Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Instagram เพิ่มขั้นตอนใหม่…การขอรับการตรวจสอบยืนยันบัญชีผู้ใช้!!!

Published

on

โดยฟีเจอร์ใหม่ที่ให้บริการภายในตัวแอปฯนี้ ช่วยให้ผู้ใช้อินสตาแกรมที่มีชื่อเสียงและเป็นบัญชีผู้ใช้งานจริงในประเทศไทยทั้งหมด สามารถขอรับการตรวจสอบภายในแอปฯเพื่อยืนยันบัญชีผู้ใช้ได้อย่างง่ายดายเป็นครั้งแรก

การยืนยันบัญชีผู้ใช้ ช่วยให้รับรู้ว่าบัญชีผู้ใช้ใดเป็นบัญชีจริงของบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง เซเลบริตี้ แบรนด์หรือองค์กรระดับโลก ในการยืนยันบัญชี…ผู้ใช้งานจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการใช้งานของอินสตาแกรมและแนวทางชุมชน โดยเราจะตรวจสอบการขอรับการตรวจสอบยืนยัน เพื่อรับรองความเป็นตัวตนที่แท้จริง ความเป็นเอกลักษณ์ ความสมบูรณ์ และความมีชื่อเสียงของแต่ละบัญชีผู้ใช้ โดยอินสตาแกรมจะไม่คิดค่าใช้จ่ายในการยืนยันบัญชีแต่อย่างใด

  • ความเป็นตัวตนที่แท้จริง บัญชีผู้ใช้งานของคุณจะต้องแสดงถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของบุคคล บริษัทหรือองค์กรได้รับการจดทะเบียน
  • มีความเฉพาะตัว บัญชีผู้ใช้งานของคุณจะต้องมีความเฉพาะที่แสดงถึงตัวตนของบุคคล บริษัท หรือองค์กร โดยทั่วไปแล้ว หนึ่งตัวตนของบุคคล บริษัท หรือองค์กร จะได้รับการยืนยันบัญชีผู้ใช้งานเพียงหนึ่งบัญชี ยกเว้นบัญชีที่มีความเฉพาะเจาะจงด้านภาษา และเราจะไม่ยืนยันบัญชีที่เกี่ยวข้องกับความสนใจทั่วไป (เช่น @puppymemes)
  • ความสมบูรณ์ บัญชีผู้ใช้งานของคุณจะต้องตั้งค่าเป็นสาธารณะ รวมทั้งมีประวัติย่อ รูปโปรไฟล์ และโพสต์อย่างน้อยหนึ่งโพสต์  โดยโปรไฟล์ของคุณไม่สามารถใส่ลิงค์ “เพิ่มฉันเป็นเพื่อน” ที่เชื่อมโยงไปยังบริการโซเชียลมีเดียอื่นๆ ได้
  • ความมีชื่อเสียง บัญชีผู้ใช้งานจะต้องแสดงถึงความเป็นบุคคล แบรนด์ หรือองค์กรที่มีชื่อเสียงและถูกค้นหาบ่อยครั้ง เราจะตรวจสอบบัญชีที่ถูกกล่าวถึงในแหล่งข่าวที่หลากหลาย แต่เราจะไม่พิจารณาเนื้อหาโปรโมชั่นหรือเนื้อหาที่จ่ายเงินเป็นแหล่งข้อมูลในการตรวจสอบ

โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ไปที่หน้าโปรไฟล์ของคุณ กดที่รูปไอคอนการตั้งค่า และเลือกขอรับการตรวจสอบยืนยัน
  2. โดยคุณจะต้องให้ชื่อบัญชีผู้ใช้งานของคุณ รวมถึงชื่อ-นามสกุล และสำเนาเอกสารที่พิสูจน์ตัวตนทางกฎหมายหรือธุรกิจของคุณ
  3. ทั้งนี้ การขอรับการตรวจสอบยืนยันไม่ได้เป็นการรับรองว่าบัญชีผู้ใช้งานของคุณจะได้รับการยืนยันแต่อย่างใด
  4. เมื่อคำขอของคุณถูกตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนที่ยืนยันหรือปฏิเสธคำขอนั้นในแท็บการแจ้งเตือน

หวังว่าแนวทางใหม่นี้จะช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากการหลงเชื่อข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานที่เป็นเท็จ และช่วยให้บัญชีที่มีอยู่ทั่วโลกของเราเข้าใจและดำเนินการตามขั้นตอนการยืนยันในอินสตาแกรมได้ง่ายยิ่งขึ้น การยื่นคำขอเพื่อยืนยันบัญชีภายในแอปฯพร้อมให้บริการในระบบ iOS แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะเริ่มต้นให้บริการในระบบ Android ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

New Nokia 3.1 สมาร์ทโฟนดีไซน์สวย ตัวเครื่องโดดเด่น พร้อมวางจำหน่ายในไทยแล้ว!!!

Published

on

เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกียทั่วโลก ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด New Nokia 3.1 พร้อมวางจำหน่ายในราคาเพียง 4,990 บาท

ดีไซน์โดดเด่น

  • New Nokia 3.1 เลือกสรรวัสดุอย่างประณีต ให้กลมกลืนกับดีไซน์ที่โดดเด่น เพิ่มความแข็งแกร่งด้วยกรอบโลหะที่ทำจากอโนไดซ์ และหน้าจอแก้วแกะสลัก ส่วนผสมอันลงตัวของงานดีไซน์ที่สวยงาม และตัวเครื่องที่จับถนัดมือด้วยโลหะที่ละเอียดอ่อนแต่โดดเด่น ตัดขอบด้วยเพชรแบบคู่ทำให้ได้ผิวสัมผัสสวยหรู
  • New Nokia 3.1 ออกแบบมาให้มีคุณภาพตามแบบฉบับมาตรฐานของโนเกียสมาร์ทโฟน มาพร้อม Android One และยังได้รับการรับรองจาก Google ให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน ในด้านของ ฮาร์ดแวร์ หรือ ซอฟต์แวร์
  • New Nokia 3.1 สมาร์ทโฟนหน้าจอ 18:9 จอแสดงผลใหญ่กว่าเดิม เหมาะสำหรับการใช้งานด้วยมือเดียว หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ ครอบด้วยกระจกกันรอยป้องกันแรงกระแทก 2.5D curved Corning® Gorilla® Glass 3 ให้คุณมั่นใจในความคงทนและสวยงาม

การใช้งานแบบพรีเมียม

  • New Nokia 3.1 มีหน่วยประมวลผล MediaTek 6750 Octa-Core ที่เร็วกว่าเดิม มีความสามารถที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 50% ตอบสนองการใช้งานที่รวดเร็ว
  • มาพร้อมกับกล้องหลังแบบออโต้โฟกัสความละเอียด 13 MG
  • New Nokia 3.1 ให้คุณเก็บภาพความประทับใจด้วยกล้องหน้าแบบมุมกว้าง (Wide-angle) ตอบโจทย์การใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเซลฟี่
  • ระบบเซ็นเซอร์แบบครบวงจรที่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันล่าสุดได้อย่างลื่นไหล หรือ แอปพลิเคชันที่มี AR อย่าง Pokémon Go ได้ง่ายดาย
  • เล่นเกมส์ได้เพลิน พร้อมเก็บรายละเอียดของเกมส์ได้อย่างครบถ้วน แสดงภาพแบบ Panoramic Imaging และ ฟีเจอร์การปลดล็อคด้วยใบหน้า

คุณธนเดช ช่วงแก้ววิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล กล่าวว่า “ที่ผ่านมาโนเกีย 3 ได้รับการต้อนรับ และกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนชาวไทย วันนี้ New Nokia 3.1 พร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานที่ดีที่สุดจาก Android One ที่พร้อมอัพเดทอย่างสม่ำเสมอให้แก่ลูกค้า”

ระบบปฏิบัติการ Android One ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพปลอดภัย ทันสมัยอยู่เสมอ

  • New Nokia 3.1 หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่เข้าร่วมโปรแกรม Android One ออกแบบโดย Google ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และทันสมัย
  • มีหน่วยความจำสูงและแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
  • มีนวัตกรรม AI Powered จาก Google ที่ช่วยให้คุณอัพเดทอยู่เสมอ
  • มีโปรแกรมตรวจสอบความปลอดภัย 3 ปี และการอัพเดท OS 2ปี ตามข้อเสนอจาก Android One ทำให้ New Nokia 3.1 กลายมาเป็นสมาร์ทโฟนที่ปลอดภัย และเป็นสมาร์ทโฟนที่ทันสมัยอยู่เสมอด้วยบริการล่าสุดจาก Google เช่น Google Assistant และ Google Photos ที่ให้พื้นที่ในการจัดเก็บรูปของคุณแบบอันลิมิเต็ด

Android Oreo™ ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับฟีเจอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google Assistant , Google Lens , Picture-in-Picture สำหรับการใช้งานหลากหลายในเวลาเดียวกัน , Android Instant แอปพลิเคชัน ให้คุณใช้งานแอปพลิเคชันได้อย่างลื่นไหล , อีโมจิใหม่ล่าสุด 60 แบบ และ ฟีเจอร์การใช้งานแบตเตอรี่แบบเต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้งานของแอปพลิเคชั่นที่ไม่จำเป็น และยังมาพร้อมกับ Android P ด้วย

New Nokia 3.1 มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สี Black/Chrome และ White/Iron มีหน่วยความจำ RAM 2GB ความจุ 16GB พร้อมวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ทุกสาขาทั่วประเทศ ในราคาเพียง 4,990 บาท

พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ซื้อ New Nokia 3.1 ตั้งแต่วันนี้ “รับฟรี” อินเตอร์แนชั่นแนลพาวเวอร์แบงค์ ลิมิเต็ดอิดิชั่นมูลค่า 590 บาท

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Chevron จับมือ 4 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ สร้างแรงงานอาชีวะรับความต้องการอุตสาหกรรม 4.0

Published

on

Chevron Enjoy Science ร่วมมือ 4 อุตสาหกรรมหลักยานยนต์และชิ้นส่วนพลังงานแปรรูปอาหาร และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ชูโมเดล 2S “เพิ่ม STEM – เติม SKILLs” สร้างทักษะแรงงานอาชีวะให้เท่าทันเทคโนโลยี และตอบโจทย์ความต้องการอุตสาหกรรม 4.0

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในงานเสวนาอาชีวะ 4.0 ศักยภาพแห่งอนาคตที่จัดโดยโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ว่านโยบายสำคัญของรัฐบาลคือ การเร่งผลิตและพัฒนากำลังคนสาขาอาชีวะให้มีทักษะยุคดิจิทัลตรงตามความต้องการ ป้อนผู้ประกอบการที่ต้องยกระดับกระบวนการผลิตสู่ระบบออโตเมชั่นในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า เพราะความต้องการช่างเทคนิคมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ดังนั้นหากปล่อยให้ภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาคน ฝ่ายเดียวคงไม่สามารถสำเร็จได้เร็ววัน ภาคการศึกษาที่เป็นผู้พัฒนาคน ควรจับมือภาคอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ใช้คน เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาแรงงานในทิศทางที่ถูกต้องร่วมกัน ด้วยโมเดล 3 ประสาน ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย โดยมีภาคเอกชนเป็นกองหนุนสำคัญ

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การพัฒนาทักษะอาชีพ หรือ Technical Vocational Education and Training (TVET) ซึ่งเป็นการศึกษาทั้งในและนอกระบบที่มุ่งเน้นการลงมือทำจริง ทำให้แรงงานมีทักษะ สามารถประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันที นับเป็นเรื่องดีที่วันนี้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันนำรูปแบบ TVET มาเสริมสร้างการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับแรงงาน จนเริ่มปรากฏผลสัมฤทธิ์ที่จะนำไปสู่การพัฒนาคนอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาแรงงานอาชีวะนั้นถือว่ามีความคืบหน้าไปด้วยดี โดยในปีการศึกษา 2561 มีสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพทั่วประเทศเพิ่มเป็น 39.70% และสายสามัญ 60.30% ซึ่ง สอศ. กำลังเร่งสร้างความเข้าใจและแรงจูงใจเพื่อเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพมากขึ้นให้ได้สัดส่วน 50% ตามนโยบายของรัฐบาล

ขณะที่การพัฒนาเชิงคุณภาพได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคตในการร่วมกันพัฒนาทักษะนักเรียนอาชีวะอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค นอกจากนี้ได้ผนึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ลงนาม MOU เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตรงความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซี โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรอาชีวศึกษาเพื่อป้อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ S-Curve และยังร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศที่เชี่ยวชาญต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ สอศ. เชื่อมั่นว่าจะสามารถนำไปสู่การพัฒนาเด็กอาชีวะที่มีคุณภาพและมีศักยภาพตอบโจทย์ต้องการภาคอุตสาหกรรม คือ สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็น และสร้างนวัตกรรมได้ 

ขณะที่ นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นการเร่งพัฒนาช่างเทคนิคให้มีทักษะฝีมือเพื่อจะเท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถือเป็นโจทย์สำคัญของโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ที่ทำงานร่วมกับ 7 องค์กรภาครัฐ ตามแนวนโยบายรัฐร่วมเอกชนเพราะนอกจากช่วยตอบโจทย์ความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยต่อสายตานักลงทุน

หัวใจสำคัญในการผลิตช่างเทคนิคที่มีศักยภาพ คือ การเพิ่มและเติม 2S (STEM + SKILLs) หมายถึง การเพิ่มองค์ความรู้ด้านสะเต็ม และเติมทักษะวิชาชีพให้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ครูอาชีวะเพื่อนำไปถ่ายทอดและผลิตช่างเทคนิครุ่นใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีตรรกะการคิด คำนวณ วิเคราะห์ และสื่อสารได้หลายภาษา รวมถึงมีภาวะผู้นำและทักษะการเข้าสังคม ควบคู่ทักษะการควบคุมเครื่องจักรกลสมัยใหม่

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการสถาบันคีนันแห่งเอเซียกล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการพัฒนาช่างเทคนิคของโครงการฯ จะเป็นการเพิ่ม STEM และเติม SKILLs ควบคู่กับการจัดตั้ง ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ” (TVET Hub) ในแต่ละพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรพื้นฐาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และปรับรูปแบบการสอนครูอาชีวะ โดยประสานความร่วมมือภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิดโดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ผลิตช่างเทคนิคที่มีทักษะตรงความต้องการให้กลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ซึ่งโครงการพุ่งเป้าใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน พลังงาน แปรรูปอาหาร และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ โดยคาดหวังว่าจะทำให้ช่างเทคนิคมีส่วนช่วยยกระดับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เชื่อมสู่ออโตเมติก โรโบติก ให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีแต่ละพื้นที่ 

อย่างไรก็ตามปัจจุบันโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ด้วยการยกระดับการศึกษาสาขาสะเต็มในระดับสามัญและอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ได้ดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 4 และกิจกรรมด้านอาชีวศึกษาที่สอดรับตามแนวนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะ TVET Hub ได้จัดตั้งขึ้นแล้ว 5 แห่งจากเป้าหมาย 6 แห่งทั่วประเทศ  ถือว่ามีความสำเร็จต่อเนื่องในทุกพื้นที่ มีผู้ได้รับประโยชน์แล้วกว่า 110,000  คน ทั้งคาดหวังว่า TVET Hub ที่จัดตั้งขึ้น จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างอาชีวะพันธุ์ใหม่ให้สำเร็จตามเป้าหมายภาครัฐได้อย่างแท้จริง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

CAT ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคมมาตรฐานสากล…สู่ผู้ให้บริการดิจิทัลครบวงจร

Published

on

ดร.ดนันท์  สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยถึงการปรับเปลี่ยนบทบาทของ CAT จากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่สามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและระหว่างประเทศด้วยมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาเป็น Digital Service Provider หรือผู้ให้บริการด้านดิจิทัลครบวงจรว่า “CAT ได้ต่อยอดจากศักยภาพและจุดแข็งที่มีอยู่เดิมเพื่อร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไทยในภาคส่วนต่าง ๆ ให้สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาตอบโจทย์การพัฒนาภารกิจให้มีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็วเพิ่มขึ้น สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้งบประมาณหรือมีต้นทุนที่ลดลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนไทยแลนด์ 4.0

CAT มีความมั่นใจในคุณภาพบริการของเราที่มีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องในหลากหลายด้าน โดยล่าสุดสถานีเคเบิลใต้น้ำทั้ง 4 แห่งได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015  ทั้งนี้ CAT ได้ผ่านการประเมินมาตรฐาน ISO ในหลากหลายบริการ เช่น

  • ศูนย์ Security Operation Center
  • สถานีดาวเทียมนนทบุรี
  • ศูนย์ดาต้าเซนเตอร์
  • CAT Contact Center 1322
  • นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards จาก บริษัท ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาและวิจัยระดับโลกมาอย่างต่อเนื่องในการให้บริการด้าน IT Security Service, Cloud, Smart City  ซึ่งนับเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่เราสามารถพัฒนาและรักษามาตรฐานการให้บริการได้อย่างหลากหลายและต่อเนื่องมาโดยตลอด”

สำหรับบทบาทใหม่ในการเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลครบวงจรนั้น  CAT ต่อยอดจากจุดแข็งต่าง ๆ ขององค์กรในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านการสื่อสารของชาติที่จะต้องเตรียมพร้อมและรองรับการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลง ใหม่มาให้บริการทันกับความต้องการทั้งของภาครัฐและเอกชนที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพนอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่มีอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการวงจรสื่อสารทั้งในประเทศและระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ บริการอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เชื่อมโยงถึงกันได้แล้ว  CAT ยังได้ให้บริการที่จะเติมเต็มให้หน่วยงานภาครัฐมีความพร้อมในการให้บริการกับประชาชนมากขึ้น เช่น

  • โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งได้สำเร็จดำเนินการให้กับจังหวัดภูเก็ตแล้วเสร็จด้วยการวางโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง Free Wi-Fi 1.000 จุด และอุปกรณ์ Beacon 2,000 จุด
  • รวมทั้งการนำโครงข่ายสื่อสารไร้สาย LoRaWan (Long Range Wide Area Network) มาให้บริการ IoT ครอบคลุมพื้นที่ใช้งานของประชาชนทั่วจังหวัดภูเก็ต พร้อมจัดทำแอปพลิเคชัน Smart Phuket 4.0 ซึ่งทำให้ทั้งประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกและเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ
  • และมีโครงสร้างโทรคมนาคมพื้นฐานที่พร้อมจะรองรับการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาจังหวัดต่อไปในอนาคต และเป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • นอกจากนี้ยังมีบริการ Big Data Sandbox สำหรับทดลองวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ผ่านคลาวด์ ที่ CAT ได้นำเสนอหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้นำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อการนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น

CAT พร้อมให้บริการแอปพลิเคชันในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการร่วมมือกับพันธมิตรในภาคเอกชนเพื่อเป็นการสนับสนุนและสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและเกิดประโยชน์กับภาพรวมในการพัฒนาประเทศที่ทุกภาคส่วนต้องก้าวเดินไปด้วยกันโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้มากขึ้น

“สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งก็คือความเชื่อมั่น และเชื่อถือของบริการหลากหลายรูปแบบที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยียังได้นำภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีลักษณะการโจมตีที่ซับซ้อนและรุนแรงตามมาด้วย  ซึ่งเราตระหนักว่ามีอันตรายและก่อผลเสียได้อย่างมากมาย เช่น การสูญเสียข้อมูลสำคัญ ความเชื่อมั่น ฯลฯ เราจึงพยายามเน้นย้ำในการให้ความรู้และการป้องกันในทุกมิติ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการ Security Operation Center (SOC) ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเฝ้าระวังภัยคุกคามระบบเครือข่าย และพร้อมตอบสนองต่อทุกเหตุการณ์อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง CAT จึงมั่นใจว่าเราจะสามารถให้บริการและดูแลทั้งหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนที่ต้องการปรับเปลี่ยนและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าแน่นอน”

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!