Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

โครงการสำนึกรักบ้านเกิด จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 พร้อมประกาศผลรางวัลเกษตรสำนึกรักบ้านเกิดประจำปี พ.ศ. 2561

อีก 1 โครงการที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาอย่างยาวในกับ “โครงการสำนึกรักบ้านเกิด” ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 10 ปีชูเเนวคิด “ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทำเกษตรแม่นยำและการตลาดออนไลน์ ส่งเสริมการสร้างเครือข่าย เปลี่ยนภูมิทัศน์ภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนปูทางสู่ประเทศไทย 4.0 จัดโดย อสมท. ร่วมกับมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ และดีแทค

คุณ อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค ได้ขึ้นกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะด้่นเกษตรกร เทคโนโลยีด้าน IoT ต่าง ๆ เริ่มมีบทบาทขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งกลุ่มคนสำนึกรักบ้านเกิดก็เริ่มนำเทคโนโลยีกลับไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่บ้านเกิดของพวกเขา เพื่อเพิ่มทั้งผลผลิตและมูลค่าของผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ซึ่งการประกาศผลรางวัลครั้งนี้เป็นการเดินทางที่มาอย่างยาวนานมาก ฉันรู้สึกภูมิใจมาก ๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานครั้งนี้

นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นกล่าวว่า

ในปี พ.ศ.2561 กระทรวงฯ ได้กำหนดให้เป็น “ปีแห่งการยกระดับคน การบริหารจัดการ มาตรฐานสินค้าเกษตรสู่เกษตร4.0” สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการการเกษตร ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าสินค้า มุ่งสู่การเป็นเกษตรกรผู้ประกอบการ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักของโครงการประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดในปีนี้ที่ว่า “ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การดำเนินงานโดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างทักษะของเกษตรกรสู่ความเป็น Smart Farmer เพื่อให้เกษตรกรมีความเชี่ยวชาญ และนำความรู้ตลอดจนข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน สอดรับกับแนวโน้มการทำการเกษตรของโลก

ขอบคุณทาง อสมท. นำเรื่องดี ๆ ไปสู่เกษตรกร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน เพราะปัญหาที่รุมเร้าเกษตรกรเหล่านี้มี 4 ด้านคือ

  1. ความเหลื่อมล้ำ
  2. ปัญหาด้านคุณภาพของผลผลิตทำให้ราคาตกต่ำ
  3. ปัญหาด้านผู้สูงอายุ
  4. ความแปรปรวณของสภาพภูมิอากาศ

ทางภาครัฐฯ เล็งเห็นวิธีการจัดการว่า การใช้เม็ดเงินไปแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรจะไม่เหมาะสมเพราะทำให้ตลาดปั่นป่วนและเสียงบดุลจำนวนมาก

สานพลังประชารัฐฯ ดูแลพี่น้องเกษตรกร ซึ่งภาครัฐฯ จัดให้มียุทธศาสตร์ 20 ปี สร้างฐานรากพี่น้องเกษตรชาวไทย เช่น การใช้เกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่น เกษตรแปรรูป และการทำเกษตรอัจฉริยะ

ปัจจุบันมีผู้นำที่ประสบความสำเร็จด้านการเกษตรแล้วกว่า 10,000 ราย และมีโครงการ Young Smart Farmer อีก 13,000 รายเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์และความสามารถด้านการเกษตรเพื่อต่อยอดจากรุ่นเก่าที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเรียนรู้เทคโนโลยีได้ยากและตามไม่ทัน เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยตอบรับ Thailand 4.0

นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 โดยดำเนินตามรอยศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ภายใต้แนวคิด “พัฒนาชาติได้ ต้องพัฒนาคน” เพื่อมุ่งหวังเชิดชูเกษตรกรตัวอย่าง และขยายแนวคิดการเกษตรแบบครบวงจร

สำหรับในปีนี้ที่โครงการประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 จึงได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” โดยเป็นเกษตรกรที่มีคุณลักษณะที่ดีสำหรับผู้นำในยุคไทยแลนด์4.0 เป็นเกษตรกรที่มีความเป็นผู้นำ คิดเป็นระบบ มีความรอบรู้ นำไปประยุกต์และปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สามารถปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ได้อย่างรอบด้าน ภายใต้กรอบคิดและเป้าหมายเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน

“10 ปีของการดำเนินโครงการประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เชิดชูเกษตรกรต้นแบบที่มีศักยภาพ พร้อมแบ่งปัน และเกิดการสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรได้อย่างมั่นคง ยิ่งไปกว่านั้น เราได้เห็นพลังเครือข่ายเกษตรกรที่ก่อเกิดสิ่งใหม่ในหลากหลายมิติ เห็นความเข้มแข็งในชุมชนที่เพิ่มขึ้น คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับอาชีพเกษตรกรมากยิ่งขึ้น” นายบุญชัยกล่าว

เส้นทางการพัฒนาภาคการเกษตรไทยจะยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง จากการสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร และการต่อยอดพัฒนาจากภาคเอกชนอย่างดีแทคและบริษัทรักบ้านเกิด เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และการพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนผ่านเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดต่อไป

ผลการตัดสินเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด พ.ศ.2561

รางวัลชนะเลิศ

นางสาวพิมพ์วรัตน์ เรืองประชา เกษตรกรผู้บุกเบิกการปลูกพืชเมืองหนาวทั้งสตรอว์เบอร์รีและหม่อนในพื้นที่เขตร้อนอย่าง จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิดของเธอ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีและงานวิจัยทางการเกษตรจากสถาบันวิจับเกษตรดอยปุยสามารถทำให้เป็นไปได้ สร้างความตื่นตาให้กับชุมชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวนวัตวิถี ไร่พิมพ์วรัตน์ สร้างรายได้ให้ชุมชน เป็นต้นแบบในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความคิดต่าง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1

นางสาวลลิดา คำวิชัย เกษตรกรชาวสวนมะม่วงแห่ง จ.สระแก้ว ในนาม “ไร่ ณ ชายแดน” ผู้นำในการรวมกลุ่มและพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงแก้วขมิ้นไร้สารเคมี ยึดหลักการตลาดนำการผลิต สร้างความเป็นเอกลักษณ์และสร้างรายได้ให้ชุมชน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

นายอาญาสิทธิ์ เหล่าชัย เกษตรกรนาข้าว “อารยะฟาร์ม” จ.ร้อยเอ็ด ผู้นำความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นประยุกต์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พลิกฟื้นผืนนาจากเกษตรเคมีสู่เกษตรอินทรีย์  นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำรวมกลุ่มวิสาหกิจผลิตและแปรรูปข้าวอินทรีย์ครบวงจร

รางวัลดีเด่น

นางสาวกนกวรรณ อรุณคีรีวัฒน์ เกษตรกรชาวสวนมะม่วงแห่ง จ.ราชบุรี เจ้าของไร่ “สุดปราย ที่สวนสุขจรัล” รวมกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ในชุมชน พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน

นายชยพล สุ่ยหล้า เกษตรกรชาวสวน “ซูโม่แฟมิลี่”แห่ง จ.ร้อยเอ็ด ผู้นำความรู้ในการปลูกถั่วลิสงมาประยุกต์กับเทคโนโลยี พร้อมแปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์ รวมกลุ่มการผลิต สร้างรายได้ให้ชาวบ้านในฤดูทำนา

นางสาวปคุณา บุญก่อเกื้อ เกษตรกรสวนเมล่อน จ.ฉะเชิงเทรา ผู้เริ่มทำเกษตรจากศูนย์ แต่มีใจรักและต้องการปลูกเมล่อนปลอดสารพิษ โดยนำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้จนได้ผลผลิตคุณภาพสูง พร้อมกับเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เมื่อเวลาใครผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา จะต้องถามหา “บ้านสวนเมล่อน” ของเธอ

นายพิทักษ์ พึ่งเดช เกษตรกรสวนมะพร้าวแห่งบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการแปรรูป รวมทั้งพัฒนาต่อยอดผลิภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอม สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรในพื้นที่

นางสาวศิริพร เอี่ยววงศ์เจริญ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์จาก จ.พิจิตร ในชื่อ “บุญมาฟาร์ม” ที่สามารถชูจุดเด่นการทำเกษตรไร้สารเคมีจนสามารถส่งออกสู่ต่างประเทศ พร้อมต่อยอดปลูกสมุนไพรไทยส่งออก

นายสุระเทพ สุระสัจจะ เกษตรกรคนรุ่นใหม่จาก จ.บุรีรัมย์ ผู้ปลูกพืช ผักและผลไม้ปลอดภัย พร้อมเป็นโมเดลต้นแบบขยายสู่ชุมชน รวมกลุ่มตั้งวิสาหกิจชุมชน เป็นผู้นำเครือข่ายสินค้าเกษตรปลอดสารพิษส่งขายตลาดพรีเมี่ยมที่ใครๆ ก็รู้จักในชื่อ “ไร่เพื่อนคุณ”

นายอดุลย์ วิเชียรชัย เกษตรกรเจ้าของ “อดุลย์ คลองหลวง ฟาร์มเห็ด” แห่ง จ.ปทุมธานี ผู้เป็นต้นแบบศูนย์การเรียนรู้การทำเกษตรครบวงจร บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ พร้อมส่งเสริมเกษตรกรในชุมชน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Under Armour เปิดตัว ‘HOVR’ รองเท้าวิ่งฝังชิป เชื่อมต่อทุกย่างก้าว พร้อมประสบการณ์วิ่งที่ลื่นไหลกว่าเดิม

Published

on

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อันเดอร์ อาร์เมอร์ (Under Armour) ได้เปิดตัวรองเท้าซีรีส์ใหม่ในปี 2562 ภายใต้ชื่อเทคโนโลยี HOVR รองเท้าสำหรับวิ่งที่ผสมนวัตกรรมแผ่นรองรับแรงกระแทกรุ่นใหม่ล่าสุด และมาพร้อมกับชิปที่ฝังในรองเท้า ทำให้ติดตามได้ทุกก้าวและประมวลผลการวิ่งทุกครั้งผ่านแอปพลิเคชั่น MapMyRun

มิสเตอร์ไมเคิล บิงเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท ทริปเปิ้ล จำกัด ผู้ได้รับสิทธิการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียว กล่าวว่า “อันเดอร์ อาร์เมอร์ ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาและมองหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมอบชุดกีฬาคุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีในชุดกีฬาเข้ากับโลกดิจิตอลในครั้งนี้ ทำให้อันเดอร์ อาร์เมอร์ ตอบโจทย์พฤติกรรมและสามารถสื่อสารกับกลุ่มนักวิ่งได้โดยตรง ซึ่งปี 2562 นี้ อันเดอร์ อาร์เมอร์ มุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์การวิ่งให้ดียิ่งขึ้นด้วยการเชื่อมต่อพวกเขาเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิตอลที่เข้าใจความต้องการ และนำไปสู่การพัฒนาการวิ่งที่มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี”

มิสเตอร์ไมเคิล บิงเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท ทริปเปิ้ล จำกัด ผู้ได้รับสิทธิการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียว

มิสเตอร์ไมเคิลยังเสริมอีกว่า “หลังการเปิดตัวของรองเท้าเทคโนโลยี HOVR ที่มีชิปการติดตามเมื่อปีที่ผ่านมา อันเดอร์ อาร์เมอร์ สามารถแทร็กการวิ่งได้ทั้งหมดมากกว่า 1 ล้านไมล์ผ่านแอพพลิเคชั่น MapMyRun ซึ่งเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้แนะนำแอพพลิเคชั่นนี้ให้กับ นักวิ่งในประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเจริญเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค เพื่อให้พวกเขาได้รับประสบการณ์การวิ่งที่เชื่อมต่อเข้ากับโลกดิจิตอลได้ดีที่สุด และมีส่วนร่วมใน Under Armour Connected Community ซึ่งมีสมาชิกแล้วมากกว่า 245 ล้านยูสเซอร์”

ในส่วนของรองเท้าที่ทางอันเดอร์ อาร์เมอร์ เปิดตัวใหม่ภายใต้ซีรีส์ HOVR ประจำปีนี้นี้ มีทั้งสิ้น 5 คู่ด้วยกัน ประกอบด้วยรุ่น HOVR Infinite, HOVR Sonic 2, HOVR Guardian, HOVR Phantom SE และ HOVR Velocity 2

This slideshow requires JavaScript.

โดยทุกรุ่นที่กล่าวมานี้จะมีแผ่นรองกันกระแทกที่ผลิตจากสารประกอบโฟม แผ่นรองนี้เป็นนวัตกรรมที่อันเดอร์ อาร์เมอร์ ได้ร่วมกับแบรนด์ Dow Chemical สร้างสรรค์ขึ้นมา และยังห่อหุ้มด้วย Energy Web โครงสร้างตาข่ายที่ช่วยคงรูปร่างของแผ่นรองกันกระแทกไว้ให้เหามะและเข้ากับแผ่นเท้าของคุณ รองรับแรงกระแทก และคือแรงส่งที่มีความแข็งแรง รวมถึงป้องกันอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นจากการวิ่งโดยที่ลงแรงวิ่งไม่สม่ำเสมออีกด้วย

ไฮไลท์ที่สำคัญของรองเท้าทั้งห้ารุ่นย่อยนี้ก็คือ การฝังชิปลงไปในรองเท้า โดยจะฝังในรองเท้าข้างขวา ทำการเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธผ่านแอปพลิเคชั่น MapMyRun ซึ่งแอปนี้ ทางอันเดอร์ อาร์เมอร์ ได้พัฒนาขึ้นมา ตัวแอปจะทำหน้าที่วิเคราะห์และให้ข้อมูลการวิ่งได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ ทำให้สามารถประเมินสมรรถภาพจากการวิ่งในแต่ละครั้งที่ผ่านมา และยังช่วยวางแผนการวิ่งในครั้งถัดๆ ไป ได้อีกด้วย

แอปพลิเคชั่น MapMyRun

ข้อดีอย่างหนึ่งของแอปพลิเคชั่น MapMyRun ก็คือ สามารถเชื่อมต่อเข้ากับรองเท้าของคุณผ่านบลูทูธ และทำการซิงค์ข้อมูลในทุกครั้งที่วิ่ง ซึ่งไม่ได้มีแค่วิ่งอย่างเดียวที่ตัวแอปสามารถวัดค่าได้ ยังสามารถกำหนดได้ว่าคุรกำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่ในช่วงเวลานั้น และไม่จำเป็นที่จะต้องพกสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทวอทช์ที่เชื่อมต่อกับรองเท้าของคุณไปในทุกครั้งที่วิ่ง เป็นการช่วยเพิ่มสมาธิในการวิ่งและทำให้การวิ่งนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอีกด้วย

ในส่วนของฟีเจอร์ต่างๆ ของแอป มีดังนี้

  • In Depth Coaching การวิเคราะห์เชิงลึกที่ให้ผลลัพธ์ตรงกับผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ เสมือนมีโค้ชวิ่งส่วนตัว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • Customized Training Plan การออกแบบแผนการซ้อมวิ่งเฉพาะตัวบุคคล โดยกำหนดจากค่าน้ำหนัก และส่วนสูงของนักวิ่งแต่ละคน
  • Track Achievement การติดตามผลการวิ่งและการซ้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปประเมินและอกกแบบการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้
  • Metrics การแสดงค่าและคำนวนผลต่างๆ ที่ควรรู้ในการออกกำลังกาย เช่น ระยะความยาวก้าว จำนวนก้าว การเร่งความเร็ว
  • Friends and Challenge Community ชุมชนออนไลน์ที่ให้ผู้ใช้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงแข่งขันกันในกลุ่มนักวิ่งที่มีมากกว่า 245 ล้านยูสเซอร์

สำหรับรองเท้าอันเดอร์ อาร์เมอร์ซีรีส์ HOVR ทั้งห้ารุ่น ประจำปี 2562 นี้ มีวางจำหน่ายตามอันเดอร์ อาร์เมอร์แบรนด์ช็อป ทั้ง 9 สาขา ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

  • Siam Center
  • Central World
  • Mega Bangna
  • Zpell @ Future Park
  • เซ็นทรัล ลาดพร้าว
  • เซ็นทรัล เวสต์เกต
  • เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา
  • จังซีลอน ภูเก็ต
  • ไอคอน สยาม

และยังรวมไปถึงสาขาในสยามพารากอน, ดิเอ็มโพเรี่ยม, ดิเอ็มควอเทียร์ และ Official Dealers ของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ทั่วประเทศ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.underarmour.co.th หรือทางเฟซบุ๊กเพจ UnderArmourThailand และทางอินสตาแกรม @UnderArmourTh

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการเกม

Predator League 2019! งานแข่งอีสปอร์ตระดับเอเชียแปซิฟิกซีซั่นล่าสุดจัดในไทย!

Published

on

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Asia Pacific Predator League 2019 ทัวร์นาเม้นต์การแข่งขัน E-Sport สุดยิ่งใหญ่จากทาง Acer ที่ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จัดขึ้นเป็นซีซั่นที่สอง โดยครั้งล่าสุดนี้ ประเทศไทยได้ถูกรับเกียรติให้จัดเป็นสถานที่การแข่งขันขึ้น

โดยพิธีในงานต่างก็เต็มไปด้วยหลากหลายความน่าสนใจตรึงผู้ร่วมงานจนอยู่หมัดกันเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่วิดีโอแอนิเมชั่น 3D ของเหล่ามาสคอตกลายๆ ที่สนุกเอาเรื่อง ภาพสวยใช้ได้ การเคลื่อนไหวและแอกชั่นของตัวละครพริ้วไหวพอสมควร แถมเมื่อเรื่องราวจากในวิดีโอถูกส่งต่อไปยังพิธีเปิดบนเวที หนึ่งในตัวละครที่หลุดออกมาจากแอนิเมชั่นและเป็นได้ผู้ที่ปักโล่รางวัลกลางเวที ก็คือคุณอลัน เจียง กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดไชน่าของทาง Acer’s Predator นั่นเอง (เป็นการแสดงวิสัยทัศน์และสร้างภาพลักษณ์ที่มีต่อแบรนด์ของตนได้อย่างเจ๋งเอามากๆ) และอีกไฮไลต์ที่ได้ใจผู้ชมไม่แพ้กันคือการได้เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคอย่าง BNK48 มาร่วมเปิดงาน

ในส่วนของเกมที่จะถูกนำมาใช้ในการแข่งขั้นนั้นจะมีด้วยกันทั้งสิ้น 2 เกม 16 ทีมครับ นั่นคือ DOTA 2 เกมแนว MOBA ระดับโลก และเกมแบทเทิลรอยัลแห่งยุคอย่าง PUBG (PlayerUnknown’s BattleGround) ซึ่งก็แน่นอนว่าทั้งสองเกมมีทีมจากประเทศไทยอยู่ในนั้นด้วย (Dota 2 มี Alpha Red และ Purple Mood ส่วน PUBG มี Mith.pubg, Pinto Gaming และ Signature. pubg) แถมการแข่งขันในครั้งนี้ยังมีพยานรู้เห็นการปะทะกันของทุกทีมมากกว่าหนึ่งหมื่นคนเลยทีเดียว!

โดยผลสรุปของผู้ชนะการแข่งขัน Asia Pacific Predator League 2019 นั้น ในเกมแรกอย่าง PUBG รางวัลชนะเลิศก็ได้ตกเป็นของทีมสัญชาติเกาหลีมาแรง AfreecaFreecs Fatal from The Republic of Korea ที่เดินเงินรางวัลไปถึง 2,300,000 บาทโดยประมาณ (75,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) พร้อมทั้งสมาชิกทุกคนจะได้โน๊ตบุ๊กพลังสูงจากทาง Predator รุ่น Helios กลับไปอีกด้วย ส่วนทีมไทยอย่าง Purple Mood ก็ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ไป 930,000 บาทโดยประมาณ (30,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) ในขณะที่ทีมชนะเลิศอันดับที่ 2 จากประเทศออสเตรเลียอย่าง Immunity ก็ได้เงินรางวัลกลับไปอยู่ที่ 468,000 บาทโดยประมาณ (15,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ)

ส่วนทางด้านเกม MOBA อย่าง DOTA 2 แชมป์จากการแข่งในเกมดังกล่าวนี้อย่างทีม TNC Predator (ชื่อทีมเอาใจผู้จัดการแข่งซะด้วยนะ ฮ่าๆ) จากประเทศฟิลิปปินส์ ก็กวาดเงินรางวัลไปถึง 2,300,000 บาทโดยประมาณ (75,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) และทุกคนในทีมได้โน๊ตบุ๊กพลังสูงจากทาง Predator รุ่น Helios ไปใช้ ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นทีมสัญชาติอินโดนิเซียอย่าง BOOM ID ที่ได้รับเงินรางวัล 930,000 บาทโดยประมาณ (30,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) และปิดท้ายด้วยทีม GeekFam จากมาเลเซียที่ได้เงินรางวัลก็ได้เงินรางวัลกลับไป 468,000 บาทโดยประมาณ (15,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)

ปิดท้ายนี้ Predator League ซีซั่นหน้าก็ได้มีพิธีส่งมอบให้ครั้งถัดไปจัดการแข่งขันขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ครับ ถือได้ว่าเป็นอีกโอกาสดี ๆ ในประเทศไทยของเราที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเกมได้เติบโตขึ้นจนถึงขั้นมีทัวร์นาเม้นต์ E-Sport มาจัดขึ้นในบ้านเราได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

หาดูยาก! ชมภาพภายในว่าโรงงานผลิตแอร์ LG มีกรรมวิธีอะไรบ้าง

Published

on

By

มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่หนึ่งชนิดที่แทบทุกบ้านเราว่าจะมีติดตั้งอยู่ นั่นก็คือเครื่องปรับอากาศ หรือคุ้นหูกันในชื่อ แอร์ นั่นเอง!

และครั้งนี้แบไต๋ ได้รับเกียรติจากทางบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ LG ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศภายในบ้านระบบอินเวอร์เตอร์ เชิญพวกเราเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานกันถึงจังหวัดระยองเลยทีเดียว ณ โรงงานแอลจี อีเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) นิคมอุตสาหกรรมอิสเทิร์น ซีบอร์ต ระยอง

เริ่มต้นเราได้รับการกล่าวต้อนรับและเล่าถึงภาพรวมบริษัทจากคุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และจากคุณวราพงษ์ อูปแก้ว ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด  ซึ่งกล่าวถึงความสำเร็จเกี่ยวกับรายได้ปีที่ผ่านมากว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปีที่ 2019 นี้ LG ตั้งเป้าว่าจะไปให้ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหวังให้เติบโตขึ้นปีละ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์

ในขณะเดียวตัวโรงงานที่ระยองนั้นมีพื้นที่ถึง 192 ไร่ และใช้ไปแล้ว 92 ไร่ในส่วนของตัวโรงงาน ส่วนอีกกว่า 100 ไร่ที่เหลือนั้นกำลังรอการขยายตัวของบริษัทแม่อยู่ว่าจะมาเพิ่มฐานการผลิตที่ไทยมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตอนนี้เริ่มย้ายฐานการผลิตจากจีนมาสู่ไทยแล้ว โดยจะมุ่งเป้าให้ไทยมีกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้น 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตรวมของบริษัท

ซ้าย คุณวราพงษ์ อูบแก้ว ผู้อำนวยการโรงงาน                                                                    ขวา คุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

จากนั้นทาง LG ได้พาทีมงานเข้าไปชมภายในโรงงานเลยได้รู้ ได้เห็น กระบวนการผลิตที่น่าสนใจ ว่ากว่าจะเป็นแอร์แต่ละตัวไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ก่อนจะไปดูกระบวนการคร่าว ๆ ภาพแรกที่เราค่อนข้างตกใจคือพนักงานส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิง (90 เปอร์เซ็นต์ของพนักงาน) โดยเหตุผลคือทาง LG บอกว่าในงานละเอียดเช่นการประกอบ หรือตรวจทานสินค้า ผู้หญิงจะทำได้ละเอียดกว่าผู้ชาย

การประกอบคอยล์ร้อน, คอยล์เย็น

ช่วงแรกจะเริ่มจากการประกอบคอยล์เข้ากับท่อก่อน ซึ่งเป็นหัวใจหลักเลย ลักษณะจะเป็นการนำคอยล์มาใส่กับท่อด้วยมือ

ตรวจสอบความรั่วแบบเรียลไทม์

เมื่อประกอบเสร็จจะมาตรวจสอบทันทีเลยว่ารั่วหรือไม่ โดยจะมีจอคอยมอนิเตอร์เลยว่าคนไหนทำรั่วกี่ตัว หรือไม่ทำรั่วเลย ซึ่งตรงนี้จะสำคัญมากเพราะถ้าใครทำดีไม่มีรั่ว ก็มีเงินพิเศษด้วย บอกเลยว่าว้าว!

ตรวจสอบสูญญากาศ

จากนั้นก็จะมาเข้าห้องกระจกเพื่อตรวจสอบสูญญากาศ และเอาความชื้นออก

เข้าห้องตรวจสอบความรั่ว

ผ่านการเอาความชื้นออกแล้ว ได้แกนกลางเครื่องที่ดี ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มเอาไปประกอบ แต่ก่อนอื่นต้องเอาไปตรวจสอบในห้องตรวจสอบความรั่วแบบละเอียดก่อน ถ้าไม่ผ่าน ต้องหยุดล็อตการผลิตที่กำลังทำอยู่ทันที เพื่อเช็คว่าเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีก็จะรันต่อไป

ใส่แผ่นซับเสียง

ตรงนี้น่าสนใจ เราเพิ่งเห็นว่าเค้าใส่แผ่นซับเสียงให้เราจริง ๆ ถ้าถามว่าใส่มากน้อยแค่ไหน LG บอกเราว่าใส่ให้มากที่สุดเท่าที่จะเหมาะสมกับดีไซน์แอร์ ขั้นตอนนี้ทำด้วยมือ

ประกอบร่าง

เมื่อผ่านขั้นตอนทางเทคนิคแล้วก็นำมาประกอบร่างให้เป็นแอร์ ให้มีหน้าตาคุ้นหน้าอย่างที่พวกเราเห็น

  • ทดสอบความปลอดภัย

ก่อนจะส่งออกไปแพ็คใส่กล่อง แอร์ทุกตัวต้องผ่านการทดสอบความอดทน เอ๊ย! ความปลอดภัย โดยจะปล่อยกระแสไฟ 1,000 โวลต์  ใส่เป็นเวลา 1 วินาที ถ้าทนได้ก็ถือว่า ผ่าน! ***เราแอบคุยหลังไมค์มาว่าแอร์สามารถทนทานกระแสไฟ 1,000 โวลต์ ได้มากกว่า 1 นาที แต่ที่ทดสอบแค่ 1 วินาทีเพราะว่าในความเป็นจริง ของจะพังตั้งแต่วินาทีแรกที่กระแสไฟทะลั่กเข้าใส่แล้ว ดังนั้นจึงทดสอบเพียงแค่ 1 วินาที

ทดสอบเสียง

จากนั้นก็จะนำแอร์เข้าไปทดสอบในห้องเงียบ ซึ่งในห้องนั้นเงียบมาก ๆ มีวัสดุซับเสียงเต็มไปหมด ไร้ซึ่งเสียงสะท้อน โดยแอร์จะต้องไม่ดัง สลีปโหมดต้องไม่เกิน 18 เดซิเบล หรือถ้าเปิดเจ็ตโหมดเร่งทำความเย็นก็ต้องดังไม่เกิน 32 เดซิเบล

ทดสอบการใช้งานจริง

สุดท้ายก็จะนำแอร์มาทดสอบในห้องจำลองสภาพอากาศที่อุณหภูมิ 35 องศา เพื่อดูว่าแอร์ทำความเย็น หรือปรับอากาศได้จริงหรือไม่ โดยจะทดสอบนาน 24 ชั่โมง และเฉลี่ยทดสอบได้วันละ 200 ตัว!

แพ็คใส่กล่อง

ขั้นตอนนี้ก็ห่อพลาสติก รัดสาย PP BAND แล้วก็ใส่กล่องเพื่อเตรียมนำไปจัดจำหน่ายต่อไป

อนาคต LG กำลังศึกษาระบบเพื่อเตรียมจะติดแอร์ทั่วโรงงานของตัวเอง เพื่อให้พนักงานได้ทำงานกันอย่างสบายตัวสบายกายมากขึ้น และเตรียมจะเพิ่มการทำงานด้วยหุ่นยนต์ให้มากขึ้น ปัจจุบันในโรงงานของ LG เริ่มมีการใช้หุ่นยนต์บ้างแล้ว เริ่มตั้งแต่รถยนต์อัตโนมติที่ใช้ส่งของตามส่วนต่าง ๆ และแขนอัจฉริยะยกของ

สุดท้ายถ้าใครสนใจมองหาแอร์ดี ๆ ไว้ติดบ้านลองมองมาทาง LG ได้นะ ล่าสุดเห็นว่ามีแบบประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบสามดาวด้วย คือ 1 ดาวประหยัดไฟได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ 3 ดาวก็ 30 เปอร์เซ็นต์ ประหยัดสุด ๆ หรือจะเป็นแบบ Art Cool ที่ดีไซน์ออกมานอกจากจะเย็นแล้ว ยังเน้นความสวยงามด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!