Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

บัซซี่บีส์ ลุย WhatSale Thailand แอปพลิเคชั่นที่รวมโปรโมชั่นมากกว่าพันแบรนด์

Buzzebees (บัซซี่บีส์) ในฐานะสตาร์ทอัพผู้นำด้านแพลตฟอร์ม CRM Privilege แตกไลน์ลุยปรับฟังก์ชั่นการใช้งานบน แอปพลิเคชั่น WhatSale Thailand ทำให้การค้นหาโปรโมชันเป็นเรื่องง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งได้รวบรวมโปรโมชั่นจากแบรนด์ดังมากกว่า 1,000 แบรนด์ ภายใต้แนวคิด “แอปเดียว ครบทุกโปร” โดยปรับรูปแบบฟังก์ชั่นการใช้งานให้แสดงผลเป็นรูปภาพ เห็นแล้วรู้โปรแบบรวดเร็วทันใจ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลด แอป WhatSale Thailand ทะลุ 1 ล้านราย จากเดิม 300,000 ราย เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือน แบ่งเป็นคนกรุงเทพฯ 85% และต่างจังหวัด 15% โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัย 25-34 ปี ด้วยสัดส่วน 36% ตามมาด้วยช่วงอายุ 35 – 44 ปี สัดส่วนอยู่ที่ 24%

มร. ไมเคิล เชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เปิดเผยว่า “บัซซี่บีส์ ได้พัฒนา แอปพลิเคชั่น WhatSale Thailand โดยพัฒนาฟีเจอร์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น อาทิ ปรับเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ในแต่ละโปรโมชั่นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจโปรโมชั่นได้ตั้งแต่หน้าแรก หรือเพียงแค่คลิกเดียวก็จะทราบรายละเอียดของโปรอย่างครบถ้วน รวมถึงได้รวบรวมโปรโมชั่นในห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในยุคที่ต้องการข้อมูลเร่งด่วน โดยบนแอปยังแสดงแผนผังตำแหน่งร้านค้า ว่าอยู่ชั้นไหน โซนไหน เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินหาสินค้า นอกจากนี้ WhatSale Thailand ยังอัพเดทสินค้าลดราคากันแบบเรียลไทม์ โดยผู้ใช้งานสามารถกดติดตามแบรนด์ที่ตนเองชื่นชอบได้ และหากในช่วงนั้นมีโปรโมชั่นของแบรนด์ที่ชื่นชอบ ก็จะมี Notification แจ้งเตือนบนมือถือ เพื่อไม่ให้นักช้อปพลาดโปรเด็ด ๆ เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบค้นหาโปรโมชั่นดี ๆ ในช่วงเวลานั้น ๆ ทำให้สามารถวางแผนการช้อปปิ้งล่วงหน้าได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย”

จุดเด่นของแอปพลิเคชั่น WHATSALE ภายใต้แนวคิด “แอปเดียว ครบทุกโปร” เป็นแอปฯที่รวบรวมดีลส่วนลด และโปรโมชั่นต่าง ๆ ของสินค้าหลากหลายแบรนด์ แสดงผลแบบเรียลไทม์ และยังครอบคลุมกว่า 15 หมวดหมู่ อาทิ งานแสดงสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น ท่องเที่ยว ธนาคาร แก็ตเจ็ต ความงาม ของใช้ รถยนต์ ไลฟ์สไตล์ ของเล่นและเกม ช้อปปิ้งออนไลน์ ห้างสรรพสินค้า และบริการ นอกจากนี้  WHATSALE ยังได้ปรับฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อเอาใจนักช้อป อาทิ

  • หน้าแรก (Home) : แหล่งรวมโปรโมชั่นสุดฮอต อัพเดททันใจแบบเรียลไทม์ รับรู้โปรโมชั่นใหม่ล่าสุด รวมถึงโปรโมชั่นจากแบรนด์โปรดก่อนใคร ทำให้ไม่พลาดทุกการช้อปที่คุ้มค่า
  • แบรนด์ (Brands) : แบรนด์ไหนลด ผู้ใช้งานจะทราบโดยง่ายดาย เพียงคลิกเลือกแบรนด์ที่สนใจ และยังสามารถกดติดตามแบรนด์โปรด เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัพเดท
  • โปรแรง (Hot Pro) : คัดสรรดีลสุดพิเศษมามอบให้กับสมาชิก WhatSale เท่านั้น ในราคาโดนใจกับสินค้ามากมาย หลากหลายสไตล์จากแบรนด์ชั้นนำ ช้อปสนุกพร้อมสะสมแต้ม แลกรับสิทธิพิเศษมากมายที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
  • แลกโปร (E-Stamp) : สะสม E-Stamp ง่ายๆ ทุกการใช้จ่ายกับร้านค้าผ่านแอป สะสมครบรับโปรถูกใจทันที
  • โปร@ห้าง (Pro@Mall) : รู้โปรในห้างก่อนเดินทางไปช้อปจริง เพียงคลิกเดียวที่ โปร@ห้าง ผู้ใช้งานจะทราบถึงโปรโมชั่นที่กำลังจัดอยู่ในห้างนั้นๆ พร้อมแสดงแผนผังตำแหน่งร้านค้า ทำให้การวางแผนการช้อปง่ายขึ้น

ปัจจุบัน แอปพลิเคชั่น WhatSale Thailand มียอดดาวน์โหลดกว่า 1  ล้านราย จากยอดโหลดเดิมอยู่ที่ 300,000 ราย เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือน โดยแบ่งเป็นสัดส่วนผู้ใช้งานเป็นหญิง 44% และชาย 56% ส่วนใหญ่จะมีอายุตั้งแต่ 25 – 44 ปี ด้วยสัดส่วนรวมกันถึง 60% โดยทุกวันนี้ บัซซี่บีส์ได้รวบรวมและคัดสรรแบรนด์ดังๆ มากกว่า 1,000 ราย ซึ่งจะแบ่งตามหมวดหมู่ที่มีกว่า 15 ประเภท และเรียงตามอักษร A-Z ผู้ใช้สามารถ search ชื่อแบรนด์ได้ เพื่อสะดวกต่อการค้นหา อาทิ Starbucks , Lazada , 7-Eleven , Bar B Q Plaza , Adidas , Uniqlo , EVEANDBOY , IKEA , AirAsia , M Generation , BaNANA IT และ Grab เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าผู้ประกอบการต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล

“ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้บริโภคอย่างมาก โดย 80% ผู้บริโภคจะค้นหาข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ โดยค้นหาข้อมูลเบื้องต้นจากอินเทอร์เน็ต 71% และค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจซื้อ ถึง 86% ประกอบกับข้อมูล EDTA ในปี 2560 พบว่า Gen Y เป็นกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันสูงสุด เฉลี่ยมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน ฉะนั้นการโฆษณาโปรโมชั่นต่างๆ บนสื่อออนไลน์ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภครับรู้เป็นช่องทางแรกๆ และยังเป็นตัวเร่งในตัดสินใจซื้ออีกด้วย ทั้งนี้ บัซซี่บีส์ได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของฐานผู้ใช้งาน Buzzebees ที่ปัจจุบันมีกว่า 40 ล้านคน รวมถึง แอป WhatSale Thailand มาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยระบบจะเก็บพฤติกรรมของผู้บริโภคในเชิงค่อนข้างลึก อาทิ ทราบว่าผู้บริโภคคนไหน ชอบไลฟ์สไตล์แบบไหน คาดว่าน่าจะสนใจแบรนด์อะไร สินค้าอะไร จากสถิติที่เคยเข้าไปคลิกดูสินค้าอะไรบ้าง เวลานานแค่ไหน และเคยซื้อสินค้าอะไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกรวบรวมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำ Big Data ของบัซซี่บีส์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างระบบ Eco-System เพื่อให้แข็งแกร่งและตอบโจทย์แบรนด์รวมถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ปีใหม่นี้ต้องได้รูปสวย! 3 ไอเดียเก็บภาพฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ให้ปังด้วย GoPro HERO7

Published

on

เฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขแห่งปีกับกองของขวัญและวันหยุดยาวๆ กันแล้ว  ด้วยไอเดียถ่ายภาพเทศกาลปีใหม่และคริสมาสต์สุดพิเศษจาก GoPro ที่จะมาทำให้ช่วงเวลาแห่งความสุขของคุณพิเศษยิ่งขึ้นได้ง่ายๆ

1. เก็บภาพโมเมนท์ประทับใจกับครอบครัว แก๊งเพื่อน และคนที่คุณรัก

วันหยุดยาวช่วงปีใหม่ เป็นช่วงเวลาสำคัญของปีที่สมาชิกครอบครัวจะมารวมตัว เพื่อใช้เวลาร่วมกัน เป็นโอกาสดีที่จะได้เก็บภาพสวยๆ ของคนที่คุณรัก ด้วยโหมด SuperPhoto จาก GoPro HERO7 Black ที่มีระบบวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะให้ภาพที่ออกมาคมชัด สีสดใส อย่าลืมพก Shorty ขาตั้งกล้องแบบพกพาขนาดกะทัดรัด ที่เหมาะกับทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้คริสต์มาส ฉลองปีใหม่ หรือกิจกรรมเอาท์ดอร์ Shorty อันเดียว เอาอยู่!

2. อวดบรรยากาศการของความสนุกสนานช่วงวันหยุดยาวผ่านสปีดวีดีโอ บันทึกความประทับใจให้อยู่ในวีดีโอสั้นๆ

ถ่ายวีดีโอธรรมดาๆ อาจจะดูน่าเบื่อ ลองถ่ายบรรยากาศปาร์ตี้ทั้งงาน หรือกิจกรรมแสนสนุกกับเพื่อนและครอบครัว แล้วย่นเวลาให้สั้นกระชับและเคลื่อนไหวแบบชิคๆ ด้วยโหมด TimeWarp ที่เป็นวีดีโอ hyperlapse ให้คุณสามารถถ่ายวีดีโอแบบ high-speed ที่ช่วยย่นระยะเวลาจริงที่ยืดยาวให้สั้นกระชับ มาพร้อมกับกันสั่นสุดล้ำอย่าง HyperSmooth ที่ทำให้การเดินถ่ายรอบๆ งานปาร์ตี้สมูทเหมือนติดกิมบอล

3. ปาร์ตี้เคาท์ดาวน์สนุกสุดแซ่บแค่ไหน ไลฟ์แบบเรียลไทม์ไปเลย!

โบกมือลาปีเก่าทั้งที จะบอกลาแบบธรรมดาได้ยังไง หลายคนอาจจะมีไอเดียการแต่งบ้านสวยๆ แต่งตัวชิคๆ ในใจไว้อย่างดีจนอยากจะมีภาพเก็บไว้เยอะๆ แต่จะให้มานั่งเล็งมุมถ่ายรูปตอนเคาท์ดาวน์ก็คงจะไม่ฟินเท่าไหร่ ลองใช้โหมด Live Streaming ของ GoPro HERO7 ที่สามารถไลฟ์แบบเรียลไทม์ผ่าน Facebook และ YouTube ได้แบบทันที ปีนี้จะเคาท์ดาวน์ที่ไหน และแซ่บแค่ไหน มาไลฟ์อวดเพื่อนๆ ผ่าน GoProกัน!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

PHILIPS ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เปิดตัว “Mobile Accessories” ให้คุณไม่สะดุดทุกการเชื่อมต่อ

Published

on

PHILIPS (ฟิลลิปส์) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เสริมมือถือ เปิดตัว Mobile Accessories อุปกรณ์สำหรับสมาร์ทโฟนครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่

  • แบตเตอรี่พกพา (Powerbank),
  • ที่วางโทรศัพท์ภายในรถ (Car Mount)
  • ตัวต่ออะแดปเตอร์ (Adapter) และ
  • อุปกรณ์เสริมเพื่อแปลงไฟจากรถยนต์ (Car Charger)

ซึ่งผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ในผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง พร้อมคุณสมบัติและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยมี Vgadz ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก็ดเจ็ต และสินค้าเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

1.แบตเตอรี่พกพา โดยมีความจุให้เลือกตามความเหมาะสมของการใช้งาน ตั้งแต่ 5,000 / 8,000 / 10,000 และ 20,000 mAh แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มประเภท โดยเริ่มจาก

  • แบตเตอรี่พกพาที่รองรับเทคโนโลยี Quick charge 3.0 พร้อมมอบความรวดเร็วในการชาร์จ อย่าง PHILIPS Powerbank  10,000mAh Li-ion , 1 Type C 3A , 1 USB QC3.0 , Alum
  • ชาร์จเข้าได้ทั้งพอร์ท micro-USB และ USB-C (เป็นทั้ง in-put และ out-put) ชาร์จออกพอร์ท USB-C ปล่อยไฟ 3.0A เพียงพอสำหรับชาร์จ laptop ได้ และพอร์ท USB-A ปล่อยไฟขนาด 2A เซลล์แบตเตอร์รี่ลิเทียมไอออนเกรดA กระทัดรัด จับถนัดมือ น้ำหนักเบาอยู่ที่ 205 กรัม มีสีดำและสีแชมเปญโกลด์ สำหรับสายคลาสสิกที่ชอบความหรูหรา

2.กลุ่มแบตเตอรี่พกพา กลุ่มที่สองนี้ ตอบโจทย์การใช้งานของคุณด้วย 2X Faster รองรับเทคโนโลยี Fast Charge ที่ชาร์จไฟเข้าอย่างรวดเร็ว และมีให้เลือกขนาดความจุมากถึง 4 รุ่น

  • PHILIPS Powerbank 5,000mAh Li-Polymer, USB1 2.1A, USB2 1A (total max 2.1A) สีขาวและสีทอง และ
  • รุ่น PHILIPS Powerbank 8,000mAh Li-Polymer, USB1 2.4A, USB2 1A (total max 2.4A) มีให้เลือกถึง 3 สี คือ สีขาว สีดำและสีโรสโกลด์
  • และรุ่นคลาสสิก มินิมอล น้ำหนักเบาและทนทาน PHILIPS Powerbank 10,000mAh Li-Polymer, USB1 2.4A, USB2 1A (total max 2.4A) สีดำและสีขาว บางและเบาสุดๆ หนักเพียง 201 กรัม
  • ปิดท้ายด้วยรุ่นใหญ่ PHILIPS Powerbank 20,000mAh  Li-Polymer, USB1 2.1A, USB2 1A (total max 2.1A) ซึ่งมีขนาดความจุมากที่สุด เหมาะสำหรับคนที่ใช้งานบ่อย และนาน หรือเผื่อเพื่อนและครอบครัวขณะเดินทาง ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่พกพาซ้ำในระยะเวลาสั้น ๆ

3.รุ่นที่เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งกว่า หมดปัญหาลืมพกสาย หรือสายพันกันในกระเป๋า กับแบตเตอรี่พกพาที่มีสายชาร์จในตัวแบบ Build-in และแบบ Detachable ถอดสายออกได้ สามารถชาร์จได้พร้อมกันถึง 2 อุปกรณ์ โดยมีสายชารจ์ Build-in ให้เลือกเป็นสาย Micro USB / MFI Lighting / USB Type C แทรกเก็บในตัวเครื่อง ได้แก่

  • PHILIPS Powerbank 10,000mAh Li-Polymer, built-in Micro USB cable 1A + USB 2.1A. 
  • PHILIPS Powerbank 10,000mAh Li-Polymer, built-in MFI cable 1A + USB 2.1A. และ
  • Powerbank 10,000mAh Li-Polymer, built-in Type C cable 1.5A + USB 2.1A
  • ทั้งสามรุ่นวางจำหน่ายเฉพาะสีขาว ที่มี texture เหมือนกระเบื้องโมเสค และ
  • รุ่นสุดท้ายกับแบตเตอรี่พกพา ที่มาพร้อมจอแสดงผลไฟหน้าจอ LED แสดงระดับแบตเตอรี่ให้คุณทราบพลังงานที่เหลืออยู่ ได้แก่ รุ่น PHILIPS Powerbank 10,000mAh Li-Polymer, USB1 2.1A, USB2 1A (total max 2.1A). Display screen มีทั้งสีดำและโรสโกลด์

4.Philips Mobile Accessories ยังมีอุปกรณ์สำหรับใช้ภายในรถยนต์ เช่น

  • ที่วางโทรศัพท์ Car Mount Stand w/Suction Cup 360
  • อุปกรณ์เสริมเพื่อแปลงไฟจากรถยนต์ Car Charger 2 USB 3.1A และ
  • Car Charger Type C + 2 USB 33W ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นนิรภัยพิเศษเป็นหัวโลหะสำหรับทุบกระจกรถในกรณีฉุกเฉิน
  • Car Charger USB 2.1A + 3 Cigarette Lighter Sockets ปลั๊กพ่วงสำหรับรถยนต์สำหรับคนสายแก็ดเจต
  • และหัวปลั๊กผนังที่มาพร้อมเต้าเสียบ 4 แบบ Universal Charger Changeable Pins 2 USB 3.1A – 2X faster รองรับเทคโนโลยี fast charge 3.1A

ผลิตภัณฑ์ของฟิลลิปส์ผ่านการออกแบบโดยใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานระดับสากล มุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำแก่ผู้บริโภค และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ด้วยวัสดุที่ได้มาตรฐานทั้งภายในและภายนอกอย่างวัสดุที่ไม่ลามไฟ และ Cell Battery ภายใน ที่ได้มาตรฐานด้วยราคาที่เหมาะสมกับฟังก์ชันการทำงาน รวมถึงผ่านมาตรฐาน Air Transport Safety ทำให้คุณมั่นใจได้ในทุกเส้นทางการเดินทาง และยังมีประกันคุ้มครองความเสียหายของอุปกรณ์และอื่น ๆ จาก AIA ตามค่าความเสียหายจริง ด้วยวงเงินกว่า 66 ล้านบาทอีกด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

LnwShop เผยสถิติร้านค้าออนไลน์รายย่อย พร้อมประกาศจุดยืนเป็นผู้ให้บริการร้านค้าออนไลน์ครบวงจร!!

Published

on

LnwShop เผยตัวเลขยอดขายผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ในระบบเทพช็อป ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่เปิดให้บริการ มียอดสูงถึง 8 พันล้านบาท จาก 8,803,454 ออเดอร์ ซึ่งในแต่ละวันผู้ซื้อที่เข้ามาร้านค้าปลีกในระบบของเทพช็อปมีสูงถึง 2 ล้านคนต่อวัน และยังมีแนวโน้มการเติบโตที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกสถิติที่น่าสนใจสำหรับผู้ขายของออนไลน์คือผู้ซื้อของออนไลน์ที่หน้าเว็บนั้นมาจาก

  • Google 50%
  • จากการโฆษณา 19%
  • การเข้าชมโดยตรง 17%  และ
  • จาก Facebook 12%

ซึ่งจะเห็นได้ว่า Google Search ยังคงเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์ และไม่สามารถมองข้ามได้ อีกเรื่องหนึ่งที่เทพช็อปให้ความสำคัญคือ อัตราส่วนการเข้าถึงเว็บไซต์โดยตรง เพราะหมายความว่าผู้ขายสามารถสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าติดใจในร้าน , กลับมาซื้อซ้ำ หรือแนะนำร้านต่อได้ ซึ่งนี่เป็นตัวเลขผู้เข้าชมส่วนที่ผู้ขายของออนไลน์ควรโฟกัสให้เติบโต และมีเปอร์เซ็นสูงที่สุด

LnwShop และ Google Thailand ยังได้เปิดให้ร้านค้าออนไลน์ในระบบของเทพช็อปสามารถทำโฆษณาในรูปแบบ Google Shopping ผ่านระบบของเทพช็อปได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งการทำโฆษณาแบบนี้ กูเกิ้ลได้ใช้ AI ที่ชื่อว่า SMART Shopping Campaign ในการเลือกแสดงผลโฆษณา และจากการทดสอบระบบร่วมกับเทพช็อปในช่วงที่ผ่านมาพบว่า Google Shopping สามารถสร้าง Conversion Rate จากการลงโฆษณา ได้สูงถึง 11.75 เท่า

LnwShop ยังได้ประกาศจุดยืนการเป็นผู้ให้บริการระบบอีคอมเมิร์ซครบวงจร ด้วยความพร้อมของระบบจัดการด้านอีคอมเมิร์ซในทุกขั้นตอนการทำงาน พร้อมเปิดบริการใหม่ที่รองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ขายของออนไลน์ อาทิ

  • LnwPickPick บริการระบบ Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่ง
  • เว็บไซต์ LnwDropship.com เว็บรวมสินค้าสำหรับตัวแทนจำหน่าย
  • Shipping Exclusive การเชื่อมต่อระบบเทพช็อปกับขนส่งชั้นนำของไทย
  • รวมถึงการเชื่อมโยงการจัดการสต็อกกับเว็บมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ อาทิ Lazada , Shopee , MooHouz และ Facebook Marketplace

จากรายงานของกูเกิ้ล การเติบโตของมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการเติบโตมากถึง 30% นอกจากนี้สำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย ถึงแม้ว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่าง Marketplace ต่าง ๆ เข้ามาในตลาดมากขึ้น แต่ 65% ของผู้ซื้อยังคงซื้อผ่านร้านค้าปลีก โดยแบ่งเป็นหน้าเว็บไซต์ 25% และ Social Network 40% และสิ่งที่ผู้ขายของออนไลน์ควรตั้งคำถามกับตัวเอง คือทำอย่างไรผู้ซื้อจึงจะกลับมาซื้อซ้ำ เส้นทางที่ผู้ซื้อจะเข้ามาถึงสินค้าของคุณในครั้งต่อ ๆ ไปจะเป็นอย่างไร ส่วนมากแล้วการสร้างแบรนด์ สร้างการจดจำ สร้างพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถกลับมาเจอร้านค้าได้เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!