[รีวิวเกม] Knockout City เกม Dodgeball สุดมันที่กำลังมาแรงในขณะนี้
Our score
8.0

[รีวิวเกม] Knockout City เกม Dodgeball สุดมันที่กำลังมาแรงในขณะนี้

จุดเด่น

จุดสังเกต

Knockout City เป็นเกม Dodgeball ในรูปแบบ Team-based Multiplayer ที่ถูกพัฒนาโดย Velan Studios และจัดจำหน่ายโดย Electronic Arts (EA) ซึ่งในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นจะเห็นได้ว่าเกมนี้ขึ้นกระแสมาซักพักแล้ว หลังจากที่ได้เปิดให้ลองเล่นฟรีเป็นเวลา 10 วัน เพราะเหตุนั้นเองผมจึงลองโหลดตัวเกมมาเล่นกับเพื่อน ๆ ซึ่งความรู้สึกที่ได้จากการเล่นเกมนี้บอกได้เลยว่าสนุกกว่าคิดไว้ตั้งแต่แรก

Introduction

เกมนี้ถูกพัฒนาให้เป็นเกมออนไลน์ ด้วย Concept ที่ออกแบบมาให้เล่นในรูปแบบ Team-based Multiplayer ซึ่งระบบต่่าง ๆ ของเกมนี้จะมีความคล้ายคลึงกับเกมออนไลน์อย่าง Fortnite, Apex Legends และ Fall Guys เพราะนอกจากเกมเพลย์ที่ต้องเล่นออนไลน์แล้ว ก็จะมีร้านค้าให้ซื้อของตกแต่งต่าง ๆ พร้อมกับ Battlepass ในแต่ละ Season ยังไงก็ตามของที่ได้จากร้านค้าเหล่านี้จะเป็นแค่ของตกแต่ง ไม่มีผลต่อเกมเพลย์แต่อย่างใด

Gameplay

รูปแบบของการเล่นเกมนี้จากที่ได้กล่าวไปว่า เป็นเกม Dodgeball ในรูปแบบ Team-based Multiplayer นอกจากนั้นแล้วตัวเกมจะใช้มุมมองในการเล่นแบบ Third Person ด้วย ส่วนเป้าหมายหลักของเกมนี้ไม่มีอะไรมาก นอกจากการปาลูกบอลใส่ทีมฝั่งตรงข้ามจน Knockout และเก็บแต้มให้ครบเพื่อที่จะชนะ Match นั้น ๆ

จากที่ผมได้เล่นกับเพื่อนมา 8 รอบ ก็สามารถบอกได้ว่าการควบคุมต่าง ๆ ในเกมนี้บังคับได้ง่ายมาก เพราะนอกจากจะมีปุ่มคำสั่งที่ไม่สับสนมากแล้ว การเล็งลูกบอลเพื่อปาใส่ศัตรูนั้นก็จะมีระบบ Auto Lock และ Tracking ที่สามารถทำให้ลูกบอลพุ่งตามตัวศัตรูได้ นอกจากนั้นแล้วหากมีใครปาลูกบอลใส่มาทางเรา ผู้เล่นก็สามารถใช้ท่าป้องกันและ Counter ด้วยการปาลูกบอลกลับไปได้ ซึ่งก็เป็นกลไกอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบในเกมนี้เช่นกัน

เนื่องจากเกมนี้จะต้องใช้ลูกบอลในการเล่น และแน่นอนว่าผู้เล่นจะไม่สามารถเสกลูกบอลเพื่อมาใช้เองได้ ในแต่ละด่านนั้นจะมีจุดให้เก็บลูกบอล โดยลูกบอลแต่ละชนิดก็จะมีรูปแบบที่พิเศษแตกต่างกันออกไป

ซึ่งจากที่ผมเล่นมา ลูกบอลนั้นก็ไม่ได้มีให้มากนัก บางทีก็ไม่มีให้ใช้เลย จึงต้องรอ Counter จากศัตรูเอาไม่ก็พุ่งชนเพื่อแย่งลูกบอลมา แต่หารู้ไม่ในเกมนี้ผู้เล่นสามารถใช้เพื่อนเป็นลูกบอลได้ ถึงอาจจะฟังดูตลกก็เถอะแต่จากที่เล่นมานั้น ด้วยความที่ผมเป็นฝ่ายโจมตีไม่เก่ง เวลาอยู่กับคนในทีมก็จะพยายาม Support โดยการแปลงร่างเป็นลูกบอลให้พวกเขาปาใส่ศัตรูจนชนะนี่แหละครับ ซึ่งคงต้องบอกว่ากลไกนี้มีประโยชน์ไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว

โดยรวมแล้ว เกมนี้ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องคิดมากในเรื่องของการเล็งลูกบอลเลยครับ เพราะมีระบบ Auto Lock และ Tracking ช่วยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของจังหวะการปาลูกบอลใส่ หรือ Counter ศัตรูที่เขวี้ยงลูกบอลมามากกว่า แต่ก็ยังมีเรื่องของการเล่นเป็นทีมเวิร์กให้จัดการอยู่เล็กน้อยครับ

Graphic / Presentation

ในส่วนของงานภาพต่าง ๆ ในเกมนี้จะออกไปแนวการ์ตูนพร้อมกับความเท่จากธีม Street ในยุค 1950s ผสมผสานกับธีมโลกอนาคต ซึ่งต้องบอกว่ามีความลงตัวและเข้ากับแนวเกมที่เน้นให้เล่นอย่างสนุกสนานหลายคนเลยทีเดียว

การดีไซน์ด่านต่าง ๆ จากที่เล่นมาส่วนใหญ่จะมีการออกแบบที่ทำให้เกมเพลย์มีความแตกต่างกันออกไป อย่างเช่นด่านที่มีรถหลาย ๆ คันเป็นสิ่งกีดขวาง หรือรถไฟที่วิ่งบนรางและสามารถชนเราตายได้ ไม่ก็ลูกตุ้มยักษ์ที่จะผลักตัวเราขึ้นไปบนอากาศ ในบางด่านสิ่งกีดขวางเหล่านี้มีส่วนช่วยให้เรากำจัดศัตรูได้ง่ายขึ้น แต่ยังไงก็ตามหากสิ่งกีดขวางเหล่านี้เข้ามาผิดที่ผิดเวลาล่ะก็ แน่นอนว่าต้องทำให้รำคาญเช่นกัน

การแต่งตัวละครในเกมนี้ค่อนข้างจะคล้าย ๆ กับ Fortnite ตรงที่ว่าเราสามารถเลือกท่าโพสต่าง ๆ ได้ แต่ในส่วนของสกินจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะในเกมนี้จะแบ่งเป็นส่วนของชุด, ใบหน้า, ทรงผม และรูปร่างที่ไม่จำกัดเพศ นอกจากนั้นแล้วเรายังสามารถแต่งรถและเครื่องร่อนของเราได้อีกด้วย เนื่องจากผมเองก็เป็นคนชอบเล่นเกมที่มีตัวเลือกในการแต่งตัวละครหลายแบบ ในส่วนนี้ถือว่าทำออกมาได้โอเคเลย

จากนั้นในส่วนของงานเสียง คงต้องบอกว่าเสียงของ ‘DJ’ ผู้พากย์ในแมตช์ต่าง ๆ นั้นมีความโดดเด่นมากกว่าเพลงของเกมซะอีก จะบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ของเกมก็ยังได้ เพราะเราจะได้ยินเสียงของเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นระหว่างที่เล่นแมตช์, ในด่านฝึกซ้อม หรือเลือกเมนู เราจะได้ยินเสียงของ ‘DJ’ ผู้นี้อยู่ตลอดเวลา

และสุดท้ายในการนำเสนอของเกมนี้ อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าเกมนี้มีรูปแบบคล้าย ๆ กับเกมออนไลน์อย่าง Fortnite, Apex Legends และ Fall Guy ซึ่งในเกมนี้ก็ทำออกมาได้มีคุณภาพดี แต่ด้วยความว่านี่ไม่ใช่เกม Free to play และยังมีระบบ Microtransaction ให้ซื้อของต่าง ๆ ด้วยราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 649 บาท สำหรับผมถือว่าเป็นราคาที่ต้องใช้เวลาคิดตัดสินใจอยู่พอสมควร ถึงจะสามารถใช้ EA Play เพื่อเล่นในราคา 150 บาท/เดือน ได้ก็ตาม หากนำมาเทียบกับเกมที่มีปริมาณคอนเทนต์ระดับเดียวกันและไม่ใช่ Free to play อย่าง Fall Guy เกมนั้นจะมีราคาแค่ 289 บาท ซึ่งหากนำมาเทียบกับ 649 บาท Fall Guys ถือว่ามีราคาที่โอเคเลยทีเดียว

Conclusion

โดยรวมแล้ว Knockout City เป็นเกมหนึ่งที่ผมได้ใช้เวลาสนุกไปกับมันมาก แม้ว่าจะไม่ได้เล่นกับเพื่อนอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยเกมเพลย์ที่สนุกและสามารถทำให้ตื่นเต้นได้ กับการควบคุมที่เล่นได้ไม่ยาก แถมด่านต่าง ๆ ที่มีกลไกสามารถส่งผลให้การปะทะนั้นดีขึ้นหรือแย่ลงได้ ด้วยความหลากหลายของระบบเกมเพลย์ต่าง ๆ จึงทำให้เกมนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสาย Casual หรือ Competetive ยังไงก็ตามเมื่อหมดช่วงเล่นฟรีแล้ว ด้วยความที่ว่าเกมนี้มีราคาเต็มอยู่ที่ 649 บาท จึงอาจจะทำให้ผู้เล่นตัดสินใจได้ค่อนข้างยากว่าจะซื้อเล่นต่อจากนี้หรือไม่

หากถามผมแล้วล่ะก็ คงต้องบอกว่าเกมนี้ยังเหมาะที่จะแนะนำให้กับผู้เล่นที่ชื่นชอบเกมแนว Multiplayer ครับเพราะนอกจากจะสนุกแล้วตัวเกมเพลย์ถือว่าจัดอยู่ในรูปแบบที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองด้วย ตามที่ได้กล่าวไว้ว่าตัวเกมนั้นทำออกมาได้คุณภาพดีเลยทีเดียว แต่ยังไงก็ตามสำหรับผู้เล่นที่ไม่ได้จริงจังกับเกมนี้มาก ผมแนะนำว่าให้รอซื้อตอนช่วงลดราคาน่าจะดีกว่าครับ

Knockout City วางจำหน่ายแล้วในวันนี้บน PS5, PS4, Xbox Series, Xbox One, Nintendo Switch และ PC (Steam, Epic Store และ Origin)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส