รีวิวเกม WarioWare Get It Together! ตำนานไมโครเกมกลับมาบน Switch

WarioWare Get It Together!
จุดเด่น
มีตัวละครหลากหลาย เล่นได้หลายคนพร้อมกัน
จำนวนมินิเกมมากมายและหลายเกมสนุก
จุดสังเกต
ความสมดุลตัวละครไม่ดี และไม่เข้ากับบางฉากทำให้เล่นยาก
โหมดออนไลน์เป็นเพียงการโชว์คะแนนเทียบกัน
7.5

เกม WarioWare เป็นอีกหนึ่งในซีรีส์ของ Nintendo ที่ประสบความสำเร็จเกินคาดในอดีต โดยเป็นการต่อยอดเอาตัวร้ายในซีรีส์ Mario มาทำเป็นมินิเกมแยกย่อยจากจักรวาลหลักของ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับลุงหนวด แต่จะเป็นการนำมินิเกมมาย่อลงไปจนมีนิยามใหม่ว่า ไมโครเกม และหลังจากหลายไปนานล่าสุดตัวป่วนประจำค่าย Nintendo กลับมาอีกครั้งบน Nintendo Switch

โดยซีรีส์ WarioWare ออกวางขายครั้งแรกบน GameBoy Advance ในปี 2003 และได้เป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ปู่นินในยุคนั้นมาก เพราะไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะประสบความสำเร็จทำยอดขายได้เกิดคาด และยังได้รับเสียงวิจารณ์ที่ค่อนข้างดี ทำให้มีการสร้างภาคต่อมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องพกพาที่สานต่อมาทั้งบน NDS , 3DS รวมทั้งยังเคยออกบนโฮมคอนโซลมาแล้วทั้งบน Wii และ WiiU ด้วย แต่พักหลังตั้งแต่การมาของสมาร์ตโฟนทำให้แนวทางมินิเกมบนคอนโซลเริ่มเสื่อมความนิยมลง ทำให้ Wario ห่างหายไปจนล่าสุดมันกลับมาอีกครั้งในชื่อ WarioWare Get It Together! บน Nintendo Switch

เรื่องราวยังคงหลุดโลก

ใช่ว่ามันเป็นมินิเกมแล้วจะไม่มีเรื่องราวเพราะใน WarioWare Get It Together! ยังคงวนเวียนอยู่กับการสร้างวีดีโอเกมออกมาวางขายของ Wario และเพื่อน ๆ ที่ได้เปิดค่ายมาเพื่อผลิตเกมโดยเฉพาะ แต่แล้วก็เกิดความผิดพลาดเพราะเกิด Bug ครั้งใหญ่ทำให้ Wario และเพื่อน ๆ ต้องมุดเข้าไปในโลกของเกมเพื่อค้นหา Bug และแก้ไขก่อนที่จะสายเกินไป โดยเรื่องราวมีการเล่าเรื่องผ่านคัทซีนที่เหมือนภาพนิ่ง 2D ที่มีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ที่ถือว่าเชยมากในยุคนี้ แต่สำหรับแฟน ๆ ซีรีส์ Wario คงจะเฉย ๆ เพราะใช้มาตลอดทุกภาค

กราฟิกตามแนวทางของเกม

ปรกติแล้วเรื่องความสวยงามของภาพซีรีส์ WarioWare จะไม่เน้นอยู่แล้ว เพราะมันคือเกมเล็ก ๆ ที่รวมเข้าด้วยกันไว้เล่นคลายเครียดและเรียกเสียงฮามากกว่าจะเอาไว้เล่นจริงจัง ทำให้กราฟิกมันเหมือนพวกมินิเกมแจกฟรีบนสมาร์ตโฟนมาตลอด ไม่เว้นแม้แต่ภาค WarioWare Get It Together ภาคใหม่บน Nintendo Switch ที่แม้จะมีกราฟิกความละเอียดระดับ HD แต่ตัวละครก็แบนเรียบเป็น 2D แม้จะมีฉากหลังบางส่วนที่เป็น 3D บ้างแต่โดยรวมมันคือเกมสองมิติที่เหมือนของฟรีที่คนรุ่นใหม่อาจจะมองข้าม แต่มันคือแนวทางของผู้สร้างที่ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจ

ส่วนเพลงและเสียงประกอบในเกมที่แม้จะอยู่ในปี 2021 แต่ก็ยังคงไม่มีเสียงพากย์ของตัวละครแบบชัด ๆ ส่วนเพลงประกอบก็มาแนวสนุกสนานและเข้ากับรูปแบบการเล่นที่เป็นเกมสั้น ๆ มายำรวมกัน แต่ใช่ว่ามันจะไม่ดี เพราะดนตรีประกอบยังคงช่วนเสริมให้เราเล่นได้อย่างสนุก และบางมินิเกมก็จำเป็นอย่างมาก เพราะต้องใช้การจับจังหวะของเสียงประกอบเพื่อผ่านด่าน และมันต้องตั้งใจฟังมากเพราะเรามีเวลาเล่นน้อยมาก โดยรวมทั้งภาพและเสียงก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

รูปแบบการเล่นไมโครเกมเน้นความเร็วสูง

อย่างที่บอกไปว่า WarioWare ยังคงมาแนวทางการนำเกมสั้น ๆ จำนวนมากมายมหาศาลมายำรวมกัน แล้วแบ่งเป็นฉาก ๆ ที่มีตัวละครแตกต่างและเล่าเรื่องราวไม่เหมือนกันแต่จะมีการผูกเรื่องเข้ากันได้อย่างน่าแปลกใจ โดยรูปแบบของไมโครเกมยังคงมีความเร็วสูงและมีเวลาให้ผู้เล่นคิดน้อยมากเหมือนเดิม ซึ่งแต่ละเกมจะมีเวลาเพียง 2-3 วินาทีเท่านั้นซึ่งเราต้องรีบทำตามที่มันกำหนดไว้ก่อนซึ่งถ้าพลาดก็จะเสียตัวไป และหากหมดก็โอเวอร์ แต่ภาคนี้จะสามารถเริ่มใหม่จากจุดเดิมได้แต่ต้องเสียคะแนนที่สะสมมา ถือว่าทำให้เกมง่ายขึ้นเยอะ แต่ตรงกันข้ามคือมินิเกมภาคนี้จะยากกว่าเดิมมาก โดยมีทั้งการช่วยเหลือไม่ให้ตัวละครในฉากตาย หรือเป็นมินิเกมที่ต้องใช้ความจำ หรือเล่นเกมแนวตะลุยด่านจากซีรีส์ Mario ที่เข้าใจง่ายแต่มีเวลาเล่นน้อยมาก

ส่วนเมื่อผ่านไมโครเกมไปจนถึงฉากสุดท้ายจะพบด่านของบอส ที่คราวนี้จะมีเวลาให้เล่นยาวนานกว่าเกมทั่วไป และมีรูปแบบที่ไม่ได้ต้องใช้ความเร็ว และคล้ายกับมินิเกมทั่วไปที่บางด่านดูแปลกประหลาดหลุดโลกจนผู้เล่นอาจจะงง ๆ หรือบางฉากก็เรียบง่ายเหมือนเกมตะลุยด่านหรือต่อสู้กับศัตรู และในภาคนี้ยังมีบางฉากที่มีอะไรให้ประหลาดใจและสดใหม่ เช่นระหว่างการรอเพื่อเข้าฉากใหม่ที่ปรกติแล้วเหมือนรอโหลดเข้าด่าน แต่ภาคนี้บางครั้งจะมีศัตรูมาโจมตีเราได้ด้วย เรียกว่าผู้เล่นจะละสายตาจากหน้าจอไม่ได้เลย และเมื่อผ่านฉากแล้วก็จะปลดล็อกด่านใหม่รวมทั้งได้เพื่อนร่วมทีมใหม่เข้ามาด้วย

โดดเด่นที่ตัวละครที่เลือกได้หลากหลาย

ความโดดเด่นของ WarioWare Get It Together! ก็ตามชื่อภาคที่เราจะเล่นกับเพื่อนได้พร้อมกัน แต่ขอเล่าในโหมดเล่นคนเดียวก่อนคือแต่ละด่านจะสามารถเลือกตัวละครได้มากกว่า 1 ตัว และจะแต่ละตัวจะมีความสามารถแตกต่างกันด้วย เช่น Wario จะมีไอพ่นติดหลัง แต่จะกระโดดไม่ได้ หรือ Cricket จะกระโดดได้เหมือน Mario หรือ 18 Volt จะปล่อยกระสุนพลังได้แต่จะเคลื่อนไหวไม่ได้ ทำให้การเล่นในฉากมีความหลากหลายมาก เพราะแม้จะเจอด่านซ้ำแต่หากใช้ตัวละครที่แตกต่างกันแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นใหม่หมด ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีและแปลกใหม่สำหรับภาคนี้

แต่การมีหลายตัวละครมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะแต่ละตัวมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน ทำให้บางครั้งบางด่านจากที่เคยผ่านอย่างง่ายดาย แต่พอเปลี่ยนตัวละครใหม่มันจะยากขึ้นจนแทบจะเล่นไม่ผ่านกันเลย และเมื่อมาเจอระบบด่านแบบสุ่มแล้วทำให้ผู้เล่นไม่มีโอกาสรู้เลยว่าจะพบเจอกับความยากแบบสุดโหดหากเลือกตัวละครผิด หรือง่ายแบบแทบไม่ต้องทำอะไรเลยหากเลือกตัวละครได้ถูก ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เราหัวร้อนเอาง่าย ๆ เช่นกัน แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรแต่ก็ต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้วิธีการเล่นกันมากหน่อย ซึ่งหากมองอีกมุมมันเท่ากับว่า WarioWare Get It Together! เล่นได้ยาวนานกว่าภาคอื่น

และปิดท้ายกับโหมดเล่นกับเพื่อน ๆ ที่สามารถเล่นได้หลายคนในฉากเดียวพร้อมกัน และมีการใส่มินิเกมที่ไม่ได้มีอยู่ในฉากหลักมาให้เล่นด้วยซึ่งบางมินิเกมสามารถเล่นได้พร้อมกันมากถึง 4 คนกันเลย รวมทั้งหลังจากที่เราเล่นจบในเนื้อเรื่องหลักแล้วแต่จะมีฉากลับมาให้ปลดล็อกอีกด้วย และหากใครติดใจไมโครเกมไหนก็สามารถย้อนกลับไปเล่นได้หมด แต่น่าเสียดายที่โหมดออนไลน์ของเกมกลับเป็นเพียงแค่การเอาคะแนนไปโชว์เพื่อทำสถิติแข่งกับเพื่อน ๆ ทั่วโลกแค่นั้น ความจริงน่าจะมีโหมดแข่งกันแบบออนไลน์มันจะยอดเยี่ยมกว่านี้มาก

โดยรวมแล้วการกลับมาป่วนอีกครั้งของ WarioWare Get It Together! บน Nintendo Switch ถือว่าทำออกมาได้ดีงามตามมาตรฐานซีรีส์ WarioWare แม้ว่าจะมีข้อเสียอยู่และส่วนตัวแล้วมันยังไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุด แต่ก็ถือว่าดีงามกว่าภาคบน Wii และ WiiU แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ได้ใช้ลูกเล่นของ Switch ให้เกิดประโยชน์มากนัก แต่การที่มีหลากหลายตัวละคร และเล่นได้หลายคนพร้อมกันถือว่าทำให้เราสนุกกับมันได้หลายรูปแบบ และเล่นได้ยาวนานกว่าเดิม ใครเคยเล่นภาคเก่ามาก่อนและยังคิดถึงความฮาของตัวละครสุดป่วนอย่าง Wario ไปหามาเล่นได้เลย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส