Connect with us

Obi Worldphone ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เรียกความสนใจจากสื่อได้พอสมควรครับ เพราะมีชื่อของ John Sculley CEO ของแอปเปิ้ลในช่วงปี 1983 – 1993 มาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ทำให้ Obi นำชื่อของ Sculley มาโปรโมทได้มากครับ

John Sculley

John Sculley

ตำนานของ John Sculley ที่เรารู้จักกันดีนั้นเริ่มจากประโยคอมตะของ Steve Jobs ตอนที่ชวน Sculley ที่ตอนนั้นทำงานอยู่ที่ Pepsi ว่า “อยากจะขายน้ำหวานไปตลอดชีวิต หรือมากับผมเพื่อที่จะเปลี่ยนโลกไปด้วยกัน” (เอาจริงๆ ขายน้ำหวานก็เปลี่ยนโลกได้นะ)

“Do you want to sell sugared water for the rest of your life? Or do you want to come with me and change the world?

และอีกตำนานหนึ่งคือเขาเป็นส่วนหนึ่งที่บีบให้ Steve Jobs ต้องลาออกจากแอปเปิ้ลในปี 1985 จากพฤติกรรมที่ทำให้เพื่อนร่วมงานรวมถึงบอร์ดบริหารถึงกับหน่าย และนี่คือเรื่องราวในอดีตของ Sculley ที่สาวกแอปเปิ้ลน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง

กลับมามือถือกันต่อ Obi Worldphone นั้นก่อตั้งเมื่อปี 2014 ที่ San Francisco ครับ ซึ่งคำว่า San Francisco ของ Obi นั้นสำคัญมากพอๆ กับชื่อของ Sculley เพราะถูกนำมาโปรโมตตลอดเวลาว่าออกแบบใน San Francisco โดยตอนนี้ Obi มีสมาร์ทโฟน 2 รุ่นคือรุ่นเล็ก SJ1.5 และรุ่นที่เราได้มีพรีวิวนี้คือ SF1 ครับ

ว่าด้วยเรื่องของสเปก

Obi-back

  • CPU: Qualcomm® MSM8939 Snapdragon™ 615 8 -core 1.5 GHz
  • GPU: Adreno™ 405
  • จอภาพ: 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD พร้อมกระจก Gorilla Glass 4
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล f/2.0 เซนเซอร์ Sony IMX214 พร้อมแฟลชเดี่ยว
  • RAM: 2 GB
  • ROM: 16 GB
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh ถอดไม่ได้
  • รองรับ 2 ซิมแบบ Micro-SIM และ Nano-Sim (ต้องเลือกว่าจะใส่ Nano หรือ MicroSD สูงสุด 64 GB)
  • Android 5.0
  • รองรับคลื่นความถี่GSM: 850/900/1800/1900 MHz , WCDMA: 850/900/1900/2100 MHz , 4G LTE: FDD B3 1800 MHz & TDD B40 2300 MHz
  • ราคา 7,290 บาท
  • ขายใน Lazada เท่านั้น

การดีไซน์

obi-front

ดีไซน์ของ Obi SF1 นั้นค่อนข้างแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ นะครับ คือบริเวณหน้าจอจะนูนออกมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าขอบมน ชูกระจกหน้าจอเป็น Gorilla Glass 4 พร้อมจอ Full HD ที่สีสันใช้ได้ให้ลอยเด่นออกมา ส่วนตัวเครื่องทำมาจากโลหะแบบ Unibody มีลำโพงและไมโครโฟนอยู่ด้านหลังของเครื่อง (แบบเดียวกับ iPhone) ส่วนด้านหลังก็เรียบสนิท มีเพียงโลโก้ Obi และกล้องเท่านั้น ซึ่งความรู้สึกในการจับถือก็รู็สึกว่าเป็นของมีมูลค่า ไม่รู้สึกก็อบแก็บแต่อย่างใด ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ดูดีในระดับราคา 7,290 บาทเลยแหละ

กล้อง

คุณภาพของกล้องนั้นจัดอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้นะครับ ด้วยชื่อชั้นของเซนเซอร์ Sony แต่การทดลองใช้ก็มีปัญหา White balance เพี้ยนบ้าง และยังจัดการแสงแฟร์ที่ตกกระทบเลนส์ตรงๆ ได้จำกัด ซึ่งก็ลองดูจากภาพตัวอย่างได้ครับ

ส่วนกล้องหน้านั้นคุณภาพก็ใช้ได้สำหรับการใช้งานทั่วไปครับ แต่แนะนำว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเปิดแฟลชกล้องหน้าเลยครับ หน้าตาดูไม่จืดเลย (เราเลยไม่กล้าลง) ปิดแฟลชไว้จะถ่ายสวยกว่า และที่น่าสังเกตคือเมนูกล้องนั้นเป็นตัวเดียวกับแอปกล้องของ i-mobile รุ่นใหม่ๆ เลย มีฟังก์ชั่น IQ Camera เหมือนกัน ทั้ง ReFocus, Chroma Flash, OptiZoom ตัวเดียวกันเลย จนสงสัยว่าอาจจะผลิตที่โรงงานเดียวกันก็เป็นได้

Obi-Camera

ซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมเครื่อง

ซอฟต์วแวร์ของ Obi SF1 นั้นปรับปรุงจาก Android 5.0 ไปไม่เยอะครับ ที่เด่นหน่อยก็หน้าล็อกรูปวงกลมที่เป็นดีไซน์เฉพาะเลย ส่วนหน้า Launcher ภายในก็เรียบๆ ไม่ได้มีฟังก์ชั่นพิเศษอะไร แอปที่ติดมากับเครื่องก็เป็นแอปพื้นฐานอย่าง Word, Excel, Powerpoint, File manager, AVG และคีย์บอร์ดให้เป็น SwiftKey มา (ไม่มี facebook กับ line นะจ๊ะ ไปดาวน์โหลดเอง)

Obi-UI

จุดเด่นที่สุดในตัวซอฟต์แวร์ของ Obi น่าจะเป็นระบบเสียง Dolby Audio ที่ทำงานตลอดครับ ไม่ว่าจะเปิดเพลง ดูหนัง เล่นเกม เสียงก็จะถูก Dolby ปรับแต่งมาให้ ซึ่งเราก็เข้าไปเลือกได้ว่าจะใช้การปรับแต่งเสียงลักษณะไหน เท่าที่ทดลองฟังเพลงดู ถือว่า Dolby ทำได้ดีครับ การเปิด Dolby Audio ทำให้เวทีเสียงกว้างขึ้น เสียงสดใสขึ้น แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับคนชอบอยู่ดีครับ

สรุป Obi Worldphone SF1

Obi-box

การพรีวิวครั้งนี้เราอาจไม่ได้ลงรายละเอียดลึกมากนะครับ เพราะสเปกตัวทดสอบกับสเปกที่ขายจริงไม่ได้เหมือนกันสักทีเดียว เราจึงไม่มีผลคะแนนให้ดู ก็สรุปว่า Obi SF1 เป็นสมาร์ทโฟนที่ดูดีครับ สเปกกับราคาขายอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรมากกว่าคู่แข่งที่ราคาใกล้กัน นอกจากชื่อของ John Sculley และออกแบบใน SF เท่านั้นครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น