Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

WD พร้อมขาย My Passport Wireless SSD ในไทยแล้ว

Published

on

Western Digital เปิดตัว My Passport Wireless SSD ตัวใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่างภาพและผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจากโดรนที่ต้องการโซลูชันการเก็บภาพที่มีประสิทธิภาพสูงและทนทาน

My Passport Wireless SSD มาพร้อมกับฟีเจอร์คัดลอกรูปภาพด่วนด้วยการกดเพียงครั้งเดียว (One-touch card copy) ที่ผู้ใช้งานสามารถตัดต่อและแชร์คอนเทนท์ ณ ตรงนั้นได้เลย รวมถึงความสามารถใหม่ในการเข้าถึงอุปกรณ์โดยตรงบนแอปพลิเคชันมือถือ เช่น FiLMiC Pro และ LumaFusion

คุณสมบัติของ My Passport Wireless SSD ของเวสเทิร์น ดิจิตอล มีดังนี้

  • เครื่องอ่าน SDTM การ์ดในตัวที่มาพร้อมความเร็วในการอ่านสูงสุด 65 MB/s และปุ่ม One-touch card copy ที่ทำให้ง่ายต่อการสำรองข้อมูลรูปภาพและวิดีโอจาก SD การ์ดโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
  • SSD ภายในตัวเครื่องมีความทนทานต่อแรงกระแทกและป้องกันการสั่นสะเทือน ซึ่งช่วยป้องกันคอนเทนต์จากแรงกระแทก การสั่นสะเทือน และการร่วงหล่นได้กว่า 1 เมตร แม้ในขณะที่ไดรฟ์กำลังทำงานอยู่
  • SSD โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็ว (ความเร็วการอ่านสูงสุด 390 MB/s) เมื่อใช้พอร์ต USB 3.0 ในการย้ายไฟล์จากคอมพิวเตอร์พีซี หรือ Mac
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน (ใช้ติดต่อกันได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง)
  • สตรีมวิดีโอแบบ 4K ได้แบบไร้สาย และดูรูปภาพด้วยแอปพลิเคชัน My Cloud บนโทรศัพท์มือถือ
  • รองรับไฟล์ภาพแบบ RAW สามารถเข้าไปดูรายการสินค้าที่รองรับไฟล์ภาพแบบ RAW ได้ที่ support.wd.com

My Passport Wireless SSD พร้อมวางจำหน่ายครั้งแรกที่งาน Commart Joy 2018 ระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายน 2561 ณ Plenary Hall 1-3 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

จำหน่ายในขนาดความจุ 250GB ราคา 7,990 บาท ขนาด 500GB ราคา 9,990 บาท ขนาด 1TB ราคา 16,900 บาท และขนาด 2TB ราคา 29,900 บาท

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“AnyMind Group” เข้าซื้อกิจการ “Acqua Media” ในฮ่องกง พร้อมควบรวมกิจการของสื่อผู้เผยแพร่โฆษณา

Published

on

  • AnyMind Group บริษัทเทคโนโลยีให้บริการโซลูชั่นด้วย AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ในอุตสาหกรรมโฆษณา การตลาด และทรัพยากรบุคคล ประกาศการเข้าซื้อรวมกิจการกับ Acqua Media สื่อผู้เผยแพร่โฆษณาของฮ่องกง มีสำนักงานอยู่ที่ กรุงปักกิ่ง และซิดนีย์ เป็นการซื้อกิจการครั้งที่สองของบริษัท เพื่อช่วยในการขยายทางภูมิศาสตร์และโอกาสทางรายได้ที่เพิ่มขึ้น
  • Acqua Media บริษัทจัดหากลยุทธ์แผนการขายด้วยซอฟท์แวร์ และบริการสร้างรายได้จากโฆษณาทางเว็บไซต์ สำหรับผู้เผยแพร่โฆษณาและนักพัฒนาแอปพลิเคชันระดับพรีเมียม ให้บริการผู้เผยแพร่โฆษณากว่า 252 รายทั่วฮ่องกง ไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่ และออสเตรเลีย โดยมีจำนวนครั้งที่แสดงโฆษณาออกไป (Impression) กว่า 8.3 พันล้านครั้งต่อเดือน

Ben Chien ผู้ก่อตั้งบริษัท Acqua Media จะเข้าร่วม AnyMind Group ในตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศฮ่องกง และผู้อำนวยการระดับภูมิภาคประจำประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และออสเตรเลีย ของ AdAsia Holdings แผนก Engagement Publisher  Acqua Media เติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคตของเราในเอเชีย ตอนนี้พวกเขามีความสามารถในการค้นพบทางธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อค้นหาและทำหน้าที่ในส่วนของการสร้างรายได้ที่ชัดเจนและง่ายดายยิ่งขึ้น”

  • ลูกค้าปัจจุบันของ Acqua Media สามารถเข้าถึง AdAsia Digital Platform for Publishers สำหรับผู้เผยแพร่โฆษณา และ AdAsia Premium Marketplace ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม ปี 2560 แพลตฟอร์มนี้จะช่วยจัดหาโซลูชัน ที่ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ด้วย Machine learning และ Artificial intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรวบรวม แนะนำ และเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งความต้องการของผู้ลงโฆษณา พร้อมเสนอราคาประมูลขั้นต่ำสำหรับพื้นที่โฆษณาออนไลน์ ให้เจ้าของสื่อออนไลน์
  • ผู้เผยแพร่โฆษณา สามารถได้รับประโยชน์จากจำนวนการเข้าชม (Traffic) ที่เพิ่มขึ้นที่เข้ามาจาก AdAsia Premium Marketplace ซึ่งเป็นความต้องการพื้นที่โฆษณาเฉพาะจากลูกค้าโดยตรง โดยทำธุรกรรมผ่านทางข้อเสนอการตลาดโดยตรงและแบบส่วนตัว
  • ปัจจุบัน AdAsia Holdings มีการเข้าถึงการแสดงโฆษณา กว่า 4 พันล้านครั้งต่อเดือน จากผู้เผยแพร่โฆษณาจำนวนกว่า 560 ราย ในเอเชีย ผ่านการโฆษณาแบบดิสเพลย์, แบบเนทีฟ และวิดีโอ

Kosuke Sogo ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง AnyMind Group กล่าวว่า “การควบรวมกิจการของ Acqua Media ครั้งนี้คล้ายคลึงกับ FourM โดยที่ Acqua Media จัดหาส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศฮ่องกง และประเทศไต้หวัน พร้อมกับปักกิ่งและซิดนีย์ เรากำลังมองหาการเสริมสร้างศักยภาพของลูกค้าของ Acqua Media และผู้เผยแพร่โฆษณาในอนาคตผ่านทาง AdAsia Digital Platform for Publishers สำหรับผู้เผยแพร่โฆษณา และ AdAsia Premium Marketplace ในเวลาเดียวกัน เรามองถึงการขับเคลื่อนการเติบโตของเราโดยการสร้างรายได้ จากจำนวนโฆษณาทั้งหมดที่ถูกโหลดขึ้นมาแสดง (Impression) กว่า 3 หมื่นล้านครั้ง ต่อเดือนภายในสิ้นปี 2562 “

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“YouTube FanFest” เตรียมกลับมาระเบิดความสนุกในไทย พร้อมเต็มอิ่มกับการแสดงจากศิลปินไทยและเทศ

Published

on

YouTube ร่วมกับ AIS เตรียมจัด YouTube FanFest ครั้งที่ 3 ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ด้วยการรวมตัวครั้งใหญ่ของเหล่าครีเอเตอร์ชั้นนำ ที่จะมาร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ความบันเทิงและมอบความสุขสนุกสนานให้กับแฟน ๆ ชาวไทย

ในปีนี้แฟน ๆ ชาวไทยจะได้พบกับเหล่าครีเอเตอร์มากความสามารถทั้งจากไทยและต่างประเทศ อาทิ

  • นักร้องคัฟเวอร์สาวชาวเกาหลี Raon Lee
  • สองพี่น้อง Ranz and Niana, Pinkfong เจ้าของเพลงเด็กสุดฮิต BabyShark
  • สาวน้อยเสียงใส ญานนีน ไวเกล (Jannine Weigel)
  • บี้ เดอะสกา (Bie The Ska)
  • เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุค BNK48
  • YoungOhm แรปเปอร์หนุ่มไทย
  • และครีเอเตอร์ชั้นนำอีกมากมายที่จะมาเสริมทัพร่วมโชว์เสียงร้องคุณภาพและลีลาการเต้นสุดมันให้แฟนๆ ได้สนุกสนานกันตลอดทั้งงาน

ชุมชนผู้สร้างสรรค์เนื้อหา บน YouTube ของไทยเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ โดยไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีช่องที่ได้รับรางวัล Diamond Button (ช่องที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้าน) จำนวน 2 ช่อง นอกจากนี้ยังมีช่องที่ได้รับรางวัล Gold Button หรือ ช่องที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน มากถึง 105 ช่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปี 2560 และช่องที่มีผู้ติดตามมากกว่า 100,000 มากกว่า 1,300 ช่อง มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มาร์ค เลฟโควิทซ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาศิลปินและ YouTube ครีเอเตอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดงาน YouTube FanFest ในไทยอีกครั้ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเติบโตอันน่าทึ่งของ ชุมชน YouTube  ครีเอเตอร์ของไทย และเพื่อเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและติดตามผลงานมาโดยตลอด โดยการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พบกับครีเอเตอร์คนโปรดทั้งจากไทยและต่างประเทศ ที่จะมาร่วมแสดงความสามารถบนเวทีเดียวกัน”

สำหรับบัตรเข้าชมงาน YouTube FanFest 2018 สามารถจองได้แล้วทางเว็บไซต์ www.youtubefanfest.com  วันนี้เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้แฟน ๆ ยังมีโอกาสได้รับบัตรเข้าชมงาน และลุ้นเป็นผู้โชคดีในกิจกรรม Meet & Greet เพื่อพบปะอย่างใกล้ชิดกับศิลปินที่ชื่นชอบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของศิลปินที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้อีกด้วยสาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.youtubefanfest.com และติดตามความเคลื่อนไหวของงานจากแฮชแท็ก #YTFFTH

รายชื่อศิลปินไทย

  • บิล บิลลี่ (BillBilly01)
  • บี้ เดอะ สกา (Bie The Ska)
  • ญานนีน ไวเกล (Jannine Weigel)
  • บริค เฮ้าส์ Brick House
  • แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก (Jazz Spooknick Papiyong Kookkook)
  • ยัง โอม (Young Ohm)
  • ส้ม มารี (ZomMarie)
  • วันเดอร์เฟรม (WONDERFRAME)
  • บีเอ็นเค 48 (BNK48)

รายชื่อศิลปินต่างประเทศ

  • เบบี้ ชาร์ค BabyShark
  • แรนซ์ และ เนียน่า Ranz and Niana
  • ราอน ลี Raon Lee

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

LINE บอกวิธีการสร้างแบรนด์ให้น่าจดจำ!!! พร้อมเผยท๊อปสติกเกอร์ที่มียอดใช้มากที่สุด

Published

on

ประเทศไทยในปัจจุบัน มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนมากกว่า 45 ล้านคน และใช้เวลาโดยเฉลี่ยบนสมาร์ทโฟน 216 นาทีต่อวัน LINE ก็เป็นอีกช่องทางที่มีผู้ใช้มากกว่า 95% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือ และใช้เวลาบน LINE เฉลี่ยประมาณ 63 นาทีต่อวัน (ข้อมูลจาก Nielsen Q4, 2017)

ทำให้ LINE กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสนทนาหลักของผู้ใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งสติกเกอร์ก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของ LINE ที่ผู้ใช้ชื่นชอบและเลือกใช้สื่อสารแทนคำพูดหรือข้อความ

สถิติของการใช้สปอนเซอร์สติกเกอร์ หรือสติกเกอร์แบรนด์ที่แจกฟรีนั้น เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 23% เมื่อเทียบไตรมาสแรกของปีนี้และปีที่ผ่านมา นอกจากสติกเกอร์จะทำให้การแชทของคุณสนุกและสื่อสารแทนคำพูดได้ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังช่วยโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นด้วย

จากผลสำรวจจาก TNS  ช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 ในเรื่องคาแรคเตอร์หรือมาสคอตของแบรนด์ต่าง ๆ โดยผลสำรวจชี้ว่า “คาแรคเตอร์สามารถดึงดูดความสนใจให้กับแบรนด์ถึง 83% และผลสำรวจจากผู้ตอบแบบสอบถามผ่านทาง LINE กล่าวว่าสปอนเซอร์สติกเกอร์ หรือสติกเกอร์แบรนด์ที่แจกฟรี ทำให้คนสังเกตุเห็นแบรนด์เพิ่มขึ้น 34% และรู้จักแบรนด์นั้น ๆ มากขึ้น 33% โดย 78% ผู้ใช้เลือกที่จะดาวน์โหลดสติกเกอร์แบรนด์บางเซ็ต 56% เลือกเซ็ตที่มีคำพูดใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และ 47%  เลือกเซ็ตที่เป็นสติกเกอร์แอนิเมชั่น ซึ่งทาง LINE เลยจัดอันดับ 3 สติกเกอร์แบรนด์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด สติกเกอร์แบรนด์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดแต่ละหมวดธุรกิจ และคำพูดที่ถูกใช้เยอะที่สุดครึ่งปีแรกของ 2561 ดังนี้

คำพูดและอิริยาบทที่ถูกส่งเยอะที่สุด

  1. OK
  2. Haha / 555
  3. ขอบคุณ / Thank you
  4. Love / รักนะ /
  5. Hi  / สวัสดี / ดีจ้า

สติกเกอร์ที่มีผู้ใช้สูงที่สุด 3 อันดับของไตรมาสแรกปี 2018

  1. Miss OP ของแบรนด์ Oriental Princess
  2. Godji Happy Life ของปตท.
  3. 3 Aunjai Good Days, Great Times ของ AIS Privilege

สติกเกอร์แบรนด์ใน 10 ธุรกิจที่มีผู้ใช้มากที่สุด

  • ธุรกิจโทรคมนาคม : AIS Privilege
  • ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า : Samsung Mobile
  • ธุรกิจการเงินการธนาคาร : GH Bank
  • ธุรกิจเครื่องดื่ม : Singha Rewards
  • ธุรกิจยานยนตร์ : Mitsubishi
  • ธุรกิจพลังงาน : ปตท
  • ธุรกิจเครื่องใช้อุปโภคบริโภค : Lion
  • ธุรกิจความงาม : Oriental Princess
  • ธุรกิจค้าปลีก: Robinson
  • หน่วยงานภาครัฐ: กฟผ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!