5 อันดับเชื้อมหาภัยในเกมที่จะทำให้คุณแฮปปี้กับการแค่นอนกักตัวอยู่บ้าน

ช่วงนี้​เชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนคงไม่ค่อยมีปัญหากับการเก็บตัวอยู่บ้านสู้โรคกันหรอก​ (เพราะเวลาว่างผองเราก็นั่งโจ้เกมยาว ๆ​ ในห้องอยู่แล้ว​ 555)​ แต่ทีนี้พอต้องอยู่บ้านนานหลายสัปดาห์​เข้าก็อาจจะมีเบื่อ​ มีเหงา​คิดถึงวันที่ได้ออกไปวิ่งสูดอากาศตอนเด็ก ๆ​ กันบ้าง​ วันนี้เราเลยอยากช่วยปลอบประโลมให้คุณอยู่กับบ้านได้อย่างสบายใจขึ้น ด้วยการรวบรวมสารพัดเชื้อโรคพันธุ์โหดในวิดีโอเกม​มาเตือนสติว่า​ ​”แค่ต้องนั่งเล่นเกมอยู่บ้านเพื่อสู้โควิดนี่ก็เป็นบุญแค่ไหนแล้ว​พวกเอ็ง” เกิดเจอเชื้อโหดระดับโลกแตกพวกนี้เข้าไปนี่แม้แต่เกมก็อย่าหวังจะได้เล่นนะ​ ใครสนใจเชื้อไหนก็ไปหาเกมพวกนี้มาเล่นกันได้นะจ๊ะ

(ปล.​ บทความนี้มีสปอยล์)​

อันดับ​ 5: เชื้อ​ Macula​ จากเกม​ A Plague​ Tale: Innocence 

ขนาดโรคระบาดในศตวรรษที่​ 20​ ยังเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้​ แล้วลองคิดดูสิว่าโรคระบาดเมื่อประมาณ​ 700​ ปีที่แล้วจะน่ากลัวขนาดไหน​ ยุคที่วิทยาการทางการแพทย์ยังล้าหลัง​ บ้านเมืองระส่ำระส่ายด้วยไฟสงคราม​ แถมยังมีฝูงหนูดุนะ​ (… พี่ไหวเหรอ)​ มาไล่เขมือบคุณอีก​ ซึ่งเชื้อที่หนูพวกนี้นำมาระบาดในช่วงสงครามร้อยปี (ประมาณ​ ค.ศ.​ 1348 ซึ่งเป็นช่วงเหตุการณ์ในเกม​ A​ Plague​ Tale) คือเชื้อกาฬโรคติดสเตอรอยด์​ เพราะนอกจากมันจะทำให้คนติดโรคตายกันเป็นเบือแล้ว​ มันยังทำให้พวกหนูท่อมีจำนวนมากขึ้น​ และมีความดุร้ายมากขึ้นถึงขนาดไล่กินคนทั้งเป็น

อย่างไรก็ตาม​ แท้จริงแล้วเบื้องหลังเหตุการณ์โรคระบาดมหาภัยในเกมนี้มาจากเชื้อร้ายจากยุคบรรพกาลชื่อว่า​ Prima​ Macula​ ที่อยู่ในตัวของหนุ่มน้อย​ Hugo น้องชายของนางเอก​ Amicia เชื้อนี้ได้แฝงตัวอยู่ในสายเลือดของขุนนางบางตระกูลมาตั้งแต่เหตุการณ์กาฬโรคแห่งจัสติเนียน​ มหันตภัยโรคระบาดในจักรวรรดิโรมันตะวันออกช่วงปี​ ค.ศ.​ 541 ซึ่ง​โชคร้ายที่​เชื้อในตัวของ​ Hugo ดันกำเริบทั้งที่ไม่มีใครคนอื่นในครอบครัวที่แสดงอาการ 

ความร้ายกาจของมันคือเชื้อนี่ทำให้เหล่าหนูดุร้ายขึ้นเป็นอย่างมาก​ และพวกมันยังรู้จักทำงานร่วมกันเป็นฝูง​ประหนึ่งว่ามีความคิดเป็นอันอันหนึ่งเดียว​ นั่นก็เพราะเชื้อ​ Prima​ Macula​ ทุกตัวสามารถเชื่อมความคิดถึงกันได้​ สิ่งที่พอจะใช้ต้านเชื้อและฝูงหนูได้ในยุคนั้นจึงมีเพียงแสงไฟจากคบเพลิงเท่านั้น​ โชคยังดีที่ในตอนท้ายเรื่อง​ ความสามารถพิเศษในตัว​ Hugo ตื่นขึ้นมาเต็มที่​จนทำให้เขาสามารถควบคุมทั้งเชื้อทั้งฝูงหนูได้ดั่งใจ​ และก็เป็นเขานั่นเองที่หยุดโรคระบาดครั้งนี้เอาไว้ได้​

อันดับ​ 4: ไวรัส​ Dollar Flu จากเกม​ Tom Clancy’s The Division

ในบรรดาไวรัสทั้งหลายจากวิดีโอเกม​ ไวรัส​ “เงินพิษ” จากเกม​ The​ ​Division​ น่าจะคล้ายคลึงกับสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ที่สุดแล้ว​ แต่โชคดีแล้วที่ไวรัสซึ่งเรา ๆ​ ท่าน ๆ​ กำลังเจอกันตอนนี้ไม่ใช่ไวรัสตัดต่อที่ผสมข้ามพันธุ์ระหว่างเชื้อไข้เลือดออก​ อีโบล่า​ ​ไข้หวัดใหญ่​ H1N1​ ไวรัสฮันตา​ ไข้หวัดหมู​ ฯลฯ​ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้กวาดล้างประชากรบนโลกโดยเฉพาะ​ มันคือไวรัส​ Smallpox​ Variola​ Chimera ที่นักไวรัสวิทยาสติเฟื่องตั้งใจปล่อยออกมาปนเปื้อนกับธนบัตรในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง​ “แบล็กฟรายเดย์”​ ส่งผลให้ชาวมะกันในนิวยอร์กติดโรคล้มตายกันเป็นเบือ​ โครงสร้างทางสังคมในสหรัฐฯ​ พังทลาย​ และที่ร้ายกว่านั้นคือการที่มันดึงด้านดำมืดที่สุดของมนุษย์ออกมา​ให้เห็น

ไวรัสเงินพิษได้รับการออกแบบโดยด็อกเตอร์​ Gordon Amherst นักสิ่งแวดล้อมหัวรุนแรงที่ดันมีพรสวรรค์ด้านการตัดแต่งเชื้อไวรัส​ หมอนี่เชื่อว่าไวรัสตัวนี้คือคำตอบของการควบคุมประชากรมนุษย์ที่เริ่มมีเยอะจนล้นโลก​ มันจึงถูกสร้างมาให้ฟักตัวได้เร็ว​ แพร่กระจายได้ไว แถมยังสามารถมีชีวิตรอดอยู่บนพื้นผิวภายนอก​ (เช่น​ บนธนบัตร)​ ได้นานกว่าไวรัสปกติ​ ผู้ที่ติดเชื้อจะแสดงอาการไม่ต่างจากไข้หวัดใหญ่ธรรมดา​ เพื่อหลอกให้คนรอบตัวผู้ป่วยรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ไม่ทันระวังตัว​ ซึ่งยามที่โรคร้ายแผลงฤทธิ์มันก็สายไปแล้ว​ เพราะผู้ติดเชื้อจะอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตแทบจะทันที​ เมื่อบวกกับการที่ไวรัสตัวนี้รู้จักกลายพันธุ์ตัวเองได้เร็ว​ยิ่งการผลิตวัคซีนมาต้านแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย​ เมื่อไวรัสร้ายกัดกินโครงสร้างทางสังคมจนพังพินาศ​ จึงทำให้เหล่าโจร​ ทหาร​ หรือแม้แต่คนสุจริตที่สูญเสียทุกสิ่งต่างออกมาตั้งก๊กก่อจลาจล ต่างคนต่างต่อสู้แย่งชิงของกินของใช้กันแบบไม่สนกฎหมาย​ 

โชคยังดีที่รัฐบาลยังมีเจ้าหน้าที่​ Division​ เป็นอาวุธลับ​ พวกเขาสามารถช่วยยับยั้งสถานการณ์ไม่ให้บานปลายไปกว่านี้​ ทั้งยังสามารถชิงตัวอย่างไวรัสสำหรับใช้เพื่อการวิจัยยารักษาออกมาได้​ แม้ในตอนหลังทีมแพทย์จะสามารถพัฒนายารักษาไวรัสเงินพิษออกมาได้​ แต่มันก็ได้ฆ่าศีลธรรมจรรยาในหมู่ผู้รอดชีวิตบางกลุ่มจนแทบไม่มีเศษซากความดีเหลือให้เห็นแล้ว

อันดับ 3: เชื้อรา​ Cordyceps​ จากเกม​ The​ Last of Us

เชื้อร้ายตัวนี้อาจจะแปลกแยกไปจากชาวบ้านหน่อย​ เพราะมันไม่ใช่ไวรัสแต่เป็นสปอร์เชื้อรากลายพันธุ์​ อย่างไรก็ตาม​ ความร้ายกาจของมันไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเชื้อไวรัสเลย เผลอ ๆ​ สยองกว่าอีก​ โดยมันเริ่มระบาดอย่างหนักในสหรัฐฯ​ เดือนกันยายน​ ค.ศ.​ 2013​ ตามเหตุการณ์ในเกม​ The​ Last​ of Us ซึ่งเชื้อรา​ Cordyceps​ จะเข้าไปเกาะกับก้านสมองของผู้ติดเชื้อและทำให้ร่างพาหะมีอารมณ์รุนแรง​ ควบคุมตัวเองไม่ได้​ และจะเข้าทำร้ายมนุษย์ทุกคนที่ขวางหน้า

ผู้ติดเชื้อรา​ Cordyceps​ จะค่อย ๆ​ มีรูปลักษณ์เปลี่ยนไปตามระยะเวลาที่ติดเชื้อ​ ซึ่งถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพก็คือรูปร่างหน้าตาจะอัปลักษณ์แลดูเหมือนก้อนเห็ดราเดินได้มากขึ้นเรื่อย ๆ​ ในระยะ​ 1 ถึง​ 2 วันแรก​ผู้ติดเชื้อจะอยู่ในสถานะของ​ Runner ซึ่งยังมีรูปร่างดูเหมือนคนทั่วไป​ ลักษณะทางกายภาพ​ก็ไม่ต่างจากคนธรรมดามากนัก​ แต่ทัศนวิสัยของมันจะค่อนข้างแย่เพราะเชื้อราได้กัดกินเข้าไปในดวงตา​จนมีเลือดไหลออกมาให้เห็น​ เมื่อผ่านไปหนึ่งสัปดาห์​มันจะเริ่มกลายพันธุ์เป็น​ Stalker พวกมันจะดุร้ายขึ้น​ ​ทั้งยังรู้จักวิ่งเข้าหาเหยื่อด้วยการหลบไปมาระหว่างที่กำบัง​ รวมทั้งเริ่มส่งเสียงร้องผิดมนุษย์​ จากนั้นหากร่างติดเชื้อมีชีวิตอยู่ได้ถึงหนึ่งปี​ มันจะเข้าสู่สถานะ​ Clicker ส่วนหัวเหนือปากขึ้นไปจะถูกเชื้อรากลืนกินโดยสิ้นเชิง​ แต่ทัศนวิสัยที่เสียไปกลับถูกแทนที่ด้วยโสตการรับเสียงที่แม่นยำ​ เรี่ยวแรงเหนือมนุษย์​ และความดุร้ายเกินพิกัด​ โดยพวกมันจะส่งเสียงเหมือนจิ้งหรีดแล้วใช้เสียงสะท้อนจับตำแหน่งของเหยื่อ​ หากใครโดนมันวิ่งเข้าถึงตัวเมื่อไหร่ก็เป็นอันชะตาขาด​ และสุดท้ายหากร่างพาหะมีชีวิตรอดได้นานหลายปี มันจะกลายสภาพเป็น​ Bloater​ ตัวอ้วน​ ​เกราะหนา​ แถมยังเขวี้ยงระเบิดสปอร์ให้คนติดเชื้อจากระยะไกลได้อีก

ในยามที่ร่างพาหะตายไปแล้ว​ เชื้อรามหาภัยนี่ก็จะยังคงแพร่กระจายต่อไปด้วยการปล่อยละอองจากศพ​ ซ้ำร้าย​ยังไม่มีใครสามารถคิดค้นยารักษาการติดเชื้อจากเชื้อรา​ Cordyceps​ ได้ พิษสงของมันร้ายแรงจนทำให้สภาพสังคมมนุษย์ในปัจจุบันล่มสลาย​ ผู้รอดชีวิตต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองติดเชื้อหรืออดตาย​ ภาครัฐกลายเป็นรัฐบาลทหาร​ ส่วนผู้ที่อยู่นอกเมืองก็ตั้งตนเป็นแก๊งโจรปล้นฆ่าโดยไม่เลือกหน้า​ เรียกได้ว่าโลกหลังไวรัส​ Cordyceps​ นี่ไม่น่าอยู่เป็นอย่างยิ่งเลยล่ะ

อันดับ 2: เชื้อ​ T-virus จากเกม​ Resident​ Evil

หนึ่งในเชื้อไวรัสที่โด่งดังที่สุดในวงการเกม​​ เพราะเจ้าเชื้อบ้านี่มันขยันสร้างอมนุษย์หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวออกมามากเหลือเกิน​ จำให้เกมเมอร์อย่างเรากรี๊ดสาวแตกตั้งแต่ยุค​ PlayStation 1 มาไม่รู้กี่รอบ ความร้ายกาจที่สุดของ​ T-virus​ คือความสามารถในการกลายพันธุ์ร่างพาหะให้เป็นอาวุธชีวภาพที่นอกจากจะมีพิษสงเหลือร้ายยังตายยากชิหายเลยด้วย​ แถมมันยังสามารถแพร่กระจายไปยังสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ​ นอกจากมนุษย์ได้ด้วยเช่นกัน​ ไม่ว่าจะเป็นจระเข้​ กบ​ หรือแม้กระทั่งต้นไม้

T-virus​ เป็นเชื้อที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยน้ำมือมนุษย์​ มีชื่อเต็มว่าไวรัส​ Tyrant ถือกำเนิดจากการตัดแต่งเชื้อไวรัส​ Progenitor​ จากแอฟริกาใต้​ เมื่อร่างพาหะติดเชื้อตัวนี้ มันจะเข้าไปกลืนกินเซลล์เจ้าของร่างและเปลี่ยนให้เป็นเซลล์กลายพันธุ์ของตัวมันเอง​ จากนั้นเซลล์ไวรัสเกิดใหม่ก็จะกลืนกินเซลล์ข้างเคียงต่อไป​ วนเวียนแบบนี้ซ้ำไปเรื่อย ๆ​ อาการข้างเคียงที่เห็นได้ชัดจากกระบวนการนี้ก็คือร่างของผู้ติดเชื้อจะเริ่มเน่าเปื่อยเหมือซากศพมากขึ้น​ เพราะเซลล์ในร่างกายค่อย ๆ​ แตกสลายไปทีละเซลล์​ และหากเจ้าของร่างพาหะยังไม่ตาย​ สติสัมปชัญญะก็จะเลือนหายไปภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเพราะเชื้อไวรัสจะทำลายสมองอย่างสิ้นเชิง​ เหลือไว้เพียงความกระหายเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตตัวอื่น​ ซึ่งถ้าใครโชคร้ายโดนร่างพาหะกัดเข้าไปก็จะติดเชื้อ​ T-virus​ เข้าไปอีก​ เปลี่ยนให้ทั้งเมืองกลายเป็นนครผีดิบได้ในเวลาเพียงข้ามคืน

นอกจากผีดิบที่เดินกันเกลื่อน​ เชื้อไวรัส​ Tyrant​ ยังสามารถนำไปใช้กับสิ่งมีชีวิตหรือร่างทดลองอื่น ๆ​ ได้อีกสารพัด​ นั่นทำให้เราเห็นอสุรกายสุดสยองออกมาเพียบ​ ทั้ง​ Licker, หมาซอมบี้​ หรือแม้แต่เทอร์มิเนเตอร์ผีดิบอย่าง​ Nemesis​​ ซึ่งไม่ว่าจะแบบไหนก็อันตรายถึงตายแถมยังทนกระสุนชิบเป๋ง​ นอกจากนี้​ เชื้อ​ T-virus​ ยังมีลูกพี่ลูกน้องเป็นเชื้อ​ G-Virus ที่สกัดมาจากยีนส์ขั้นสูงของไวรัส​ Progenitor​ ทำให้ร่างพาหะกลายพันธุ์ได้รวดเร็วขึ้น​ ร้ายกาจขึ้น​ และยังฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็วจนเหมือนฆ่ายังไงก็ไม่ตาย​ โชคยังดีที่ไม่ว่าไวรัสพวกนี้จะโหดสัสยังไงก็ไม่สามารถสู้กระสุนปืนแม็กนั่ม​ ปืนลูกซอง​ และมีดได้​อยู่ดี แล้วก็ไม่รู้ทำไมไวรัสนี่ถึงแพ้ทางคนนามสกุล Redfield​ กับ​ Valentine​ มาก ๆ​ ซะด้วย

อันดับ 1: เชื้อ​ Chimeran จากเกม​ Resistance

เชื้อโรคร้ายที่ทำให้เราป่วย​ ตาย​ หรือกลายพันธุ์ว่าแย่แล้ว​ แต่เชื้อที่มาเปลี่ยนความคิด​ ความเชื่อ​ และแปลงร่างกายเราให้หันมาสู้กับสหายของเรา​นี่ยิ่งแย่กว่า​ นั่นคือคุณลักษณะหลักของเชื้อ​ Chimeran มันคล้ายกับ​ T-virus ตรงที่มันได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวิภาพโดยเฉพาะ​ ต่างกันก็ตรงที่ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาไม่ใช่มนุษย์​ แต่เป็นเผ่าเอเลียนจากยุคบรรพกาลชื่อว่า​ Chimera​ ที่ต้องการกลับมายึดครองโลกอีกครั้ง​ในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่​ 1900

เชื้อ​ Chimeran น่าจะเริ่มระบาดบนโลกจากเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งตกลงมาในไซบีเรียเมื่อปี​ ค.ศ.​ 1908 จากนั้นจึงฟักตัวอยู่ในสหภาพโซเวียตอีกกว่า​ 40​ ปี​ ก่อนที่​จะแพร่ระบาดเข้าสู่อังกฤษและยุโรปในช่วงปี​ ค.ศ. 1950 ผ่านการบุกของกองทัพมนุษย์กลายพันธุ์​ Chimeran​ ที่แม้แต่กองทัพสัมพันธมิตรก็เอาไม่อยู่​ โดยเชื้อ​ Chimeran​ จะแพร่กระจายผ่านแมลงปรสิตชื่อว่า​ Crawler ซึ่งจะแทรกซึมเข้าไปในกระแสเลือดของร่างผู้เคราะห์ร้าย​ จากนั้นมันจะทำให้ผู้ติดเชื้อเกิดอาการช็อกและหมดสติอยู่ในสถานะโคม่า​ หลังจากนั้นกองทัพ​ Chimera​ ก็จะส่งยานลำเลียงไป​เก็บร่างของผู้ติดเชื้อทั้งหลายมาเข้าดักแด้ในศูนย์กลายพันธุ์เหยื่อ​ เร่งให้การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว​ ซึ่งหลังจากที่ผู้ติดเชื้อฟักตัวออกมาจากดักแด้​ เขาหรือเธอคนนั้นก็จะไม่เหลือเค้าเดิมของความเป็นคนอีกต่อไป​ และจะยอมสู้ตายถวายชีวิตตามคำสั่งของพลทหารระดับสูงในทัพ​ Chimera​ โดยไม่สนว่าตนจะเป็นจะตาย

เชื้อไวรัส​ Chimeran​ สามารถกลายพันธุ์มนุษย์หรือสัตว์ออกมาได้หลากหลายรูปแบบ​ ไล่ตั้งแต่พวกทหารราบรูปร่างคล้ายคนอย่างพวก​ Hybrid ทหารเกราะหนาอย่าง​ Steelhead หรือทหารร่างยักษ์อย่าง​ Titan​ นอกจากนี้​ เชื้อไวรัสยังสามารถกลายพันธุ์สัตว์ให้เป็นเครื่องจักรสังหารขนาดน้อง ๆ​ ทีเร็กซ์ที่มีนามว่า​ Marauder ได้อีกด้วย​ และถึงแม้ผู้ที่ติดเชื้อ​ Chimeran​ จะไม่ได้ผ่านกระบวนการฟักตัวในดักแด้​ รูปลักษณ์ภายนอกและความคิดของพวกเขาก็จะค่อย ๆ​ เปลี่ยนไปอย่างไม่มีทางหยุดยั้งได้​ จนสุดท้าย​ แม้แต่ทหารที่จงรักภักดีกับกองทัพมนุษย์​ ก็จะหันไปสวามิภักดิ์กับฝ่ายศัตรูอย่างไม่อาจขัดขืนได้

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก