Connect with us

Game Review

[รีวิวเกม] Marvel’s Spider-Man: ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวสุดว้าวไม่รู้เบื่อ

Marvel’s Spider-Man

1940.00
8.9

กราฟิกและการนำเสนอ

8.5/10

การควบคุม

9.0/10

เนื้อเรื่อง

9.5/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่องและการวางเรื่องหลักเรื่องรองน่าติดตาม
  • ภารกิจเสริมมีหลากหลายไม่น่าเบื่อ
  • รักษาความท้าทายให้ผู้เล่นได้ทุกระดับ
  • การควบคุมลื่นมือสนุกมาก
  • การสร้างโลกสมจริงสวยน่าค้นหา

จุดสังเกต

  • กราฟิกทำได้สวยแต่ไม่ถึงกับว้าว
  • ไม่มีเงาตัวเราสะท้อน ทำให้ขาดอรรถรสสมบูรณ์
  • บางช่วงเนื้อเรื่องก็เดาง่ายไป
  • มีบั๊กหลุดๆอยู่บ้าง
  • ควรจะรวมในเกมเต็ม ไม่น่ามี DLC เนื้อเรื่องมาขายแยก

Marvel’s Spider-Man เป็นเกมใหม่สุดเอ็กคลูซีฟของเครื่อง PlayStation®4 ที่ต้องบอกว่ามางานนี้ค่าย Insomniac Game  ผู้พัฒนาหลักของเกมที่ได้ใช้ประสบการณ์ทำเกมแอ็กชั่นผจญภัยสุดสนุกใน Ratchet & Clank และเกมโลกเปิดอย่าง Sunset Overdrive มารวมกับความเชี่ยวชาญของผู้พัฒนาร่วมอย่าง Sony Interactive Entertainment และ Marvel Games ซึ่งทีมงานดูจะให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเล่นที่เข้มข้นมาก และรอบนี้ทางทีมงานรีวิวเกมโดนกำชับเรื่องสปอยล์มาอย่างหนักทีเดียว ดังนั้นเราก็จะไม่แตะตัวเนื้อเรื่องที่ตัวโปรโมตทั้งหลายไม่ได้ปล่อยออกมา เพื่อให้ผู้ (รอ) เล่นทุกท่านได้รับอารมณ์ความรู้สึกช็อกเซอร์ไพรส์แบบ เฟิร์สต์ไทม์ เหมือนผู้รีวิว ที่ต้องบอกว่า

ไฮป์เวอร์ โอ๊ยชอบบบบบบ บ.ใบไม้ล้านตัวไปด้วยเลย

จากที่สัมผัสมาระยะหนึ่ง สิ่งที่รู้สึกคือ เกมขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่อง ซึ่งเข้มข้น มีจุดพลิกผัน จุดความลับเซอร์ไพรส์ผลุบโผล่กัน ทั้งตัวละคร บทสนทนา กิมมิก อีสเตอร์เอ้กต่าง ๆ ตลอดเวลา คือน่าติดตามและน่าสนใจมาก เราทราบกันจากหลายช่องทางแล้วว่า เราจะได้เล่นเป็นทั้ง ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ และ สไปเดอร์แมน ดังนั้นต้องบอกเลยว่า แม้ส่วนใหญ่เราจะอยู่ในบทบาทของสไปเดอร์แมน แต่บทบาทของการเป็นปีเตอร์ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน และไม่ได้มาเป็นแค่กิมมิกเล่นกันนิด ๆ หน่อย ๆ แบบทั้งเกมมีให้เล่นฉากเดียวแบบนั้นแน่นอนด้วย


เนื้อเรื่องกำหนดการเล่น


ความที่เป็นเกมแนวโลกเปิดอิสระ ทำให้เรามีสิ่งที่สามารถทำได้มากมาย แต่ถ้าเปิดมาแล้วมีนู่นนี่บนแผนที่เต็มไปหมดมันก็คงไม่รู้จะโฟกัสที่อะไร ทีมงานจึงออกแบบให้เราติดตามเนื้อเรื่องที่เคลื่อนไป พร้อม ๆ กับ ค่อย ๆ แนะนำตัวละครใหม่ ศัตรูใหม่ ท่าต่อสู้ใหม่ ชุดใหม่ อุปกรณ์ใหม่ โหมดการเล่นใหม่ ภารกิจเสริมใหม่ ซึ่งทำให้เราเรียนรู้ความเป็นโลกกว้างของเกมได้อย่างสนุก และภารกิจรองต่าง ๆ ก็ไม่ได้ใส่มาแค่เพียงให้มันมีเยอะ ๆ เพราะระบบการอัปเกรดแบบเกม RPG ที่มีสายสกิลแตกต่าง ความสามารถพิเศษใหม่ ๆ หลายอย่างต้องอาศัยการสะสมค่าประสบการณ์มาปลดล็อก หลายอย่างต้องเล่นผ่านภารกิจรอง และบางครั้งเราก็ต้องรอจนเนื้อเรื่องหลักปลดล็อกเส้นทางการอัปเกรด รวมถึงพลวัตของเมืองในเกมก่อนด้วย

ซึ่งการที่จะให้เราสามารถเล่นฟาร์มค่าประสบการณ์ในโลกเปิดนั้น มักทำให้หลาย ๆ เกมที่เป็น โอเพ่นเวิลด์ ตกม้าตายมานักต่อนักแล้ว (ไอ้ประเภทตกปลา ตีมอนง่อย ๆ ส่งของข้ามเมือง บลา ๆ ๆ) แต่กับเกมนี้ต้องบอกว่ามีความหลากหลายพอสมควรทีเดียว เช่น การเจออีเว้นท์อาชญากรรมกลางเมือง ก็จะมีความต่างกันไปถึง 4-5 รูปแบบ ซึ่งถามว่าเพียงพอมั้ย ก็เล่นมายังไม่เบื่อนะ บางทีเราต้องปราบกลุ่มอาชญากร ที่มีอาวุธต่างประเภทกัน บางทีก็ต้องไล่ล่ารถ หรือแม้แต่ช่วยชาวเมืองจากความรุนแรงของแก๊งอาชญากรรมด้วย และการปราบอาชญากรรมในเมืองก็เป็นเพียงภารกิจฟาร์มเลเวลหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีภารกิจที่เราต้องปลดล็อกสนุก ๆ อีกเยอะมากอย่างไล่จับนกพิราบ? หรือภารกิจนักวิทย์อนุรักษ์ธรรมชาติ? และอีกหลายอย่างทีเดียวที่ต้องเล่นไปพร้อม ๆ กับที่เนื้อเรื่องเปิดที่ทางใหม่ ๆ ตัวละครใหม่ ๆ

 

ตรงนี้มองว่าทีมงานพยายามคิดมาค่อนข้างดีเลย เพราะภารกิจพวกนี้ไม่ได้มีไม่จำกัดจนเราฟาร์มเลเวลตัน ก่อนจะไปเข้าเนื้อเรื่องปกติจนหมดความไม่สนุกหมดความท้าทาย เพราะมันจะถูกจำกัดไว้ด้วยเขตพื้นที่ของเมืองว่าจะมีภารกิจพวกนี้ได้กี่ครั้ง ถ้าทำครบก็เหมือนว่าเราทลายแก๊งของมันได้ก็จะไม่มีอาชญากรรมแก๊งนี้อีก ตรงนี้ส่วนตัวคิดว่าทำให้เกมเป็นเนื้อเดียวกันมันพลวัตไปตามเนื้อเรื่องหลักอย่างสมจริง ไม่ใช่ว่าลูกกระจ๊อกเกิดไม่สิ้นสุดจนน่ารำคาญและน่าเบื่อหน่าย (ไม่อยากพูดชื่อเกมเลย แต่เกมล่าสุดที่รำคาญลูกกระจ๊อกมากคือ Farcry 5) แต่ข้อเสียของมันก็อาจมีตรงที่ถ้าเราชอบภารกิจแนวนี้ ถ้าเราทำหมดแล้วก็จะหมดไปเลย บังคับต้องไปเล่นภารกิจอื่นที่เหลือแทน แต่มันก็เป็นความท้าทายไปในตัว

ดังนั้นใครชอบเสพความเข้มข้นไปเรื่อย ๆ แบบดูหนังก็บอกเลยว่าสนุกแน่

ส่วนภารกิจรอง ที่เป็นเนื้อเรื่องสั้น ๆ ก็จะมีมาให้อินกับจักรวาลของเกมที่กว้างขึ้น เพราะบางครั้งจะเปิดตัวร้ายย่อย ๆ ที่ไม่ใช่บอสหลักของเกม ดังบ้างไม่ดังบ้างจากคอมมิก แต่ก็ทำให้ไม่น่าเบื่อ และสร้างความว้าวได้ดี ถึงเนื้อหาส่วนภารกิจรองจะไม่ได้ระดับเทพเท่าเกมสาย RPG อย่าง The Witcher แต่ก็สมดุลผู้เล่นสายบู๊สายผจญภัย ที่คาดว่าเป็นผู้เล่นกลุ่มหลักของเกมสไปเดอร์แมนเสมอมาได้อย่างดีทีเดียว อย่างภารกิจหนึ่งเราถูกก่อกวนจากอาชญากรโลกโซเชี่ยล ทำให้ต้องไปตามถ่ายรูปรอบเมืองเพื่อหาเบาะแสสถานที่จับตัวประกันเป็นต้น

ส่วนเนื้อเรื่องหลัก เราขอบอกเพียงว่า ไม่เหมือนในหนัง และในคอมมิก มันน่าสนใจมาก ทั้งเซ็ตติ้งเรื่องเวลาที่ตอนนี้ ปีเตอร์ ปกปิดตนเป็นฮีโร่ชื่อดังมาได้กว่า 8 ปีแล้ว ผ่านเหตุการณ์อะไรมาพอสมควรทั้งเรื่องงาน ชีวิตส่วนตัว เพื่อน ๆ สาว ๆ และเจ้านายใหม่ เหล่าแก๊งอาชญากรรม กับนักการเมืองที่ปีเตอร์ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง และอะไรต่อมิอะไรอีกมาก ซึ่งผิวเผินดูเหมือนเป็นเนื้อเรื่องย่อยที่ต่างคนต่างเล่ากันไป แต่ลึก ๆ กลับมีความเชื่อมโยงกันเป็นเนื้อหาใหญ่ ซึ่งทำให้ทุกภารกิจและเส้นเรื่องย่อย ๆ เป็นอะไรที่ทำให้เราขวนขวายจะเล่นไม่น่าเบื่อเลย ให้เทียบมันก็คือหนังเรื่องหนึ่งเลยล่ะ

เซอร์ไพรส์นั้นมีมากจนฉากโพสต์เอนด์เครดิตก็ห้ามพลาด บอกได้แค่นี้ครับ


พลวัตของเมือง คือตัวละครสำคัญ


สิ่งที่หลายคนน่าจะว้าวมากเรื่องหนึ่งคือ เมืองที่มีชีวิตชีวามาก โอเคว่ามันอาจไม่ใช่แผนที่ที่ใหญ่มากนัก (ยิ่งเทียบกับเกมแนวนี้ยุคหลัง ๆ และยิ่งไม่ต้องไปเทียบกับ Assassin’s Creed ยุคนี้เลย) แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความสมจริงที่ละเอียดลออมาก เกมคัดลอกเกาะแมนฮัตตันมาแบบแทบจะเป๊ะทุกซอกมุม ตึกแต่ละหลังก็มีรายละเอียดแบบตึกจริง ๆ ทั้งอิฐกำแพง ขยะ ต้นไม้ ท่อระบายอากาศ ควันไอร้อน ฯลฯ คือสมจริงมาก แต่ที่รู้สึกขาดไปบ้างก็ตรงแค่ว่าเราไม่สามารถเข้าไปในตัวตึกได้ทั้งหมด กับบางฉากเวลามองไกล ๆ กว้าง ๆ ทั้งเมืองดูไม่ค่อยคมไม่ค่อยสวยนักเหมือนรายละเอียดหายไปเยอะจนกลายเป็นกราฟิกสามมิติหยาบ ๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืนนี้จะรู้สึกมากกว่ากลางวันเยอะเลย

ส่วนที่ห้ามพลาดในการเดินชมเมืองก็คือสถานที่สำคัญ ๆ ทั้งของจริงอย่างตึกเอ็มไพร์สเตท หรือพิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์เลื่องชื่อ คือมาครบ เดินเล่นรอบเมืองนี่เหมือนได้เที่ยวนิวยอร์กจริง ๆ ส่วนพวกสถานที่จากตัวคอมมิกมาร์เวลก็มีเป็นกิมมิกให้เราได้ตามหาและถ่ายรูปคู่เช่นกัน อันหนึ่งที่น่าจะบอกได้เพราะเป็นที่เปิดเผยแล้วคือ ตึกอเวนเจอร์สทาวเวอร์ครับ เป็นตึกที่สูงสุดโดดเด่นสุดในเมืองละ อย่าลืมแวะไปเหยียบยอดตึกกันนะ

ชาวเมืองต่าง ๆ ก็มีความน่าสนใจ ถึงแม้น่าตาจะดูกลืน ๆ คล้าย ๆ กันไปหมดด้วยว่าน่าจะจงใจออกแบบให้ไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแย่งซีนตัวหลักด้วย แต่ก็มีชีวิตชีวาปฏิสัมพันธ์กับเราเวลาเล่นอยู่มาก ช่วยให้เพลินขึ้นเยอะ อินกับการเป็นสไปเดอร์แมนขึ้นเยอะครับ ไม่ว่าจะการล้มหรือเซถลาเวลาเรากระโดดลงมาใกล้ ๆ หรือวิ่งชน ตัวละครที่เดินมาบอกข้อมูลเหตุอาชญากรรมกับเรา หรือเข้ามาขอเซลฟี่ ขอมาไฮทัช ส่วนเหตุการณ์รอบเมืองก็มีทั้งอุบัติเหตุรถชนกันบ้าง ตำรวจค้นบ้านบ้าง คือมันมีอะไรอยู่ตลอดเวลาจริง ๆ

น่าเสียดายว่าโหมดถ่ายภาพยังไม่ได้เพิ่มมาในตอนที่รีวิวนี้ครับ ต้องรออัปเดทพร้อมกันกับวันวางจำหน่าย จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะดีงามขนาดไหน แต่ขนาดยังไม่มีโหมดนี้มาให้ ก็ยังรู้สึกมันมีจังหวะน่าถ่ายรูปโคตร ๆ อยู่เพียบเลย มุมสวย ๆ อาคารดัง ๆ แสงท้องฟ้าเทพ ๆ ท่าทางสไปเดอร์แมนเท่ ๆ ที่มีเมืองเป็นฉากหลัง หรือจังหวะตลก ๆ ที่ชาวเมืองมาเล่นกับเราก็มี คือโคตรดีย์ เชื่อว่าบางคนจะหลงเดินเล่นถ่ายรูปเล่นจนลืมเล่นเกมกันบ้างล่ะ

จุดเสียอีกอย่างของการที่แผนที่ใหญ่ไม่มากพอ คือพอยิ่งเล่นเป็นฮีโร่ที่เดินทางว่องไวโหนโจนทะยานข้ามตึกได้ การข้ามฟากจากสุดแผนที่หนึ่งไปอีกฝั่งมันก็ไม่ได้รู้สึกไกลมากขนาดต้องใช้ระบบ ฟาสต์ทราเวล  ซึ่งก็ต้องเล่นไปสักพักถึงจะปลดล็อกระบบนี้ขึ้นมาได้ ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ก็รู้สึกว่าการโหนใยไปที่ต่าง ๆ มันน่าสนุกกว่า เพลินตากว่าด้วย แต่ผู้สร้างเขาก็ใส่กิมมิกขำ ๆ ให้ในฉากโหลดระหว่างฟาสต์ทราเวลมาแทน ซึ่งก็ทำให้บางทียอมใช้ระบบนี้เพื่อดูฉากโหลดเลยก็มี 55

และอีกหนึ่งจุดเสียที่พบก็คือ แม้จะมีความเทพในการสร้างสภาพอากาศ กลางวัน กลางคืน ฝนตก แสงเย็น แสงกลางวัน ฝุ่นควัน หมอก ตึกรามบ้านช่องสุดละเอียด บลา ๆ ๆ แต่ก็มาตกม้าตายเรื่องความสมจริงตรงกระจกเงาและผิวน้ำไม่สะท้อนเงาตัวเราถึงแม้เราจะยืนอยู่หน้าตึกที่เป็นกระจกก็ตาม ยิ่งเวลาโหนใยหรือวิ่งบนตึกกระจกจะยิ่งรู้สึกรุนแรงกับจุดนี้มาก ๆ ขาดอรรถรสตรงนี้ไปนิดเดียวจริง ๆ


การเล่น การควบคุมที่เหมือนสิงร่างสไปเดอร์แมน


ระบบการต่อสู้คงต้องบอกว่ายกจุดเด่นแบบเกมตระกูล Batman: Arkham Knight ที่เน้นการต่อคอมโบรุนแรง การหลบ สกัดการรุก และทุ่มความเท่ใส่ผู้เล่นด้วยท่าจบแบบสโลว์โมชั่น มาเต็ม และก็เพิ่มจุดความพลิ้วไหวของสไปเดอร์กับลูกขี้เล่นอันเป็นเอกลักษณ์ได้ลงตัว แต่สิ่งที่ชอบมากอย่างหนึ่งคือ ความฉลาดของปัญญาประดิษฐ์ตัวละครศัตรูที่มาเป็นกลุ่ม ยิ่งถ้ากลุ่มแก๊งที่เราเจอมีอาวุธหลายประเภทหลายขนาดปนกันด้วย มันจะทำงานกันเป็นทีมได้น่ากลัวมาก ไอ้แบบที่ยืนล้อมแล้วจะเข้ามาต่อยตีเราทีละตัวเป็นหนังจีนนั้นมีน้อย การรุมและใช้จุดเด่นของอาวุธตัวพวกมัน ส่งผลพอสมควร เรียกว่าเล่นไม่ระวังก็ตายกันง่าย ๆ เลย ยิ่งดาเมจอาวุธหนักนี่บางครั้งรุนแรงขนาดอัดเรา 2-3 ทีตายได้เหมือนกันนะ ยิ่งวันเปิดขายทางทีมจะเพิ่มโหมดความยากระดับอัลติเมตมาอีก เชื่อว่าบางฉากน่าจะเป็นช่วงหัวร้อนของใครบางคนได้เลยล่ะ

ส่วนการควบคุมต้องบอกว่าไหลลื่น และสนุกมือมาก ยิ่งการโหนใยไปทั่วเมือง หรือการออกท่าต่าง ๆ มันต่อเนื่อง อนิเมชั่นตัวละครดูไม่ขัดตา จังหวะของเกมสะดุดได้น้อยมาก ทั้งนี้ก็มีความท้าทายของผู้เล่นพอให้ไม่เบื่อ คือจังหวะการกดต่อท่าต่าง ๆ ซึ่งปุ่มไม่ได้ยาก แต่ก็ต้องมีสติในการเล่นด้วยถึงจะสร้างความลื่นไหลได้ยาว ๆ อ่อจุดเรียกสติอีกอย่างในการควบคุมคือมันสมจริงมาก อย่างการยิงโหนใยไปในเมือง เราไม่สามารถโหนจุดที่ไม่มีตึกสูงได้ ดังนั้นการยิงใส่อากาศธาตุแล้วจะลอยขึ้นไปเรื่อย ๆ จะไม่เกิดขึ้นในเกมนี้ การจะไปตรงจุดไหนให้ไวที่สุดเราจึงต้องเลือกเส้นทางที่มีตึกไว้ล่วงหน้า ตลอดจนการกดปุ่มเพื่อดีดตัวก็สำคัญ

โดยสรุปความที่มันคุมค่อนข้างง่าย และยึดหลักความสมจริงพอประมาณ ทำให้เรารู้สึกเป็นเหมือนได้เป็นสไปเดอร์แมนจริง ๆ เลย ตรงนี้คิดว่าเป็นโจทย์ที่ทางผู้พัฒนาเกมตั้งใจมาก ๆ

ส่วนการอัปเกรดต่าง ๆ มีขั้นการอัปที่กำลังพอดีไม่สายสกิลยาวเฟื้อยเกินไป จนผู้เล่นมัวแต่ฟาร์มเลเวล ค่อนข้างผลักดันให้ผู้เล่นไปเล่นตัวเนื้อเรื่องต่าง ๆ ทั้งหลักทั้งเสริมเพื่อปลดชุดใหม่ กับอุปกรณ์ใหม่ ๆ มากกว่า ซึ่งทำได้ดีนะครับ เกมรู้สึกเคลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา แต่สายฟาร์มยาว ๆ ชอบเล่นอะไรซ้ำ ๆ ย่ำที่เดิมเรื่อย ๆ อาจขัดใจ


ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ที่เจอ


เท่าที่พยายามเล่นมาก็เจอความหลุดอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรงเป็นเพียงบั๊กเล็ก ๆ ที่ทำให้ขำมากกว่า เช่นคนที่อยู่ในรถตะแคงคว่ำที่เราพยายามยกพลิก กลับหล่นจมหายไปในพื้นถนน ชาวเมืองที่อยู่ดี ๆ มายืนลอยหน้าลอยตาอยู่ยอดเสาเข็มสูงในเขตก่อสร้าง หรือตัวละครที่ต้องเดินนำทางเรา พอเราหยุดเดิน มันกลับเดินสะเปะสะปะไปรอบ ๆ ตัวเราแบบงง ๆ หรือตัวศัตรูที่บางทีก็วิ่งไปมาแบบดูโง่ ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เห็นเพียงครั้งเดียวและนาน ๆ ครั้งจะเจอ เชื่อว่าถึงเวลาวางขายน่าจะได้รับการแก้ไขไปบ้างแล้ว นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากได้เงาในกระจกอย่างน้อยเวลาโหนไปมาผ่านตึกก็ยังดี และว่ากันจริง ๆ ข้อผิดพลาดหรือบั๊กที่ว่ามาก็ไม่น่าเอามาใส่ใจจริง ๆ

ประเด็นเรื่องดาวน์เกรด ไม่รู้สึกว่าคุณภาพเกมจะตกอะไรนะ เอาจริงคือหลายฉากสวยกว่าที่เห็นในตัวอย่างที่ปล่อยมาด้วยซ้ำ มีแค่ฉากมองไกลตอนกลางคืนเท่านั้นที่รู้สึกกราฟิกมันไม่มาเต็ม และยิ่งถ้าคุณคือผู้เล่นเองยิ่งแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะเกมเพลย์มันรวดเร็วลื่นไหลจนเราไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดขนาดนั้น แต่ถามว่าคุณภาพภาพมันว้าวสุด ๆ มั้ยก็ไม่ขนาดนั้น ยอมรับว่ามีฉากที่สวย ๆ และทำเอาทึ่งเยอะ แต่ก็มีฉากที่ทำให้รู้สึกว่าเฉย ๆ ก็มีเหมือนกันซึ่งคงไม่ได้เกี่ยวว่าดาวน์เกรดแต่เป็นเรื่องแนวทางการออกแบบเกมให้สมดุลมากกว่า แค่นี้พัดลมก็ดังพอประมาณแล้ว และเอาจริง ๆ คือไม่น่าต้องใส่ใจนะครับ เกมเพลย์สนุก อรรถรสที่ควรได้จากการเล่นเกมก็มาเต็ม แค่นี้ก็มากพอที่จะซื้อแล้วล่ะ และเชียร์ว่าถ้าจะซื้อจัดตัวรวม DLC ไปเลยครับ คุ้ม!


สรุป


ใครซื้อเกมนี้ไว้บอกเลยโคตรคุ้มครับ เป็นอีกเกมที่น่าเล่นยาว ๆ เดินเล่นถ่ายรูปยังคุ้มเลย จบแล้วมาต่อ New Game+ และรอ DLC เนื้อเรื่องที่จะปล่อยตามมาได้เลย สนุกมากกกกก

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!