Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

โตโยต้า ทูโช เน็กซ์ตี อิเล็กทรอนิกส์ จัดแข่งขัน AMAS หวังเพิ่มบุคลากรด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมยานยนต์

โตโยต้า ทูโช เน็กซ์ตี อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) ผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์ให้กับโตโยต้า ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทยและของโลก จัดการแข่งขันประกวดเขียนซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์จำลองไร้คนขับ (Annual Student Meeting on Automotive Embedded System หรือ AMAS) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนบุคลากรของไทยด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมยานยนต์ และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นฐานในการพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

การจัดงานในครั้งนี้ บริษัทโตโยต้า ทูโช เน็กซ์ตี อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมมือกับ บริษัทโตโยต้า ทูโช เด็นโซ อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย

  • สมาคมสมองกลฝังตัวไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ
  • บริษัทเทคซอร์สซิสเต็ม (ไทยแลนด์)

ในการจัดงานประกวดเขียนซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์จำลองไร้คนขับ AMAS เป็นการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขัน 12 ทีมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ประกอบด้วย

  1. มหาวิทยาลัยขอนแก่น,
  2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,
  3. FIBO ภายใต้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,
  4. สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น,
  5. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
  6. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  7. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,
  8. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ
  9. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

มิสเตอร์ มาซามิ อิคุระ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัท โตโยต้า  ทูโช เน็กซ์ตี อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “ประเทศไทยถือว่าเป็นฐานในการผลิตและพัฒนายานยนต์ที่มีความสำคัญอย่างมาก จะทำอย่างไรให้ระดับความสามารถของประเทศไทยไปสู่การแข่งขันระดับโลก การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์จัดการภายในรถยนต์จะสามารถเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยไปสู่ระดับโลกในอนาคตอันใกล้ ทำให้เรามองเห็นถึงความสำคัญในการให้ความรู้กับภาคการศึกษาในประเทศไทย เพื่อเป็นการบ่มเพาะและสร้างบุคคลากรทางด้านการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ต่อไปจะเป็นเหมือนกับสมองสั่งการยานยนต์ในอนาคต ซึ่งหากประเทศไทยสามารถเดินนำหน้าประเทศอื่นๆ ไปได้ก่อนจะสามารถสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันเป็นอย่างสูง และสามารถพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับยานยนต์อนาคตที่สำคัญของโลกต่อไป”

การจัดการแข่งขัน AMAS ทางบริษัทมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การเพิ่มและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์ โดยทางบริษัทโตโยต้า ทูโช ฯ ได้เข้ามาสนับสนุน ทั้งทางด้านอุปกรณ์ คือ รถจำลอง และชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ให้กับทีมนักศึกษาเพื่อพัฒนาระบบซอฟต์แวร์โดยพัฒนาตามรูปแบบ Model Base Development Base (MBD)

รูปแบบการแข่งขัน Annual Student Meeting on Automotive Embedded System หรือ AMAS นั้นคือการแข่งขันประกวดซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์จำลองไร้คนขับ โดยมีการคัดเลือกนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศ ก่อนแข่งขันทางบริษัทได้จัดอบรมให้กับผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้กับซอฟต์แวร์ระบบควบคุมรถยนต์ โดยที่มีโจทย์ให้บรรดาทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันนั้นสร้างซอฟต์แวร์ระบบควบคุมรถยนต์จำลองให้สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ผ่านสิ่งกีดขวางไปยังจุดที่กำหนด

“สิ่งที่เราต้องการให้เกิดจากโครงการการประกวด AMAS ต่อเนื่องมาเป็นปี 2 นั้นคือ การเปิดโอกาสและกระจายความรู้สู่ภาคการศึกษาของประเทศไทยในเรื่องของซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาไปสู่เทคโนโลยียุคใหม่อย่าง Autonomous Car หรือ รถยนต์ไร้คนขับได้ในอนาคต และเมื่อประเทศไทยสามารถเปลี่ยนตัวเองจากศูนย์กลางในการผลิตไปสู่ศูนย์กลางในการพัฒนาทั้งแง่ของการผลิตและสร้างซอฟต์แวร์ยานยนต์เพื่ออนาคตได้แล้ว เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาชั้นนำของโลกได้อย่างไม่ยาก”

สำหรับทีมที่ชนะการแข่งขันคือ

  • ทีมนักศึกษาจากLKB48 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะได้รับโอกาสให้เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน พิพิธภัณฑ์ของโตโยต้า และ เดนโซในญี่ปุ่น

ทีมนักศึกษาจากLKB48 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ทีมรองชนะเลิศคือ

  • ทีม Double E จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้เงินรางวัล 10,000 บาท และ
  • ทีม Antman จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับรางวัลถึง 2 รางวัล คือ รางวัลที่สาม ได้เงินรางวัล 5,000 บาท และ รางวัลพิเศษ คือ รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Good Design Award) ได้เงินรางวัล 5,000 บาท
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

HONOR เผยเทคนิคถ่ายเซลฟี่…ให้สวย ด้วยสไตล์ “ออเนอร์”

Published

on

ไม่ว่าสถานที่ไหน ๆ ก็มีการตกแต่งให้เข้ากับเทศกาลทุก ๆ เทศกาล ทั้งตรุษจีน วาเลนไทน์ ไปที่ไหนก็น่าถ่ายรูปแล้วโพสต์โชว์ทั้งนั้น ออเนอร์ มีเทคนิคง่าย ๆ ถ่ายเซลฟี่ยังไงให้ปังกว่าใคร มาแนะนำกันค่ะ!! ให้โพสต์ไหน ๆ ของคุณก็ปังทั้งนั้น

  • ถ่ายในที่แสงไฟเพียงพอ และใช้ทิศทางของแสงให้เป็นประโยชน์

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการถ่ายรูปอย่างหนึ่งก็คือแสง หากถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย จะทำให้ภาพออกมามืดเกินไป ดูหม่นหมอง แสงที่ดีที่สุด เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ก็คือ แสงจากธรรมชาติหรือแสงจากหลอดไฟสีส้มจะช่วยทำให้ผิวออกมาเนียนสวย กลับกันสิ่งที่ไม่แนะนำเลย คือแสงจากแฟลชที่สาดเข้ามาตรง ๆ เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูหลอก แถมยังจะไปเน้นจุดบกพร่องของผิว อย่างเช่นสิว หรือว่าริ้วรอยบนใบหน้าอีกด้วยนะ หรือถ้าต้องการแสงจริง ๆ ให้ลองเปลี่ยนมาใช้ไฟวงแหวนเซลฟี่ดูรับรองว่าแสงจะออกมาเนียนธรรมชาติแถมทำให้ดวงตาดูมีประกาย โดดเด่น ชวนหลงใหลมากขึ้น

  • มองเหนือกล้องขึ้นไปอีกนิด

เวลาถ่ายรูป ทุก ๆ คนมักจะมองไปที่เลนส์กล้องของสมาร์ทโฟน แต่จริง ๆ แล้วการตั้งใจมองไปที่กล้องมากเกินไป ทำให้ตาเราดูโตเกินไปจนดูปลอม วิธีการที่จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นก็คือ การมองขึ้นไปเหนือบริเวณเลนส์ด้านหน้านิดหนึ่ง จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงเงาจากขนตาที่จะสะท้อนลงมาบดบังบางส่วนของใบหน้าสำหรับคนที่ขนตายาวอีกด้วย

  • ใช้อวัยวะบางส่วนปิดหน้า

สำหรับคนที่กลัวถ่ายเซลฟี่แล้วหน้าใหญ่ ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการใช้อวัยวะบางส่วนอย่าง มือ เส้นผม หรือแขนมาประกอบท่าโพสต์ เช่น จัดให้บางส่วนของผมปิดจุดที่ต้องการซ่อน หรือทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง  หรืออาจใช้มือ ปิดบางส่วนของหน้า เพื่อพลางส่วนที่ไม่ชอบ

  • ฉากหลังสีอ่อน ดึงความโดดเด่นให้ภาพได้มากขึ้น  

ภาพเซลฟี่จะดูสวย ไม่รกตา และโด่ดเดนมากขึ้นด้วยฉากหลังสีอ่อน เพราะเมื่อแสงจากธรรมชาติสะท้อนเข้ากับฉากหลังแล้ว จะทำให้ภาพดูสว่างมากขึ้น  และยังช่วยลดเงาที่เกิดจากการตกกระทบไม่ทั่วถึงของแสงอีกด้วยนะ แต่ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ที่กำหนดฉากหลังไม่ได้ ฟังก์ชั่นการเบลอฉากหลังของสมาร์ทโฟนก็เป็นสิ่งที่ประโยชน์มาก ๆ อีกวิธีหนึ่ง

  • หัดใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ให้คล่อง

สมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นคงมีฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์มาพร้อมกับกล้องอยู่แล้ว ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มากสำหรับการเซลฟี่ เพราะช่วยไม่ให้ภาพเบลอจากการถือและกดชัตเตอร์ไปพร้อมกัน  แล้วยิ่งถ้าคุณสามารถใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ตั้งเวลาแล้วนำสมาร์ทโฟนไปวางในที่ต่าง ๆ เพื่อถ่ายภาพให้ได้มุมแปลกตาเหมือนมีคนถ่ายให้ หรือ เซล์ฟฟี่แบบเต็มตัวดูบ้าง รับรองว่าต้องได้ภาพที่ออกมาเก๋ เรียกยอดไลค์ได้เยอะสุด ๆ ไปเลย

  • ใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นเหมาะกับการเซลฟี่

โทรศัพท์มือถือรุ่นที่มีกล้องหน้าคมชัด และมีฟังก์ชั่นช่วยปรับแสงและความสว่าง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้รูปภาพเซลฟี่ของคุณดูสวยไม่เหมือนใคร

HONOR 10 lite ซึ่งมีฟังก์ชั่น AI มากับกล้องหน้าความละเอียด 24ล้านพิกเซล ช่วยเพิ่มความสดใส และมีมิติ ให้ผิวของคุณดูเป็นธรรมชาติ ด้วยฟังก์ชั่น AI Beauty ที่สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าได้ตามสีผิว และอายุของผู้ใช้งาน และยังมี 3D Portrait Lighting เอฟเฟกต์แสงสตูดิโอ 5 รูปแบบ เพิ่มลูกเล่นให้ภาพเซลฟี่ของคุณดูสวย มีสเน่ห์ ยังไม่รวมถึงลูกเล่น AR Camera เพิ่มความสนุกสนาน เปลี่ยนภาพเซลฟี่ของคุณให้ไม่เหมือนเดิม

HONOR 10 Lite พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 6,490 บาท มีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้าสกายบลู (Sky blue), สีน้ำเงินเข้ม (Sapphire blue) และสีดำ (Midnight black) ผ่านช่องทาง Lazada และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย CSC และร้านค้า HONOR Shop สาขา MBK Center ชั้น 5

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด SOC รุ่นใหม่ล่าสุด ฟังก์ชั่นจัดเต็ม ราคาสุดคุ้ม!

Published

on

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด System-On-Chip (SOC) รุ่นใหม่ล่าสุด เลือกใช้ CPU AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz รวมถึงกราฟิกออนบอร์ดที่ยอดเยี่ยม AMD Radeon™ R7 ถึงแม้เมนบอร์ดขนาด Mini-ITX อัดแน่นด้วยฟีเจอร์การรองรับเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรองรับแรม DDR 4 Dual Channel Bus 2133 / M.2 PCI-e 16Gb/s / USB 3.1 Gen 1 / SATA 3 Gb/s อีกทั้งยังพอร์ทต่อภาพ Out Put แบบ HDMI และ VGA และ เสียงคุณภาพด้วย Realtek ALC887 HD 7.1-Channel อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Protection+ป้องกันเมนบอร์ดเสียหายทำงานได้คงทนมากยิ่งขึ้น

Biostar A10N-8800E เป็นเมนบอร์ด SOC ขนาดเล็กกะทัดรัด เน้นการออกแบบที่ประหยัดพลังงาน มีการประมวลผลที่ยอดเยี่ยม การทำงานแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยเหมาะสำหรับงานบ้าน สำนักงานออฟฟิศ เกมออนไลน์กราฟิกไม่สูงมาก คอมพิวเตอร์สำหรับร้องเพลงคาราโอเกะ

Specification

  • AMD Carrizo ชิพเซต
    • AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz
    • AMD Radeon™ R7 กราฟิกออนบอร์ด
  • เชื่อมต่อด้วยความเร็ว Super Fast – USB 3.1 Gen 1, SATA3, PCI-e M.2
    • USB 3.1 Gen 1 โอนถ่ายด้วยความเร็วสูงสุด 5Gbps
    • พอร์ท SATA 3 6Gb/s จำนวน 2 ช่อง
    • PCI-e M.2 16Gb/s จำนวน 1 ช่อง
  • HD Audio
    • ชิพเสียง Realtek ALC887 7.1-Channel เสียงมีรายละเอียดและความเที่ยงตรงสูง
  • HDMI 4K2K
    • แสดงภาพความละเอียดได้สูง 4K2K resolution
    • รองรับเกมที่ใช้ DirectX 12
    • มีพอร์ท HDMI เพื่อแสดงผลกราฟิกด้วยความละเอียดแบบ HD
  • Protection+: Super Anti-Surge Protection, ESD Protection, OV/OT Protection, Super LAN Surge Protection
    • ระบบป้องกัน Anti-Surge พิเศษที่ช่วยปกป้องเมนบอร์ดจากแรงดันไฟเกิน ไฟกระชาก ไฟฟ้าสถิตขั้นสูง ฟ้าผ่า
  • พอร์ทเชื่อต่อด้านหลัง
    • PS/2 Mouse x 1 พอร์ท
    • PS/2 keyboard x 1 พอร์ท
    • USB 3.1 Gen1 x 2 พอร์ท
    • USB2.0 x 2 พอร์ท
    • HDMI x 1 พอร์ท
    • VGA x1 พอร์ท
    • LAN x 1 พอร์ท
    • Audio เขียว ชมพู ฟ้า

Biostar A10N-8800E ราคา 2,390 บาท

สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายตามห้างไอทีชั้นนำ และ ร้านค้าออนไลน์ ทั่วประเทศ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS ขึ้นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อนจาก Ookla

Published

on

Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของโลก มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก ด้วยความแม่นยำและได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเป็น App ซึ่งคนไทยนิยมใช้มากที่สุด ในปีที่ผ่านมา ได้เผยผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ครึ่งปีหลังของปี 2018

ทาง Ookla ได้จัดอันดับให้ AIS เป็นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย พร้อมครองอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตหนาแน่นที่สุด โดยวัดจากผู้ใช้มือถือในประเทศไทย ที่ร่วมกดทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต มากกว่า 7 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคม – ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ AIS ครองผู้นำอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ ปี 2015 – 2018 (ดูข้อมูลการจัดอันดับเครือข่ายในประเทศไทยได้ที่ www.speedtest.net/awards/thailand/)

“เป้าหมายสำคัญของเอไอเอส คือการมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง วันนี้เรามีคลื่นความถี่ ให้บริการคนไทยมากที่สุดคือ 120 MHz  (60 MHz x 2) แบบเต็มประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีเครือข่ายในอนาคต และยกระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในประเทศ รวมถึงมีเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4×4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและตอบสนองการใช้งานของคนไทยได้อย่างดี

รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอส ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ ยืนยันว่าการเก็บข้อมูลและประเมินผลของ Ookla Speedtest เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลก สะท้อนได้ถึงคุณภาพเครือข่ายโดยรวม และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับบริการจริง ๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Intelligent) ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Ookla Speedtest ที่กดทดสอบด้วยตนเอง ผ่านเว็บไซต์และบนโทรศัพท์มือถือ

สถิติของ Ookla Speedtest ในฐานะผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต อันดับต้นของโลกและของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือมากที่สุด เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2006

  1. ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน 190 ประเทศทั่วโลก รองรับได้ถึง 17 ภาษา
  2. Ookla Speedtest เป็นแอปฯ ประเภทสปีดเทสต์ที่มีคนดาวน์โหลดมากกว่า 190 ล้านครั้งทั่วโลก ทั้งบน App Store และ Google Play Store
  3. ในประเทศไทย มีคนร่วมกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla จำนวนมากกว่า 7 ล้านราย
  4. มีผู้ใช้ทั่วโลกกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla Speedtest มาแล้วมากกว่า 22,000 ล้านครั้ง หรือประมาณ 10 ล้านครั้งต่อวัน
  5. มีเครือข่าย Global Testing Server มากกว่า 7,900 Servers
  6. Ookla Speedtest ถือเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงรายเดียว ที่กำหนดเกณฑ์การประเมินคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่แม่นยำและน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งการกำหนดกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุด จนสามารถเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มใหญ่ได้ และสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับอย่างแท้จริง ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มีกลุ่มประชากรตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มประชากรทั้งประเทศ หรือบางรายไม่ระบุที่มาและจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ชัดเจน  รวมถึงการกรองข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้ตัวจริงที่มิใช่คะแนนจาก Bot (หรือบอต โปรแกรมอัตโนมัติ)

รางวัลทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือ Speedtest Awards สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย ใช้เกณฑ์การตัดสินด้วย

  • คะแนนความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Speed Score) มาจากประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัปโหลด
  • และประเมินจากค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบบนอุปกรณ์สมัยใหม่ (Modern Device) โดยดูจากผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด โดยไม่จำกัดว่าจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อแบบใด
  • ขอเพียงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในตลาดก็เพียงพอ
  • จากใช้เกณฑ์นี้ในการประเมิน คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จะนับเป็นความเร็วสูงสุดของอินเทอร์เน็ต ที่เข้าถึงได้ของประเทศนั้น ๆ
  • โดยผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย จะต้องมีกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากในการให้บริการทดสอบความเร็ว
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!