Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

บิ๊ก คาเมร่า ส่งบิ๊กอีเว้นท์ “BIG CAMERA BIG PRO DAYS ครั้งที่ 10” กระตุ้นตลาดปลายปี

บิ๊ก คาเมร่า (BIG CAMERA) ผู้นำศูนย์รวมกล้องดิจิตอลและผู้ให้บริการด้านการถ่ายภาพครบวงจร ทุ่มงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท จัด “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โปรเดย์ ครั้งที่ 10 (BIG CAMERA BIG PRO DAYS 2016)” มหกรรมกล้องดิจิตอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กระตุ้นกำลังซื้อช่วงโค้งสุดท้ายปี 2559 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Experience, Make it Happen” ฉลองครบรอบ  1 ทศวรรษ ผนึกผู้ผลิตกว่า 20 แบรนด์ ขนทัพสินค้ากล้องและอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพจัดจำหน่ายพร้อมอัดโปรโมชั่นดูดกำลังซื้อ

งาน “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โปรเดย์ ครั้งที่ 10 (BIG CAMERA BIG PRO DAYS 2016)” จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม – 4 กันยายน 2559 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.  ณ ชั้น 1 ลานกิจกรรม โซนอีเดน 1  โซนอีเดน 2 โซนเอเทรียม และโซนแดซเซิล ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ตัวอย่างกล้อง1

นายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมของตลาดกล้องดิจิตอลในปี  2559 คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดที่เติบโตขึ้นประมาณ 20% จากปีก่อน มีมูลค่าประมาณ 6,100 ล้านบาท โดยกลุ่มกล้องที่เติบโตอย่างต่อเนื่องได้แก่กลุ่มกล้องเปลี่ยนเลนส์ขนาดพกพา หรือมิเรอร์เลส (Mirrorless) ด้วยปัจจัยทางการตลาดและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพของภาพจากกล้องมิเรอร์เลสที่มากกว่ากล้องโทรศัพท์มือถือ ราคามีให้เลือกหลากหลาย กลุ่มผู้ผลิตมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เจาะตลาดไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ กลุ่มที่ชื่นชอบการถ่ายรูปเซลฟี่ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มนักกีฬา และการที่ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความต้องการกล้องถ่ายรูปเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น เป็นต้น นอกจากตลาดกล้องที่เติบโตแล้ว ยังส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์เสริม อาทิ กระเป๋า เคส แอคเซสเซอรี่ และเทคโนโลยีการพิมพ์ภาพขยายตัวขึ้นตาม  ด้วยปัจจัยเชิงบวกดังกล่าว ส่งผลให้ บิ๊ก คาเมร่า ซึ่งเป็นผู้นำศูนย์รวมกล้องดิจิตอลและผู้ให้บริการด้านการถ่ายภาพครบวงจร เติบโตตามไปด้วย ดังนั้น จากขณะนี้ไปจนถึงสิ้นปี บริษัทจึงต้องดำเนินการตลาดเชิงรุกอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายต่อไป

นายชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บิ๊ก คาเมร่า ถือเป็นเจ้าแรกที่นำกลยุทธ์ด้านอีเว้นท์ มาร์เก็ตติ้ง (Event Marketing) เข้ามาใช้กับการตลาดกล้องดิจิตอล ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา และประสบความสำเร็จมายาวนานกว่า 10 ปี  โดยมีเหตุผลมาจากปัจจัยด้านต่างๆ อาทิ เป็นกิจกรรมที่รวมแบรนด์กล้องชั้นนำไว้มากถึง 20 แบรนด์ ซึ่งในแต่ละแบรนด์จะใช้กิจกรรมนี้เป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัว พร้อมเปิดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นที่แรก รวมไปถึงการจัดโปรโมชั่น ทั้งการลดแลกแจกแถมจากทางผู้ผลิตเอง รวมไปถึงทางธนาคารชั้นนำ จึงทำให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นงานที่คนรักกล้องดิจิตอลต่างตั้งตารอ

กิจกรรม “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โปรเดย์ ครั้งที่ 10 (BIG CAMERA BIG PRO DAYS 2016)” มหกรรมกล้องดิจิตอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

  • มีแบรนด์ผู้ผลิตกล้องดิจิตอลและอุปกรณ์ถ่ายภาพชั้นนำเข้าร่วมมากมาย อาทิ  Canon, Nikon, Fujifilm, Olympus, Sony, Panasonic, Exilim, OTheta, GoPro, Tamron, Sigma, Tokina, Oska, Fotopro, Nissin, Manfrotto, Pentax, Hoya, Samyang, SanDisk, Toshiba, PenDrive และอื่นๆ อีกมากมาย มาร่วมจัดแสดงและจัดจำหน่าย บนพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม.

ตัวอย่างกล้อง5

สำหรับโปรโมชั่นภายในงานปีนี้ยังได้ร่วมมือกับธนาคารชั้นนำมอบสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด มอบส่วนลดสูงสุดแก่ผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรผ่อนชำระ 33% พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน พร้อมเครดิตเงินคืน 5,000 บาท ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) มอบส่วนลดสูงสุดแก่ผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรผ่อนชำระเคทีซี 33% พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า The 1 Card ช้อปภายในงานครบ 20,000 บาท สามารถแลกรับ Photo Book Limited Edition BIG PRO DAYS มูลค่ากว่า 990 บาทฟรี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อคนรักการถ่ายภาพตลอด 6 วันของการจัดงาน ได้แก่ Experience Make It Happen…Iconic เปิดโลกแห่งประสบการณ์ถ่ายภาพไปกับช่างภาพฝีมือระดับแถวหน้าของเมืองไทย กิจกรรมการเวิร์คช้อป Live Experience Photo Workshop ส่งต่อประสบการณ์เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ กับเหล่าช่างภาพมืออาชีพชื่อดัง สัมผัสมิติใหม่กับ BIG Live Studio สตูดิโอการถ่ายภาพมีชีวิตพร้อมนางแบบสาวสวย ให้ได้ร่วมสร้างประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยตัวเอง ในรูปแบบ Realtime  ตลอด 5 วัน 5 คอนเซ็ปต์ และ นิทรรศการภาพถ่าย ชุด “The Experience, Make it Happen” ที่รวบรวมประสบการณ์อันทรงคุณค่า ถ่ายทอดผ่านศิลปินระดับประเทศ ที่จะสร้างสรรค์แรงบันดาลใจได้ไม่รู้จบ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อการกุศลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี คือการประมูลกล้องดิจิตอลในราคาเริ่มต้นเพียง 1 บาท โดยรายได้จากการประมูลและการจำหน่ายภาพถ่ายจากโซนนิทรรศการจะสมทบทุนโครงการ “เปิดตาดีสู่สังคมไทย” ของหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อคืนแสงสว่างในการมองเห็นให้กับผู้ด้อยโอกาสทางสายตา

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว Ricoh GR III กล้องคอมแพคตัวเทพอย่างเป็นทางการ พร้อมขายมีนาคมนี้

Published

on

หลังจากที่ Ricoh ได้ประกาศว่า Ricoh GR III กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ในที่สุดก็ได้ประกาศข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า Ricoh GR 3 จะพร้อมขายในเดือนมีนาคมนี้ในราคา $899 (~28,500 บาท)

เทียบกับมือแล้ว Ricoh GR 3 ตัวเท่านี้เอง

จุดเด่นของ Ricoh GR III คือเป็นกล้องคอมแพคขนาดเล็กและเบาที่สามารถพกใส่กระเป๋าได้ทุกวัน โดยมันมีขนาดแค่ 109 x 62 x 33 mm ที่เล็กกว่ารุ่นพี่ทั้ง GR และ GR II ซึ่งถ้าไม่นับความหนา มันเล็กกว่าสมาร์ทโฟนในปัจจุบันอีก และมีน้ำหนักแค่ 257 กรัม แต่ภายใต้ขนาดที่เล็กแบบนี้ GR 3 ใช้เซนเซอร์ขนาด APS-C เทียบกับกล้อง Mirrorless ระดับกลางๆ เลย ซึ่งทำให้คุณภาพภาพถ่ายจาก Ricoh GR III นั้นดีกว่ากล้องคอมแพคทั่วไปที่ใช้เซนเซอร์ขนาดเล็กกว่านี้

Ricoh GR 3 นั้นมาพร้อมเลนส์ 28 mm f/2.8 เหมือนเดิม (ซูมไม่ได้นะ) พร้อมฟิลเตอร์ ND 2 stop ในกล้อง แต่ปรับปรุงชุดเลนส์ใหม่ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ระยะโฟกัสใกล้สุดเหลือแค่ 6 cm พร้อมใส่ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (SR) แบบ 3 แกนที่อาศัยการเคลื่อนเซนเซอร์ ชดเชยแสงได้ 4 stop ซึ่ง Ricoh ก็นำระบบชดเชยการสั่นไหวนี้มาประยุกต์ใช้ให้กล้องทำงานในโหมดจำลองฟิลเตอร์ anti aliasing ซึ่งแก้ไขปัญหา moiré เวลาถ่ายภาพที่มีรายละเอียดตารางเยอะๆ นอกจากนี้ยังใส่ระบบ Ultrasonic เพื่อป้องกันฝุ่นติดเซนเซอร์มาให้ด้วย

กล้องรุ่นนี้เป็นครั้งแรกในตระกูล GR ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ซึ่งก็ต้องทดลองกันต่อไปว่าจะใช้งานได้ลื่นไหลหรือไม่ แต่การที่หน้าจอสัมผัสได้ก็ทำให้เลือกจุดโฟกัสได้ขึ้นเช่นกัน และระบบควบคุมหลักๆ ที่เคยเป็นจุดเด่นของ GR เดิมอย่างก้านโยกก็ยังอยู่ครับ

ในส่วนของประสิทธิภาพ Ricoh GR III ก็ถือว่าปรับไปเยอะมาก ระดับ Major Change หลังจากไม่ได้ปรับใหญ่มานานกว่า 5 ปี โดยเพิ่มความละเอียดภาพจาก 16 ล้านเป็น 24 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกไฟล์ RAW ระดับ 14 bit ได้ เซนเซอร์ตัวใหม่ก็มาพร้อมเทคโนโลยีโฟกัสแบบ phase detection ทำให้กล้องโฟกัสได้เร็วกว่าเดิม (แต่ยังไม่รู้ว่ามีจุดโฟกัสกี่จุด) และ ISO สามารถทำได้ที่ 100 – 102,400 นอกจากนี้ยังเพิ่มการเชื่อมต่อ Bluetooth และ Wifi เข้าไปในกล้องด้วย พร้อมใช้พอร์ต USB-C เพื่อชาร์จไฟและส่งข้อมูล

แต่ Ricoh GR III ก็มีจุดอ่อนเมื่อเทียบกับ GR ตัวก่อนๆ เช่นกันคือ ในรุ่นนี้ไม่มีแฟลชในตัว ต้องใช้แฟลชนอกผ่าน Hot-shoe เท่านั้น ส่วนการถ่ายวิดีโอก็ปรับปรุงขึ้นเป็น 1080p 60 fps แต่ยังถ่าย 4K ไม่ได้ และไม่มีช่องหูฟังและช่องต่อไมโครโฟน นอกจากนี้อายุแบตเตอรี่ยังสั้นลง จากเดิมที่ถ่ายได้ 320 ภาพต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ก็เหลือแค่ 200 ภาพต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แม้ว่าจะใช้แบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ก็เดาว่าระบบป้องกันภาพสั่นไหว SR น่าจะใช้ไฟจากแบตเตอรี่มากกว่าเดิมครับ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มาก เพราะเราชาร์จผ่าน USB-C ได้เสมอ จะชาร์จผ่าน Power Bank ก็ได้)

เลนส์เสริม GW-4 ทำให้ขยายมุมภาพจาก 28 mm เป็น 21 mm แต่ใช้เลนส์เสริมจาก GR ตัวเก่าไม่ได้ เพราะระบบเลนส์คนละแบบกัน

Ricoh GR III จะเริ่มขายในเดือนมีนาคม 2019 ในราคาเปิดตัว $899 ซึ่งแพงกว่า GR และ GR II ที่เปิดตัวมาที่ $799 ส่วนราคาในไทยก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะทะลุ 30,000 บาทหรือไม่ แต่แอดนี่ซื้อแน่นอน!

ที่มา: DPreview

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

เผยภาพ Leica Q2 ก่อนเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้

Published

on

นับเป็นระยะเวลากว่า 4 ปีแล้วตั้งแต่ Leica เปิดตัวกล้อง Leica Q รุ่นแรกเมื่อปี 2015 และก็ถึงเวลาสำหรับรุ่นใหม่ ล่าสุดมีภาพหลุด Leica Q2 ก่อนที่จะเปิดตัวในวันที่ 6 มีนาคมนี้

อ้างอิงจากรูปภาพ Leica Q2 ไม่มีความแตกต่างในด้านหน้าตาหรือรูปทางเมื่อเทียบกับ Leica Q รุ่นแรกเท่าไหร่นัก ยกเว้นโลโก้ Leica Q2 ที่เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น และจากภาพที่น้ำบนตัวเครื่องซึ่งอาจหมายถึงระบบกันน้ำหรือ Waterproof ด้วยนั่นเอง

อ้างอิงจากรายงานก่อนหน้านี้ เผยว่า Leica Q2 จะเพิ่มความละเอียดของเซ็นเซอร์จาก 24 ล้านพิกเซล เป็น 47 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ครับ ด้วยชื่อของ Leica แน่นอนว่ารุ่นใหม่ย่อมมีเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม ดีไซน์ที่สวยงาม และอาจรองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ด้วยครับ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดราคาไทย Sony a6400 กล้องโฟกัสสุดจิก เกาะติดทุกอย่าง ราคาเริ่มต้น 32,990 บาท

Published

on

ภาพจาก Sony a6400

หลังจากเปิดตัวไปตั้งแต่เดือนมกราคม ในที่สุด Sony a6400 ก็เปิดราคาไทยโดยเริ่มต้นที่ 32,990 บาทสำหรับบอดี้กล้องอย่างเดียว ซึ่งพร้อมขายตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้เลย!

จุดเด่นของ Sony a6400 คือเอาเทคโนโลยีหลายอย่างจาก Sony a9 กล้องเรือธงระดับ Full Frame มาลง APS-C ซึ่งสามารถโฟกัสภาพได้ใน 0.02 วินาที แถมสามารถเลือกโฟกัสได้ว่าจะโฟกัสตาซ้ายหรือตาขวา พร้อม Real-time tracking ที่ทำงานประสานกันหมด เช่นเมื่อโฟกัสตาแล้วกล้องมองไม่เห็นตา ก็จะ real-time tracking วัตถุบริเวณนั้นต่อจนกว่าจะเห็นดวงตา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เร็วพอที่จะโฟกัสระหว่างถ่ายวิดีโอการเคลื่อนไหวเร็วๆ ให้วัตถุไม่หลุดโฟกัส

Sony a6400 มาพร้อมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมปรับปรุง Skintone ให้สวยงามขึ้น หน่วยประมวลผลทำงานเร็วกว่า a6300 1.8 เท่า ให้ ISO สูงสุด 32,000 ขยายได้เป็น 102,400 และถ่ายภาพต่อเนื่อง 11 fps จอด้านหลังสามารถพับขึ้นมาถ่าย Selfie หรือ VLOG ได้ สามารถใช้กับอุปกรณ์เสริม GP-VPT1 เพื่อเป็นขาตั้งพร้อมควบคุมระหว่างถ่ายวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังสามารถถ่าย Time-Lapse ได้ในตัว (เพราะรุ่นนี้ลงแอปเสริมในกล้องไม่ได้แล้ว) ถ่ายวิดีโอ 4K HDR แบบ HLG ได้ ส่วนความทนทานของซัตเตอร์การันตีที่ 200,000 ครั้ง

ในส่วนของตัวเลนส์นั้นตอนนี้โซนี่มีเลนส์ E-mount อยู่ 48 ตัว ซึ่งเป็นเลนส์สำหรับ APS-C โดยเฉพาะ 18 ตัว และ E-mount full-frame lenses ที่สามารถใช้งานร่วมกับกล้อง α6400 โดยไม่ต้องใช้อแดปเตอร์อีกถึง 30 ตัว และปี 2019 นี้จะออกเพิ่มอีก 12 เลนส์ กลายเป็นมีให้เลือก 60 รุ่น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่โซนี่ให้ความสำคัญกับ One Mount for all ไม่ว่าจะใช้กล้อง Sony รุ่นไหนก็สามารถใช้เลนส์ร่วมกันได้หมด

โดย Sony วางระดับของกล้อง Sony a6400 อยู่ในระดับรอง Sony a6500 ซึ่งตั้งใจว่าจะบุกทั้งกลุ่มผู้ใช้กล้องระดับสูง ให้เป็นกล้องตัวที่ 2 สำหรับการใช้งาน และหวังเจาะกลุ่ม content creator ด้วยความสามารถพลิกจอด้านหลังมาถ่าย VLOG ด้วยตัวเองง่าย พร้อมเสียบไมโครโฟนได้

ภาพจาก Sony a6400

ราคาของ Sony a6400 ในไทย

  • Sony a6400 เฉพาะตัวบอดี้อย่างเดียว ตั้งราคาไว้ที่ 32,990 บาท
  • Sony a6400 ชุดพร้อมเลนส์คิท 16-55 mm อยู่ที่ 36,990 บาท
  • พร้อมขายวันที่ 19 ก.พ. ส่วนสีเงินพร้อมขายเดือนมีนาคม

โฟกัสจิกตา และถ่ายรัวมันเป็นแบบนี้

This slideshow requires JavaScript.

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!