Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ดีเจไอ เปิดตัว Agras MG-1P โดรนสำหรับการเกษตรในประเทศไทย

ดีเจไอ ผู้นำด้านการผลิตภัณฑ์โดรนเพื่อการพาณิชย์ เปิดตัวโดรนรุ่นใหม่ ดีเจไอ อะกราส์ เอ็มจี-วันพี (Agras MG-1P) ซึ่งเป็นโดรนเพื่อการเกษตรกรรมที่งาน อะกริ เทคนิก้า กรุงเทพฯ เป็นโดรนสมรรถภาพสูงและเป็นแพลตฟอร์มการบินอันชาญฉลาดที่สร้างมาเพื่อเป็นโซลูชั่นที่ครอบคลุมเพื่อการใช้งานในภาคเกษตรกรรม

อะกราส์ เอ็มจี-วันพี เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีการควบคุมการบินที่ล้ำสมัยของดีเจไอเข้ากับเรดาร์ความแม่นยำสูงเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเสถียรและแม่นยำสูง เครื่องยนต์ 8 ใบพัดรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 10 กิโลกรัม เพื่อใช้บรรทุกของเหลวหรือน้ำยาเพื่อพ่นผลผลิตในโร่ และสามารถครอบคลุมพื้นที่ถึง 10 เอเคอร์หรือประมาณ 25 ไร่ต่อชั่วโมง สามารถบินครอบคลุมพื้นที่ได้ 7 เมตรต่อวินาที พร้อมพ่นสเปรย์น้ำยาที่รัศมี 4-6 เมตร สามารถปรับความแรงของการพ่นน้ำยาให้เหมาะสมกับความเร็วในการบินเพื่อความทั่วถึงได้

“ปัจจุบันนี้ โดรนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับพนักงานรุ่นใหม่ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร” กล่าว เจียดง ซุน หัวหน้าฝ่ายธุรกิจด้านการเกษตรของดีเจไอภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค “ในขณะที่ประชากรโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความต้องการอาหารเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมยังต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการปฏิบัติงานแบบดั้งเดิมที่มีประสิทธิภาพต่ำ ราคาสูงและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ เราเชื่อว่าเทคโนโลยีโดรนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการจัดการกับความท้าทายขั้นพื้นฐานที่เราเผชิญอยู่ได้” เจียดง ซุน เสริม

ซุน กล่าวต่อว่า “ด้วยประสบการณ์ ความรู้และความชำนาญในการพัฒนาเทคโนโลยีการบินที่ดีที่สุด ดีเจไอสามารถแบ่งปันความสามารถแก่อุตสาหกรรมรวมไปถึงคู่ค้าในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมนี้ได้ ทั้งนี้ต่างมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาโซลูชั่นที่ครบวงจรให้สามารถสนับสนุนและนำมาซึ่งผลประโยชน์สูงสุดและเป็นรูปธรรมสู่ชุมชนเกษตรกรในประเทศไทย”

ความแม่นยำและถูกต้อง

อะกราส์ เอ็มจี-วันพี มาพร้อมระบบควบคุมการบินที่ดีเยี่ยมของดีเจไอ ซึ่งมีระบบเรดาร์ความแม่นยำสูงเพื่อความมั่นคงและความแม่นยำในการควบคุม ระบบเรดาร์แบบ 4-ใน-1 ที่ใช้มีระดับการป้องกันที่ IP67 และสามารถทำงานได้ท้ังตอนกลางวันและแม้ในพื้นที่แสงน้อย โดยจะไม่ได้รับการรบกวนจากระดับแสงหรือฝุ่นละออง นอกจากนี้ ระบบไฟค้นหาคู่บนเครื่อง อะกราส์ เอ็มจี-วันพี ยังเป็นตัวช่วยรับประกันการทำงานที่ปลอดภัยแม้ในสภาวะแสงน้อย

อะกราส์ เอ็มจี-วันพี เพิ่มอุปกรณ์ตรวจจับที่มีความละเอียดมากขึ้นและสามารถตรวจจับได้หลายทิศทางในเวลาเดียวกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยขณะบินใกล้สิ่งกีดขวางและเหนือพื้นดินได้ ในระหว่างการบินโดรนจะทำการสแกนภูมิประเทศด้านใต้เครื่องแบบเรียลไทม์อัตโนมัติ และจะทำการรักษาระดับการบินและระยะห่างจากพืชผลได้เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถพ่นยาได้ในปริมาณที่เหมาะสมและทั่วถึง

ความทนทานและความน่าเชื่อถือ

ผู้ใช้งานสามารถเลือกโหมดการใช้งานระหว่างอัตโนมัติ กึ่งอัตโนมัติ และแบบควบคุมด้วยตัวเองให้เหมาะกับสภาพภูมิประเทศเพื่อให้สามารถพ่นยาจากหัวฉีดของโดรนได้อย่างสม่ำเสมอ โดรนมีหัวฉีดเหล็ก 4 แบบที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ หัวฉีดแต่ละหัวจะอยู่ด้านใต้มอเตอร์ โดยแรงลมจากใบพัดด้านบนจะช่วยเพิ่มความแรงให้กับการฉีดพ่นและทำให้สามารถฉีดน้ำยาได้อย่างทั่วถึงกว่าตั้งแต่โคนจรดใบ

ปั๊มสเปรย์ทำจากวัสดุอวกาศชั้นสูงที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนพร้อมฝาครอบป้องกันปั๊มช่วยยืดอายุการใช้งานให้ระบบสเปรย์ได้ถึงสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับโดรนอะกราส์รุ่นก่อน ขั้นตอนการขับเคลื่อนและการควบคุมที่เสถียรขึ้นสามารถช่วยให้ผู้ใช้งานบังคับโดรนได้อย่างปลอดภัยแม้มอเตอร์เสียหรือก้านขาแตกหักระหว่างการบิน

ความอัจฉริยะของโดรน

โดรน อะกราส์ เอ็มจี-วันพี ติดตั้งกล้องเอฟพีวี (FPV camera) เลนส์มุมกว้าง 123 องศาด้านหน้า เพื่อช่วยให้ผู้ควบคุมสามารถดูภาพวีดีโอเรียลไทม์แบบความละเอียดสูงผ่านหน้าจอบนรีโมทได้ทันที นอกจากข้อมูลการบินแบบเรียลไทม์แล้ว ผู้ใช้งานยังสามารถตั้งให้โดรนบินไปตามคำสั่งที่ตั้งล่วงหน้าโดยใช้กล้องเอฟพีวีเป็นตัวช่วยส่งภาพการบินขึ้นหน้าจอแบบเรียลไทม์

การส่งสัญญาณถูกขยายให้ครอบคลุมระยะถึง 3 กิโลเมตร ตัวควบคุมหนึ่งตัวสามารถควบคุมโดรน อะกราส์ เอ็มจี-วันพี ได้พร้อมกันถึง 5 เครื่อง โดรนจะมาพร้อมฟังก์ชั่นอัจฉริยะ เมื่อ อะกราส์ บินกลับสู่จุดตั้งต้นเพื่อชาร์จไฟ โดรนจะทำการบินสู่จุดที่หยุดพ่นยาก่อนบินเพื่อทำการฉีดพ่นยาต่อได้ แบตเตอรี่อัจฉริยะของโดรนนี้ติดตั้งอยู่ด้านในเครื่องที่มีการปกป้องอย่างแน่นหนา ให้ความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้งานได้สูงสุด โดรน อะกราส์ เอ็มจี-วันพี สามารถบินได้นานสูงสุด 9 นาทีระหว่างฉีดพ่นยา

อะกราส์ เอ็มจี-วันพี สามารถทำงานร่วมกับแอพ MG App 2.0 ได้และสามารถใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ PC GS Pro ซอฟต์แวร์โซลูชั่นแผนที่ที่ใช้ภาพถ่ายจากอากาศของพื้นที่นั้นๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการฉีดพ่นน้ำยาได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Get ขยายพื้นที่ให้บริการ ยังเปิดให้คนกรุงฯทดลองใช้บริการ “ฟรี” ได้อยู่!!

Published

on

Get แอปพลิเคชั่นใหม่ บริการเรียกรถจักรยานยนต์วินและรับส่งพัสดุ ได้ขยายพื้นที่การให้บริการครอบคลุม 14 เขต ได้แก่

  1. จตุจักร
  2. ลาดพร้าว
  3. วังทองหลาง
  4. สาทร
  5. บางรัก
  6. คลองเตย
  7. ยานนาวา
  8. บางกะปิ
  9. ราชเทวี
  10. ปทุมวัน
  11. พญาไท
  12. บึงกุ่ม
  13. บางคอแหลม
  14. และ ราษร์บูรณะ

โดย “เก็ท” ที่ได้รับการสนับสนุนจากโกเจ็ก จะให้บริการทั้งการเรียกรถจักรยานยนต์วินและบริการรับส่งพัสดุ ภายในระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยจะยังให้บริการฟรีในช่วงซอฟต์ลอนช์ ที่เป็นการเปิดตัวแบบไม่เป็นทางการนี้

เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา “เก็ท” ได้เปิดทดลองเบต้าแอปใน 3 เขต ได้แก่ จตุจักร ลาดพร้าว และวังทองหลาง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชั่นและบริการให้พร้อมที่สุด และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากแนวทางที่ใช้จักรยานยนต์วินที่ถูกกฎหมายสำหรับการรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งคนขับและผู้โดยสาร ทำให้ “เก็ท” สามารถขยายเขตการให้บริการได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

“เราต้องการให้ “เก็ท” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับบริการเรียกรถและส่งพัสดุให้กับคนกรุงเทพฯ เราเชื่อว่ารถจักรยานยนต์เป็นกุญแจไขสำคัญ ในการช่วยลดปัญหาการจราจร และช่วยให้คนเมืองสามารถเดินทางได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น เราจึงตัดสินใจที่จะเริ่มด้วยบริการ “เก็ทวิน” และ “เก็ทเดลิเวอรี่” ก่อนจะขยายไปยังบริการอื่น ๆต่อไป”นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการและผู้ร่วมก่อตั้ง “เก็ท” กล่าว

ประเทศไทย เป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตที่สูง แต่ก็มีความซับซ้อนและแตกต่างจากที่อื่น ทีมงานของ “เก็ท” ทำงานกันหนักกันอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงและพัฒนาแอปให้เหมาะสมกับบริบทของไทยให้มากที่สุด มั่นใจว่า “เก็ท” จะสามารถมอบบริการที่ตรงใจคนไทย

โดยลูกค้าในช่วงแรกจะสามารถใช้บริการของ “เก็ท” ได้ฟรีในระยะทาง 8 กิโลเมตร ในทั้ง 14 เขต ที่ให้บริการ ทั้งบริการเก็ทวิน (GET WIN) และ เก็ทเดลิเวอรี่ (GET DELIVERY) โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้แล้วทั้งทาง App Store และ Play Store  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

LINE MOBILE ฉีกกฎการทำโฆษณา ใช้สื่อพื้นที่โฆษณาบนตัวคน ครั้งแรกในไทย

Published

on

LINE MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ต ที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัล 100% รายแรกในไทย สร้างปรากฏการณ์ความ “ว้าว” ให้วงการ Telco ต้อนรับปีหมู ฉีกกฎการทำโฆษณาแบบเดิม ๆ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “โฆษณาสุดครีเอทครั้งแรกในไทย” ที่การันตีว่าจะสร้างความฮือฮาและ disrupt แวดวงการตลาด

โดยใช้สื่อพื้นที่โฆษณาบนตัวคน หรือ Human Media ครั้งแรกในประเทศไทย โดยคุณวี – ปวริศา ชุมวิกรานต์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด LINE MOBILE ประเทศไทย ดึงนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังอย่าง “ไอซ์-พาริส” หรือ อาฉี่ ในเลือดข้นคนจาง มาเปิดพื้นที่บนหน้าผากส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ไม่เคยเปิดให้ใครมาก่อน พร้อมชวนทุกคนมาเปิดใจให้ LINE MOBILE

พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ บน FACEBOOK LINE MOBILE TH ให้แฟน ๆ ลุ้นไปเจอหนุ่มไอซ์ตัวจริงได้ในงานอีเวนต์ “LINE MOBILE ยิ่งเปิด…ก็ยิ่งรัก สแกนเปิดใจกับไอซ์ พาริส” ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ที่ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

#อะไรอยู่ใต้ผมไอซ์ #ลองเปิดใจแล้วคุณจะรัก #LINEMOBILETH #รักได้ง่ายๆ #ICEMostExclusiveAdSpace

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“ดิจิทัล เวนเจอร์ส และ ม.เชียงใหม่” ร่วมดันโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เร่งพัฒนาความสามารถนักศึกษา

Published

on

บริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด และ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมสนับสนุนโครงการ “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” เพื่อพัฒนาความสามารถของนักศึกษา ให้เป็นบัณฑิตที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจในยุคของการแข่งขันทางเศรษฐกิจในเชิงดิจิทัลของประเทศ ร่วมสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน การร่วมออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน การจัดสรรที่ปรึกษาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ รวมถึงให้นักศึกษาได้เข้าปฏิบัติงานจริงกับบริษัทฯ ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมต่อยอดโครงการกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในอนาคต

 

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “นอกจากภารกิจหลักของบริษัทฯ​ ในการพัฒนาเทคโนโลยีและสรรหานวัตกรรมเพื่อนำมาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้กับภาคธุรกิจและสังคมของไทยแล้ว เรายังเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษา อันเป็นปัจจัยพื้นฐานให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะเชิงลึก พร้อมที่จะรองรับความท้าทายต่าง ๆ ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนี้ การร่วมมือกับ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นี้ในโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ให้กลายเป็นบัณฑิตที่มีคุณลักษณะและทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เกิดขึ้นจากความร่วมมือ 3 ส่วน ได้แก่

  • มหาวิทยาลัย (วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
  • ภาคธุรกิจ (บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด) และ
  • นักศึกษา (จากวิทยาลัยฯ)

 

โดยบริษัทฯ ให้การสนับสนุนโครงการในต่าง ๆ ทั้งด้านเงินทุน การร่วมออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน เป็นที่ปรึกษาพร้อมกับจัดสรรผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ รวมถึงให้นักศึกษาได้เข้าปฏิบัติงานจริงกับบริษัท ตลอดระเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อให้น้องนักศึกษาได้มีโอกาสนำความรู้มาประยุกต์และเรียนรู้การทำงานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ หากนักศึกษาในโครงการผ่านเกณฑ์การคัดเลือก นักศึกษาจะได้รับข้อเสนอให้เป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ ต่อไป ระยะเวลาของโครงการออกเป็น 3 ช่วง ดังต่อไปนี้

  1. Pre-Bootcamp & Matching (แผนการจับคู่ตำแหน่งงาน) : สิงหาคม – ธันวาคม 2561
  2. Bootcamp (แผนการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิบัติ) : มกราคม – เมษายน 2562
  3. Work Integrated Learning (การปฏิบัติงานที่บริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด) : พฤษภาคม 2562 – เมษายน 2563

 

ในอนาคต บริษัทฯ มีความยินดีที่จะเปิดรับความร่วมมือในลักษณะนี้กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะแรงงานและมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้สังคมไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในโลกดิจิทัลต่อไป นายอรพงศ์ กล่าวเสริม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!