[รีวิวเกม] “Crash Bandicoot 4: It’s About Time” 22 ปีที่รอคอยมันคุ้มค่าจริงๆ !!

จุดเด่น
ยังคงเสน่ห์เดิมของภาคเก่าๆได้อย่างยอดเยี่ยม
มีเซอร์ไพรส์แฟนเกมมากมาย
เล่นด้วย 60fps ไม่มีตก
ดีไซน์เกมเพลย์ได้หลากหลายเล่นได้ไม่เบื่อ
จุดสังเกต
หัวร้อนมาก
แพง
9

กว่า 22 ปีแล้วที่เกม Crash Bandicoot ภาคหลักได้ออกมาเฉิดฉายบนเครื่อง PS1 ในปี 1998 ซึ่งแฟนเกมยุค 90 ยังไงก็ต้องเคยผ่านหูผ่านตากันมาแล้วบ้างแหละ แม้จะมีการรีเมคมาแล้วหลายต่อหลายภาค แต่คราวนี้เค้าก็กลับมาพร้อมกับภาคใหม่เสียที โดยใช้ชื่อภาคนี้ว่า Crash Bandicoot 4: It’s About Time ถึงแม้การกลับมาคราวนี้จะเปลี่ยนผู้พัฒนาจาก Naughty Dog มาเป็นทีม Toys for Bob แต่ก็เป็นการสานต่อที่ไม่ทิ้งเสน่ห์ใด ๆ ของตัวเกมทั้งยังเพิ่มเติมรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

GAME ABOUT

โดยเกมจะมีเนื้อเรื่องที่สานต่อจาก 3 ภาคแรกบนเครื่อง PS ซึ่งแฝงไปด้วย easter egg ตามฉากตามเนื้อเรื่องให้ผู้เล่นที่เป็นแฟนเกมนี้มาอย่างยาวนานหายคิดถึง (ซึ่งหลายคนคงลืมไปบ้างแล้วแหละฮ่า ๆ) โดยเรื่องราวของภาคนี้คือหลังจากที่จัดการ  Dr. Neo Cortex วายร้ายหลักของหลาย ๆ ภาคแล้วจับส่งไปอยู่ในมิติที่ไม่สามารถหนีออกมาได้ แต่ก็ไม่ตลอดไปเมื่อในที่สุดวายร้ายเหล่านั้นได้หนีออกมาได้และยังสร้างความปั่นป่วนให้กับมิติเวลาจนจักรวาลปั่นป่วนไปหมด แน่นอนว่าภาระหน้าที่ในการกอบกู้ในครั้งนี้ก็ได้ตกมาอยู่ในมือของ Crash และน้องสาวของเค้า Coco 

GAME PLAY

ยังคงเสน่ห์เดิมและเพิ่มเติมรายละเอียดเอาใจทั้งเกมเมอร์ยุคเก่าและใหม่

ตัวเกมยังคงเสน่ห์เก่า ๆ ที่หลายคนเคยชินและประทับใจกับภาคก่อน ๆ ไม่อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังใส่รายละเอียดใหม่ ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับผู้เล่นยุคนี้ที่เพิ่งจะได้มาสัมผัสกับตัวเกมเป็นครั้งแรกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นท่าเดิน โจมตี ปริศนาต่าง ๆ การเก็บผลไม้ รวมไปถึงหน้ากากที่มีทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ (เดี๋ยวจะพูดถึงในหัวข้อต่อ ๆ ไป) ทั้งยังมีตัวละครลับที่แอบแฝงเข้ามาเพื่อเซอร์ไพรส์แฟนเกมซึ่งทำให้ตัวเกมเพิ่มมิติและเล่นไม่เบื่อเลย

ความยากคือการเก็บของแต่ละด่านให้ครบเหมือนเดิม

ซึ่งหลังจากที่ผมเล่นไปสักพักก็สัมผัสได้ว่าตัวเกมยังคงเหมือนเดิมคือนอกจากเล่นให้จบแล้วยังมีเป้าหมายอยู่ที่การเก็บของต่าง ๆ ที่ซ่อนไว้ในแมปนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ไอเทมลับต่าง ๆ โบนัสเควสต์ ถ้าเราไม่สนใจของเหล่านี้เลยการผ่านด่านก็จะง่ายขึ้นมาทันที เพราะการเก็บของแต่ละอย่างในเกมนี้ล้วนเต็มไปด้วย puzzle ต่าง ๆ ให้เราแก้ไข ซึ่งยากมาก ๆ ที่จะเก็บทุกอย่างครบในการเล่นเพียงครั้งเดียว เราต้องวนกลับมาหลายต่อหลายครั้งในการไล่ตามเก็บของที่ตกหล่นในด่านต่าง ๆ ต้องเรียนรู้แมปให้เกิดความเคยชิน แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเสน่ห์ของเกมซีรีส์นี้ที่บังคับให้เรากลับมาเล่นด่านซ้ำ ๆ ท้าทายสิ่งที่เราเคยพลาดไป (เพราะถ้าเก็บทุกอย่างได้ครบมันจะฟินมาก ๆๆๆๆ)

ถามว่าทำไมต้องไล่เก็บของตามด่าน? หึหึ เพราะรางวัลมันล่อตาล่อใจยังไงล่ะ

แน่นอนว่าการไล่เก็บของต่าง ๆ ตามฉากให้ครบนอกจากจะเป็น challenge ท้าทายตัวเองแล้ว มันก็ต้องมีผลตอบแทนอยู่แล้ว นั่นก็เพราะมันจะช่วยปลดล็อกไอเทมต่าง ๆ อย่าง Skin ที่มีมากมายไม่ว่าจะเป็นของ Crash หรือ Coco ก็ตาม แต่ถึงจะไม่มีรางวัลล่อใจก็ลองคิดดูดี ๆ ว่าการที่คุณกดเกมนี้มาเล่นคุณต้องการเข้ามาเล่นให้จบเพื่อเสพเนื้อเรื่องอย่างเดียวจริง ๆ เหรอ เพราะการแก้ปริศนาหาทางผ่านด่านต่าง ๆ ในเกมมันทำออกมาได้สนุกจริง ๆ นะ

ด่านแต่ละด่านยังทำให้หัวร้อนได้เช่นเดิม

และแน่นอนว่าอีก 1 จุดที่ผู้เล่นเกมซีรีส์นี้ชื่นชอบก็คือการดีไซน์ด่านแต่ละด่านที่มีอุปสรรคต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกับดัก ศัตรูต่าง ๆ ที่มีวิธีการรับมือแตกต่างกัน เหวลึกที่ต้องกระโดดให้แม่นยำถ้าไม่อยากพลาดตกลงไป หนีบอส สไลเดอร์ ขับเรือ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งยังมีด่านหลักให้เราเข้าไปท้าทายมากกว่า 40 ด่าน (ยังไม่รวมด่านเสริมอีกนะ) แต่ที่เหมือนกันทุกด่านเลยนั่นก็คือสามารถทำให้ผู้เล่นหัวร้อนจนแทบอยากจะปาจอยทิ้งได้เลย (ฮา)

หน้ากากใหม่ ๆ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้เกมเพลย์สนุกยิ่งขึ้น

และอีกภาพจำที่ตราตรึงผู้เล่นที่เคยเล่นเกมนี้คือหน้ากากสารพัดประโยชน์ที่คอยช่วยเหลือเราระหว่างเล่น ไม่ว่าจะมอบชีวิตให้เราเพิ่มขึ้น หรือคอยปกป้องเราจากกับดักต่าง ๆ (บางอย่างก็กันไม่ได้นะต้องดูดี ๆ) ซึ่งภาคนี้ก็ยังคงมีเช่นเดิมแต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ Quantum Masks ที่จะมอบพลังพิเศษให้แก่เราเพื่อใช้ในการผ่านด่านต่าง ๆ เช่น ทำให้เวลาเดินช้าลง เปลี่ยนแรงดึงดูด เป็นต้น

GRAPHIC

ผมจะไม่ชมว่าตัวเกมภาพสวยมากขึ้นกว่าภาคที่แล้วมาก ๆ เพราะทิ้งหายไปกว่า 22 ปี ถ้ากลับมาแล้วยังภาพเหมือนเดิมผมจะย่ำยีด่าให้เละเลย แต่พอเห็นภาพและลองได้สัมผัสตัวเกมจริง ๆ นอกจากกราฟิกที่พัฒนาไปมาก ๆ แล้วยังคงรักษากลิ่นอายบรรยากาศที่เป็นเสน่ห์ของเกมภาคเก่า ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นฉาก ตัวละครเก่า ๆ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา ไอเทมต่าง ๆ ในเกมที่ยังคงรูปแบบเดิมและเพิ่มเติมออกมาได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ตลอดเวลาการเล่นเกมนี้ยังคงเฟรมเรตอยู่ที่ 60 fps ไม่มีตกเลย เรียกได้ว่าลื่นหัวแตก

สรุป

มีเพียงเหตุผลเดียวที่ผมคิดว่าไม่ควรจะเล่นเกมนี้นั่นก็คือราคาของมันที่แรงมาก ๆ พุ่งเกือบถึง 2000 บาทเลยทีเดียว แต่ถ้านั่นไม่ใช่ปัญหาของคุณเกมนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะทำให้ลังเลในการที่จะเล่นมัน เกมมีลูกเล่นหลากหลายมากยากที่จะเบื่อง่าย ๆ ทั้งยังคงสามารถกลับมาเล่นด่านซ้ำ ๆ ได้อีกเรื่อย ๆ เพื่อปลดล็อกสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกซ่อนเอาไว้ กราฟิกดีภาพลื่นไหล fps ไม่มีตก ถ้าคุณเป็นแฟนเกมซีรีส์นี้แล้วกลัวผิดหวังกับภาคต่อของเกมก็ขอให้หายห่วงเลย เพราะตัวเกมยังคงทำออกมาได้บรรยากาศเดิมและยังเพิ่มเติมอะไรใหม่รอให้เราเข้าไปเซอร์ไพรส์อีกเพียบ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส