เจนเซน หวง (Jensen Huang) บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 8 ของโลก และเป็นผู้นำบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุด ออกมาเปิดใจว่า ตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกกังวลหรือเดือดร้อนเลยกับร่างกฎหมาย ‘ภาษีมหาเศรษฐี’ (Billionaires Tax) ฉบับใหม่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย (ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านและบริษัท) กำลังพิจารณากันอยู่เลย
พร้อมตอบแบบชิล ๆ ผ่าน Bloomberg ว่า “บอกตามตรง ผมไม่เคยเก็บเรื่องนี้มาคิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว เราเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ใน Silicon Valley และไม่ว่าเขาจะอยากเก็บภาษีอะไรก็ตาม ก็สุดแท้แต่เถอะ ผมโอเคกับมันมาก ๆ”

ร่างกฎหมายนี้คืออะไร ?
ร่างกฎหมายนี้เสนอให้เก็บภาษีพิเศษแบบ ‘จ่ายครั้งเดียว’ (One-time levy) ในอัตรา 5% จากสินทรัพย์ของมหาเศรษฐีที่อาศัยอยู่ในรัฐ เพื่อนำเงินไปโปะงบประมาณที่ขาดแคลนด้านสาธารณสุข เช่น อาหาร และการศึกษา เป็นต้น ซึ่งจะต้องรวบรวมรายชื่อให้ครบ เพื่อนำไปโหวตตัดสินกันในเดือนพฤศจิกายน 2026 นี้
ถ้ากฎหมายผ่าน ต้องจ่ายเท่าไหร่ ?
หากร่างนี้ผ่านจริง หวงจะเป็นหนึ่งในคนที่ต้องจ่ายภาษีหนักที่สุด จากข้อมูลสินทรัพย์ปัจจุบันที่มีอยู่ราว 164,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือราว 5.88 ล้านล้านบาท) เขาอาจต้องควักกระเป๋าจ่ายภาษีก้อนนี้แบบจุก ๆ สูงถึง กว่า 8,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือราว 250,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แล้วมหาเศรษฐีคนอื่น ๆ ทำยังไง ?
คนอื่นในประเทศเริ่มเก็บกระเป๋าย้ายหนีออกจากแคลิฟอร์เนียกันแล้วก่อนเส้นตายวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา ถ้าเป็นคนที่ใคร ๆ ก็น่าจะรู้จักกันดีก็ยกตัวอย่างเช่น ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) นักลงทุนคนดังที่ประกาศย้ายไปไมอามี หรือ เดวิด แซกส์ (David Sacks) ผู้บริหารสายเทคโนโลยีที่ย้ายไปเท็กซัส แต่หวงแทงสวน และยืนยันหนักแน่นว่าจะอยู่ต่อ
โดยเขาให้เหตุผลว่า NVIDIA เกิดและโตที่นี่ (ก่อตั้งในร้าน Denny’s ที่ซานโฮเซ ตั้งแต่ปี 1993) และเหตุผลสำคัญที่ต้องอยู่ Silicon Valley ต่อไปก็เพราะที่นี่มันคือ ‘แหล่งรวมคนเก่ง’ (Talent pool)
ถึงแม้คนดังในวงการเทคฯ หลายคนจะบ่นเรื่องภาษี และย้ายออกจากประเทศที่เรียกเก็บภาษีแพงหูฉี่ แต่เจนเซน หวง ทิ้งท้ายประโยคไว้อย่างหล่อ ๆ ว่า “มันไม่ใช่กับคนคนนี้แน่นอน เพราะคนคนนี้กำลังยุ่งอยู่กับการสร้างอนาคตของ AI ครับ”






