[รีวิวเกม] “Little Nightmares II” ฝันร้ายครั้งสองที่สยองยิ่งกว่าเดิม!!

คะแนนจากผู้อ่าน9 Votes
8.9
9

ต้องยอมเลยว่าตัวผู้เขียนตื่นเต้นมาก ๆ ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่ตัวเกม “Little Nightmares II” ได้ออกวางจำหน่าย แต่ทว่ากว่าจะหาเวลาเล่นแบบเคลียร์ให้จบภายในวันเดียวได้ก็ปาไปหลายวันหลังตัวเกมออกซะแล้ว ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าปกติไม่ค่อยกลัวหรืออินอะไรกับเกมแนวสยองขวัญมาก แต่ไม่ใช่กลับเกมนี้ที่ให้อารมณ์ระทึกขวัญและตื่นเต้นจนหัวใจจะวายตลอดทั้งเกม

ปล. รีวิวนี้ผู้เขียนเล่นบนแพลตฟอร์ม Nintendo Switch นะครับผม

LITTLE NIGHTMARES II – Launch Trailer

GAME ABOUT

Little Nightmares II คือผมงานจากทีมพัฒนา Tarsier Studios และจัดจำหน่ายโดยบริษัท BANDAI NAMCO Entertainment ตัวเกมนำเสนอในรูปแบบเกมแนว Platformer ที่มีเกมเพลย์แบบ Puzzle Adventure และถูกครอบคลุมไปด้วยบรรยากาศสยองขวัญแบบ Horror โดยตัวเกมจะเป็นรูปแบบเล่นคนเดียวตะลุยด่านหาความลับแก้ปริศนาตลอดเกม โดยใช้เวลาในการเล่นจบประมาณ 6-7 ชั่วโมงเท่านั้น

ซึ่งก็ห่างหายไปนานหลังจากที่ตัวเกมภาคแรกวางจำหน่ายประมาณ 4 ปี (ภาคแรกออกปี2017) กลับมาอีกครั้งกับฝันร้ายครั้งใหม่ที่สยดสยองยิ่งกว่าเดิม ตัวเกมยังคงเอกลักษณ์จากภาคเก่า ๆ และมีการใส่ดีเทลเซอร์ไพรส์ผู้เล่นมากมายไม่ว่าจะด้านภาพหรือเกมเพลย์ที่เพิ่มเข้ามาได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างสตอรี่ที่ไม่มีตัวหนังสือบรรยาย ไม่มีบทพูด ผู้เล่นจะต้องตีความจากภาพตามสถานที่ที่ตัวละครหลักของเรา โมโน และ ซิก พบเจอ และปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง ซึ่งทำให้การตีความเรื่องราวภายในเกมนี้เป็นไปได้หลากหลายทิศทางแล้วแต่ตัวผู้เล่นจะเข้าใจ

สำหรับใครที่กลัวว่าหากไม่เคยเล่นภาคแรกมาก่อนแล้วจะเล่นเกมภาคนี้ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องบอกว่าหายห่วงได้เลยครับ เพราะสตอรี่ภายในเกมนี้จะเล่นผ่านตัว โมโน เป็นหลัก จึงเป็นไทม์ไลน์ใหม่ต่างจากภาคแรกที่นำโดย ซิก แต่ก็อาจจะทำให้ไม่เข้าใจถึง easter egg บางอย่างที่ตัวเกมใส่เข้ามา หรืออาจจะอินไม่เท่าผู้ที่ผ่านภาคแรกมาแล้วไม่ว่าจะด้านเกมเพลย์หรือตัวละคร ซิก (ตัวหลักภาคเก่า) ไม่ก็ถ้าเล่นภาคนี้จบแล้วเกิดค้างคาใจการจะย้อนกลับไปเล่นภาคแรกก็ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่เข้าท่าดีเหมือนกันครับผม

GAME PLAY

การบังคับค่อนข้างสมจริง อาจจะทำให้เกมยากหากไม่คุ้นกับปุ่ม

ก่อนจะเริ่มรีวิวผมจะขอย้ำอีกครั้งนึงก่อนนะว่าผู้เขียนเล่นผ่าน Nintendo Switch บางปัญหาที่เจออาจจะเป็นเฉพาะบางแพลตฟอร์มเท่านั้นนะครับผม

เมื่อพูดถึงการบังคับภายในเกมนี้ ซึ่งก็ต้องขอชมว่าทำออกมาได้สมจริงในระดับนึง แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตายบ่อยมาก ๆ ตายเพราะกะจังหวะการกดไม่ถูกนี่แหละ ซึ่งหากใครเคยผ่านตัวเกมภาคแรกมาแล้วอารมณ์ก็จะคล้าย ๆ แบบเดิมคือตัวละครเราเป็นเด็ก ผอมแห้งแรงน้อยการหยิบจับอะไรหรือแม้แต่วิ่งกระโดดก็มักจะมีจังหวะแอนิเมชันดีเลย์เล็กน้อย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันทำให้ตัวละครรู้สึกมีชีวิตจริง ๆ และที่สำคัญเกมนี้ไม่มีระบบสอนที่มาถึงก็สอน ๆๆ เราเลย เราจะต้องลองผิดลองถูกหาปุ่มเอาเอง จนกว่าเราจะแก้ Puzzle ไม่ได้ตัวเกมถึงจะยอมสอนเราว่าต้องกดปุ่มอะไร

นั่นจึงทำให้เราพลาดตายด้วยจังหวะพวกนี้บ่อยมาก ไม่ว่าจะวิ่งกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางพลาด เผลอปล่อยมือจากที่สูง หยิบไอเทมตีมอนไม่ทันเพราะหยิบช้า กระโดดปีนผิดมุมจนเสียจังหวะ เป็นต้น นั่นจึงทำให้หลายครั้งแม้จะแก้ปริศนาได้แล้วก็กลับมาพลาดตายเพราะปัญหาเหล่านี้บ่อย ๆ

Puzzle ไม่ยาก ไม่ง่าย กำลังดี

ในเมื่อตัวเกมเป็นแบบ Puzzle Adventure หัวใจหลักของเกมก็คงจะหนีไม่พ้นการแก้ปริศนาเพื่อผ่านด่าน ซึ่งก็ขอชมว่าทีมงานออกแบบมาได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ไม่ยากเกินจนทำให้หัวร้อน ไม่ง่ายไปจนน่าเบื่อ เรียกได้ว่ากำลังดีพอจะให้เราได้มีเวลาซึบซับบรรยากาศในเกมมากกว่ามาเอาเวลามาปวดหัวกับปริศนาหาทางผ่าน

โดยปริศนาภายในเกมมีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น Puzzle ธรรมดา ๆ อย่างการหาทางผ่าน ปริศนาที่ต้องช่วยกันแก้ 2 คน หรือปริศนาที่ต้องลอบเร้นจนหัวใจผู้เล่นจะวายตาย รวมไปถึงบอสบางตัวก็ต้องพึ่งทักษะลับสมองกว่าจะผ่านได้แต่ละครั้ง ซึ่งโดยรวมทำออกมายอดเยี่ยมมากยิ่งเล่นยิ่งสนุก ยิ่งเล่นก็ยิ่งระทึก ซึ่งใครที่ผ่านภาคแรกมาแล้วชอบตรงจุดนี้ก็ตัดสินใจได้เลยว่าภาคนี้ควรค่าแก่การเล่นหรือไม่ เพราะนี่มันคือการยกระดับปริศนาของเกมซีรีส์นี้ที่แฟน ๆ จะต้องชอบแน่นอน

เราจะไม่หนีอย่างเดียวอีกต่อไป

ตรงจุดนี้เป็นจุดที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในภาคนี้ที่ผมชอบมาก ๆ ตรงที่ศัตรูบางตัวเราสามารถสู้ได้แล้วครับผม ไม่จำเป็นต้องหนีเสมอไป ทำให้ตัวเกมมีความเป็นแอ็กชันเพิ่มเข้ามา ซึ่งก็ทำออกมาได้ท้าทายในระดับนึงเพราะหากเราพลาดเท่ากับเราตายทันที ทำให้ตัวเกมมีอารมณ์การเอาชีวิตรอดเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะถ้าไม่สู้เราก็ต้องตาย

เรื่องราวที่เต็มไปด้วยปริศนา จับมือกับคู่หูค้นหาคำตอบ

ตัวเกมยังคงคอนเซปต์จากภาคก่อน ๆ คือการเดินเรื่องโดยไม่บอกอะไรกับเราเลย ไม่มีตัวอักษรใด ๆ โผล่ขึ้นมาบอกเรา ไม่มีบทพูดใด ๆ ทั้งสิ้น เราคือตัวละครจิ๋วสวมหมวกชื่อ โมโน ที่ตื่นขึ้นมาในสถานที่ที่เหมือนกับฝันร้ายภายในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งแปลก ๆ ชวนขนหัวลุกเต็มไปหมด แต่ทว่าในภาคนี้เราจะไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปเพราะเราจะมีคู่หูนั่นก็คือตัวละครจากภาคแรก ซิก ร่วมเดินทางไปกับเราด้วย

ระหว่างการเดินทางของ 2 ตัวละครนี้จะเต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่ชวนให้สงสัยตลอดทาง ผู้เล่นจะต้องเดินและจับต้นชนปลายปะติดปะต่อเรื่องราวจากสิ่งที่เห็นกันเอาเอง โดยตัวเกมจะถูกแบ่งออกเป็น chapter หรือพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป และแต่ละพื้นที่จะมีสตอรี่ ปริศนา และบอสประจำที่นั้น ๆ อยู่ ซึ่งผมจะไม่ขอสปอยล์หรือบอกละกันว่ามีพื้นที่อะไรบ้าง และเรื่องราวประมาณไหน แต่ขอแนะนำผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มเล่นว่าอย่ามัวแต่หาทางผ่านจนเพลิน แวะดูฉาก ซึบซับบรรยากาศ สงสัยให้เยอะ ๆ สังเกตให้มาก ๆ และพยายามหาคำตอบของมันให้ได้ เพราะปริศนาเรื่องราวเหล่านี้คือความสนุกอันดับ 1 ของเกมนี้สำหรับผมเลย

ของต่าง ๆ ที่รอให้เราสำรวจ

นอกจากสตอรี่หลักแล้วระหว่างทางยังมีอีก 2 สิ่งที่ผู้เล่นยังสามารถสำรวจเพิ่มเติมได้ นั่นก็คือ

หมวกของโมโน

อีก 1 สีสันที่ตัวเกมใส่เข้ามา นั่นก็คือ หมวก ที่ให้ตัวละคร โมโน เปลี่ยนได้อย่างอิสระระหว่างเล่น ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าการตามหาหมวกให้ครบโดยไม่ดูไกด์ทำได้ยากมาก เพราะไอเทมเหล่านี้ซ่อนได้เนียนสุด ๆ บวกกับปกติของตามฉากในเกมนี้ส่วนใหญ่มันสามารถหยิบจับได้อิสระอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระป๋องต่าง ๆ ทำให้เรามองแทบไม่ออกเลยว่าอันไหนคือหมวกอันไหนคือของทั่วไป เพราะฉะนั้นการจะหาเก็บหมวกเหล่านี้ตามฉากให้ครบได้นั้น แสดงว่าคุณจะต้องเป็นพวกบ้าสำรวจและมีสายตาที่ดีพอสมควรเลย บอกตามตรงว่าตอนผมเล่นครั้งแรกก็เก็บหมวกได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ (ฮา)

glitching remains

อีก 1 สิ่งที่เราสามารถตามหาได้นั่นก็คือ glitching remains ที่มีรูปร่างเป็นเด็กเงาสีดำ ๆ ซึ่งผู้เล่นน่าจะเคยเจอบ้างแหละไม่ว่าจะตามฉากหรือทางลับที่อาจจะเจอเข้าโดยบังเอิญ นอกจากการได้เห็นสตอรี่เพิ่มตามที่ที่เด็กเงาดำพวกนี้อยู่แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าจะเก็บไปเพื่ออะไร!? ซึ่งหากเราสามารถเก็บ glitching remains ได้ครบ แล้วเล่นจนจบจะมีการเปิดเผยถึงตอนจบลับภายในเกมให้เราได้ดู

ข้อสังเกต

ข้อสังเกตที่ผมพบเจอในเกมนี้ก็จะมีบัคที่ให้พบเห็นเป็นช่วง ๆ โดยที่ผมเจอหลัก ๆ ก็จะมีตัวละครเราทะลุติดเข้าไปในฉากจนไม่สามารถเดินไปต่อได้จนต้องโหลดจุดเช็กพอยต์ใหม่ ไม่ก็อยู่ ๆ ก็เดินไม่ได้ซะอย่างงั้น มีอาการตัวกระตุกอยู่เป็นช่วง ๆ และที่เจอบ่อยมากบนแพลตฟอร์ม Nintendo Switch คือ FPS ร่วงหนักมากเวลาโหลดฉากใหม่ ๆ

GRAPHIC

ตัวเกมนำเสนอภายแบบ 2.5D แต่ก็ไม่ได้ให้เราเดินด้านข้างอย่างเดียว ตัวเกมยังสามารถเดินสำรวจมุมตื้นลึกได้อีกด้วย แม้ภายในเกมจะนำเสนอด้วยแมปที่กว้างใหญ่แต่ก็ให้อารมณ์น่าอึดอัดตลอดการเล่น แอนิเมชันของตัวละครก็ทำออกมาได้ลื่นไหลและสมจริงราวกับว่ามันมีชีวิตอยู่จริง ๆ บรรยากาศการคุมสีภายในเกมทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ความรู้สึกหวาดระแวงและไม่น่าไว้ใจตลอดเวลา

การออกแบบฉากที่สุดแสนจะละเอียดอ่อนที่ทำให้ผู้เล่นสามารถหยุดดูเพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ตลอดเวลาไม่เว้นแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่เห็นอยู่ไกล ๆ ก็ไม่วายที่จะมีสตอรี่ให้ได้มานั่งขบคิดกัน รวมไปถึงคาแรกเตอร์ของศัตรูต่างๆ ภายในเกมนอกจากจะหลอนจับใจแล้ว ก็ยังมีสตอรี่ที่เชื่อมโยงกับสภานที่นั้น ๆ เช่นกัน

ซาวน์ดีไซน์เองก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและกดดันผู้เล่นแบบสุด ๆ โดยการที่ตัวเกมพยายามใส่ซาวน์ ambient ผสมผสานเข้ากับเพลงระทึกขวัญเป็นช่วง ๆ นอกจากนี้การฟังเสียงภายในเกมนี้ค่อนข้างจะสำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากจะช่วยให้เราอินกันตัวเกมแล้วนั้นยังทำให้เกมเพลย์เราเล่นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย เพราะหลายครั้งที่เรามักจะได้ยินเสียงแปลก ๆ มาจากทางข้างหน้า ทำให้เราเริ่มสงสัยและเอะใจว่าอาจจะมีภัยอันตรายเกิดขึ้นข้างหน้านี้ ทำให้เราเล่นแบบระวังตัวยิ่งกว่าเดิม แนะนำว่าขณะเล่นให้เปิดเสียงดัง ๆ ไม่ก็ใส่หูฟังนะครับผม เพื่ออรรถรสแบบจัดเต็ม

สรุป

โดยรวมผมว่าคนที่เคยผ่านเกมนี้ภาคแรกมาแล้วคงตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะตัวเกมยังคงเสน่ห์เก่า ๆ และเพิ่มเติมคอนเทนต์ต่าง ๆ เข้ามาในภาคนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ไม่ทำให้แฟนเกมที่เฝ้ารอผิดหวังแน่นอน แต่สำหรับผู้เล่นใหม่ที่กำลังกังวลว่ากลัวที่จะเล่นภาคนี้ไม่รู้เรื่องเพราะไม่เคยเล่นภาคแรกมา ก็ขอให้หายห่วงได้เลย เพราะตัวเกมภาคนี้เป็นการเล่าเรื่องเหตุการณ์คนละไทม์ไลน์กัน สามารถเริ่มเล่นภาคนี้ก่อนได้เลยและค่อยตามไปเก็บภาคแรกทีหลังก็ได้

แต่ทว่าสำหรับเกมนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้เล่นที่มีนิสัยใจร้อนสักเท่าไหร่ เพราะตัวเกมจะเต็มไปด้วยปริศนาที่ต้องค่อย ๆ แก้ไข การลอบเร้นอย่างใจเย็นที่สอดแทรกมาให้ทำเรื่อย ๆ แอนิเมชันตัวละครค่อนข้างเชื่องช้า (ก็ตัวละครเรามันเป็นเด็กจิ๋วอ่ะนะ) นอกจากนี้ยังต้องคอยสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และตีความเรื่องราวเอาเอง ใช่ว่าเล่นให้มันผ่าน ๆ ไปเท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับบางคนอาจจะมองว่าเกมนี้ราคาค่อนข้างแรงไปหน่อย แต่หากมองอีกมุมว่าเหมือนเราจ่ายตังค์เพื่อดูหนังดี ๆ ที่มีความยาว 6-7 ชั่วโมงก็ดูเป็นอะไรที่คุ้มค่าดีเหมือนกันนะ ตัวเกมอัดแน่นไปด้วยสตอรี่ที่น่าขบคิดตลอดทาง จึงทำให้ตลอดเวลาการเล่นเกมนี้เป็นอะไรที่เพลิดเพลินมากกกกกก ไม่ทำให้ผมรู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อยเมื่อเล่นจนจบ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

คะแนนจากผู้อ่าน9 Votes
8.9
จุดเด่น
อัดแน่นไปด้วยสตอรี่ที่ชวนให้ขบคิดตลอดการเล่น
Puzzle ต่าง ๆ ถูกยกระดับขึ่นมากหากเทียบกับภาคเก่า
งานภาพงานเสียงดีงาม
ดีไซน์ฉาก ศัตรู บอส ทำออกมาได้ดีชวนขวัญผวาได้ตลอดการเล่น
จุดสังเกต
เกมไม่เหมาะกับคนใจร้อนสักเท่าไหร่
เวลาโหลดฉาก FPS ตกกระจาย (บนเครื่อง Nintendo Switch)
มีบัคใหม่พบเห็นบ้างเล็กน้อย
9