Connect with us

สัมภาษณ์

Unichat สัมภาษณ์สาวนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต กับ “งานอาสาสมัครกู้ภัย” สวยทั้งกายและใจจริงๆ

Published

on

ผู้ใหญ่หลายคนพร่ำบ่นกันว่า โอ้ยยย เด็กสมัยนี้ ใช้เวลาไปกับอะไรไม่รู้ ไม่เกิดประโยชน์เลย.. วันนี้แบไต๋เลยจะมาพิสูจน์ว่า ไม่เสมอไป!! เด็กรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ที่ใช้เวลาไปอย่างคุ้มค่าและมีคุณค่าสุดๆ นั้นมีอยู่มากมาย และวันนี้แบไต๋จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับ พรีม – แพรพลอย ทูลสูงเนิน สาวนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มีงานอดิเรกเป็นสาวอาสาสมัครกู้ภัย!!

เริ่มจากเรื่องเรียนก่อนเลย ทำไมเลือกเรียนนิเทศศาสตร์

เพราะว่าพรีมสนใจเกี่ยวกับงานสื่อค่ะ และมันมีหลากหลายวิชาให้เราได้เลือก เช่น เป็นดีเจวิทยุ ได้ลองงานทั้งเบื้องหลังรายการและเบื้องหน้าเลย

ส่วนสาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่พรีมเรียน จะสอนตั้งแต่หลักเบื้องต้น ของงานวิทยุ ไปจนถึงได้ปฏิบัติจริงเลยค่ะ และก็รวมทั้งงานโทรทัศน์ด้วย อย่างวิชาผลิต ได้ลงมือทำงานจริงๆ เลย แทบทุกกระบวนการ ลองมาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น เอ็มวี หนังสั้น รายการ.. ตอนเรียนก็เลยต้องทำทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเลยค่ะ ประสบการณ์ล้นหลามเลย

เล่าชีวิตในรั้วรังสิตให้ฟังหน่อย

สังคมของมหาวิทยาลัยรังสิต ค่อนข้างจะชิลๆ อยู่แบบพี่น้อง อาจารย์ให้คำปรึกษาดี เป็นกันเองค่ะ เพื่อนๆ ช่วยเหลือกันดีไม่แบ่งชนชั้น มีอะไรก็ช่วยกันเสมอ ส่วนกิจกรรมในมหาวิทยาลัยของพรีมก็ไม่ค่อยมีอะไรมากมายค่ะ เพราะพรีมมาเข้าเทอม1แบบไม่ได้รับน้อง เลยไม่ค่อยรู้จักใครเยอะ ไม่ได้ทำกิจกรรมมากมายด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นงานอดิเรกอย่างงานกู้ภัย ที่ทำควบคู่กับการเรียนมาตลอดเลย

งานอดิเรกของน้องพรีมที่ทุกคนต้องร้องว้าว

เวลาว่างๆ พรีมจะทำงานอาสาค่ะ (ยิ้ม) อาสากู้ภัยนั่นเอง พรีมคิดว่าการทำอาสา มันทำให้เรา ได้อุทิศตัวเองให้เป็นประโยชน์ ออกไปช่วยคนอื่นที่เดือดร้อน ออกไปช่วยสังคมค่ะ ดีกว่าเราทิ้งเวลาวันๆ ไปอย่างเปล่าประโยชน์

เป็นมายังไง ทำไมถึงทำงานอาสาสมัครกู้ภัยได้

ย้อนกลับไปตอนเรียนมัธยมเลยค่ะ พรีมมีโอกาสได้รู้จักกับรุ่นพี่ที่เขาเป็นอาสาสมัครกู้ภัยและเราได้เห็นเขาทำงาน เราเริ่มเข้าไปคลุกคลีกับเขา เราก็เกิดความรู้สึกอยากทำขึ้นมาเลย แต่เนื่องด้วยเราเป็น เด็กต่างจังหวัดและเป็นผู้หญิง เวลาจะทำงานด้านนี้ ก็เลยค่อนข้างยากนิดนึง จากที่พรีมสัมผัสมา เมื่อก่อนเนี่ย คนจะมองอาสากู้ภัยในทางลบพอสมควร แล้วผู้ปกครองพรีม ก็ไม่อนุญาตให้พรีมไปทำ ท่านก็บอกว่าเป็นห่วงเรา กลัวว่าจะมีอันตราย เพราะเราก็เป็นผู้หญิงด้วย ต้องอยู่กับผู้ชายเยอะๆ ออกไปตอนดึกๆ ที่บ้านก็เลยเป็นห่วงเรา ไม่อยากให้เราทำด้านนี้เท่าไหร่

พอเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย ก็ได้มารู้จักกับรุ่นพี่ที่เขาเป็นอาสาอีก เขาเห็นว่าเราเองก็สนใจงานด้านนี้ ก็เลยชวนพรีมไปหาประสบการณ์ พรีมเองก็คิดว่าโอกาสมาถึงละ อยากทำมานานแล้ว (หัวเราะ) ก็เลยไปลองเลยค่ะ พอลองไปหลายๆ ครั้งเข้า ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันใช่ เราชอบงานด้านนี้ ก็เลยตัดสินใจสอบ แล้วก็ลงมือทำจริงจังเลย แรกๆ ก็อาจจะมีสั่นๆ บ้าง (หัวเราะ) ตื่นเต้น ทำอะไรไม่ถูก แต่พอนานๆ ไปก็เริ่มชิน จัดการกับตัวเองได้ดีขึ้นค่ะ

ความท้าทายของงานอาสาสมัครกู้ภัย

จริงๆ งานด้านนี้มันไม่ได้ยากและก็ไม่ได้ง่าย เพราะว่าการจะเข้ามาทำงานอาสาได้ คนที่เริ่มทำก็ต้องผ่านการอบรมและสอบกับหัวหน้าจุดมาก่อนอยู่แล้ว ถ้าท้าทายจริงๆ คงเป็นเรื่องของการตั้งสติและปรับตัวมั้งคะ เพราะเวลาเจอเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละครั้งเนี่ยจะไม่ค่อยซ้ำกันเลย มีเหตุเบาบ้าง เหตุรุนแรงบ้าง ปนๆ กันไป เราก็ต้องมีสติและปรับตัวให้ทัน แต่ข้อดีคือทุกๆ เหตุ ทำให้เราได้เรียนรู้ และได้ประสบการณ์เพิ่มเติมค่ะ ที่สำคัญคือในการทำงานจะต้องไม่เป็นตัวถ่วงของทีม เราต้องทำอย่างไรก็ได้ให้การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเร็วที่สุด ส่วนมากก็จะทำงานเป็นทีม เราก็ต้องเข้ากับทุกคนในทีมให้ได้ด้วย

ถ้าสนใจอยากทำงานด้านนี้บ้าง ต้องเริ่มต้นยังไงคะ

ถ้าเกิดว่ามีคนสนใจอยากทำงานอาสาสมัครกู้ภัย ก็ไม่อยากเลยค่ะ แค่ติดต่อ กับจุดที่ใกล้บ้านเรา แต่จะต้องมีอายุ 18 ปี ขึ้นไปนะคะ แต่ถ้าอายุน้อยกว่า 18 ปี แล้วอยากทำ ก็ให้ผู้ปกครอง เซ็นต์อนุญาตทำงานให้ได้ค่ะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหัวหน้าจุดตามความเหมาะสมด้วย และพอเข้ามาแล้ว เขาก็จะมีการสอนทักษะเบื้องต้น 5 อย่างให้กับเราค่ะ คือ 1.การใช้กระเป๋ายาหรือกระเป๋าปฐมพยาบาล 2.การดาม  3.การเคลื่อนย้าย  4. กระเป๋ากู้ชีพ  และสุดท้ายการซีพีอาร์ค่ะ จากนั้นเราก็ต้องไปสอบในแต่ละฐาน ซึ่งจะมีหัวหน้าจุดคอยควบคุมดูแลตลอด ถ้าเราสอบผ่านหมด หัวหน้าจุดก็จะอนุมัติให้เราไปตัดชุดได้ค่ะ นั่นคือเราผ่านแล้ว ได้เข้าทำงานอาสาสมัครค่ะ แต่การสอบยังมีรายละเอียดอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการจัดการของแต่ละจุดด้วย ซึ่งแต่ละจุดอาจจะไม่เหมือนกันนะคะ

เล่าเหตุการณ์ที่น้องพรีมประทับใจที่สุดให้ฟังหน่อย

พรีมเคยไปรับคุณตาท่านหนึ่งที่ป่วยไปโรงพยาบาลค่ะ ซึ่งคุณตาเขาอาศัยเพียงลำพัง เนื่องจากลูกหลานไปทำงานกันหมด คุณตาเลยโทรขอความช่วยเหลือจากอาสากู้ภัย พอเราไปถึงก็ประเมินอาการคุณตาเบื้องต้น แล้วจึงนำคุณตาไปส่งโรงพยาบาล

ในขณะที่อยู่บนรถ คุณตาก็ถามว่า “ค่ารถเท่าไหร่” เราก็เลยบอกไปว่า “ไม่เสียเงินค่ะคุณตา เราไปส่งคุณตาที่โรงพยาบาลฟรี ไม่คิดเงิน” คุณตาเขาก็ตกใจนิดนึง แล้วเขาก็เล่าให้ฟังว่า “วันเก่า เขาให้คุณตาไปส่ง แล้วคิดค่าไปส่ง 500 บาท” แล้วคุณตาก็ถามย้ำอีกครั้งว่า “ไม่เอาเงินจริงๆ หรอ” เราจึงตอบไปว่า “เราไม่เอาเงิน ให้คุณตาเก็บเงินไว้เป็นค่ารักษาที่โรงพยาบาลต่อไป ถ้าคุณตาไม่มีใครให้คุณตาโทรเบอร์ 1418 หรือ 1669 แล้วพวกเราจะมารับคุณตาไปโรงพยาบาลเอง ให้คุณตาคิดซะว่า พวกหนูเป็นลูกเป็นหลานของคุณตาคนนึง” แล้วคุณตาก็ยกมือไหว้ พร้อมขอบคุณพวกเราค่ะ พวกเราจึงตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ปู่พวกหนูก็อายุพอๆ กับคุณตาแหละค่ะ แต่เป็นโรคเยอะกว่าคุณตา หนูเข้าใจ” พอถึงโรงพยาบาล คุณตาก็ขอบคุณพร้อมอวยพรให้พวกเรา “เจริญๆ นะลูก” พวกเราก็ตอบว่า “ขอให้คุณตาหายไวๆ แข็งแรงๆ นะคะ”

จริงๆ แล้วทุกเหตุการณ์ที่เราไปเจอ เราสามารถช่วยชีวิตคนให้เขากลับไปอยู่กับครอบครัวได้ มันคือสิ่งที่ทำให้พวกเราดีใจ พวกเราไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นคำขอบคุณ เพียงแค่เท่านี้ก็มีกำลังใจในการทำงานต่อ

แอปที่พรีมใช้ในการทำงาน

เป็นแอปจัดสรรเวลาแต่ละวันค่ะ และก็จัด To do list อะไรแบบนี้ เพราะเราเรียนไปด้วย ทำงานด้านนี้ไปด้วย ก็ต้องจัดเวลาให้ดีเลย พรีมชอบใช้ TickTick ค่ะ

เป็นแอปที่จดลิสต์รายการว่าเราต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ซึ่งใช้งานง่ายมากๆ สามารถตั้งค่าแจ้งเตือนกันเราลืมได้ด้วย แถมยังเชื่อมกับ Gmail อีก พรีมว่าสะดวกดีค่ะ ลองไปโหลดมาลองใช้กันดู

ดาวน์โหลด

อ่านบทสัมภาษณ์ไป อดยิ้มไปไม่ได้เลย เพราะน้องพรีมได้เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า คนยุคนี้ ก็เป็นหนึ่งในคนที่ขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าอย่างมีคุณค่าไม่แพ้คนยุคอื่นๆ และก่อนจากกันวันนี้แบไต๋คงต้องทิ้งท้ายประโยคหนึ่ง ที่ได้เรียนรู้จากการพูดคุยกับน้องพรีม

ทำในสิ่งที่เรารัก สิ่งนั้นจะให้ความสุขกับเรา ไม่ว่าเราจะได้ผลตอบแทนภายนอกหรือไม่ก็ตาม

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

ทำความรู้จักน้องๆ Fever กับคลิปสัมภาษณ์แบบครบคน

Published

on

หลังจากที่แนะนำตัวด้วย แคชเฟส กันไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา วันนี้พาน้องๆ Fever มาแนะนำตัวด้วยชื่อนามสกุลจริง อายุ ปิดท้ายด้วยบทสัมภาษณ์เวอร์ชั่นกระชับ กับตัวอย่างคำถามเช่น แรงบันดาลใจ ที่อยากเป็นไอดอล, ไอดอลในดวงใจ, เหตุการณ์ในวันออดิชั่น, นิสัยส่วนตัวเป็นยังไง ฯลฯ ตัดแยกมาเป็นคนๆ เชิญรับชมกันได้นะครับ

BeamBeam FEVER
https://www.facebook.com/beambeam.fever/
https://www.instagram.com/beambeam.feverth/

 

Pop FEVER
https://www.facebook.com/poppy.fever/
https://www.instagram.com/pop.feverth/

 

Beam FEVER
https://www.facebook.com/beam.fever/
https://www.instagram.com/beam.feverth/

 

Baimon FEVER
https://www.facebook.com/baimon.fever/
https://www.instagram.com/baimon.feverth/

 

Ply FEVER
https://www.facebook.com/ply.fever/
https://www.instagram.com/ply.feverth/

 

Baifern FEVER
https://www.facebook.com/baifern.fever/
https://www.instagram.com/baifern.feverth/

 

Spam FEVER
https://www.facebook.com/spam.fever/
https://www.instagram.com/spam.feverth/

 

Su FEVER
https://www.facebook.com/ssu.fever/
https://www.instagram.com/su.feverth/

 

Baibua FEVER
https://www.facebook.com/baibua.fever/
https://www.instagram.com/baibua.feverth/

 

Froy FEVER
https://www.facebook.com/froy.fever/
https://www.instagram.com/froy.feverth/

 

Cee FEVER
https://www.facebook.com/cee.fever/
https://www.instagram.com/cee.feverth/

 

Boss FEVER
https://www.facebook.com/bossboss.fever/
https://www.instagram.com/boss.feverth/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

UniChat ต้อนรับเปิดเทอมกับ “แสตมป์” เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Published

on

เพิ่งเปิดเทอมกันไปสักพัก หนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัยคงหน้าชื่นตาบาน มีความสุขต้อนรับเทอมแรกกันเรียบร้อย แต่น้องๆ เฟรชชี่หลายคนอาจยังรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยกันอยู่ รวมถึงยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพราะแผนการเรียนเอย ชั่วโมงการเรียนเอย เพื่อนใหม่เอย ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง.. วันนี้แบไต๋ก็รีบจับสาวเฟรชชี่มานั่งพูดคุยด้วยว่ายินดียินร้ายกับขีวิตเฟรชชี่ยังไงบ้าง เอาล่ะ! ชักช้าอยู่ใยเดี๋ยววันนี้เราไปคุยกับ แสตมป์ – มนชิดา ลิขิตปถัมภ์ เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรชีวการแพทย์ นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กันเลย!

เป็นมายังไง ทำไมกลายเป็นสาววิทยาได้

ที่แตมเลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ชีวการแพทย์หลักสูตรนานาชาติ เพราะแตมชอบเรียนวิชาชีวะ ชอบศึกษา Anatomy และสนใจด้านสุขภาพค่ะ ซึ่งสาขาชีวการแพทย์ก็ตอบโจทย์ความสนใจของแตมมาก เพราะเราได้เรียนพื้นฐานทั้งหมด พูดง่ายๆ ก็เรียนวิชาพื้นฐานของแพทย์ แต่ว่าไม่ได้เจาะลึกค่ะ

เล่าวันประกาศผลการสอบเข้าให้ฟังหน่อยสิ

ตอนประกาศผลรอบ 3 มหิดลประกาศเกือบท้ายๆ เลยค่ะ ตอนนั้นแตมลุ้นมาก (หัวเราะ) แตมอยู่ที่กระบี่กับเพื่อนๆ ค่ะ วันนั้นตอนเช้ากำลังจะออกไปดำน้ำกัน มหิดลประกาศตอน 9 โมง แตมรอตั้งแต่ 7 โมง พอเห็นชื่อเราในประกาศของมหาวิทยาลัย มือสั่นไปหมดเลย ทั้งรู้สึกดีใจแล้วก็โล่งใจ เหมือนความพยายามที่เราอดทนรอมาและตั้งใจมันเห็นผลสักที รีบบอกคุณพ่อคุณแม่ก่อนเป็นอย่างแรก เพราะท่านเป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนมาตลอด เรารู้สึกว่าพอเราติดแล้วทำให้ท่านภูมิใจ หายเหนื่อย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

สมมติว่าแสตมป์ไม่ได้เข้าคณะที่ใช่ มหาวิทยาลัยที่ชอบ แตมจะบอกตัวเองว่ายังไง

จริงๆ แล้วแตมอยากเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ค่ะ แต่ว่าไม่ได้ในมหาวิทยาลัยที่แตมหวังไว้ วิธีที่แตมปรับทัศนคติและให้กำลังใจตัวเองคือก่อนเตรียมตัวสอบตลอดจนถึงการสอบ แตมพยายามตั้งใจทำให้เต็มที่ที่สุดค่ะ พอผลออกมาไม่ว่าจะตามที่เราต้องการหรือผิดหวังไปบ้าง แต่เราก็ได้ตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุดแล้ว เราก็ยอมรับผลที่ตามมาแล้วไม่รู้สึกเสียใจค่ะ และอีกทางคือเราก็หาคณะสำรองที่เราชอบและสนใจควบคู่ไปด้วย เป็นอีกแนวทางนึงที่เราควรเตรียมตัวเผื่อไว้ค่ะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ผิดหวังกับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยครั้งนี้ จะฝากบอกเค้าว่าอะไร

แตมอยากบอกว่า มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นก้าวสำคัญของชีวิตก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่เราสอบไม่ติดคณะที่เราต้องการ จะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตค่ะ แตมอยากให้ทุกคนเคารพในความสามารถตัวเอง เห็นค่าในความพยายามที่เราทำ และเป็นกำลังใจให้ไปต่อ ถ้าเรายังชอบ ยังอยากเป็นในสิ่งนั้นๆ จริงๆ เรายังมีโอกาสที่จะทำตามฝันให้เป็นจริงเสมอค่ะ แตมเชื่อว่ามีอีกหลายคนมากๆ ทั้งครอบครัว ทั้งคนใกล้ตัวที่พร้อมจะเป็นกำลังให้เราค่ะ

กลับมาที่สาขาชีวการแพทย์กันบ้าง เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

คณะวิทย์ ชีวการแพทย์หรือ Biomed เราเรียน 3 ปีครึ่งค่ะ ปี 1 ก็จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปค่ะ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ พอปี 2 ก็จะมีการผ่าอาจารย์ใหญ่ค่ะ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของคณะนี้ ที่ได้มีการผ่าอาจารย์ใหญ่และลองลงมือทำจริงๆ แล้วก็เรียนพื้นฐานอื่นๆ เช่น พยาธิวิทยา เภสัชวิทยา ฯลฯ เราจะเน้นเรื่องการวิจัยแล้วก็ทำแลปเป็นส่วนมากค่ะ

มีกฎเคร่งๆ หรือเรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยที่รู้สึกเซอไพรส์บ้างมั้ย

จริงๆ แล้วด้วยความเป็นภาคอินเตอร์ กฏระเบียบก็จะไม่เคร่งมากค่ะ ค่อนข้างสบายมากด้วย เรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยคงเป็นการเจอตัวเงินตัวทองหรือบุ๋ย ที่เด็กมหิดลชอบเรียกกัน เดินเพ่นพ่านเป็นว่าเล่นในมหิดลเลยค่ะ

ที่มหิดล มีกิจกรรมต้อนรับเฟรชชี่อะไรบ้าง

ที่มหิดลจริงๆ มีกิจกรรมเฟรชชี่ให้ร่วมเยอะมากค่ะ หลักๆ ก็กิจกรรมรักน้องที่เหมือนกิจกรรมรับน้องของมหิดลที่ผ่านมาค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมตามชมรม แล้วก็ไฮไลท์เลยคือมหิดล มีคอนเสิร์ตเยอะมากค่ะ มาไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

แสตมป์ชอบกิจกรรมไหนบ้าง

กิจกรรมที่แตมชอบมากที่สุดน่าจะเป็นค่ายรับน้องของคณะวิทย์ค่ะ ถึงจะเป็นค่ายที่ไม่ใหญ่มากแต่สนุกและอบอุ่นมากค่ะ ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ทุกสาขา กับรุ่นพี่ปีต่างๆ ได้มิตรภาพและความสนุกกลับไปเยอะแยะเลยค่ะ

เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับการเป็นเฟรชชี่คืออะไร

แตมว่าเรื่องยากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการจัดเวลาต่างๆ ให้ลงตัวค่ะ ทั้งการเรียน และกิจกรรม เพราะว่าไม่มีใครมานั่งบังคับเหมือนตอนเราอยู่มัธยม เรามีอิสระมากขึ้นในแทบทุกด้าน วิธีของแตมก็คือจัดสรรเวลาให้ดีค่ะ วางแพลนไว้ว่า วันนี้ อาทิตย์นี้เราต้องทำอะไรบ้าง เรียนอะไร มีควิซตัวไหน ต้องเตรียมตัวยังไง และก็ที่สำคัญพยายามเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดด้วยค่ะ เพราะชีวิตเฟรชชี่มีครั้งเดียวค่ะ

ระหว่างม.ปลายกับเฟรชชี่ ต่างกันยังไงบ้างสำหรับแสตมป์

อย่างที่แตมบอกว่าต่างกันที่อิสระในการทำสิ่งต่างๆ แล้วก็สังคมค่ะ มหาวิทยาลัยสังคมกว้างขึ้นมากๆ ได้รู้จักเพื่อนเยอะ และมีโอกาสได้ลองทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนในกิจกรรมต่างๆ ค่ะ

เคล็ดลับในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆ

โชคดีที่แตมค่อนข้างเข้ากับคนง่าย และเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่แตมรู้จักก็น่ารักมากๆ ค่ะ ถือว่าเป็นสิ่งที่โชคดี ส่วนวิธีที่แตมปรับตัวก็น่าจะเป็นการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆตลอดเวลาค่ะ แล้วก็ยอมรับความคิดเห็นและความแตกต่างของคนอื่น ทำให้เราอยู่ในสังคมอย่างแฮปปี้

วางแผนการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยไว้ยังไงบ้าง

แตมวางแผนไว้ว่าแตมตั้งใจจะจบตามกำหนด 3 ปีครึ่งค่ะ แล้วก็ระหว่างที่เรียนก็จะเก็บเกี่ยวและค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ในตัววิชาค่ะ เพื่อเอาไปต่อยอดหลังเรียนจบ

ตั้งแต่เปิดเทอมมา ประทับใจเรื่องไหนในมหาวิทยาลัยบ้าง

เปิดเทอมมา แตมประทับใจความสัมพันธ์ของคณะภาคแตมมาก แตมไม่ได้จะอวยนะ (หัวเราะ) ด้วยความที่เรามีกันไม่เยอะ ทำให้เรารู้จักทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันแบบทั่วถึงจริงๆ มันทำให้เราสนิทกันเร็ว และมีอะไรก็ปรึกษากัน ช่วยเหลือกันจริงๆ เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นแล้วก็น่ารักมากค่ะ

เครดิตรูปจาก Alanggraph

แนะนำแอปดีๆ ที่ต้องมีติดเครื่องหน่อยค่ะ

แอปที่แตมชอบใช้คือ แอป Calendars ค่ะ ใช้ตั้งแต่ตอนเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้า จนถึงตอนนี้ มีประโยชน์ในการจัดการเวลาแล้วก็เตือนความจำได้ดีมากค่ะ

YouTube

ดาวน์โหลด

เป็นไงกันบ้างคะ กับสาวเฟรชชี่ของเราในวันนี้ ทำเอาเปิดเทอมนี้สดใสเลยใช่มั้ยล่ะ.. แบไต๋ก็ขอให้เปิดเทอมนี้น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยสนุกและได้ประสบการณ์ดีๆ กันถ้วนหน้านะคะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

คุยกับผู้จัดการวง SiamDream วงไอดอล ไทย & ญี่ปุ่น “สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลัง”

Published

on

ผมทราบข่าวการกำเนิดเกิดวงนี้ราวๆ เดือน มิ.ย. 2561 ย้อนดูรูปโปรไฟล์โพสต์ครั้งแรกช่วงเดือน พ.ค. 2561 ประกาศ Siam☆Dream 1st Fan Meeting ครั้งแรกวันที่ 11 มิ.ย. 2561 รับจำนวนจำกัดพบปะกันแบบอบอุ่น มีกลุ่มแฟนคลับยังไม่มากนัก แต่มีกิจกรรมพบปะต่อเนื่อง รูปแบบการดำเนินการไปจนถึงที่มาของวง SiamDream มานั่งคุยกันครับ

ธราดล สุคนธากรณ์ (ดลลี่)

แรงบันดาลใจในการมาทำวงไอดอล
ชอบมาเป็นสิบปีล่ะ แล้วก็ก่อนที่จะมาทำวงก็คือทำที่เรียกว่า siamdol เป็นทีมที่คอยจัดงานให้ไอดอลญี่ปุ่นมางานที่ไทย

ความรู้มือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเป็นยังไง
เราก็ไปรู้จักกับฝั่งญี่ปุ่น แล้วมีความคิดเห็นตรงกันว่าเราอยากจะทำวงที่เป็นไอดอลที่เป็นไทยญี่ปุ่น และเนื้องด้วยครบรอบความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น 130 ปี ด้วย

“ทำด้วยความสนุก เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลังจากเรื่องความสนุก สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน ถ้าถามว่ามาปีกว่าๆ ถามว่าได้เงินไหม ถ้าให้บอกตามตรงแล้ว มันไม่ได้เงิน มันเสียด้วยซ้ำ”

แล้วทำไปเพื่อ????
ถ้าเรารู้สึกว่าตลาดไอดอลญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่าไอดอลไม่นับว่าจะมี BNK48 Sweat16 ถ้านับไอดอลญี่ปุ่นที่จะมาดังในไทยแล้วเห็นว่าแฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบไอดอลญี่ปุ่นมีความสุขก็ Happy นี่คือเป้าหมายแรกของผม

แล้วค่าใช้จ่าย
นี่คือความสุขเบื้องต้น เราก็คาดหวังในอนาคตว่ามันอาจจะได้เงินบ้าง แต่ตอนนี้ทำแล้วยังไม่ได้ไม่เป็นไร ทำแล้วสนุก มีความสุข เห็นคนอื่นที่มาร่วมงานแล้วมีความสุข

 

ถามจริงๆ ปีกว่าหมดไปเท่าไหร่แล้ว
พูดเป็นตัวเลขก็ลำบากใจครับ คือยังมีแรงสู้อยู่ครับ ก็ยังมีเพื่อนๆ หรือว่าคนที่มางานประจำสนับสนุนอยู่ เพราะว่า เอาตรงๆ ออร์แกไนเซอร์ที่เรียกว่าไอดอลญี่ปุ่น ปัจจุบันถ้าเราจะเห็นนะก็จะมีงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำพวก คอมมิคคอน หรือว่า เจแปนเอ็กโปร ที่นำเข้าไอดอลญี่ปุ่นมาเล่น แต่ว่าของผมก็ต้องยอมรับว่า เป็นหนึ่งเดียวที่เป็นออร์แกไนเซอร์ไอดอลญี่ปุ่นเพียวๆ เพียง 1 เดียว

ฐานแฟนคลับมีประมาณเท่าไหร่
เอาตรงๆ ทำมาปีกว่า เอาจริงๆ ไม่น่าจะเกิน 500 คน แต่งานที่ผมจัดๆ อยู่ แล้วมีคนมาก็ประมาณ 100 – 200 คน

จะสุขได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้ายังไม่ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ
ด้วยความด้วยที่ไม่ได้เริ่มทำมาด้วยมุมมองธุรกิจเลยไม่ได้มองว่ามันจะตอบโจทย์หรือเปล่า ตอบโจทย์ตอนนี้คือเสมอตัว

ฝันสูงสุดจริงๆ คืออะไร
คือทำแล้วมันเลี้ยงดูเราได้ พูดตรงๆ แต่ถ้าถามว่าอีกนานไหม ตอบไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าไอดอลในบ้างเราจะได้รับความนิยมได้อีกนานเท่าไหร่ ไอดอลญี่ปุ่นไม่สามารถเทียบได้กับความได้รับความนิยมของ BNK48 หรือว่า Sweat16 ซะด้วยซ้ำไป เพราะมันแทบจะแยกกันเลย มันมีแค่กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นเองที่ชอบทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบแค่ไอดอลไทยเยอะกว่า เค้าอาจจะไม่ได้สนใจไอดอลญี่ปุ่นเลย มีอยู่จำนวนเดียวที่ชอบทั้งคู่

มีเพลงที่เป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น 4 เพลงแล้ว เมื่อไหร่จะมีเพลงเวอร์ชั่นไทยบ้าง
ก็ตั้งใจอยู่ครับ ความยากของการทำเนื้อไทยคือเมมเบอร์ญี่ปุ่นพูดภาษาไทยไม่ได้ เดี๋ยวรอเมมเบอร์ญี่ปุ่น พูดไทยออกเสียงให้ชัดขึ้นอนาคตเพลงไทยก็จะตามมา เพราะว่าการที่ร้องไม่ได้มันยากตอนอัดเสียง

ฝากอะไรถึงแฟนๆ สยามดรีมหน่อยครับ
ก็อยากจะให้ติดตามต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าเป็นวงที่เพิ่งเริ่ม เราเป็นมือสมัครเล่นมากที่สุด ณ เวลานี้ ก็อยากให้ลองตามไปเรื่อยๆ มันใจว่าน้องๆ จะพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นได้อีก

 

 

 

Siam☆Dream at Asia Comic Con Malaysia 2018【Comment+LIVE】

 

Siam☆Dream「サイアム☆ドリーム」อ่านว่า สยาม – ดรีม
วงไอดอลสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสมาชิกวงจาก “ประเทศไทย” และ “ประเทศญี่ปุ่น” โดยคอนเซปต์ นำความเป็นไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่น มุ่งสู่ความฝันเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความเป็น “ไอดอล” ออกไปยังประเทศต่างๆ
Siam(สยาม) = คำแทนจากประเทศไทย,☆ = ประกายส่องแสงความเป็นไอดอล,Dream(ดรีม) = ความฝันและความมุ่งมั่น

「サイアム☆ドリーム」タイ文化と日本のポップカルチャー「アイドル」を合わせるというコンセプトのタイ人と日本人アイドルグループです🇹🇭❤️🇯🇵「アイドル」でタイと日本を繋ぎ、色んな国に広げるのを目指す!

Member 「メンバー」

❤ Mary「メリー」
IG : https://www.instagram.com/m_maryys/
Twitter : https://twitter.com/m_maryys

💛Hikarin「ヒカリン」
IG : https://www.instagram.com/llt_hikarin/
Twitter : https://twitter.com/LLT_Hikarin

💜 Minami Nico「南にこ」
IG : https://www.instagram.com/minaminico_28/
Twitter : https://twitter.com/minami_nico28

💙Yamashita Haruka「山下春花」
IG : https://www.instagram.com/haruka_yamashita0212/
Twitter : https://twitter.com/yamashitaharuka

Siam☆Dream (サイアム☆ドリーム) / Hi-touch (ハイタッチ)【MV Official】

 

 

 

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ลานสยามเพลิน ตรงข้ามมาบุญครอง โดย IdeaMaker

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!