Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

รีวิววิธีการนำ Apple เครื่องเก่ามาแลกซื้อ Apple เครื่องใหม่ ในโครงการ Apple GiveBack [Update 8/1/62]

หลังจากที่ Apple มีโปรแกรม Apple GiveBack โดยสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางเว็บไซด์ https://www.apple.com/th/trade-in/ ผู้เขียนไม่รอช้า เตรียมนำ iPad Mini Retina Display 16GB Wifi Silver ที่ใช้มานานปีเข้าโครงการโดยทันที เบื้องต้นก็เข้าเว็บ https://www.apple.com/th/trade-in/ แล้วทำตามขั้นตอน คือเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการนำเข้าโครงการ Apple GiveBack ตามภาพ มีอุปกรณ์ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์, นาฬิกา

ใส่ข้อมูลที่ระบบต้องการเช่น IMEI ของอุปกรณ์ที่ต้องการจะนำเข้าโครงการ Apple GiveBack

ระบบจะขึ้นชื่อรุ่น และให้ตอบคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับอุปกรณ์ (ภาพตัวอย่างนี้เป็นของอุปกรณ์ Macbook Pro)

ขั้นตอนต่อไป ระบบก็จะแจ้งว่าอุปกรณ์ของเราได้ราคาเบื้องต้นเท่าไหร่

กดต่อไป คือขั้นตอนการยันยันบัญชีอีเมล์ ใช้อีเมล์ที่ใช้งานเป็นประจำ ไม่ต้องใช้ Apple ID ก็ได้ ระบบส่งรหัสยืนยันให้แล้วนำมากรอก

ที่นี้ก็กรอกที่อยู่ ตรวจสอบอุปกรณ์ว่าพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่มารับไป ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม ล้างข้อมูลให้เรียบร้อย (ภาพตัวอย่างนี้เป็นของอุปกรณ์ Macbook Pro)

ผมดำเนินการคืนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้รับการติดต่อจากบริษัท Air Force One Express จำกัด แต่เนื่องจากติดงานจึงนัดหมายเป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ระหว่างนี้ผมก็ดำเนินการเตรียมเครื่องเพื่อส่งมอบ

14 พฤศจิกายน 2561 ตามเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่มาถึงก็เปิดเครื่อง ตรวจสอบหน้าจอ เล็กน้อย แล้วนำกลับไปแค่เครื่อง ห่อซองกันกระแทก  สายชาร์จ กล่อง ไม่ได้นำกลับไปด้วย ผมเซ็นเอกสาร เป็นอันเสร็จพิธีการส่งมอบเครื่อง

ขั้นตอนต่อไปคือรอ รอว่าเมื่อไหร่หนอ Apple จะนำส่งอีเมล Apple Gift Card มูลค่า 2,085 บาท มาให้รออยู่ประมาณสัปดาห์ได้ ร้อนใจเลยโทรสอบถามตามหมายเลขที่ให้ไว้ในอีเมล ได้ความว่าเป็นรอบแรกของการดำเนินการเรื่องนี้ จะใช้เวลาหน่อยให้รอก่อน ก็รอ สุดท้ายในรอบที่ผมส่งนี้ ได้อีเมล์ Apple Gift Card ในวันที่ 14 ธันวาคม 2561 ซึ่ง 1 เดือนพอดีนับจากวันที่ผมส่งเครื่องถึงมือเจ้าหน้าที่ ซึ่งจากการสอบถาม ได้ความว่า ความจริงต้องดำเนินให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาประมาณ 7 วันทำการ ซึ่งก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม จบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ หากมีใครมีเครื่องเก่าที่ยังคงสภาพอยู่แล้วอยากนำมาแลกลองดำเนินการตามขั้นตอนนี้ดูครับ ขอให้โชคดี

ปล.ภาพประกอบโดดๆ นิดหน่อย เพราะทำภาพเก็บไว้นานจนหาภาพเก่าไม่เจอ จึงนำภาพจาก Macbook Pro มาใช้ในบางภาพ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

 

UPDATE เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เดินทางไปยัง Apple Store สาขา IconSiam เพื่อไปใช้ Apple Gift Card มูลค่า 2,085 บาท แล้ว โดยเลือกซื้อ สายแบบ Milanese Loop สีดำสเปซแบล็ค 44 มม. ราคา ฿5,400.00 ให้กับ Apple Watch Series 4 ของผมเอง ขั้นตอนง่ายๆ แค่เปิดอีเมล์ที่ Apple ส่ง Apple Gift Card มาให้ เลือกสินค้าที่ต้องการจะซื้อ รอให้เจ้าหน้าที่ Apple Store นำสินค้ามาแล้วนำท่านเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน แจ้งความจำนงจะใช้ Apple Gift Card เจ้าหน้าที่ก็จะสแกน 2 ขั้นตอน มูลค่าใน Apple Gift Card หักกับมูลค่าของสินค้าที่เราเลือกซื้อ ในกรณีของผมคือ 5,400 บาท – 2,085 บาท เท่ากับชำระ 3,315 บาท แค่นี้ครับ จบขั้นตอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

#เลิกสำเนาแล้ว! DGA หนุนราชการ 3D เปิดโหมดสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มพิกัด

Published

on

ยุคใหม่ของราชการไทยมาถึงแล้ว โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA พร้อมหนุนราชการภายใต้แนวคิด “3D: Digital Data และ Design” เปิดโหมดสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มพิกัด พร้อมโชว์นิทรรศการ “DG Village” ในงานสัมมนา Digital Government Summit 2019 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา

พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน CITIZENinfo ผู้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ติดต่อราชการได้ง่ายขึ้น จับมือ 19 กระทรวง และสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครลงนาม MOU ร่วมมือช่วยหนุนพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลแก่ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับงานสัมมนาฯ ในครั้งนี้ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ภาครัฐไทยกับการก้าวเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล” เพื่อตอกย้ำความสำเร็จโครงการเด่นของรัฐบาล พร้อมโชว์ความก้าวหน้าโครงการยกเลิกสำเนาว่า “รัฐมีความพร้อมแล้วที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ในวันนี้ทุกท่านได้เห็นถึงพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่มุ่งพัฒนาบริการภาครัฐให้ประชาชนมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะโครงการที่ สำนักงาน ก.พ.ร. กรมการปกครอง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมือกันผลักดันโครงการยกเลิกสำเนาเอกสารราชการ (No Copy) เพื่อลดภาระประชาชนเมื่อมีการติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานของรัฐ ด้วยเจตนารมณ์เพื่อลดความยุ่งยาก ลดเวลาและค่าใช้จ่ายการจัดเตรียมเอกสาร ปัจจุบันมีหน่วยงานที่ยกเลิกการเรียกสำเนาแล้วครอบคลุม 20 กระทรวงหรือ 151 หน่วยงานทั่วประเทศ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของรัฐอีกทางหนึ่ง ในขณะที่ภาครัฐเองก็ได้ประโยชน์จากการลดการใช้กระดาษ ลดพื้นที่การจัดเก็บเอกสารและประหยัดเวลากระบวนงานต่างๆ ลง

รัฐบาลเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยการส่งแอปพลิเคชัน CITIZENinfo ของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนและมาสคอต “คุณหลวง” เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ภาครัฐยุคใหม่ที่จะคอยนำเสนอบริการดิจิทัลต่างๆ จากภาครัฐที่เพิ่งเปิดตัวในวันนี้ให้เป็นผู้ช่วยประชาชนในการค้นหาจุดให้บริการหน่วยงานของรัฐใกล้บ้าน พร้อมแสดงตำแหน่งพิกัดและเส้นทางการเดินทางไปยังจุดให้บริการได้สะดวก แสดงรายละเอียดขั้นตอนการให้บริการ และใช้เป็นเครื่องมือแสดงสถานะการยกเลิกสำเนาเอกสาร รวมถึงสามารถประเมินความพึงพอใจต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐได้ด้วย

จึงขอเชิญชวนทุกท่านดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CITIZENinfo มาติดมือถือไว้เป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ติดต่อราชการได้ง่ายขึ้น ความสำเร็จในครั้งนี้สืบเนื่องจากความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เร่งดำเนินการตามนโยบายในโครงการยกเลิกสำเนาเอกสาร ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่ประกาศไว้ได้ในไม่ช้า และหลังจากจบงานนี้จะมีการแจ้งไปยังทุกหน่วยงานของรัฐให้มารับสื่อประชาสัมพันธ์นำไปติดที่เคาน์เตอร์ให้บริการประชาชนทุกจุดทั่วประเทศ เพื่อแสดงให้ประชาชนทราบว่าหน่วยงานของท่านยกเลิกการเรียกขอสำเนาจากประชาชนแล้ว”

เหล่าดารา นักร้อง-นักแสดง นำโดยตั๊ก บริบูรณ์ ก็ออกมาโชว์ความสนุกให้เห็นในงานนี้ด้วย

นอกจากนี้ ในอนาคตประชาชนจะสามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ เช็คสิทธิ์สวัสดิการของตนเอง เช็คยอดเงินในบัตรสวัสดิการภาครัฐ และเข้าถึงข้อมูลเอกสารดิจิทัลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเอกสารต่างๆ ที่ออกโดยราชการได้ด้วย

ดร. ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า งานสัมมนาครั้งนี้เป็นการนำผลสำเร็จของทุกหน่วยงานมาเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่ประชาชนได้จากรัฐบาลดิจิทัล ทั้งความสะดวกสบายในการโอนเงินและชำระเงินผ่านพร้อมเพย์ การใช้บริการผ่านศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ หรือ Biz Portal การให้บริการ e-TAX-INVOICE & e-Receipt ผ่านออนไลน์ การเผยแพร่ข้อมูลเปิดภาครัฐเพื่อประชาชน “ภาษีไปไหน?” และภาษีมาจากไหน ผ่านทางเว็บไซต์ govspending.data.go.th และแอปพลิเคชัน การนำเทคโนโลยี Blockchain มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานของภาครัฐ เช่น การเลือกตั้ง การศึกษา และบริการดิจิทัลภาครัฐอื่นๆ อีกมากมาย ข่าวดีสำหรับงานนี้ DGA ได้จัดทำหนังสือ Blockchain for Government Services การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับภาครัฐ ฉบับภาษาไทย แจกฟรีสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าชมนิทรรศการ “DG Village” และมีให้ดาวน์โหลด e-Magazine ไปอ่านได้ฟรีที่เว็บไซต์ www.dga.or.th อีกด้วย

เรียกได้ว่านี่คือ 1 ก้าวสำคัญของประเทศไทยที่ทางราชการไทยเริ่มดำเนินเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 อย่างแท้จริงครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

นานาชาติแพน-เอเชีย เปิดห้อง “Makerspace Room” มุ่งเน้นเสริมความรู้ไอทีให้นักเรียน

Published

on

โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เปิดห้องนวัตกรรมการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Makerspace Room) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเครื่องมือสำหรับนักเรียน MYP ARTS, การออกแบบ, วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียน

ประโยชน์ของ Makerspace Room

ห้อง Makerspace Room เป็นพื้นที่ทำงานภายในโรงเรียนที่การเรียนรู้แบบดั้งเดิมตรงตามการใช้งานจริง เราเริ่มจากทฤษฎีไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำงานที่สร้างขึ้นสำหรับนักเรียนและครู เน้นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้นักเรียนมีความอยากรู้ อยากเห็น ให้เริ่มต้นกับทฤษฎีและการใช้งานในเวลาที่รวดเร็วที่สุด

ภายในห้อง Makerspace Room นี้ประกอบไปด้วย

  • หลอดเลเซอร์ CO2 สำหรับตัดและแกะสลักไม้และอะคริลิค
  • มีบอร์ดเครื่องมือซึ่งคุณสามารถรับวัสดุได้ทันที
  • นอกจากนี้ยังมีเครื่องพิมพ์ 3D ซึ่งสามารถตอบสนองทุกดีไซน์ โดยใช้เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์, เส้นใย ABS, เส้นใยปลา, เส้นใยไม้หรือเส้นใย PET ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์การออกแบบใด ๆ สามารถพิมพ์และส่งเป็นชุดคำสั่งในภาษาเครื่อง (G-code) เพื่อให้เครื่องพิมพ์ดำเนินการได้
  • อีกเครื่องในห้องคือเครื่องขัดไม้และอะครีลิคและเครื่องกลึงไม้ เครื่องเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเครื่องพิมพ์ 3 มิติในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์เสร็จแล้ว

This slideshow requires JavaScript.

นักเรียนจะเข้าใจแนวคิดและการใช้งานของมันได้ง่าย และ สนับสนุนให้นักเรียนได้รับความคิดใหม่ ๆ ด้วยความช่วยเหลือของ Makerspace พื้นที่ห้องเรียนนี้จะช่วยให้นักเรียนค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่และด้านความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาที่ถูกระงับไว้เนื่องจากการเรียนรู้รูปแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังจะลดเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีเนื่องจากวัสดุพร้อมใช้งาน ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม นักเรียนสามารถเห็นภาพและประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่กำหนด พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างอิสระมากขึ้นและค้นพบสิ่งต่าง ๆ ในระหว่างกระบวนการเรียนรู้

ห้องนี้เตรียมไว้เพื่อให้นักเรียนของ โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เตรียมพร้อมเพื่อให้นักเรียนสร้างอาชีพได้ เขียนโปรแกรมได้ บริหารงานด้วยการใช้เทคโนโลยี ให้เรียนรู้ และลงมือทำ เพื่อให้เห็นก้าวทันโลกเทคโนโลยี มีหลักสูตรพร้อมรองรับอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี การเขียนโปรแกรม และไอที

เด็กทุกคนสามารถเข้าใช้งานห้อง Makerspace Room ได้ พร้อมด้วยอาจารย์คอยให้คำแนะนำ ซึ่งต้องการให้นักเรียนมีความรู้ด้านไอทีตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย มีห้อง Makerspace Room 1 ห้อง แต่ในอนาคตจะเพิ่มจำนวนห้อง และจะขยายให้กว้างกว่านี้ เพิ่มอุปกรณ์การเรียนรู้ให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ไปแสดงความรู้ความสามารถ ไปแข่งขันข้างนอกโรงเรียน

ที่โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เน้นหลักสูตรที่พัฒนาให้เด็กมีความสามรถ โดยหลักสูตรนานาชาติ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นไทย ปัจจุบันมีนักเรียน 400 คนในโรงเรียน มีตั้งแต่อนุบาลไปจนถึง grade 12

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!