Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

บำรุงราษฎร์ โชว์ศักยภาพรพ.ชั้นนำ ชูนวัตกรรมและเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ!!

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้กล่าวในงานสัมมนา “MFA CEO Forum with Bumrungrad” หัวข้อ “Thailand’s Smart Hospital : The Next Step of Sustainable Healthcare” จัดโดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ด้าน Smart Hospital และเพื่อยกระดับบทบาทของเอกชนไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก โดยมีเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่ประจำการในประเทศไทย ตลอดจนผู้บริหารในภาคธุรกิจชั้นนำเข้าร่วม

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากผู้ป่วย มุ่งมั่นในการพัฒนาองค์ประกอบ 4 ประการ (4 core pillars) ซึ่งถือเป็นหัวใจของคุณภาพการรักษา ประกอบด้วย

  1. คุณภาพและความปลอดภัย บำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลระดับสากลจากสหรัฐอเมริกาและยังคงมุ่งเน้นในมาตรฐานระดับสากลอีกหลายมาตรฐาน
  2. การผนึกกำลังของสหสาขาวิชาชีพเพื่อผลลัพธ์เชิงบวก โรงพยาบาลฯ มีแนวคิดที่ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและความชำนาญการของบุคลากรในด้านต่าง ๆ โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางเพื่อส่งมอบการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  3. นวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้วยเจตคติและจุดมุ่งหมายของโรงพยาบาลฯที่จะเป็นผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้สามารถจับแนวโน้มใหม่ ๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพได้ อีกทั้งโรงพยาบาลฯ ได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสู่การเป็นโรงพยาบาลดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ และ
  4. การบริบาลด้วยความเอื้ออาทร เป็นค่านิยมหลักประการหนึ่งของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่ใช้เป็นหลักในการปฏิบัติเพื่อดูแลผู้ป่วยมาโดยตลอด ทำให้บำรุงราษฎร์กลายเป็นโรงพยาบาลชั้นนำในไทยที่มีชื่อเสียงในระดับสากล

เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต

วิสัยทัศน์ถึงเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพว่า ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. Integrative Healthcare Approach โดยโรงพยาบาลจะเริ่มใช้แนวทางการดูแลรักษาสุขภาพแบบใหม่เชิงป้องกันด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของโรงพยาบาลฯ เพื่อให้การบริบาลแบบประสมประสาน ไม่เพียงแค่รักษาโรค แต่ยังสามารถช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงในเชิงป้องกันการเกิดโรค ทั้งหมดนี้เพื่อส่งมอบการดูแลรักษาสุขภาพที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ตลอดจนส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
  2. การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในทางการแพทย์ รวมถึงนำ Big Data มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยบำรุงราษฎร์ได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด นำเอาระบบดาวินชีเข้ามาใช้ในการทำศัลยกรรมผ่านกล้องแผลเล็ก และยังได้ใช้ระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่สถาบันกระดูกสันหลังของบำรุงราษฎร์เพื่อให้ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังสามารถมองเห็นภาพ และควบคุมการผ่าตัดได้ด้วยความแม่นยำยิ่งขึ้น การประสมประสานการใช้หุ่นยนต์ทั้งที่เป็นฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์เข้ากับความชำนาญการของศัลยแพทย์ นับเป็นความก้าวหน้าอย่างใหม่ในวงการแพทย์ของประเทศไทย และ
  3. การดูแลรักษาตามขั้นตอนกระบวนการแบบไร้รอยต่อ เป็นการทำงานที่สอดประสานกันของทุกฝ่าย เช่น
    1. การจัดตั้งสำนักงานรับย้ายผู้ป่วยในต่างประเทศ (International Referral Offices) ซึ่งทำหน้าที่ส่งต่อผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ โดยให้การบริการที่ครอบคลุมทั้งทางด้านข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลด้านการแพทย์ การนัดแพทย์ การให้คำแนะนำในการเดินทาง จนรักษาแล้วเสร็จ และเดินทางกลับประเทศ
    2. รวมถึงความใส่ใจในการให้การบริบาลในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้แก่ผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยปราศจากข้อจำกัดด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้ป่วยต่างชาติมีความรู้สึกเหมือนได้รับการรักษาในประเทศบ้านเกิด

รุกนวัตกรรม ยกระดับการแพทย์ไทยอย่างยั่งยืน

  • กว่า 38 ปีของการดำเนินธุรกิจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยังคงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง บำรุงราษฎร์นับเป็นโรงพยาบาลแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Swisslog Pharmacy Robot” ซึ่งหุ่นยนต์ช่วยในการจัดยาสำหรับผู้ป่วยที่นอนพักรักษาในโรงพยาบาล ครอบคลุมตั้งแต่การจ่ายยา การจัดเก็บยา การบรรจุหีบห่อเพื่อใช้ในการบริหารจัดการยาให้กับผู้ป่วย บำรุงราษฎร์ยังมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทั้งการนำระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “ไอบีเอ็มวัตสัน” มาช่วยในการประมวลผลเพื่อให้แพทย์ตัดสินใจวางแผนการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง (IBM Watson for Oncology)
  • และยังพัฒนาความก้าวหน้าของศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับรักษาโรคมะเร็งแบบเฉพาะบุคคล (Precision Medicine) ซึ่งช่วยทำให้แพทย์สามารถตัดสินใจกำหนดแผนและวิธีการรักษาที่เหมาะสมยิ่งขึ้นโดยพิจารณาความจำเป็น และสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นหลัก
    • การใช้แขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Arm Assisted Joint Replacement Surgery)
    • การลงทุนในศูนย์ฝึกทักษะการดูแลผู้ป่วยด้วยสถานการณ์เสมือนจริง (Simulation Training Center) Cardio Insight
    • เทคโนโลยีใหม่ในการวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และการนำ GE 3 Tesla MRI
    • เครื่องสร้างภาพที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรครุ่นล่าสุด ที่ให้ภาพที่ละเอียดขึ้นและทำงานได้เงียบขึ้นด้วย

ล่าสุด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เปิดตัว แขนกลหุ่นยนต์ กำหนดพิกัดช่วยศัลยแพทย์ผ่าตัด (Robotic-Assisted and Navigated Spine Surgery) ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ครวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง โดยศัลยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนในการรักษา ตั้งแต่การระบุตำแหน่ง ทิศทางการใส่สกรู ซึ่งแขนกลหุ่นยนต์นี้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระทุกทิศทาง ทำให้ลดระยะเวลาในการผ่าตัดน้อยลง ทั้งยังสามารถมองเห็นภาพจากจอมอนิเตอร์แบบ 3 มิติ ขณะที่ผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันสถิติของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดมีมากกว่า 1,300 ครั้งต่อปี ในขณะที่มีศัลยแพทย์จากทั่วทุกมุมโลกมาอบรมที่บำรุงราษฎร์กว่า 2,000 คน ในช่วงระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ วางเป้าหมายไว้ที่จะพัฒนาธุรกิจโรงพยาบาลให้ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก นำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้ป่วย โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และออกแบบการบริการให้มีความเชื่อมโยง (Connectivity) เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อมุ่งให้การบริการที่เป็นเลิศ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีในการรักษา ไม่อาจบรรลุเป้าหมายทั้งหมดขององค์กรได้ ทางโรงพยาบาลตระหนักดีว่า การสื่อสารรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษา การมีปฏิสัมพันธ์ การให้กำลังใจผู้ป่วยและการบริบาลอย่างเอื้ออาทร ยังคงเป็นบทบาทสำคัญของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรของโรงพยาบาลฯ ทุกคน เพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรให้พัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

มหาจักรฯเดินหน้าเปิดตัว “JBL Endurance Series” ครบทั้งตระกูล พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ

Published

on

บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยสำหรับหูฟัง JBL Endurance Series โดยตระกูลนี้เป็นหูฟังสาย Sport มีทั้งหมด 5 รุ่น เริ่มกันตั้งแต่

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance RUN

  • หูฟัง JBL Endurance Run ด้วยการออกแบบ FlipHook ที่สวมใส่แบบเกี่ยวหลังใบหูได้ด้วย
  • ผสมกับ FlexSoft และ TwistLock เทคโนโลยี รับประกันได้เลยว่าคุณจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือหูฟังหลุดในขณะที่ใช้งานอย่างแน่นอน
  • กันน้ำมาตราฐานการกันน้ำระดับ IPX5 กันฝนและเหงื่อได้อย่างดี ทำให้คุณหมดห่วงทุกอุปสรรค์ในการออกกำลังกาย
  • มาพร้อมไมโครโฟนในตัวจึงทำให้คุณไม่พร้อมสายสำคัญขณะที่คุณออกกำลังกาย
  • มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 990 บาท

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance SPRINT

  • หูฟัง JBL Endurance Sprint หูฟังที่ถูกออกแบบมาให้ไม่เจ็บหรือหลุดขณะสวมใส่
  • มาพร้อมมาตราฐานการกันน้ำระดับ IPX7
  • มีเทคโนโลยี Speed Charge จึงใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่เพียง 10 นาที และใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง
  • สวมใส่สบายสุด ๆ ด้วยเทคโนโลยี FlexSoft และ TwistLock ที่รับประกันได้เลยว่า จะไม่ทำให้คุณเจ็บหรือหูฟังหลุดขณะสวมใส่
  • มาพร้อมการความคุมแบบสัมผัสที่ให้คุณได้ใช้งานอย่างสะดวกสบาย
  • มี MagHook แม่เหล็กที่จะให้คุณหนีบหูฟังกับเสื้อผ้าในขณะที่คุณไม่ได้ใช้งานได้อีกด้วย
  • มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 1,990 บาท

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance JUMP

  • หูฟัง JBL Endurance Jump หูฟังที่ถูกออกแบบมาให้ไม่เจ็บหรือหลุดขณะสวมใส่ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกายที่มีการคลื่อนไหวสูง (กระโดด, โลดโผน) ด้วยการออกแบบตัว Hook และ จุกยางอย่างดี รับประกันได้ว่าคุณจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือหูฟังหลุดในขณะที่สวมใส่
  • มาพร้อม PowerHook ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดใช้งานทันทีอัตโนมัติ เมื่อคุณทำการสวมใส่หูฟัง
  • เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย Twistlock ที่ออกแบบมาให้ล็อคกับใบหูอย่างพอดี
  • สามารถกันน้ำได้ด้วยมาตราฐาน IPX7 ใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง
  • พร้อมทั้งยังใช้เวลาชาร์จที่แสนสั่นด้วยเทคโนโลยี Speed Charge
  • มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 2,990 บาท

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance DRIVE

  • หูฟัง JBL Endurance Drive เมื่อคุณชอบออกำลังกายทั้งบนบกและในน้ำ JBL Endurance Drive คือหูฟังที่เกิดมาเพื่อคุณ รับประกันว่าเมื่อคุณสวมใส่หูฟังเป็นเวลานานจะไม่ทำให้คุณเจ็บหูหรือหลุดแน่นอน
  • ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้เพลิดเพลนมากขึ้น ด้วยมาตราฐานการกันน้ำระดับ IPX7 และ Powerhook ที่เมื่อคุณทำการสวมใส่และล็อค Hook ฟังจะทำการเปิดใช้งานให้อัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องพกโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวเพื่อฟังเพลงอีกต่อไป
  • เชื่อมต่อการใช้งานผ่าน Bluetooth ได้แล้ว DIVE ยังมีเครื่องเล่น MP3 ภายใน มีความจุ 1 GB (สามารถบันทึกได้มากกว่า 200 เพลง)
  • ความคุมด้วยการสัมผัส มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้สูงสุด 8 ชั่วโมง
  • มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 3,990 บาท

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance PEAK

  • หูฟัง JBL Endurance Peak เพลิดเพลินกับอิสระในการออกกำลังกายที่ไร้สายอย่างสมบูรณ์แบบ โดย JBL PEAK
  • ใช้งานได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมง (4 ชั่วโมงต่อครั้ง + 24 ชั่วโมงเคสหูฟังพลังงานสำรอง)
  • ใช้เวลาชาร์จเพียง 10 นาที เพื่อใช้งาน 1 ชั่วโมง มาพร้อม PowerHook ที่จะทำให้คุณใช้งานหูฟังได้ทันที เมื่อคุณทำการสวมใส่ พร้อมเสมอสำหรับการออกกำลังกายของคุณทุกรูปแบบ สามารถกันน้ำได้ ด้วยมาตราฐาน IPX7 สำหรับการทำงานของตัว Hook ถูกออกแบบให้รับกับใบหูเป็นอย่างดี รับประกันได้เลยว่าคุณจะไม่เจ็บหู หรือหลุดขณะที่คุณกำลังสวมใส่
  • สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ MONO และ STEREO สามารถรับสายโทรศัพท์ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยการควบคุมแบบสัมผัส
  • มาพร้อมเคสที่ถูกออกแบบมาอย่างทนทาน ให้คุณได้เก็บรักษาหูฟังของคุณได้เมื่อใช้งานเสร็จเรียบร้อย
  • มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 4,990 บาท
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ให้ขอบเขตสีกว้างกว่า รองรับงานพิมพ์คุณภาพสูงกับ “High Chroma” จากโคนิก้า มินอลต้า

Published

on

โคนิก้า มินอลต้า เปิดตัวแท่นพิมพ์ดิจิทัลสี High Chroma รุ่น AccurioPress C83HC ใหม่ล่าสุด อย่างเป็นทางการ คุณสมบัติเด่นคือสามารถพิมพ์สี sRGB ได้ ซึ่งให้ผลใกล้เคียงกับจอภาพ

สำหรับเทรนด์สีในปี 2019 มีอยู่ 8 สีด้วยกัน ได้แก่

  1. สีแดง Fiery reds หากรู้จักเลือกใช้จะให้ความรู้สึก Healthy
  2. สีขาว White neutrals สีที่ให้ความรู้สึกสงบ ความลงตัว
    โมเดิรน์และทันสมัย
  3. สีแบบ Earthy tones ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ย้อนอารมณ์ไปในอดีต
  4. สี Less is more มีแบบสีให้เลือกไม่มากแต่กลับสร้างการตอบรับได้ดี อาทิ สีขาว – ดำ
  5. สี Break  contrasts ให้ความรู้สึกถึงความกล้าของสีในแบบสีธรรมชาติหลัก ๆ แล้วมาทำให้เกิดขัดแย้งเป็นสีใหม่
  6. สีแบบ The more the merrier สามารถใช้สีได้ทุก ๆ พื้นที่ อาทิ สีพาสเทล หรือสีที่สะท้อนแสงได้
  7. สีแบบ Iridescent Colors คล้ายหนังปลาทู สีสายรุ้ง 8.สี Living Coral หรือสีของปะการังที่ให้ความอบอุ่น เติบโต ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นนักออกแบบนำมาใช้กับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ

แท่นพิมพ์ดิจิทัลสี AccurioPress C83HC ของโคนิก้า มินอลต้า น่าจะตอบโจทย์งานเหล่านี้ได้เพราะมีเทคโนโลยีผงหมึกสี High Chroma ที่ให้ขอบเขตสีที่กว้างกว่าผงหมึกสี CMYK ทั่วไป จึงให้ภาพพิมพ์ที่มีสีใกล้เคียงกับไฟล์ภาพ

แท่นพิมพ์ดิจิทัลสีผงหมึก High Chroma รุ่น AccurioPress C83HC เป็นแท่นพิมพ์ระบบอิเล็กโทรโฟโตกราฟี เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถพิมพ์สี sRGB ได้ ซึ่งให้ขอบเขตสีที่กว้างกว่าผงหมึกสี CMYK ทั่ว ๆ ไป งานพิมพ์ที่ได้จึงดูมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะย่านสีชมพูและสีม่วงที่เจิดจ้ากว่าเดิม สีน้ำเงินและสีเขียวที่สว่างสดใสเป็นพิเศษ สร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างเหนือคู่แข่ง ตอบโจทย์ผู้ประกอบการพี่ต้องการสร้างความแตกต่างให้กับงานพิมพ์ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

  • กลุ่มแรก คือ แพคเกจจิ้งดีไซน์ ที่สินค้าทุกประเภทต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นเพื่อให้ผู้บริโภคเดินเข้ามาหยิบจับสินค้า และจำเป็นต้องมีการใช้สีเพื่อสร้างจุดขายไม่เว้นแม้แต่ฉลากสินค้า
  • กลุ่มที่สอง คือ ฉลากสินค้าของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสร้างจุดเด่นให้กับสินค้าของตัวเองเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค และ
  • กลุ่มที่สาม คือ ธุรกิจภาพถ่าย ต้องการสร้างเอกลักษณ์และสร้างจุดเด่นของตนเอง

ซึ่งแท่นพิมพ์ AccurioPress C83HC สามารถรองรับกระดาษได้สูงสุด 350 แกรม หน่วยความจำสามารถควบคุมได้ถึง 2 โหมด  ได้แก่

  • CMYK ที่ทุกแบรนด์ในตลาดทำได้ และ
  • โหมด High Chroma ซึ่งมีเฉพาะแท่นพิมพ์โคนิก้า มินอลต้า เท่านั้นที่ทำได้ และ
  • ยังทำให้สีของงานพิมพ์ออกมาใกล้เคียงกับไฟล์ภาพแบบที่นักออกแบบหรือช่างภาพคาดหวังไว้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่โคนิก้า มินอลต้าภูมิใจคือ เทคโนโลยี IQ 501 ที่มีความสามารถพิเศษควบคุมคุณภาพของงานพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของภาพพิมพ์ หรือความสม่ำเสมอของสี และยังช่วยลดการสูญเสียที่เกิดจากการพิมพ์ และยังทำให้เรื่องของงานหลังการพิมพ์ ทำได้ง่ายมากและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

เพราะการออกแบบที่โดดเด่น!! LINE คว้ารางวัล “iF Design Award 2019”

Published

on

LINE Plus Corporation บริษัทในเครือ LINE Corporation ณ ประเทศเกาหลีไต้ ประกาศความภาคภูมิใจครั้งใหญ่กับการชนะเลิศรางวัล iF DESIGN AWARD รางวัลการออกแบบมีชื่อระดับโลกในหมวดหมู่ Communication

โครงการออกแบบ Welcome Kit ของ LINE ได้รับการคัดเลือกจากกว่า 6.400 ผลงานที่ส่งมากจากกว่า 50 ประเทศ ด้วยความเป็นเลิศในด้านการออกแบบที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์และสามารถถ่ายทอดตัวตนขององค์กรและแบรนด์ได้อย่างดีเยี่ยม

Welcome Kit ผลงานการออกแบบโดยเหล่า Creative Center ใน LINE Plus เป็นแพคเกจของ LINE ที่มอบให้กับพนักงานใหม่ทุกคน ในวันแรกที่เข้าทำงาน ประกอบไปด้วย

  • การ์ดข้อความต้อนรับ
  • เช็คลิสต์
  • บัตรกำนัล (Gift Voucher)
  • ตารางเวลาตั้งโต๊ะ
  • เซตของสำหรับโต๊ะทำงาน
  • เซตกล่องบัตรพนักงาน และ
  • ชุดเครื่องเขียน

เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถปรับตัวเข้ากับการทำงานใน LINE ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการออกแบบให้แบรนด์ผสมผสานอยู่ใน Welcome Kit ได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้รับประทับใจกับประสบการณ์แรกที่ได้รับจากแบรนด์ และรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ Welcome Kit อันแสดงออกถึงตัวตนของแบรนด์ LINE ได้อย่างชัดเจน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!