เชื่อไหมว่าแอปฯ แรก ๆ ที่ทำเงินหลักล้านบน App Store ไม่ใช่เกมหรือเครื่องมือซับซ้อน แต่คือแอปฯ ดื่มเบียร์ดิจิทัลง่าย ๆ แต่สร้างรายได้หลายล้าน !
โพสต์นี้ BT Source Code จะพามาเจาะถึงไอเดียธรรมดา ๆ แต่สร้างมูลค่ามหาศาลของสตีฟ ชีราตัน (Steve Sheraton) และเจาะกลยุทธ์เบื้องหลัง ‘ความธรรมดา’ แต่ตอบโจทย์อย่างแอปฯ iBeer และแบ็กกราวนด์ของชีราตันที่เป็นจุดกำเนิดแอปฯ เจ๋ง ๆ อีกมากมาย
จุดกำเนิด iBeer
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 ตอนที่ App Store ยังใหม่ ๆ ช่วงนั้นมีนักพัฒนาหลายคนเริ่มออกมาพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้ แต่หนึ่งในนักพัฒนาที่น่าสนใจก็ต้องให้สตีฟ ชีราตัน เพราะเขาคนนี้ไม่ได้สร้างแอปฯ ที่ซับซ้อนหรือหวือหวาอะไรเลย แต่กลับเป็นแอปฯ ดื่มเบียร์ดิจิทัล !

หลักการใช้ก็ง่ายมาก เพียงแค่เราเปิดแอปฯ iBeer แล้วกดที่หน้าจอเพื่อเติมเบียร์ หรือจะเขย่าเบา ๆ ก็ได้ ภายในแอปฯ ก็จะเติมเบียร์ (ทิพย์) ให้เราจนเต็ม ให้จินตนาการว่ามือถือของเราคือแก้ว จากนั้นก็กระดกแก้วได้เลย เบียร์ก็จะเริ่มหายไป ฟีล ๆ ว่าเราดื่มเบียร์จนหมดแก้วแล้วนั่นเอง ความเจ๋งในตอนนั้นคือนอกจากเบียร์ที่เหมือนจริงมากแล้ว ยังมีเสียงอึก เสียงซ่า ๆ ของฟองเบียร์ที่เนียน ทำให้ iBeer ได้รับความนิยมจนเป็นแอปฯ แรก ๆ ใน App Store ที่มีคนดาวน์โหลดมากถึง 10 ล้านครั้ง (ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดมากถึง 120 ล้านครั้งเรียบร้อย) และมีรายงานว่าได้รับรายได้ราว 10,000 – 20,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน !

ความสำเร็จของ iBeer อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไวรัลตลก แต่เบื้องหลังความเรียบง่ายคือการจี้ถูกจุด Pain Point ของผู้คนอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่อยากแจมวงปาร์ตี้แต่ติดงาน วัยรุ่นที่อยากลองยกแก้วเท่ ๆ แบบขำ ๆ ไปจนถึงกลุ่มคนรักสุขภาพที่ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้จริง ๆ iBeer จึงกลายเป็น ‘เบียร์ทิพย์’ ที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ พร้อมสร้างสีสันจนกลายเป็นไวรัลที่ใครเห็นก็ต้องลองกระดกมือถือโชว์เพื่อนนั่นเอง
สตีฟ ชีราตัน ชายผู้มีแบ็กกราวนด์จากนักมายากล สู่นวัตกรไร้ขีดจำกัด
ชีราตัน นักประดิษฐ์และนักมายากลชาวสวิส นอกจากเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งให้กับ App Store ด้วยแอปฯ อย่าง iBeer ที่มียอดดาวน์โหลดถล่มทลายถึง 120 ล้านครั้ง แถมยังดังเปรี้ยงจนไปโผล่ในรายการระดับโลกอย่าง Saturday Night Live, The Ellen DeGeneres Show และ Sesame Street จนคว้ารางวัลแอปฯ แห่งปีจากนิตยสาร TIME ในยุคนั้นมาครองแบบที่เจ้าตัวก็ยังแอบงงว่ามันดังขนาดนี้ได้ยังไง แต่เชื่อไหมว่าเบื้องหลังของผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา เพราะเขาเคยเป็นนักมายากลตัวท็อปมาก่อน แถมยังเป็นนักธุรกิจที่พูดได้ถึง 7 ภาษา !

ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อแอปพลิเคชันระดับโลก ชีวิตของชีราตันนั้นโชกโชนและมีสีสันยิ่งกว่าบทภาพยนตร์ เขาเริ่มต้นเส้นทางสายบันเทิงจากการสะกดสายตาผู้ชมที่ ‘Magic Castle’ ในฮอลลีวูด จนได้ก้าวสู่การเป็นโชว์หลักในกาสิโนระดับโลกทั้งที่มอนติคาร์โลและลาสเวกัส

แต่ความสามารถของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนเวทีมายากล เพราะชีราตันคือนักธุรกิจและศิลปินตัวจริงที่กล้าทำทุกอย่าง ตั้งแต่ก่อตั้ง ‘Hottrix’ บริษัทของเล่นสุดแนวในลาสเวกัส เป็นเจ้าของโรงภาพยนตร์ในสวิตเซอร์แลนด์ ไปจนถึงการฟื้นฟูคลับแจซในซานฟรานซิสโก และเบื้องหลังงานดนตรีที่โปรดิวซ์อัลบั้มปั่น ๆ รวบรวมดนตรีที่เพื่อนข้างบ้านจะเกลียดจนต้องย้ายบ้านหนี โดยเป็นโปรเจกต์ที่ทำร่วมกับ SnickerDuck หลังออก iBeer ไป 8 ปี (ฮา)

หัวใจสำคัญที่ทำให้เขาสร้างปรากฏการณ์ได้ท่วมท้น คือความเป็นมนุษย์ไฮบริดที่พูดได้ถึง 7 ภาษา และมีความสามารถรอบด้านแบบหาตัวจับยาก ทั้งงานดีไซน์ งานภาพยนตร์ วิศวกรรมเสียง ไปจนถึงการเขียนโคดขั้นสูง ผสมผสานกับนิสัย ‘อยู่ไม่สุข’ ที่ปฏิเสธการทำเพียงอย่างเดียว แต่กลับนำทุกทักษะมาขยำรวมกันจนเกิดเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกเทคโนโลยี
เศรษฐีเงินล้านข้ามคืนที่เลือกเป็นชาวนา ?
iBeer เป็นแอปฯ แรก ๆ ที่สร้างรายได้ล้านเหรียญสหรัฐฯ และแน่นอนว่าเพียงข้ามคืนรายได้นี้ก็ทำให้ผู้สร้างอย่างชีราตันกลายเป็นเศรษฐีอย่างไม่ทันตั้งตัว หลายคนอาจจะคาดหวังว่าเขาคนนี้คงจะออกมาสร้างอีกหลายล้านแอปฯ แน่ ๆ แต่เรื่องนี้กลับผิดคาด เพราะเขากลับเลือกหอบเงินไปใช้ชีวิตชาวนาในสเปนซะงั้น จนเกิดคำถามว่า ความสำเร็จที่แท้จริงมันอยู่ที่เราพอใจ หรือใครเป็นคนกำหนด ?
แต่ก็ต้องบอกว่าด้วยความเป็นศิลปินและนักนวัตกรรมในตัว ชีวิตชาวนาในสเปนอาจไม่ตอบโจทย์ความสร้างสรรค์ เพราะล่าสุดหากลองเช็กเว็บไซต์ https://stevesheraton.com/post/Steve_Sheraton_Biography เราก็จะได้เห็น Portfolio ของชีราตัน ว่าชีวิตได้ทำอะไรมาบ้าง รวมถึงล่าสุดที่พี่แกก็ไปสร้างแอปฯ ใหม่ ๆ ที่ผสมผสานทักษะนักมายากล เข้ากับทักษะการเขียนโคด ไม่ว่าจะเป็น
- Krazyfingers แอปฯ นิ้วหลุดสำหรับครีเอเตอร์สายมายากลที่ชอบทำคลิปสั้นให้คนติดตาม
- Joint แอปฯ มายากลที่เอาไว้สลับหน้าจอเก๋ ๆ
- Replica 4D แอปฯ ที่สามารถดึงของที่ขยับไปมาในหน้าจอออกมาเป็นของจริงได้
และอื่น ๆ อีกมากมาย ปัจจุบันชีราตันยังสวมหมวกผู้ก่อตั้ง Magic.pm แพลตฟอร์มแอปพลิเคชันระดับบูติกที่เขาตั้งใจปั้นขึ้นมาเพื่อสร้างเครื่องมือระดับมือโปรให้กับเหล่านักแสดงโดยเฉพาะ ซึ่งแอปฯ เหล่านี้มีความพิเศษตรงที่ ‘ไม่ต้องทำการตลาด’ เพราะด้วยคุณภาพและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์คนทำงานจริง ๆ ทำให้เหล่ามืออาชีพที่มองหาเครื่องมือเทพ ๆ ต่างเป็นฝ่ายตามหาและบอกต่อกันจนเจอเองโดยธรรมชาติ

สารภาพตรง ๆ ว่าถ้าไม่ใช่เพราะความโด่งดังของแอปฯ iBeer ในปี 2008 ผู้เขียนคงไม่ได้มีโอกาสเจาะลึกถึงประวัติชีวิตที่น่าสนใจของผู้ชายที่ชื่อสตีฟ ชีราตันคนนี้ เพราะใครจะไปเชื่อว่าคนที่ทำแอปฯ iBeer คนนี้มีแบ็กกราวนด์เป็นนักมายากลตัวท็อปในยุค 80 มาก่อน ไหนจะเคยเป็นเจ้าของธุรกิจ แถมยังเป็นโปรดิวเซอร์มาก่อนด้วย
สุดท้ายนี้ เรื่องราวของชีราตัน คงช่วยให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ที่ลบภาพจำเดิม ๆ ว่าคนสร้างนวัตกรรมระดับโลกต้องเป็นเพียง Tech Nerd ใส่แว่นหนาเตอะ เพราะในโลกความเป็นจริง พลังแห่งการสร้างสรรค์นั้นไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าคุณจะเป็นนักร้อง ศิลปิน หรือนักมายากลบนเวที ขอเพียงแค่กล้าที่จะหยิบความ ‘ยูนีก’ ในตัวมาผสมผสานกับเทคโนโลยี และไม่หยุดที่จะทดลองทำในสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน เพราะใครจะไปรู้ ความสำเร็จที่เปลี่ยนโลกก็อาจเริ่มต้นขึ้นได้จากไอเดียสนุก ๆ ของคุณได้เหมือนกัน !













