[รีวิวเกม] Marvel’s Spider-Man: ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวสุดว้าวไม่รู้เบื่อ

89

Marvel’s Spider-Man เป็นเกมใหม่สุดเอ็กคลูซีฟของเครื่อง PlayStation®4 ที่ต้องบอกว่ามางานนี้ค่าย Insomniac Game  ผู้พัฒนาหลักของเกมที่ได้ใช้ประสบการณ์ทำเกมแอ็กชั่นผจญภัยสุดสนุกใน Ratchet & Clank และเกมโลกเปิดอย่าง Sunset Overdrive มารวมกับความเชี่ยวชาญของผู้พัฒนาร่วมอย่าง Sony Interactive Entertainment และ Marvel Games ซึ่งทีมงานดูจะให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเล่นที่เข้มข้นมาก และรอบนี้ทางทีมงานรีวิวเกมโดนกำชับเรื่องสปอยล์มาอย่างหนักทีเดียว ดังนั้นเราก็จะไม่แตะตัวเนื้อเรื่องที่ตัวโปรโมตทั้งหลายไม่ได้ปล่อยออกมา เพื่อให้ผู้ (รอ) เล่นทุกท่านได้รับอารมณ์ความรู้สึกช็อกเซอร์ไพรส์แบบ เฟิร์สต์ไทม์ เหมือนผู้รีวิว ที่ต้องบอกว่า

ไฮป์เวอร์ โอ๊ยชอบบบบบบ บ.ใบไม้ล้านตัวไปด้วยเลย

จากที่สัมผัสมาระยะหนึ่ง สิ่งที่รู้สึกคือ เกมขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่อง ซึ่งเข้มข้น มีจุดพลิกผัน จุดความลับเซอร์ไพรส์ผลุบโผล่กัน ทั้งตัวละคร บทสนทนา กิมมิก อีสเตอร์เอ้กต่าง ๆ ตลอดเวลา คือน่าติดตามและน่าสนใจมาก เราทราบกันจากหลายช่องทางแล้วว่า เราจะได้เล่นเป็นทั้ง ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ และ สไปเดอร์แมน ดังนั้นต้องบอกเลยว่า แม้ส่วนใหญ่เราจะอยู่ในบทบาทของสไปเดอร์แมน แต่บทบาทของการเป็นปีเตอร์ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน และไม่ได้มาเป็นแค่กิมมิกเล่นกันนิด ๆ หน่อย ๆ แบบทั้งเกมมีให้เล่นฉากเดียวแบบนั้นแน่นอนด้วย


เนื้อเรื่องกำหนดการเล่น


ความที่เป็นเกมแนวโลกเปิดอิสระ ทำให้เรามีสิ่งที่สามารถทำได้มากมาย แต่ถ้าเปิดมาแล้วมีนู่นนี่บนแผนที่เต็มไปหมดมันก็คงไม่รู้จะโฟกัสที่อะไร ทีมงานจึงออกแบบให้เราติดตามเนื้อเรื่องที่เคลื่อนไป พร้อม ๆ กับ ค่อย ๆ แนะนำตัวละครใหม่ ศัตรูใหม่ ท่าต่อสู้ใหม่ ชุดใหม่ อุปกรณ์ใหม่ โหมดการเล่นใหม่ ภารกิจเสริมใหม่ ซึ่งทำให้เราเรียนรู้ความเป็นโลกกว้างของเกมได้อย่างสนุก และภารกิจรองต่าง ๆ ก็ไม่ได้ใส่มาแค่เพียงให้มันมีเยอะ ๆ เพราะระบบการอัปเกรดแบบเกม RPG ที่มีสายสกิลแตกต่าง ความสามารถพิเศษใหม่ ๆ หลายอย่างต้องอาศัยการสะสมค่าประสบการณ์มาปลดล็อก หลายอย่างต้องเล่นผ่านภารกิจรอง และบางครั้งเราก็ต้องรอจนเนื้อเรื่องหลักปลดล็อกเส้นทางการอัปเกรด รวมถึงพลวัตของเมืองในเกมก่อนด้วย

ซึ่งการที่จะให้เราสามารถเล่นฟาร์มค่าประสบการณ์ในโลกเปิดนั้น มักทำให้หลาย ๆ เกมที่เป็น โอเพ่นเวิลด์ ตกม้าตายมานักต่อนักแล้ว (ไอ้ประเภทตกปลา ตีมอนง่อย ๆ ส่งของข้ามเมือง บลา ๆ ๆ) แต่กับเกมนี้ต้องบอกว่ามีความหลากหลายพอสมควรทีเดียว เช่น การเจออีเว้นท์อาชญากรรมกลางเมือง ก็จะมีความต่างกันไปถึง 4-5 รูปแบบ ซึ่งถามว่าเพียงพอมั้ย ก็เล่นมายังไม่เบื่อนะ บางทีเราต้องปราบกลุ่มอาชญากร ที่มีอาวุธต่างประเภทกัน บางทีก็ต้องไล่ล่ารถ หรือแม้แต่ช่วยชาวเมืองจากความรุนแรงของแก๊งอาชญากรรมด้วย และการปราบอาชญากรรมในเมืองก็เป็นเพียงภารกิจฟาร์มเลเวลหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีภารกิจที่เราต้องปลดล็อกสนุก ๆ อีกเยอะมากอย่างไล่จับนกพิราบ? หรือภารกิจนักวิทย์อนุรักษ์ธรรมชาติ? และอีกหลายอย่างทีเดียวที่ต้องเล่นไปพร้อม ๆ กับที่เนื้อเรื่องเปิดที่ทางใหม่ ๆ ตัวละครใหม่ ๆ

 

ตรงนี้มองว่าทีมงานพยายามคิดมาค่อนข้างดีเลย เพราะภารกิจพวกนี้ไม่ได้มีไม่จำกัดจนเราฟาร์มเลเวลตัน ก่อนจะไปเข้าเนื้อเรื่องปกติจนหมดความไม่สนุกหมดความท้าทาย เพราะมันจะถูกจำกัดไว้ด้วยเขตพื้นที่ของเมืองว่าจะมีภารกิจพวกนี้ได้กี่ครั้ง ถ้าทำครบก็เหมือนว่าเราทลายแก๊งของมันได้ก็จะไม่มีอาชญากรรมแก๊งนี้อีก ตรงนี้ส่วนตัวคิดว่าทำให้เกมเป็นเนื้อเดียวกันมันพลวัตไปตามเนื้อเรื่องหลักอย่างสมจริง ไม่ใช่ว่าลูกกระจ๊อกเกิดไม่สิ้นสุดจนน่ารำคาญและน่าเบื่อหน่าย (ไม่อยากพูดชื่อเกมเลย แต่เกมล่าสุดที่รำคาญลูกกระจ๊อกมากคือ Farcry 5) แต่ข้อเสียของมันก็อาจมีตรงที่ถ้าเราชอบภารกิจแนวนี้ ถ้าเราทำหมดแล้วก็จะหมดไปเลย บังคับต้องไปเล่นภารกิจอื่นที่เหลือแทน แต่มันก็เป็นความท้าทายไปในตัว

ดังนั้นใครชอบเสพความเข้มข้นไปเรื่อย ๆ แบบดูหนังก็บอกเลยว่าสนุกแน่

ส่วนภารกิจรอง ที่เป็นเนื้อเรื่องสั้น ๆ ก็จะมีมาให้อินกับจักรวาลของเกมที่กว้างขึ้น เพราะบางครั้งจะเปิดตัวร้ายย่อย ๆ ที่ไม่ใช่บอสหลักของเกม ดังบ้างไม่ดังบ้างจากคอมมิก แต่ก็ทำให้ไม่น่าเบื่อ และสร้างความว้าวได้ดี ถึงเนื้อหาส่วนภารกิจรองจะไม่ได้ระดับเทพเท่าเกมสาย RPG อย่าง The Witcher แต่ก็สมดุลผู้เล่นสายบู๊สายผจญภัย ที่คาดว่าเป็นผู้เล่นกลุ่มหลักของเกมสไปเดอร์แมนเสมอมาได้อย่างดีทีเดียว อย่างภารกิจหนึ่งเราถูกก่อกวนจากอาชญากรโลกโซเชี่ยล ทำให้ต้องไปตามถ่ายรูปรอบเมืองเพื่อหาเบาะแสสถานที่จับตัวประกันเป็นต้น

ส่วนเนื้อเรื่องหลัก เราขอบอกเพียงว่า ไม่เหมือนในหนัง และในคอมมิก มันน่าสนใจมาก ทั้งเซ็ตติ้งเรื่องเวลาที่ตอนนี้ ปีเตอร์ ปกปิดตนเป็นฮีโร่ชื่อดังมาได้กว่า 8 ปีแล้ว ผ่านเหตุการณ์อะไรมาพอสมควรทั้งเรื่องงาน ชีวิตส่วนตัว เพื่อน ๆ สาว ๆ และเจ้านายใหม่ เหล่าแก๊งอาชญากรรม กับนักการเมืองที่ปีเตอร์ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง และอะไรต่อมิอะไรอีกมาก ซึ่งผิวเผินดูเหมือนเป็นเนื้อเรื่องย่อยที่ต่างคนต่างเล่ากันไป แต่ลึก ๆ กลับมีความเชื่อมโยงกันเป็นเนื้อหาใหญ่ ซึ่งทำให้ทุกภารกิจและเส้นเรื่องย่อย ๆ เป็นอะไรที่ทำให้เราขวนขวายจะเล่นไม่น่าเบื่อเลย ให้เทียบมันก็คือหนังเรื่องหนึ่งเลยล่ะ

เซอร์ไพรส์นั้นมีมากจนฉากโพสต์เอนด์เครดิตก็ห้ามพลาด บอกได้แค่นี้ครับ


พลวัตของเมือง คือตัวละครสำคัญ


สิ่งที่หลายคนน่าจะว้าวมากเรื่องหนึ่งคือ เมืองที่มีชีวิตชีวามาก โอเคว่ามันอาจไม่ใช่แผนที่ที่ใหญ่มากนัก (ยิ่งเทียบกับเกมแนวนี้ยุคหลัง ๆ และยิ่งไม่ต้องไปเทียบกับ Assassin’s Creed ยุคนี้เลย) แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความสมจริงที่ละเอียดลออมาก เกมคัดลอกเกาะแมนฮัตตันมาแบบแทบจะเป๊ะทุกซอกมุม ตึกแต่ละหลังก็มีรายละเอียดแบบตึกจริง ๆ ทั้งอิฐกำแพง ขยะ ต้นไม้ ท่อระบายอากาศ ควันไอร้อน ฯลฯ คือสมจริงมาก แต่ที่รู้สึกขาดไปบ้างก็ตรงแค่ว่าเราไม่สามารถเข้าไปในตัวตึกได้ทั้งหมด กับบางฉากเวลามองไกล ๆ กว้าง ๆ ทั้งเมืองดูไม่ค่อยคมไม่ค่อยสวยนักเหมือนรายละเอียดหายไปเยอะจนกลายเป็นกราฟิกสามมิติหยาบ ๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืนนี้จะรู้สึกมากกว่ากลางวันเยอะเลย

ส่วนที่ห้ามพลาดในการเดินชมเมืองก็คือสถานที่สำคัญ ๆ ทั้งของจริงอย่างตึกเอ็มไพร์สเตท หรือพิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์เลื่องชื่อ คือมาครบ เดินเล่นรอบเมืองนี่เหมือนได้เที่ยวนิวยอร์กจริง ๆ ส่วนพวกสถานที่จากตัวคอมมิกมาร์เวลก็มีเป็นกิมมิกให้เราได้ตามหาและถ่ายรูปคู่เช่นกัน อันหนึ่งที่น่าจะบอกได้เพราะเป็นที่เปิดเผยแล้วคือ ตึกอเวนเจอร์สทาวเวอร์ครับ เป็นตึกที่สูงสุดโดดเด่นสุดในเมืองละ อย่าลืมแวะไปเหยียบยอดตึกกันนะ

ชาวเมืองต่าง ๆ ก็มีความน่าสนใจ ถึงแม้น่าตาจะดูกลืน ๆ คล้าย ๆ กันไปหมดด้วยว่าน่าจะจงใจออกแบบให้ไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแย่งซีนตัวหลักด้วย แต่ก็มีชีวิตชีวาปฏิสัมพันธ์กับเราเวลาเล่นอยู่มาก ช่วยให้เพลินขึ้นเยอะ อินกับการเป็นสไปเดอร์แมนขึ้นเยอะครับ ไม่ว่าจะการล้มหรือเซถลาเวลาเรากระโดดลงมาใกล้ ๆ หรือวิ่งชน ตัวละครที่เดินมาบอกข้อมูลเหตุอาชญากรรมกับเรา หรือเข้ามาขอเซลฟี่ ขอมาไฮทัช ส่วนเหตุการณ์รอบเมืองก็มีทั้งอุบัติเหตุรถชนกันบ้าง ตำรวจค้นบ้านบ้าง คือมันมีอะไรอยู่ตลอดเวลาจริง ๆ

น่าเสียดายว่าโหมดถ่ายภาพยังไม่ได้เพิ่มมาในตอนที่รีวิวนี้ครับ ต้องรออัปเดทพร้อมกันกับวันวางจำหน่าย จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะดีงามขนาดไหน แต่ขนาดยังไม่มีโหมดนี้มาให้ ก็ยังรู้สึกมันมีจังหวะน่าถ่ายรูปโคตร ๆ อยู่เพียบเลย มุมสวย ๆ อาคารดัง ๆ แสงท้องฟ้าเทพ ๆ ท่าทางสไปเดอร์แมนเท่ ๆ ที่มีเมืองเป็นฉากหลัง หรือจังหวะตลก ๆ ที่ชาวเมืองมาเล่นกับเราก็มี คือโคตรดีย์ เชื่อว่าบางคนจะหลงเดินเล่นถ่ายรูปเล่นจนลืมเล่นเกมกันบ้างล่ะ

จุดเสียอีกอย่างของการที่แผนที่ใหญ่ไม่มากพอ คือพอยิ่งเล่นเป็นฮีโร่ที่เดินทางว่องไวโหนโจนทะยานข้ามตึกได้ การข้ามฟากจากสุดแผนที่หนึ่งไปอีกฝั่งมันก็ไม่ได้รู้สึกไกลมากขนาดต้องใช้ระบบ ฟาสต์ทราเวล  ซึ่งก็ต้องเล่นไปสักพักถึงจะปลดล็อกระบบนี้ขึ้นมาได้ ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ก็รู้สึกว่าการโหนใยไปที่ต่าง ๆ มันน่าสนุกกว่า เพลินตากว่าด้วย แต่ผู้สร้างเขาก็ใส่กิมมิกขำ ๆ ให้ในฉากโหลดระหว่างฟาสต์ทราเวลมาแทน ซึ่งก็ทำให้บางทียอมใช้ระบบนี้เพื่อดูฉากโหลดเลยก็มี 55

และอีกหนึ่งจุดเสียที่พบก็คือ แม้จะมีความเทพในการสร้างสภาพอากาศ กลางวัน กลางคืน ฝนตก แสงเย็น แสงกลางวัน ฝุ่นควัน หมอก ตึกรามบ้านช่องสุดละเอียด บลา ๆ ๆ แต่ก็มาตกม้าตายเรื่องความสมจริงตรงกระจกเงาและผิวน้ำไม่สะท้อนเงาตัวเราถึงแม้เราจะยืนอยู่หน้าตึกที่เป็นกระจกก็ตาม ยิ่งเวลาโหนใยหรือวิ่งบนตึกกระจกจะยิ่งรู้สึกรุนแรงกับจุดนี้มาก ๆ ขาดอรรถรสตรงนี้ไปนิดเดียวจริง ๆ


การเล่น การควบคุมที่เหมือนสิงร่างสไปเดอร์แมน


ระบบการต่อสู้คงต้องบอกว่ายกจุดเด่นแบบเกมตระกูล Batman: Arkham Knight ที่เน้นการต่อคอมโบรุนแรง การหลบ สกัดการรุก และทุ่มความเท่ใส่ผู้เล่นด้วยท่าจบแบบสโลว์โมชั่น มาเต็ม และก็เพิ่มจุดความพลิ้วไหวของสไปเดอร์กับลูกขี้เล่นอันเป็นเอกลักษณ์ได้ลงตัว แต่สิ่งที่ชอบมากอย่างหนึ่งคือ ความฉลาดของปัญญาประดิษฐ์ตัวละครศัตรูที่มาเป็นกลุ่ม ยิ่งถ้ากลุ่มแก๊งที่เราเจอมีอาวุธหลายประเภทหลายขนาดปนกันด้วย มันจะทำงานกันเป็นทีมได้น่ากลัวมาก ไอ้แบบที่ยืนล้อมแล้วจะเข้ามาต่อยตีเราทีละตัวเป็นหนังจีนนั้นมีน้อย การรุมและใช้จุดเด่นของอาวุธตัวพวกมัน ส่งผลพอสมควร เรียกว่าเล่นไม่ระวังก็ตายกันง่าย ๆ เลย ยิ่งดาเมจอาวุธหนักนี่บางครั้งรุนแรงขนาดอัดเรา 2-3 ทีตายได้เหมือนกันนะ ยิ่งวันเปิดขายทางทีมจะเพิ่มโหมดความยากระดับอัลติเมตมาอีก เชื่อว่าบางฉากน่าจะเป็นช่วงหัวร้อนของใครบางคนได้เลยล่ะ

ส่วนการควบคุมต้องบอกว่าไหลลื่น และสนุกมือมาก ยิ่งการโหนใยไปทั่วเมือง หรือการออกท่าต่าง ๆ มันต่อเนื่อง อนิเมชั่นตัวละครดูไม่ขัดตา จังหวะของเกมสะดุดได้น้อยมาก ทั้งนี้ก็มีความท้าทายของผู้เล่นพอให้ไม่เบื่อ คือจังหวะการกดต่อท่าต่าง ๆ ซึ่งปุ่มไม่ได้ยาก แต่ก็ต้องมีสติในการเล่นด้วยถึงจะสร้างความลื่นไหลได้ยาว ๆ อ่อจุดเรียกสติอีกอย่างในการควบคุมคือมันสมจริงมาก อย่างการยิงโหนใยไปในเมือง เราไม่สามารถโหนจุดที่ไม่มีตึกสูงได้ ดังนั้นการยิงใส่อากาศธาตุแล้วจะลอยขึ้นไปเรื่อย ๆ จะไม่เกิดขึ้นในเกมนี้ การจะไปตรงจุดไหนให้ไวที่สุดเราจึงต้องเลือกเส้นทางที่มีตึกไว้ล่วงหน้า ตลอดจนการกดปุ่มเพื่อดีดตัวก็สำคัญ

โดยสรุปความที่มันคุมค่อนข้างง่าย และยึดหลักความสมจริงพอประมาณ ทำให้เรารู้สึกเป็นเหมือนได้เป็นสไปเดอร์แมนจริง ๆ เลย ตรงนี้คิดว่าเป็นโจทย์ที่ทางผู้พัฒนาเกมตั้งใจมาก ๆ

ส่วนการอัปเกรดต่าง ๆ มีขั้นการอัปที่กำลังพอดีไม่สายสกิลยาวเฟื้อยเกินไป จนผู้เล่นมัวแต่ฟาร์มเลเวล ค่อนข้างผลักดันให้ผู้เล่นไปเล่นตัวเนื้อเรื่องต่าง ๆ ทั้งหลักทั้งเสริมเพื่อปลดชุดใหม่ กับอุปกรณ์ใหม่ ๆ มากกว่า ซึ่งทำได้ดีนะครับ เกมรู้สึกเคลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา แต่สายฟาร์มยาว ๆ ชอบเล่นอะไรซ้ำ ๆ ย่ำที่เดิมเรื่อย ๆ อาจขัดใจ


ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ที่เจอ


เท่าที่พยายามเล่นมาก็เจอความหลุดอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรงเป็นเพียงบั๊กเล็ก ๆ ที่ทำให้ขำมากกว่า เช่นคนที่อยู่ในรถตะแคงคว่ำที่เราพยายามยกพลิก กลับหล่นจมหายไปในพื้นถนน ชาวเมืองที่อยู่ดี ๆ มายืนลอยหน้าลอยตาอยู่ยอดเสาเข็มสูงในเขตก่อสร้าง หรือตัวละครที่ต้องเดินนำทางเรา พอเราหยุดเดิน มันกลับเดินสะเปะสะปะไปรอบ ๆ ตัวเราแบบงง ๆ หรือตัวศัตรูที่บางทีก็วิ่งไปมาแบบดูโง่ ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เห็นเพียงครั้งเดียวและนาน ๆ ครั้งจะเจอ เชื่อว่าถึงเวลาวางขายน่าจะได้รับการแก้ไขไปบ้างแล้ว นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากได้เงาในกระจกอย่างน้อยเวลาโหนไปมาผ่านตึกก็ยังดี และว่ากันจริง ๆ ข้อผิดพลาดหรือบั๊กที่ว่ามาก็ไม่น่าเอามาใส่ใจจริง ๆ

ประเด็นเรื่องดาวน์เกรด ไม่รู้สึกว่าคุณภาพเกมจะตกอะไรนะ เอาจริงคือหลายฉากสวยกว่าที่เห็นในตัวอย่างที่ปล่อยมาด้วยซ้ำ มีแค่ฉากมองไกลตอนกลางคืนเท่านั้นที่รู้สึกกราฟิกมันไม่มาเต็ม และยิ่งถ้าคุณคือผู้เล่นเองยิ่งแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะเกมเพลย์มันรวดเร็วลื่นไหลจนเราไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดขนาดนั้น แต่ถามว่าคุณภาพภาพมันว้าวสุด ๆ มั้ยก็ไม่ขนาดนั้น ยอมรับว่ามีฉากที่สวย ๆ และทำเอาทึ่งเยอะ แต่ก็มีฉากที่ทำให้รู้สึกว่าเฉย ๆ ก็มีเหมือนกันซึ่งคงไม่ได้เกี่ยวว่าดาวน์เกรดแต่เป็นเรื่องแนวทางการออกแบบเกมให้สมดุลมากกว่า แค่นี้พัดลมก็ดังพอประมาณแล้ว และเอาจริง ๆ คือไม่น่าต้องใส่ใจนะครับ เกมเพลย์สนุก อรรถรสที่ควรได้จากการเล่นเกมก็มาเต็ม แค่นี้ก็มากพอที่จะซื้อแล้วล่ะ และเชียร์ว่าถ้าจะซื้อจัดตัวรวม DLC ไปเลยครับ คุ้ม!


สรุป


ใครซื้อเกมนี้ไว้บอกเลยโคตรคุ้มครับ เป็นอีกเกมที่น่าเล่นยาว ๆ เดินเล่นถ่ายรูปยังคุ้มเลย จบแล้วมาต่อ New Game+ และรอ DLC เนื้อเรื่องที่จะปล่อยตามมาได้เลย สนุกมากกกกก

 

Marvel’s Spider-Man
กราฟิกและการนำเสนอ
85
การควบคุม
90
เนื้อเรื่อง
95
ความแปลกใหม่
85
ความคุ้มค่า
90
จุดเด่น
เนื้อเรื่องและการวางเรื่องหลักเรื่องรองน่าติดตาม
ภารกิจเสริมมีหลากหลายไม่น่าเบื่อ
รักษาความท้าทายให้ผู้เล่นได้ทุกระดับ
การควบคุมลื่นมือสนุกมาก
การสร้างโลกสมจริงสวยน่าค้นหา
จุดสังเกต
กราฟิกทำได้สวยแต่ไม่ถึงกับว้าว
ไม่มีเงาตัวเราสะท้อน ทำให้ขาดอรรถรสสมบูรณ์
บางช่วงเนื้อเรื่องก็เดาง่ายไป
มีบั๊กหลุดๆอยู่บ้าง
ควรจะรวมในเกมเต็ม ไม่น่ามี DLC เนื้อเรื่องมาขายแยก
89

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก