Connect with us

Games

[รีวิวเกม] ARMS เกมต่อยมวย WiiSports ฉบับอัพเกรด ที่ทั้งสนุกและได้ออกกำลังกาย

มาแล้ว Review ARMS เกมต่อยมวยของนินเทนโด

Published

on

ARMS

ARMS
8.4

กราฟิก และงานออกแบบ

9.0/10

เกมเพลย์

8.5/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ความคุ้มค่า

7.8/10

ภาพรวม

8.5/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์เข้าถึงง่าย
  • กราฟิกสวยงาม
  • เล่นได้หลายคนพร้อมกัน
  • มีโหมดออนไลน์ที่ลื่นดี

จุดสังเกต

  • โหมดให้เล่นน้อยไปหน่อย
  • ตัวละครมีน้อยเกินไป

หากคุณจำได้เมือประมาณ 10 ปีก่อนตอนที่ Wii รุ่นแรกวางขาย สิ่งที่ทำให้มันเป็นปรากฏการณ์คือเกม Wii Sports ที่เป็นการจำลองการเล่นเกมกีฬา โดยใช้จอยจับการเคลื่อนไหว WiiMote และหนึ่งในเกมที่โดดเด่นคือ เกมชกมวยที่ทั้งสนุกและได้ออกกำลังกาย

และผ่านมา 10 ปี นินเทนโดหยิบเอาเกมชกมวย Wii Sports กลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งในชื่อ ARMS บน Nintendo Switch และมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ Joy-con ในการเล่น อย่างไรก็ตามมันก็มีคำถามถึงรูปแบบการเล่นที่เป็นมินิเกมมาก่อนเมื่อกลายมาเป็นเกมเต็มๆจะคุ้มค่าน่าเล่นหรือไม่

ซึ่งสัมผัสแรกในส่วนของกราฟิกถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก เพราะมันดูดีทั้งรายละเอียดของภาพ ที่เอาใจใส่แม้แต่สิ่งเล็กๆของฉากและเสื้อผ้าของตัวละคร การออกแบบถือเป็นการยกระดับเกมของนินเทนโดที่เปิดยุคใหม่ของตัวละครที่ไม่ได้ดูเหมือนกับเกมเด็กเล่นอีกต่อไปแล้ว เพราะตัวละครบางตัวดู Sexy มาก โดยรวมแล้วถือว่ากราฟิกในเกมดูโดดเด่นและมีความแตกต่างจากเกมยุคก่อน และมันจะดูดีมากๆหากเล่นบนหน้าจอทีวีคุณภาพสูง

เพลงประกอบเป็นส่วนเสริมที่ทำให้การลงสังเวียนครั้งนี้สมบูรณ์มากขึ้นเพราะมีการแต่งเพลงธีม ที่ฟังดูติดหูแม้ไม่ได้โดดเด่นแต่เท่าเกมอื่นของนินเทนโด แต่มีการปรับแต่งและ Remix หลายรูปแบบทำให้ไม่น่าเบื่อ แม้ว่าการเล่าเรื่องราวของตัวละครยังไม่มีเสียงพากย์ก็ตาม แต่โดยรวมแล้วเหมือนเป็นการเปิดมิติใหม่ให้กับการนำเสนอเกมจากปู่นินที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ส่วนตัวละครในเบื้องต้นจะมี 10 ตัวโดยมีทั้ง ตัวละคร Spring Man, Ribbon Girl, Ninjara, Master Mummy , Mechanica , Min Min , Helix , Byte & BarQ , Kid Cobra และ Twintelle และแต่ละตัวละตัวจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน และในเดือน (กรกฎาคม)หน้าจะมีการอัพเดทตัวละครเพิ่มอีก 1 ตัวด้วย (เล่นจบแล้วอย่างเพิ่งรีบขาย)

เกมเพลย์ถือเป็นความโดดเด่นเพราะมันได้ทำการอัพเกรดให้เกมชกมวยของWii Sports ให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ Joy-con ในการเล่นแบบจับการเคลื่อนไหว ที่ไม่ใช่แค่บังคับให้ตัวละครต่อยหมัด แต่เราสามารถบังคับให้ตัวละครเดินได้ด้วยการเอียงจอยซ้ายขวา และเรายังเดินหน้า , ถอยหลังได้ และยังตั้งการ์ดด้วยการหันด้านบนของ joy-con เข้าหากันได้เรียกว่ามากันครบหมดเท่าที่จำเป็นทำได้แค่ขยับมือเท่านั้น

และยังใส่รายละเอียดเช่นตอนชกให้เราบิดข้อมือจะเปลี่ยนทิศทางในการต่อยได้ นอกจากนี้เรายังโดยเรายังกระโดด และพุ่งตัวได้ด้วยการกดปุ่ม แถมยังจับทุ่มได้ด้วยการทำท่าทางปล่อยหมัดออกไป 2 ข้างพร้อมกันแม้จะฟังดูยุ่งยากแต่พอได้เล่นจริงๆแล้วการควบคุมแบบจับการเคลื่อนไหวถือว่าง่าย ลงตัวแถมยังได้ออกกำลังกายด้วย โดยเฉพาะตอนปล่อยท่าไม้ตายที่ต้องทำท่าทางต่อยรัวๆ เรียกว่ากว่าจะจบเกมกล้ามแขนได้ขึ้นกันแน่นอน

แต่ถ้าหากคุณไม่อยากออกแรงเราก็สามารถใช้การเล่นแบบปุ่มกดปรกติได้ด้วย แถมทำได้ถนัดกว่าการใช้ระบบจับการเคลื่อนไหว ด้วยซ้ำ และยังรองรับทั้ง Nintendo Switch Pro Controller , และใช้ Joy-con เล่นแบบใช้ปุ่มกดอย่างเดียวได้ด้วยเช่นกันเรียกว่ามากันครบหมด ใครถนัดแบบไหนก็เลือกได้ตามใจชอบ แต่แนะนำว่าหากจะเล่นให้ได้อารมณ์ ควรใช้การเล่นแบบจับการเคลื่อนไหวน่าจะดีกว่า แถมได้ออกกำลังกายด้วย

โหมดหลักๆ ของเกมคือ Grand Prix ที่เหมือนเป็นการลงแข่งกับ CPU ไปเรื่อยๆ จนถึงเป็นแชมป์ ซึ่งปลายทางมีบอส รอเราไปปราบอยู่ โดยรวมแล้วมันไม่ได้มีอะไรมาก แต่ในส่วนนี้ไม่ได้มีการแข่งแบบต่อยมวยเท่านั้นยังมีรูปแบบอื่นมาให้เล่นกันด้วย  เช่นโหมด Versus เล่นได้ 4 คนพร้อมกันโดยมีการแบ่งการเล่นเป็นทีม แบบแบ่งหน้าจอกันเล่น โหมด V- Ball การแข่งเกมวอลเลย์บอลที่เปลี่ยนจากตีลูกวอลเลย์เป็นตีลูกระเบิดให้ไปตกฝั่งศัตรู โหมด Hoops ที่แข่งกันจับคู่แข่งยัดลงห่วงแบบ บาสเกตบอล และโหมด Skillshot ที่แข่งกันต่อยเป้าทำคะแนน และนอกจากการต่อสู้กันในสนามแข่งยังมีไอเทมที่มีทั้งช่วยโจมตี และเป็นยาเติมพลังซึ่งเราก็ต้องหาทางแย่งชิงกับคู่ต่อสู้เอา

ส่วนการออนไลน์จะมาในโหมด Party Match ที่มีการแบ่ง Rank ด้วยแถมการโหลดหาคนเล่นด้วยทำได้ง่ายดาย และมีการแข่งกันหลายโหมด ทั้งแบบต่อสู้กันแบบปรกติ หรือโหมด V- Ball และ hoops รวมทั้งโหมดเล่นต่อสู้กันแบบ 3 คน และแบ่งเป็นทีม 2 VS 2 แบบในเดโมที่ปล่อยออกมาให้เล่นก่อนหน้านี้ส่งมาให้เล่นกันด้วย แถมความลื่นไหลในการเล่นออนไลน์จะทำได้ดีกว่าเดิมเพราะเล่นได้ลื่นไม่มีหลุด

ปิดท้ายกับเลือกเปลี่ยน ARMS หรือประเภทของหมัดที่ไว้ใช้ต่อยในเกมได้ตามใจ ที่แต่ละอันมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่นอันทำให้ศัตรูมองไม่เห็นฉากชั่วคราว หรือบางอันมีความสามารถในการโต้หมัดศัตรูกลับไปได้ และยังมีธาตุที่แตกต่างกันด้วย โดยในเบื้องต้นแล้วแต่ละตัวละครจะมี ARMS มาให้ 3 อัน แต่เราจะสามารถปลดล็อกเอาของตัวละครอื่นมาใช้ได้ทำให้มีหมัดให้เลือกเปลี่ยนที่หลากหลายมาก แต่การปลดล็อก ARMS เราต้องใช้เหรียญมาเพื่อเล่นมินิเกมเก็บคะแนนและปลดล็อก ARMS ใหม่ๆ โดยเราจะสามารถหาเงินมาได้จากการเล่นในทุกๆโหมดในเกม แต่ได้มาจำนวนค่อนข้างน้อย เรียกว่ากว่าจะปลดหมดคงเล่นกันเมื่อยมือเลย

สรุปแล้วเกม ARMS ถือว่าสนุกกว่าที่คิดมากเพราะมันเข้าถึงได้ง่าย จะเอาไว้เล่นขำๆสนุกกับเพื่อนก็ได้ หรือจะเอาไว้เล่นจริงจังก็ทำได้เช่นกันเพราะตัวเกมมีระดับความยากให้เลือกเล่นซึ่งเมื่อเราเลือกระดับสูงมันจะเพิ่มความท้าทายขึ้นหลายเท่าทำให้เซียนเกมต้องชอบ แม้ว่าโดยรวมมันไม่ได้มีอะไรให้ทำมากมายก็ตาม โหมดของเกมก็น้อยไปหน่อย แต่ความสนุกของรูปแบบการเล่นทำให้เรากลับมาเล่นซ้ำได้ (และทางทีมงานแบไต๋จะทำการลองนำเกม ARMS ไปเล่นเพื่อลดน้ำหนัก และได้ผลอย่างไรจะมาเขียนบทความให้อ่านกันอีกที)

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Bayonetta 2 สาวแว่นกลับมาโหดอีกครั้งบน Nintendo Switch

Review เกม Bayonetta 2 มาแล้ว !!

Published

on

ARMS

ARMS
8.4

กราฟิก และงานออกแบบ

9.0/10

เกมเพลย์

8.5/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ความคุ้มค่า

7.8/10

ภาพรวม

8.5/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์เข้าถึงง่าย
  • กราฟิกสวยงาม
  • เล่นได้หลายคนพร้อมกัน
  • มีโหมดออนไลน์ที่ลื่นดี

จุดสังเกต

  • โหมดให้เล่นน้อยไปหน่อย
  • ตัวละครมีน้อยเกินไป

หากพูดถึงเกมแอ็คชั่นที่สนุกมันส์สะใจแล้ว ต้องมีรายชื่อเกม Bayonetta อยู่แน่ เพราะในภาคแรกถือว่าสร้างตำนานและทำให้ชื่อของค่าย Platinum Games เป็นที่รู้จัก แต่หลังจากนั้นภาคต่อของมันออกเฉพาะเครื่อง WiiU เพราะปู่นินออกเงินทุนสร้างให้ ทำให้มันหมดโอกาสออกบนเครื่องเกมอื่นนอกจากเครื่องเกมของนินเทนโด

เกริ่นนำ

และเป็นที่มาของการขุดเอาของเก่ามาขายใหม่อีกครั้งใน Bayonetta 2 (และภาคแรก) ที่กลับมาขายใหม่บน Nintendo Switch ที่ปู่นินยอมลงทุนพอร์ตมาลง เพราะในช่วงต้นปี 2018 ยังไม่มีเกมดังๆ ออกวางขาย และถือเป็นโอกาสดีเพราะต้นฉบับออกบน WiiU คอนโซลที่ล้มเหลวในแง่ยอดขายทำให้เชื่อว่ามีคอเกมหลายคนยังไม่เคยเล่นแน่ ส่วนใครเคยเล่นเวอร์ชั่น WiiU ก็ถือว่าได้เล่นในรูปแบบที่เราเอาไปเล่นนอกบ้านได้ด้วย

กราฟิก

การย้ายบ้านมาบนคอนโซลลูกผสมอย่าง Nintendo Switch ซึ่งสเปกก็ไม่ได้แรงมากมายอะไรทำให้กราฟิกในเกมเหมือนเดิมแทบจะ 100% ความละเอียดของเกมจะอยู่ที่ 720p ทั้งแบบต่อทีวีและแบบพกพา ฟังดูธรรมดาแต่มันกลับดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเกมจัดเต็มไปด้วยรายละเอียดของตัวละครและฉากที่ออกแบบมาอย่างดีตั้งแต่ต้นฉบับอยู่แล้ว และที่น่าประทับใจมากคือเฟรมเรตในเกมที่ลื่นไหลขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปรกติบน WiiU ก็มีเฟรมเรตระดับ 60 FPS อยู่แล้วแต่พอเล่นจริงๆบน WiiU ก็มีอาการเฟรมเรตร่วงอยู่ แต่บน Switch ทุกอย่างถูกแก้ไขให้ลื่นไหลขึ้นแล้ว โดยรวมในส่วนของกราฟิกทำได้ดีขึ้นในส่วนของเฟรมเรตนอกนั้นเหมือนเดิม

เพลงประกอบ

ดนตรีประกอบในเกมยังคงเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะมันเป็นการพอร์ต แต่ระบบเสียงของเดิมก็ถือว่าทำได้ดีอยู่แล้ว การมาอยู่บนคอนโซลใหม่ก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม โดยมีทั้งเพลงที่ระทึกใจเหมือนกับได้ชมภาพยนตร์แอ็คชั่น อีกทั้งเสียงประกอบและเสียงพากย์ก็จัดเต็มและช่วยเสริมให้เกมดูสนุกน่าติดตาม โดยเฉพาะเสียงพากย์ของสาวแว่นบาโย ที่ดูยั่วยวนอย่างมาก

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของเกมจะเริ่มต่อจากภาคแรก ที่สาวแว่นของเราต้องออกไปต่อสู้กับเทพ รวมทั้งปีศาจที่มีความโหดกว่าภาคแรก เพื่อออกตามหาวิญญาณของคู่หูสาว Jeanne ที่ถูกดึงลงนรก การนำเสนอเรื่องราวในเกมอยู่ในระดับดีเหมือนกับการชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ที่ดึงให้ผู้เล่นอินไปกับเรื่องราวที่ยังคงเข้มข้นเหมือนกับภาคแรก และยังมีจุดหักมุมและตัวละครใหม่ที่เพิ่มความโหดจนสาวแว่นรับมือได้ยากกว่าเดิม

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนสาวแว่นของเรายังคงมาในรูปแบบเกมแอ็คชั่นความเร็วสูง ที่แทบไม่มีจุดที่ให้ผู้เล่นหยุดพักหายใจกันเลย เกมเน้นการทำคอมโบต่อเนื่อง ที่ยังมีอาวุธระยะประชิดเช่นดาบ และอาวุธประเภทยิงเช่นปืน ที่ผู้เล่นสามารถสลับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นคอมโบที่หลากหลายอย่างมาก และในภาคสองจะมีประเภทอาวุธที่หลากหลายทำให้เกมสนุกกว่าภาคแรก

อีกความโดดเด่นของสาวแว่นคือท่าไม้ตาย witch time ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีโดยเมื่อเรากดท่าหลบหลีกการโจมตีของศัตรูแล้วจะเกิดภาพ Slow Motion และทำให้เราใช้ท่าสวนกลับได้อย่างรวดเร็ว และยังมีท่าสุดโหดอย่าง Climax ที่เรียกเอาเครื่องทรมานออกมาจัดการศัตรูด้วยความโหดแบบสุดๆแบบที่ชิ้นส่วนอวัยวะกระจายกันเลย โดยผ่านการกดปุ่มตามจังหวะที่เรียบง่ายแต่ลงตัวและสนุกเหมือนเดิม แน่นอนว่าแม้ภาคนี้สาวแว่นของเราจะผมสั้นแต่ก็ยังมีท่าที่ใช้เส้นผมเพื่อกำจัดศัตรูและเรียกปีศาจออกมาต่อสู้กับศัตรูได้เหมือนเดิม

นอกจากเกมเพลย์แบบปรกติแล้วเกม Bayonetta2 ถือว่ามีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแปลงร่างที่ในภาคสองเราสามารถแปลงร่างได้มากกว่าเดิม เช่นสาวบาโยของเราจะเปลี่ยนร่างเป็นงูและลงไปว่ายในฉากที่เต็มไปด้วยน้ำได้ และยังมีการบังคับหุ่นยักษ์เพื่อต่อสู้กับศัตรูในฉากได้ ส่วนบอสในเกมก็อลังการงานสร้างไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กและประเภทตัวใหญ่ยักษ์ที่การรับมือมันไม่ง่ายแน่นอน

ความคุ้มค่า

แน่นอนว่ามันเป็นเกมพอร์ต ทำให้หลายคนมีคำถามว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งหากคุณไม่เคยมีเครื่อง WiiU มาก่อนและไม่เคยเล่น Bayonetta 2 ถือว่าคุ้มค่ามากๆเพราะมันคือหนึ่งในสุดยอดเกมแอ็คชั่นแห่งยุค ที่ทั้งสนุกลงตัวแบบไม่มีที่ติ และข่าวดีสำหรับคนที่ซื้อคือในตลับเกมจะมีรหัสดาวน์โหลด Bayonetta ภาคแรกมาให้เล่นด้วย ส่วนใครอยากได้แบบแยกภาคก็มีขายแบบดาวน์โหลดด้วยเช่นกัน ทำให้แม้ว่ามันจะเป็นเกมพอร์ตแต่การที่ได้มาสองภาคในราคาเดียวถือว่าคุ้มค่ามาก

สรุปโดยรวมแล้วหากคุณเป็นเจ้าของ Nintendo Switch เกม Bayonetta 2 (และภาคแรก) ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มเงินทุกบาทที่เสียไปแน่นอน และในช่วงนี้ปู่นินดูเหมือนยังไม่ได้เร่งออกเกมฟอร์มดีมากเท่ากับปีที่แล้ว ทำให้เราอาจมีทางเลือกไม่มากนัก และภาค 2 ยังคงเป็นเกมที่หาเล่นได้เฉพาะบนคอนโซลของนินเทนโดเท่านั้น ถือเป็นอีกเกมที่แฟนปู่นินควรมีไว้ติดเครื่อง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Radiant Historia Perfect Chronology เกม RPG ย้อนเวลาฉบับภาษาอังกฤษ

Review เกม Radiant Historia Perfect Chronology บน 3DS มาแล้ว

Published

on

ARMS

ARMS
8.4

กราฟิก และงานออกแบบ

9.0/10

เกมเพลย์

8.5/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ความคุ้มค่า

7.8/10

ภาพรวม

8.5/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์เข้าถึงง่าย
  • กราฟิกสวยงาม
  • เล่นได้หลายคนพร้อมกัน
  • มีโหมดออนไลน์ที่ลื่นดี

จุดสังเกต

  • โหมดให้เล่นน้อยไปหน่อย
  • ตัวละครมีน้อยเกินไป

หากจะพูดถึงค่าย Atlus แล้วแฟนเกมทั่วโลกคงจะคิดถึงเกมแนว RPG ขั้นเทพเพราะชื่อเสียงของเกม Persona และ Shin Megami Tensei ที่แม้อาจจะไม่ได้โด่งดังเท่ากับ Final Fantasy แต่ก็มีแฟนจำนวนมากรอติดตามที่จะเล่น ทำให้หากมีเกมแนว RPG จากค่ายนี้ออกวางขายมันจะถูกจับตามองในทันที

เกริ่นนำ

โดยล่าสุดกับการมาของเกม Radiant Historia Perfect Chronology สุดยอดเกม RPG บน 3DS ฉบับภาษาอังกฤษแม้จะถือว่าออกช้ากว่าฉบับญี่ปุ่นอยู่พอสมควร แต่การที่ 3DS มันล็อคโซนทำให้คนที่มีเครื่องโซนอเมริกายังไงก็ต้องรอ ทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกม RPG ย้อนเวลาถือว่ายังคงน่าเล่น เพราะมันสร้างชื่อว่าเป็นเกมที่สนุกเกินคาดมาตั้งแต่สมัยออกบน Nintendo DS แล้ว และหากคุณไม่ทราบมาก่อนเกม Radiant Historia Perfect Chronology คือภาครีเมคของเกมเก่าที่เคยออกวางขายบน NDS มาแล้ว

กราฟิก

แม้ว่าตัวเกมจะขึ้นชื่อว่าเป็นการรีเมค Radiant Historia ที่เคยออกวางขายบน NintendoDS แต่การกลับมาบน 3DS ดูเหมือนกราฟิกจะไม่ได้อัพเกรดไม่มากนัก เพราะพื้นฐานยังคงเหมือนเดิม ตัวละครก็ยังคงเป็นดอทพิเซลที่เพิ่มความละเอียดมาเล็กน้อย ที่เห็นชัดๆเลยว่าเปลี่ยนคือฉากกว้างขึ้นเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และเสริมด้วยคัทซีนที่เป็นการ์ตูนทั้งภาพนิ่งและอนิเมชั่นงามๆที่มีการลงทุนสร้าง และออกแบบงานศิลป์ตัวละครใหม่หมด ตรงจุดนี้เองทำให้เกมดูสดใหม่ขึ้น (ภาคต่อไปขอให้ออกบน Nintendo Switch นะ)

เพลงประกอบ

ดนตรีประกอบถือเป็นจุดเด่นมากเพราะได้คุณ Yoko Shimomura มาทำเพลงให้ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของเธอมีทั้ง Final Fantasy 15 หรืองานคลาสสิกอย่าง Front Mission ทำให้มีเพลงที่โดดเด่นติดหูอยู่หลายเพลง แต่ที่ดูเหมือนเกินหน้าเกินตาเพลงประกอบคือเสียงพากย์ที่ใส่เข้ามาแทบจะทุกฉากสำคัญในเกม และข่าวดีสำหรับแฟนเกมที่ชอบเสียงพากย์ญี่ปุ่น เพราะในภาคนี้จะมีเสียงพากย์เดิมๆจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แต่จะมีบทบรรยายและเมนูทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เราสามารถสัมผัสความยอดเยี่ยมของการพากย์ต้นฉบับได้ไปพร้อมกับเข้าใจเรื่องราว

รูปแบบการเล่น

เกม Radiant Historia เกมแนว RPG เทิร์นเบส ที่โบราณสุดๆเพราะยังมีการเลือกใช้คำสั่งเพื่อโจมตี ใช้ท่าไม้ตาย หรือเติมพลัง แถมยังมีฉากต่อสู้แบบ 2D เหมือนกับ Final Fantasy ภาคเก่ายิ่งทำให้ดูเชย แต่เมื่อได้เล่นแล้วมันแทบจะไม่มีความเชยของเกม RPG ในอดีตเลยเพราะเกมเพลย์มีความเร็วสูงมาก สามารถสู้เสร็จเทิร์นภายในไม่ถึงนาที(ศัตรูธรรมดา) และการที่เป็นภาษาอังกฤษทำให้เราอ่านเมนูได้เข้าใจ และสามารถรู้ถึงคุณสมบัติของท่าไม้ตาย ซึ่งมันมีประโยชน์และจำเป็นมากต่อการเล่น

เพราะรูปแบบการต่อสู้จำเป็นต้องใช้ไม้ตายให้ถูกกับรูปแบบของฉากต่อสู้ ที่จะแบ่งเป็นช่องๆรวมทั้งหมด 9 ช่อง โดยศัตรูในเกมจะอยู่ตามช่องซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกท่าไม้ตายให้ตรงศัตรูที่อยู่ในช่อง เราจะสามารถโจมตีโดนเป็นหมู่คณะได้ แน่นอนว่าเกมได้ใส่ท่าไม้ตายมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะเช่นท่าผลักหรือดึงให้ศัตรูมารวมกันเป็นกลุ่มแล้วอัดทีเดียวพร้อมกัน จุดนี้ผู้เล่นต้องคำนึงถึงและต้องใช้ให้ชำนาญเพราะมันจำเป็นมากต่อการเล่น

ส่วนฉากในเมืองและดันเจี้ยนในเกมจะนำเสนอด้วยมุมมองด้านบน ภาพในเกมดูเหมือนจะมีมิติแต่จริงๆแล้วมันก็คือเกม 2D มุมกล้องด้านบนที่ดูเข้าใจง่าย ฉากในเกมไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากและมีระบบ Map ที่ดีดูง่ายเมนูทำได้ดีและเมื่อมาแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วยิ่งเข้าใจง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

แน่อนว่าเกมของค่าย Atlus ในยุคนี้ได้ใส่โหมดง่ายสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเล่น ซึ่งในเกม Radiant Historia ก็มีมาให้เลือกที่นอกจากตัวเกมส่วนใหญ่จะง่ายแล้ว ในโหมดง่ายนี้เราจะสามารถโจมตีศัตรูโดยตรงในฉากแผนที่ได้ โดยไม่ต้องตัดเข้าฉากต่อสู้ทำให้การเก็บเลเวลทำได้รวดเร็วอย่างมาก แต่อาจดูเหมือนง่ายไปหน่อยจนเกมหมดสนุกแนะนำให้เลือกการเล่นแบบปรกติน่าจะดีกว่า

การย้อนเวลา

อีกจุดเด่นของเกม Radiant Historia คือการย้อนเวลา ที่เราจะสามารถไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดได้ โดยการย้อนเวลาจะทำได้ผ่านจุด Save ที่เป็นหนังสือ โดยจะแบ่งออกเป็น Timeline ที่ดูง่ายเราสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการจะกลับไปได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีอิสระมากมายเพราะเกมล็อคไว้ว่าต้องกลับไปช่วงเวลาไหน แต่ก็มีทางแยกที่ให้เราเลือกเล่นเพื่อได้สัมผัสกับเรื่องราวที่แตกต่าง และเป็นจุดเด่นที่เหมาะมากสำหรับเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษทำให้เราทราบเรื่องราวและเหตุผลในการย้อนเวลามาแก้ไข

การแก้ปริศนา

การแก้ปริศนาในเกมมีการเล่นกับการย้อนเวลา เช่นการอัพเกรดตัวละครแล้วใช้ท่าใหม่ๆเพื่อเปิดทางไปต่อ เช่นเราลงไปฉากที่เป็นเหมืองในครั้งแรกแล้วไม่สามารถเข้าไปได้ ก็ให้เราย้อนเวลาไปเอาสกิลใช้ระเบิดแล้วย้อนกลับมา เราก็จะเข้าไปในเหมืองได้ แน่นอนว่าเราต้องย้อนไปมาเพื่อหาทางไปต่อกันตลอดทั้งเกม ส่วนนี้ทำให้เกมสนุกและแตกต่างจากเกมอื่น

เกมมีความยาวพอสมควรเพราะนอกจากเรื่องราวหลักที่เราต้องเล่นแล้ว ยังมีเควสย่อยอีกมากมายรอให้เราไปค้นหาอีกเพียบ หากคุณเป็นแฟนเกม RPG จากค่าย Atlus ถือว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีคนสร้างเกมแนว RPG เทิร์นเบสแท้ๆแต่มีความหลากหลายในการเล่าเรื่องราว และมีความรวดเร็วในการเล่น ถือว่าเป็นเกมฟอร์มดีในยุคท้ายๆ ของเครื่อง 3DS แล้ว ซึ่งถ้าหากมันจะมีภาคต่อคงจะไปออกบน Nintendo Switch แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Dissidia Final Fantasy NT (PS4) ตำนานไฟนอลฉบับเกมต่อสู้

Review เกม Dissidia Final Fantasy NT ตำนานเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล มาแล้ว

Published

on

ARMS

ARMS
8.4

กราฟิก และงานออกแบบ

9.0/10

เกมเพลย์

8.5/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ความคุ้มค่า

7.8/10

ภาพรวม

8.5/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์เข้าถึงง่าย
  • กราฟิกสวยงาม
  • เล่นได้หลายคนพร้อมกัน
  • มีโหมดออนไลน์ที่ลื่นดี

จุดสังเกต

  • โหมดให้เล่นน้อยไปหน่อย
  • ตัวละครมีน้อยเกินไป

สำหรับแฟนๆซีรีส์ Final Fantasy ถือว่าการได้สัมผัสตัวละครในตำนานในเกมรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ RPG ถือว่าเป็นความสนุกในฝันเพราะเป็นที่รู้กันว่าจุดเด่นของซีรีส์ ไฟนอลคือตัวละครที่โดดเด่น ที่สามารถครองใจผู้เล่นได้ ทำให้การมาของ Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 น่าสนใจเกินหน้าเกินตารูปแบบการเล่นในทันที เพราะมันคือการรวมดาวตัวละครไฟนอลมาครบทุกภาคในรูปแบบเกมต่อสู้

เกริ่นนำ

เกม Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 ต้นฉบับออกบนเกมตู้มาเป็นปีแล้ว แต่การที่มันเปิดให้เล่นในญี่ปุ่นก่อน ทำให้แฟนๆชาวไทยอาจจะไม่เคยเล่น ซึ่งหากย้อนไปไกลอีกหน่อยมันเคยออกบน PSP มาแล้วโดยเป็นการนำตัวละครไฟนอลมามัดรวมกันแล้วปรับเปลี่ยนแนวเป็นแอ็คชั่นต่อสู้แบบ 3 มิติที่มีความเป็น Final Fantasy ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นกราฟิกและท่าไม้ตายที่อลังการงานสร้างรวมทั้งฉากและตัวละคร โดยในภาคใหม่จะได้ “ทีมนินจา” มาสร้างยิ่งน่าสนใจเพราะทีมนี้ถือว่าถนัดสร้างเกมแอ็คชั่นอยู่แล้ว

กราฟิก

กราฟิกในเกมอยู่ในระดับดี แม้มันไม่ได้สร้างจากค่าย Square Enix โดยตรงแต่ก็ถ่ายทอดความเป็น Final Fantasy ได้อย่างครบถ้วน แถมยังออกแบบตัวละครในตำนานที่มีมาตั้งแต่สมัยแฟมิคอม 8Bit มาเป็นตัวละครในเกมยุคใหม่ได้น่าสนใจโดยเฉพาะตัวละครคลาสสิกจากภาคสามที่มาในรูปแบบหลากหลายอาชีพ ส่วนเฟรมเรตของเกมก็ลื่นไหลดีแม้จะเล่นหลายคนในโหมดออนไลน์ก็ไร้อาการกระตุกต่างจากสมัยตัวเดโม

เพลงประกอบ

เพลงในเกมถือเป็นจุดเด่นอย่างมากเพราะมันเป็นการรวมฮิตเอาเพลงจากซีรีส์ Final Fantasy มารวมกันทุกภาค โดยมีเพลงในตำนานของหลายภาคที่ใส่มาแบบแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเหมือนเป็นการเอาใจแฟนเกมไฟนอลทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ ส่วนเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มมากันทุกตัว โดยตัวละครดังๆในตำนานก็มีเสียงพากย์ที่เหมือนกับต้นฉบับด้วย นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเปลี่ยนเพลงประกอบได้เองตามใจชอบด้วย

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นเป็นเกมแนวต่อสู้แบบ 3 ต่อ 3 ที่มีมุมกล้อง 3D แบบมองจากด้านหลังของตัวละคร ที่ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้เอง โดยแต่ละตัวละครจะมีความคล่องตัวสูงผู้เล่นสามารถใช้ท่าพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วได้ ทำให้เกมเพลย์รวดเร็วเหมือนกับการต่อสู้แบบฉบับที่ซีรีส์ ไฟนอลใช้มาตลอด และเกมมีระบบโจมตีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีทั้งแบบ Brave Attack ที่เป็นท่าไม้ตายที่รุนแรง และทำให้ทีมศัตรูเสียค่า Break Bonus และยังมีท่า HP Attack ที่เมื่อโจมตีทีมคู่แข่งจะส่งผลให้ค่า Break Bonus เพิ่ม

นอกจากนี้ยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่แตกต่างของตัวละครที่เรียกว่า EX Skills ที่รับประกันความรุนแรง ที่นอกจากจะใช้เพื่อโจมตีคู่แข่งแล้วยังส่งผลกับสถานะของตัวละครเช่นเพิ่มพลังโจมตี , ป้องกัน หรือเติมพลัง และยังมีท่าที่ส่งผลกับทีมศัตรูเช่นพิษ หรือให้ตาบอดชั่วคราว และแน่นอนว่าซีรีส์ไฟนอล ต้องมีมนต์อสูร มาให้ใช้ที่เราต้องค่อยๆเก็บสะสมพลังแล้วเรียกมันมาใช้งาน ซึ่งแต่ละตัวมีท่าไม้ตายที่แตกต่างกันแถมยังมีมากันแทบจะครบทุกตัว (ตัวที่ดังๆ) เช่น Bahamut,Ifrit,Leviathan,Odin,Shiva และอีกมากมายหลายตัว ในตอนแรกจะมีมาให้ใช้เพียง 1 ตัวแต่จะค่อยๆปลดล็อคออกมาให้ได้ใช้งานกัน โดยรวมท่าไม้ตายในเกมเน้นความรวดเร็วและต้อง ชิงไหวชิงพริบกันตลอด และการเล่นเป็นทีมสำคัญมาก

ส่วนตัวละครในเกมก็มีการยัดใส่มาตั้งแต่ภาคแรกๆอย่างนักรบแห่งแสง จนถึง เจ้าชาย Noctis Lucis Caelum จากภาค 15 และยังมีภาคพิเศษอย่าง Final Fantasy Tactics และตัวละครจาก Final Fantasy Type-0 มาให้เลือกเล่นด้วย รวมแล้ว(ตอนนี้) มีทั้งหมด 28 ตัว โดยโหมดหลักๆในเกมจะมีโหมดเล่นออฟไลน์ ที่ผู้เล่นสามารถจัดทีมออกไปต่อสู้กับตัวละครฝ่าย Com เพื่อสะสมค่าพลัง , เงิน และยังได้ Memoria มาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆในโหมดเนื้อเรื่องเช่นคัทซีนงามๆ ส่วนโหมดออนไลน์ที่น่าประทับใจเพราะมีความลื่นไหลอย่างมาก แม้ว่าการรอเพื่อนร่วมกันเล่นอาจจะใช้เวลานานไปนิด แต่เราสามารถสนุกแบบไม่กระตุกแบบเดียวกับโหมดออฟไลน์ และยังปรับแต่งการแข่งได้ตามต้องการได้ด้วย ซึ่งเมื่อชนะจะได้ค่าพลัง และคะแนนมาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นกัน

ความคุ้มค่า

เกม Dissidia Final Fantasy NT อาจจะไม่ได้มีโหมดมากมาย แต่ก็มีตัวละครระดับตำนานให้เลือกเล่นจำนวนมาก และยังมีการปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นความสามารถของตัวละคร หรือชุดใหม่ รวมทั้งไอเทมเสริมหรืออสูรเพิ่มเติม ทำให้ผู้เล่นอยู่กับเกมได้ยาวนานเพราะมีอะไรซ่อนอยู่เพียบ แถมในอนาคตทีมงานยังจะมีการอัพเกรดสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้ามาให้เล่นเพิ่มอีกแน่(แต่ต้องเสียเงิน)


และความดีงามตามที่บอกมาทั้งหมดทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล อย่าง Dissidia Final Fantasy NT มีดีมากพอที่จะหามาเล่น ต่อให้ไม่ใช่แฟนซีรีส์ไฟนอล วัดกันที่เกมเพลย์ล้วนๆ ก็ยังถือว่าสนุกพอตัวแม้จะไม่ได้มากมายเท่ากับเกมต่อสู้ขั้นเทพหลายเกมแต่ก็มีสิ่งให้ผู้เล่นค้นหามากกว่าที่คิด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!