Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

กลับมาอีกครั้งและยิ่งใหญ่เช่นเดิมกับ “RetailEX ASEAN 2018” งานแสดงสินค้าและบริการเพื่อธุรกิจค้าปลีก

งาน RetailEX ASEAN 2018 งานแสดงสินค้า นวัตกรรม และการประชุมนานาชาติ เพื่อธุรกิจค้าปลีกครบวงจร พร้อมจัดเสวนาหัวข้อพิเศษ อาทิ

  • จุดขายของการค้าออนไลน์,
  • วิธีการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการสำรวจเทรนด์ตลาด เป็นต้น

จากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการการค้านำโดย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, เซ็นทรัล, เดอะ มอลล์, KFC, DHL, Unilever, และ ลอรีอัล เป็นต้น โดยงาน RetailEX ASEAN 2018 ถือได้ว่าเป็นจุดนัดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างธุรกิจที่ผู้ค้าปลีกพลาดไม่ได้ ทั้งงานจัดแสดงนวัตกรรมครบวงจรเพื่อผู้ค้าปลีก และงานสัมมนาเพื่อการต่อยอดธุรกิจอีกมากมาย สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่…วันที่ 19 – 21 กันยายน 2561 ณ อาคาร 3 และ 4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งาน RetailEX ASEAN 2018 จัดโดย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับ แคลเรียน อีเว้นท์ และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และได้รับความสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB  เพื่อรวบรวมผู้ประกอบการจากด้านต่าง ๆ อาทิ

  • การบริการ นวัตกรรม และสินค้า
  • รวมถึงการสัมมนาร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดและเทคโนโลยีสำหรับผู้ค้าปลีก โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายแขนง เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่อยู่ในธุรกิจการค้าปลีก
  • ตลอดทั้งสามวันไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมชมงาน

ด้วยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและก้าวหน้า ทั้งในส่วนของออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก ธุรกิจการค้าปลีกจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับการตลาดในยุคใหม่  งาน RetailEX ASEAN 2018 มุ่งมั่นในการยกระดับธุรกิจการค้าปลีกในไทย พร้อมนำเสนอไฮไลท์ภายในงานที่พลาดไม่ได้ ได้แก่

  • โชว์เคสแนวคิดการออกแบบร้านค้าใหม่ล่าสุด เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
  • การแสดงเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบบริการตนเอง อาทิ
    • บูธถ่ายรูป (Photo Booths)
    • ตู้ชาร์จโทรศัพท์มือถือ
    • อุปกรณ์ซักรีดแบบดูแลตัวเอง
    • ทั้งยังมีการเปิดตัวรางวัลใหม่ล่าสุดเพื่อยกย่องผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกที่ดีที่สุดในอาเซียน
    • และโปรแกรมบริการจับคู่เจรจาธุรกิจ ที่จะมีบริการผู้ช่วยส่วนตัวในการติดต่อระหว่างผู้ซื้อระดับภูมิภาคและท้องถิ่น กับผู้จัดแสดงสินค้าและผู้สนับสนุนการจัดงาน
    • นอกจากนี้ยังมีโซนใหม่ภายในงานรีเทลเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพโซน กับ RetailEX Elevator Pitch ที่จะให้ 10 โครงการสตาร์ทอัพ ได้มีเวลา 2 นาทีในการนำเสนอไอเดียให้แก่นักลงทุนชั้นนำ 10 ราย

งาน RetailEX ASEAN ยังคงเป็นงานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจการค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 70 แบรนด์ และผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 4,000 ราย ซึ่งงาน RetailEX ASEAN สามารถตอบสนองการพัฒนา และเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคได้อย่างครบวงจร

มั่นใจว่า การจัดงานครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจของ สสปน.ในการใช้งานแสดงสินค้าและการประชุมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และพันธมิตรต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นเวทีแสดงสินค้าสำคัญของอาเซียน ดังนั้นสสปน.จึงจัดให้มีแคมเปญสนับสนุนทั้งผู้จัดงานแสดงสินค้า ผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงาน ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับรีเทลเอ็กซ์ อาเซียน 2018อย่างแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

LINE จับมือกสิกรไทย ตั้งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด พร้อมสร้าง Social Banking Platform

Published

on

ธนาคารกสิกรไทยและ LINE จับมือกันตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด โดยธนาคารกสิกรไทยลงทุนผ่านบริษัท กสิกร วิชั่น หรือ K Vision ส่วนไลน์ลงทุนผ่านบริษัท ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้งาน LINE จำนวนกว่า 44 ล้านคนในไทยเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 พร้อมตั้งเป้าติด 1 ใน 5 บริษัทชั้นนำที่ให้บริการได้สินเชื่อบุคคลภายใน 5 ปี

(ซ้าย)ซี- ฉัตรปวีณ์ ผู้ดำเนินรายการ, อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย, พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย, 

การลงทุนดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัล ซึ่งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัดถือเป็นบริษัทแรกในกลุ่มบริษัทธนาคารกสิกรไทยที่ไม่ได้ถือหุ้น 100% ซึ่งธนาคารเชื่อว่าศักยภาพด้านดิจิทัลของ LINE และประสบการณ์ของธนาคารด้านลูกค้ารายย่อย จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจธนาคาร และทำให้เกิดบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในประเทศไทย ซึ่งจะขยายฐานลูกค้าใหม่ และสร้างกำไรจากธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งนอกจากการลงทุนร่วมกันแล้ว กสิกรไทยและ LINE จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ทรัพยากรต่างๆ ระหว่างกันอีกด้วยพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

คุณพัชรเปิดเผยว่า เรื่องของความเร็วและต้นทุน ธนาคารนั้นสู้บริการไอทีตัวจริงไม่ได้อยู่แล้ว ทำให้การตั้งบริษัทใหม่ที่มีความเป็นไอทีตั้งแต่กำเนิดก็ทำให้ธนาคารปรับตัวในเรื่องนี้ได้เร็วขึ้น ซึ่งผู้ใช้ส่วนหนึ่งจะกลัวธนาคาร กลัวเรื่องตัวเลข ทำให้กสิกรไทยต้องขยายตัวเองออกมาในแอปไลฟ์สไตล์เพื่อลดภาพน่ากลัวของธนาคารลง

โดยเป้าหมายของกสิกรไทยและ LINE คือร่วมกันสร้างแบรนด์ธนาคารบนแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียที่ใช้งานง่าย สนุก แตกต่างจากธนาคารรูปแบบเดิม เช่นการสมัครใช้บริการต่างๆ ของธนาคาร การโอนเงิน การซื้อของที่จ่ายจบได้ในแอปเดียว รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลที่สามารถทำผ่าน LINE ได้อย่างรวดเร็ว เพราะตลาดกู้ยืมเงินนี้มีมูลค่าถึง 5 แสนล้านบาท แต่ธนาคารยังเข้าถึงตลาดนี้ได้ไม่ถึงครึ่ง ซึ่งการทำให้ธุรกรรมง่ายขึ้นผ่าน LINE น่าจะทำให้เข้าถึงการกู้ยืมเงินได้มากขึ้น

Closing the distance แนวคิดของไลน์ที่ทำให้เกิดบริการต่างๆ ที่เข้าถึงผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งฐานลูกค้า 44 ล้านคนทำให้ไทยเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่อันดับ 2 ของไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มผู้ใช้ที่ยังไม่เข้าสู่ระบบธนาคาร (Unbank) จำนวนมาก ซึ่งไลน์หวังว่าจะนำธุรกรรมการเงินให้เข้าถึงทุกคนได้ ซึ่งความน่าเชื่อถือก็เป็นเรื่องสำคัญของการทำธุรกรรม และไลน์กับกสิกรไทยก็มีความน่าเชื่อถือมากพออริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย

(กลาง) ยอง อึน คิม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย

บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด จะเป็นฐานสำคัญในการนำเสนอบริการการเงินที่หลากหลาย รวมถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อรูปแบบใหม่ๆ การโอนเงินบน LINE ที่สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้เรายังตั้งเป้าเป็นผู้นำในธุรกิจการเงินในโลกที่กำลังเคลื่อนไปสู่สังคมไร้เงินสดยอง อึน คิม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย

ซึ่งในช่วงเริ่มต้นนี้ กสิกรไทยและไลน์ ได้แต่งตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อร่วมกันทำงานก่อน และกำลังเฟ้นหาบุคลากรที่จะเข้ามาร่วมงานในอนาคต (ไปสมัครงานได้นะ)

เก็บตกรายละเอียดบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด

  • ลูกค้าของ กสิกร ไลน์ ก็ต้องเปิดบัญชีใหม่ ลูกค้า kbank เดิมก็ต้องเปิดบัญชีใหม่ด้วย เพื่อให้เคลียร์ว่าเป็นลูกค้าใคร
  • เรตดอกเบี้ยเงินกู้ก็ต้องแล้วแต่ความสามารถในการเข้าใจลูกค้า ดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับว่าธนาคารเข้าใจแค่ไหน ซึ่งบริษัทใหม่จะใช้ข้อมูลออนไลน์เพื่อพิจารณาเงินกู้ เพราะที่ผ่านมาธนาคารไม่สามารถให้คนกลุ่มหนึ่งกู้เงินได้เพราะข้อมูลไม่พอ แต่การจับมือกับ LINE ทำให้มีข้อมูลในการพิจารณาลูกค้ากลุ่มหนึ่งมากขึ้น ทำให้ขยายการกู้เงินส่วนบุคคลมากขึ้น และกระบวนการกู้เงินก็จะง่ายขึ้นด้วย ไม่ต้องกรอกเอกสารเป็นตั้งๆ
  • จะมีการเชื่อมโยงบริการกับ rabbit LINE PAY ในอนาคต ซึ่งกสิกรไทยก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่ดี
  • ไลน์ไม่ได้เข้ามา disrupt ธนาคาร แต่เป็นการมาจับมือกับแบงค์ ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้เหมือนการแต่งงาน ลงทุนกันเป็นพันล้านบาท เป็นมากกว่าการต่อ api
  • ซึ่งไลน์จะไม่จับมือการธนาคารอื่นๆ ในลักษณะนี้อีก
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

Mahajak Smart Living งานดีๆ ที่เปิดโอกาสให้ทดลองควบคุมบ้านด้วยระบบอัจฉริยะ!

Published

on

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด (Mahajak Development Co., Ltd.) ได้จัดงาน Mahajak Smart Living ขึ้นที่ Central World ณ ลานกิจกรรม Atirum ชั้น 3 โดยรูปแบบของงานดังกล่าว จะเป็นการเปิดให้ผู้ร่วมงานและผู้สัญจรไปมา ได้ทดลองควบคุมบ้านด้วยระบบอัจฉริยะทั้งหลายจากอุปกรณ์เทคโนโลยีมากมายในบ้าน พร้อมทั้งยังนำผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงทั้งหลายมาจัดตั้งภายในงานให้เห็นชัดเจนถึงความครบเครื่องด้านโปรดักชั่นส์ซาวน์อีกด้วย

การจำลองสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างในบ้านด้วย Control 4 อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะ

เริ่มกันที่ปัจเจกหลักในงานอย่างการเปิดโลกทัศน์ให้ผู้คนได้เข้าใกล้เทคโนโลยีควบคุมบ้านด้วยระบบอัจฉริยะกันก่อนเลยละกันครับ Mahajak Smart Living ได้ให้ผู้เข้าร่วมงานทั้งหลาย สามารทดลองสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างในบ้านด้วย Control 4 อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะที่ใช้การเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ ในครัวเรือนด้วยสัญญาณ Wi-fi ที่สามารถจับคู่ได้มากถึง 250 อุปกรณ์ในเครื่องเดียว อาทิ การลดระดับแสงของหลอดไฟไปจนถึงปิดการใช้งาน, ลด/เพิ่มเสียง หรือเปลี่ยนช่องการเชื่อมบนสมาร์ตทีวี, ดูกล้องวงจรปิดภายในบ้านผ่านแอปปลิเคชั่นบนมือถือของ Control 4 ฯลฯ 

ในขณะที่อีกโซนหนึ่งของงานอันเป็นการนำเครื่องดนตรีหรืออุปกรณ์ด้านเสียงๆ ต่าง จาก Sound City ร้านค้าปลีกเครือลูกของทาง Mahajak ที่เน้นขายอุปกรณ์ด้านเสียง มาจัดเรียงให้เห็นเป็นตัวอย่างถึงความครบครันและตอบโจทย์อภิรมย์ด้านการฟัง ไล่ตั้งแต่หูฟังและลำโพงแบรนด์ JBL, เครื่องมิกซ์เสียงจากแบรนด์ SoundCraft ฯลฯ ซึ่งหากใครสแกน QR Code ที่อยู่ภายในงานนี้ ก็จะได้รับไปเลยทันทีส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าจากทางร้าน Sound City ทั้ง 3 สาขา (Central World, The EmQuartier และ Siam Paragon)

งาน Mahajak Smart Living จัดขึ้น ณ ลาน Atrium ชั้น 3 ที่ Central World โดยจะอยู่ถึงวันที่ 7 – 15 ธันวาคมที่จะถึงนี้ครับ ใครสนใจก็ลองไปแวะเวียนที่งานกันดูนะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ทุ่ม 200 ล้าน!เปิดตัว MVHUB บริการสตรีมมิงน้องใหม่จาก MVTV พร้อมเปิดให้บริการปลายเดือนมกราคม 62

Published

on

หากใครเติบโตมาในยุคต้น 90 ย่อมคุ้นเคยกันดีกับหนังจีนชุดอย่าง เปาบุ้นจิ้น มังกรหยก เจ้าพ่อตลาดหุ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคอนเทนต์ดังๆ ทั้งนั้น โดยบริษัทที่ถือว่าครองลิขสิทธิ์คอนเทนต์หนัง-ซีรีส์จีนมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้น MVTV สื่อดีๆที่หาคอนเทนต์หลากหลายมาเอาใจคอหนังจีนเสมอ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุค วีดีโอ VHS จนถึงยุค VCD และ DVD ตามลำดับรวมถึงการให้บริการผ่านช่องดาวเทียมก็เคยมาแล้ว และเพื่อให้สนองตอบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปก็ได้เวลาที่ MVTV จะทุ่มทุนถึง 200 ล้านเพื่อขยับเข้าสู่ตลาด Over The Top tv หรือบริการสตรีมมิงที่กำลังฮอตฮิตในปัจจุบัน แต่ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักถึงที่มาของ MVTV และการตัดสินใจรุกตลาดธุรกิจสตรีมมิงในครั้งนี้กันก่อนดีกว่า

ปรับกระบวนยุทธรุกธุรกิจ Over The Top TV. (OTTtv)

นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด

นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า แกนหลักธุรกิจของกลุ่มเอ็มวีทีวีตลอดกว่า 40 ปี คือการนำเข้าและจัดจำหน่ายคอนเทนต์จากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและไต้หวัน โดยเริ่มต้นจากการพากย์เสียงภาษาไทย  แล้วส่งร้านเช่าวิดีโอในจังหวัดนครสวรรค์  ก่อนก้าวสู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง Movie Home Video  แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปสู่ VCD  DVD ทีวีดาวเทียมและทีวีดิจิทัล  แต่คอนเทนต์หลักของกลุ่มเอ็มวีทีวีที่ส่งผ่านสื่อต่างๆ ยังคงคอนเทนต์จีนเป็นหลัก และสามารถส่งไปถึงผู้ชมได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น

“กลุ่มเอ็มวีทีมีคอนเทนต์จีนที่พากย์ไทย สะสมอยู่ตลอด 40 ปีที่อยู่ในธุรกิจนี้  มากกว่า 30,000 ชั่วโมง และเมื่อผนึกรวมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่างทีวีบี ฮ่องกงและค่ายหนังในไต้หวัน ทำให้มั่นใจได้ว่าเอ็มวีทีวีมีคอนเทนต์จีน มากที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน” นายชัยยุทธกล่าว

ด้วยศักยภาพที่มีอยู่ของกลุ่มเอ็มวีทีวี จึงเป็นแรงผลักดันและเร่งพัฒนาธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บรอดแบนด์หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้เข้าถึงครัวเรือนไทยกว่า 8 ล้านครัวเรือน  และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G-4G ได้ครอบคลุมไปทั่วประเทศแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้นทาง MVTV ยังได้เปิดตัวผู้บริหารรุ่นใหม่มานำทัพ MVHUB สู้ศึกในตลาดสตรีมมิงอันดุเดือดครั้งนี้ด้วยจะเป็นใครบ้างมาชมกันเลย

(จากด้านซ้าย) นางสาววรนุช ทวีปวรเดช, นายณัฐพงษ์ โอฆะพนม, นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ

ดร.วรวุฒิ ทวีปวรเดช

  • นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) เปี่ยมประสบการณ์บริหารสื่อครบวงจรและผลิตคอนเทนต์ทุกรูปแบบ มากว่า 30 ปี มานำทีมเอ็มวีทีวี ในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการธุรกิจใหม่  บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อนำประสบการณ์และเครือข่ายทางธุรกิจมาพัฒนาธุรกิจใหม่ของบริษัท ในการสนองตอบความต้องการของผู้ชมทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
  • ดร.วรวุฒิ ทวีปวรเดช บุตรชายนายชัยยุทธ  มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  ดูแลการพัฒนาเทคโนโลยีธุรกิจออนไลน์สตรีมมิ่งและเทคโนโลยีสารสนเทศของกลุ่มบริษัท
  • นางสาววรนุช ทวีปวรเดช บุตรสาวของนายชัยยุทธ ทำงานคัดสรรภาพยนตร์และซีรี่ส์จีนที่เป็นธุรกิจหลักของครอบครัวทวีปวรเดชมาโดยตลอด รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการคอนเทนต์   ่
  • นางสาวมะลิวรรณ เดชาฤทธิ์ ประสบการณ์บริหารการตลาดและพัฒนาธุรกิจหลากหลายธุรกิจกว่า 30 ปี ทั้งธุรกิจสื่อ  ธุรกิจร้านเช่าวิดีโอ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจซุปเปอร์สโตร์ ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ฯลฯ รับผิดชอบด้านการตลาด MVHub และพัฒนาธุรกิจในเครือเอ็มวีทีวีที่ขยายไปใน CLMV
  • นายณัฐพงษ์ โอฆะพนม ประสบการณ์ระดับบรรณาธิการข่าวบันเทิง ศิลปวัฒนธรรม ผู้กำกับละครโทรทัศน์และนักวิจารณ์ภาพยนตร์มากกว่า 20 ปี จะรับผิดชอบด้านการคัดสรรคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรี่ส์จากทุกแหล่ง

มีอะไรให้ดูบ้างใน MVHUB

สุดยอดคอนเทนต์จาก TVB 

สำหรับ MVHUB จุดเด่นที่สุดของคอนเทนต์คงหนีไม่พ้นรายโทรทัศน์จากไต้หวัน จีนและฮ่องกง โดยมีค่าย TVB เป็นหัวหอกสำคัญมีทั้งซีรีส์คลาสสิก ซีรีส์ใหม่ๆได้ดูกันแบบทันใจเลยทีเดียว

โดยกลุ่มทีวีบีฮ่องกงได้ตัดสินใจมอบสิทธิ์ให้กลุ่มเอ็มวีทีวีในการบริหารคอนเทนต์ในระบบออนไลน์สตรีมมิ่ง (Online Streaming) ในไทยและ CLMV โดยจะนำแอพพลิเคชั่น TVB Anywhere เป็นส่วนหนึ่งในแพลทฟอร์ม MVHub ด้วย  เพื่อให้บริการทั้งพากย์ไทยและเสียงภาษาจีน สำหรับคนจีนหรือคนไทยที่ต้องการรับชมเสียงภาษาจีน

บริการของกลุ่มทีวีบีฮ่องกงที่กลุ่มเอ็มวีทีวีบริหารจัดการ แบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ

  1. ช่องรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม TVB Anywhere Drama Thai  ฉายภาพยนตร์และซีรี่ส์จีน      พากย์ไทยตลอด 24 ชั่วโมง รับชมได้ฟรี (ฟรีทูแอร์)  เริ่มออกอากาศแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา      ในระบบ C-Band สามารถรับชมบนจานดาวเทียมทุกค่าย เช่น จานพีเอสไอช่อง 113 ฯลฯ
  2. บริการ TVB Anywhere Thai Pack ภาพยนตร์และซีรี่ย์ของค่ายทีวีบี พากย์ไทยทุกเรื่องกว่า 10,000 ชั่วโมง  ผ่านระบบออนไลน์สตรีมมิ่งของ MVHub อัตราค่าสมาชิกส่วนเพิ่มจาก MVHub เพียงแค่ 200 บาทต่อเดือน สามารถรับชมคอนเทนต์จากทีวีบีฮ่องกงได้อย่างไม่จำกัด
  3. บริการ TVB Anywhere ภาษาจีน ทีวีบีฮ่องกงได้เปิดให้บริการนี้แล้วในฮ่องกง แคนาดา ฯลฯ ซึ่งเป็น ครั้งแรกที่จะเปิดให้บริการผู้ชมชาวจีนที่อยู่อาศัยในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รวมทั้ง นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาในย่านนี้ สามารถรับชมช่องรายการโทรทัศน์จากฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ ฯลฯ และภาพยนตร์และซีรี่ส์ของทีวีบีฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ หรือไต้หวัน เป็นภาษาจีน แทบจะเหมือนกับการรับชม   ในบ้านเกิด

แพลทฟอร์มเพื่อพันธมิตรสู่ CLMV

นอกจากนี้ MVHUB ยังมุ่งผลักดันคอนเทนต์ไทยที่เป็นพันธมิตรไปสู่ตลาด กันพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียตนามหรือตลาด CLMV (Cambodia Lao Myanmar Vietnam) โดยนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กล่าวว่า แพลทฟอร์ม MVHub ยังพัฒนาไว้รองรับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศไทย สามารถเข้าร่วมโครงการได้  โดยใช้จุดแข็งของกลุ่มเอ็มวีทีวีที่มีฐานของโทรทัศน์ดาวเทียมและโทรทัศน์ภาคพื้นดินในประเทศเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา ขยายคอนเท็นต์เข้าสู่ตลาดในภูมิภาคนี้ได้

“กลุ่มเอ็มวีทีวีพร้อมจะใช้ศักยภาพของทีมพากย์ที่เป็นเจ้าของภาษาเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา เพื่อทำให้ คอนเทนต์ของพันธมิตรเป็นภาษาท้องถิ่นและเข้าถึงผู้ชมในภูมิภาคนี้”

จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของแพลทฟอร์ม MVHub คือ ผู้ใช้บริการสามารถรับชมช่องรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมประมาณ 150 ช่องในระบบออนไลน์สตรีมมิ่ง โดยไม่ต้องติดตั้งจานดาวเทียม โดยช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียม มีทั้งช่องทีวีดิจิทัลครบทุกช่อง ช่องทีวีดาวเทียมของไทยที่คัดสรรคุณภาพและช่องทีวีดาวเทียมภาษาต่างประเทศ เช่น ช่องจากประเทศจีน ฮ่องกง เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมทั้ง ช่องภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซียฯลฯ

ให้บริการผ่านอุปกรณ์หลากหลายทลายข้อจำกัดในการรับชม

MVHUB ให้บริการทั้งรูปแบบแอพลิเคชั่นในระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส เพื่อดาวน์โหลดไว้บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊ค  แท็บเล็ต  โทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อทุกรุ่น  รวมทั้ง สมาร์ททีวีทุกรุ่น  ส่วนเครื่องรับโทรทัศน์ที่ไม่สามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น MVHub ได้โดยตรง  สามารถใช้กล่องรับสัญญาณ V2H เชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้

ค่าบริการเป็นมิตรกับทุกยุทธจักร

อัตราค่าบริการรายเดือน เริ่มต้นจาก 189 บาทต่อเดือนต่อหนึ่งสมาชิกและรายปีเพียง 1,890 บาทเท่ากับดูได้ 1 ปีในราคาเพียง 10 เดือนเท่านั้น และถ้าเพิ่มจำนวนสมาชิกในแอคเคาต์ก็เพิ่มเพียง 100 บาทต่อชื่อ เท่านี้ก็สามารถรับชมภาพยนตร์และซีรี่ส์จีนที่กลุ่มเอ็มวีทีวีได้ลิขสิทธิ์เผยแพร่พากย์ภาษาไทยมากกว่า 30,000 ชั่วโมงรวมถึงรายการโทรทัศน์มากมายในระบบสตรีมมิง

ซึ่งการเข้ามาของ MVHUB ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะคอหนังจีนที่น่าจะฟินไม่น้อยเลยทีเดียว โดย MVHUB จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเดือน มกราคมปี 2562 นี้

ตัวอย่างคอนเทนต์ชวนกรี๊ดของแฟนหนังจีน

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!