยก่อนใครเสมอ เช่น Google Assistant และ Google Photos พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลภาพความละเอียดสูงแบบไม่จำกัดและไม่มีค่าใช้จ่าย

การจัดจำหน่าย

เริ่มจัดจำหน่ายภายในเดือนกันยายน ในราคา 8,990 บาท ที่ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือโนเกียทั่วประเทศ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!