Connect with us

ในงาน Thailand Game Show BIG Festival 2017 ทีมงานเว็บแบไต๋ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณเรย์มอนด์ เปา รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ VR ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท HTC ที่บินมาร่วมจัดแสดง HTC Vive อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน TGSBIG 2017 ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจในการพูดคุยครั้งนี้ครับ โดยเฉพาะเหตุผลที่ว่าทำไม Vive ถึงขายในไทยช้าจัง

(ขวา) เรย์มอนด์ เปา รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ VR ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท HTC และคุณโทมา ผู้จัดการในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

คุณเรย์มอนด์แนะนำตัวเองว่ามาจากไทเป สำนักงานใหญ่ของ HTC หน้าที่คือดูแลธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย HTC นั้นก่อตั้งมานานกว่า 20 ปีแล้วจากการเป็นบริษัทรับผลิต PDA ก่อน จนผลิตมือถือในแบรนด์ตัวเอง แล้วเมื่อปลายปี 2014 เริ่มพัฒนาเทคโนโลยี VR จน HTC Vive เริ่มวางขายได้ในปี 2016

คุณเรย์มอนด์อธิบายให้ฟังว่าธุรกิจ VR ของ HTC นั้นมี 4 เสาหลักที่ดูแลคือ

  1. Hardware – Vive Technology ตอนนี้ HTC เคลมว่าเป็นอันดับหนึ่งในโลก VR ตอนนี้ แล้วเพิ่งเปิดตัว HTC Vive ในไทยเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา โดยขายผ่าน vibe.com , JIB ในราคา 35,990 บาท แล้วจะมีโปรร่วมกับ Acer, Alienware เพื่อขายในราคาพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีแผนออกอุปกรณ์ใหม่ๆ เช่นอุปกรณ์ควบคุมแบบใหม่ หรือ Headset แบบใหม่
  2. Viveport แหล่งรวมซอฟต์แวร์ ทำงานร่วมกับ Valve ผู้สร้าง Steam อันโด่งดัง เพื่อแนะนำเนื้อหาสำหรับ Vive ตอนนี้มีระบบสมาชิกราคา $7 ต่อเดือน เลือกเนื้อหาได้ 5 ชิ้นต่อเดือน
  3. Vive Studio สตูดิโอผลิตเนื้อหาสำหรับ Vive ซึ่ง HTC ก็ผลิตเองส่วนหนึ่ง เช่นเกม Front defense ที่นำมาโชว์ในงาน TGSBIG นอกจากนี้ยังร่วมงานกับสตูดิโออื่นๆ เพื่อสร้างเนื้อหาลง Vive ก็หวังว่าจะร่วมงานกับนักพัฒนาไทยเพื่อร่วมงานกัน
  4. Vive X หน่วยบ่มเพาะธุรกิจ รับสมาชิกใหม่ทุก 6 เดือน มีการ pitch ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ เซิ้นเจิน, ไทเป, ปักกิ่ง, ซานฟรานฯ เพื่อช่วย Startup ปัจจุบันเพื่อเปิดรุ่นที่ 3 ไป แต่ละรุ่นมี Startup ประมาณ 35 ทีม นอกจากช่วยเรื่องการเงินแล้ว ยังช่วยเรื่องเครือข่ายธุรกิจ โดยคุณเรย์มอนด์ก็อยากให้บริษัทไทยเข้าร่วม Vive X ด้วย (เพราะประทับใจการเล่าเรื่องของคนไทย ซึ่งผู้ชนะด้านภาพยนตร์ VR ในการประกวดล่าสุดมาจากไทย) ตัวอย่างทีมที่ประสบความสำเร็จในรุ่นที่ 2 อย่าง VR Chat ที่ HTC ลงเงินอีก 4 ล้านเพื่อสร้าง

Viveport

ทำไม HTC Vive ถึงใช้เวลาตั้งปีครึ่ง กว่าจะเริ่มขายในไทย

เกม Front defense ที่นำมาจัดให้เล่นในงาน TGSBIG 2017

HTC Vive นั้นเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2016 แต่เพิ่งเริ่มขายในไทยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง คุณเรย์มอนด์ตอบในประเด็นนี้ว่า เพราะทรัพยากรในบริษัทจำกัด มีเรื่องสิทธิบัตรและกฎหมายต่างๆ ที่ต้องเคลียร์ก่อนที่จำหน่ายได้ และต้องใช้เวลาหาพาร์ทเนอร์ขายในไทยด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ใช้ Synnex ในการกระจายสินค้า (เท่ากับว่าส่วนธุรกิจ Smartphone กับ VR ของ HTC ในไทยนั้นไม่เกี่ยวข้องกันเท่าใดนัก)

แต่ก็ถือว่าไทยเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถัดจากสิงคโปร์ที่เปิดตัว HTC Vive เมื่อปลายปีที่แล้ว (เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ทำให้จัดจำหน่ายได้เร็วกว่า) ซึ่งคุณเรย์มอนด์ก็มองว่าไทยมีศักยภาพมากในเรื่อง VR นี้ มีผู้ผลิตเนื้อหาที่มีความคิดสร้างสรรค์ จึงทำให้เราเข้าสู่ตลาดนี้

เร็วๆ นี้เราจะมีโปรโมชั่นกับ Acer และ Alienware จัดชุด Bundle คอมพิวเตอร์พร้อม HTC Vive

HTC Vive จะออกรุ่นใหม่เมื่อไหร่

จอยปิงปองและจอยแรกเก็ตของ HTC Vive ที่สามารถถอดเซนเซอร์ออกมาใช้งานได้หลากหลาย

คุณเรย์มอนด์บอกได้เพียงตอนนี้กำลังพัฒนาอยู่ แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ตอนนี้ แต่เมื่อถามถึงเทคโนโลยี VR แบบ Stand Alone ที่แว่นสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลให้ คุณเรย์มอนด์ให้ความเห็นว่าตอนนี้ยังทำได้ยากเพราะต้องใช้ CPU แบบ ARM แบบเดียวกับที่ใช้ในสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้ต้องสร้างซอฟต์แวร์ของ Vive ใหม่ทั้งหมด และไม่สามารถติดตั้งตัวตรวจจับตำแหน่งได้ แว่นต้องระบุตำแหน่งด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้รูปแบบการใช้งานก็ต้องต่างไป

เราสร้าง HTC Vive ก่อน เพื่อสร้างมาตรฐาน VR ที่ดีให้คนรู้จัก แล้วจึงค่อยพัฒนารุ่นประหยัดต่อไป

คิดว่าราคาที่เหมาะสมสำหรับ VR ในไทย ควรจะเป็นเท่าไหร่

บรรยากาศในห้องสัมภาษณ์

iPhone X ขายได้ดี แม้จะแพงมาก เพราะคนเข้าใจว่ามันทำอะไรได้บ้าง
คุณเรย์มอนด์ตอบเรื่องนี้อย่างน่าสนใจ เพราะเราบอกไม่ได้ว่าราคาของ VR ที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ ยกตัวอย่าง iPhone X ขายได้ดี แม้จะแพงมาก เพราะคนเข้าใจว่ามันทำอะไรได้บ้าง ไม่ต้องอธิบายเยอะก็เข้าใจว่าจะซื้อมาทำอะไร แต่สำหรับ VR ก็ต้องให้ความรู้ว่าคนจะเอามาใช้จริงในชีวิตประจำวันได้ยังไง แล้วเรื่องราคาจะตามมา ถ้าคนเห็นว่ามันจำเป็น แม้มีราคาสูงแต่คนก็จะยอมจ่ายเพื่อให้ได้คุณภาพดี

ส่วนคนไทยจะเริ่มตอบรับกับ VR เมื่อไหร่ ก็บอกได้ยาก ขึ้นอยู่กับเนื้อหาล้วนๆ เลยว่าคนไทยตอบรับกับเนื้อหาแค่ไหน ซึ่งเนื้อหาที่น่าจะโดนใจจริงๆ น่าจะเป็นฝั่งเกมหรือความบันเทิง อย่างเกมล่าสุด Fallout 4 VR ที่ทำออกมาได้น่าสนใจ หรือค่าย Warner ที่ทำหนัง VR ออกมาบ้างแล้ว ซึ่งหลังๆ จะเห็นการใช้ VR ในแวดวงธุรกิจมากขึ้น เช่นโชว์รูมรถ กีฬา

คาดหวังยอดขายของ HTC Vive ในไทยเท่าไหร่

ส่วนหนึ่งของ Viveland กับการเล่นเกมล่าไดโนเสาร์ 4 คน พร้อมจอยปืนที่สามารถสั่นตามการยิงได้ ทำให้ได้ประสบการณ์การเล่นที่ดีมาก มาทดลองเล่นฟรีได้ที่งาน TGSBIG 2017

ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งความคาดหวัง เพราะอยู่ในช่วงทดลองตลาดอยู่ แล้วเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็เป็นช่วงหยุดพักการตลาด เราจึงทำอะไรมากไม่ได้ ตอนนี้กำลังอยู่ในการให้ความรู้ผู้สร้าง ผู้เล่น ให้เข้าใจ VR ซึ่งจุดแรกที่จะบุกคือร้านเกม ตามร้านค้าปลีกก็จะส่งสินค้าตัวอย่างไปให้คนได้ทดลองมากขึ้น โดยโฟกัสฝั่งเกมอยู่มากกว่า 60% เพราะเป็นตลาดที่เติบโตได้เร็ว ส่วนตลาดธุรกิจก็ต้องใช้เวลาสร้างความรู้ สร้างตัวอย่างเชิงธุรกิจให้เห็นต่อไป

ในต่างประเทศเรามี VIVELAND เป็นเหมือนร้านเกมรวมประสบการณ์ VR ของ HTC เช่นเกมที่เล่นพร้อมกันได้ 4 คน ซึ่งเราก็นำส่วนหนึ่งมาให้ทดลองเล่นในงาน TGSBIG 2017 ด้วย (ยิงไดโนเสาร์กัน 4 คน มันส์มาก แอดไปเล่นมาแล้ว) ซึ่งเราก็อยากให้มีร้านแบบนี้ในไทย

สำหรับเนื้อหาไทย ก็ไม่ได้มีนโยบายอย่างเป็นทางการ แต่เนื้อหาไทยส่วนหนึ่งก็มีอยู่ใน Steam store แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาว่าจะทำให้ได้หรือไม่ อย่างเกม front defense ของเราก็มีภาษาไทย

HTC มีแผนจะออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ AR หรือไม่

AR (Augmented Reality ความจริงเสริม หรือการแสดงภาพคอมพิวเตอร์ไปผสมกับโลกจริง) กับ VR (Virtual Reality ความจริงเสมือน แสดงภาพคอมพิวเตอร์ครอบทั้งหมด ไม่เห็นโลกจริง) ใช้เทคโนโลยีรากฐานเดียวกันกว่า 80% ก็ทำให้ HTC เข้าสู่ตลาดนี้ไม่ยากนัก ซึ่ง AR สามารถใช้สมาร์ทโฟนทำได้ในปัจจุบัน เราจึงคิดว่าแว่น VR มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนกว่า แต่ AR กับ VR นั้นจะโตไปด้วยกัน ซึ่ง HTC ก็มองตลาดนี้อยู่โดยการลงทุนเพิ่มในบริษัท AR ด้วย

HTC มอง PlayStation VR หรือ Oculus เป็นคู่แข่งหรือไม่

เราสามารถใช้เซนเซอร์ติดกับกล้องเพื่อแทรกภาพใน VR ออกมาเป็นภาพจริงได้ เมื่อเคลื่อนกล้อง ภาพทุกอย่างจากคอมพิวเตอร์ก็จะเคลื่อนตาม

คุณเรย์มอนด์บอกว่า HTC Vive ไม่ได้มองค่ายอื่นๆ เป็นคู่แข่ง เพราะอยู่ในช่วงพัฒนาตลาดไปด้วยกัน สร้างตลาด VR ให้โตไปด้วยกัน อย่าง Oculus ก็มีตลาดเฉพาะ เน้นโซเซียล มีแผนบุกโมบาย ส่วน PlayStation VR ก็อยู่ในตลาดเฉพาะที่ไม่มาบุก PC และเราก็ไม่สามารถทำอุปกรณ์ให้ใช้กับ PlayStation ได้ ซึ่ง HTC ก็พยายามคุยกับ Sony เผื่อมีช่องทางสนับสนุนระหว่างกัน

และตอนนี้ Google ก็ซื้อทีม Vive กับทีมที่สร้าง pixel ไปแล้วด้วยมูลค่า 1,100 ล้านเหรียญ ทำให้เรามีเงินลงทุนมากขึ้น (แต่ส่วนที่ผลิต HTC Phone ก็ยังอยู่นะ)

แสดงความคิดเห็น

Games

[บทความพิเศษ] เกม Final Fantasy 15 Pocket Edition คุ้มค่าหรือไม่หากเล่นภาคหลักมาแล้ว !!

มาดูกันว่าเกม final fantasy 15 pocket edition จะคุ้มค่าแค่ไหน

Published

on

เกม Final Fantasy 15 Pocket Edition หรือไฟนอล 15 ฉบับย่อส่วน ถือว่าเป็นการมาที่สร้างความประหลาดใจเพราะมันคือเกมภาคหลักที่โดนไฟฉายย่อส่วนลงมา เพื่อให้เล่นบนสมาร์ทโฟนได้ และหลังจากรอกันมานานแสนนานในที่สุดค่ายก็ปล่อยออกมาให้เล่นบน ios และ android แต่มันก็มีข้อสงสัยว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่เพราะเกมแทบจะถอดมาจากต้นฉบับแต่จะแตกต่างที่กราฟิก วันนี้ทางทีมงาน Beartai จึงอยากบอกเล่ากันว่าภาคนี้จะคุ้มค่าหรือไม่

กราฟิกเปลี่ยนใหม่แต่เพลงเหมือนเดิม

สัมผัสแรกกราฟิกในเกมก็อย่างที่เห็นในตัวอย่าง เพราะมันทำออกมาแนวการ์ตูนหัวโตๆ ที่ดูน่ารักแต่ก็จำลองตัวละครในเกม Final Fantasy 15 ออกมาได้แบบที่รู้ในทันทีว่าคือตัวไหน และคุณภาพของกราฟิกอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับเกมมือถือด้วยกันเอง เพลงประกอบก็ยกเอาของเดิมมาทั้งหมด รวมทั้งเกมยังใส่เสียงพากย์แบบจัดเต็มมา แต่ก็มีข้อเสียเพราะเกมกินสเปกมือถือพอสมควร และยังต้องมีเนื้อที่มหาศาลเพื่อลงเกม แต่เกมจะไม่ได้โหลดมาในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆทยอยโหลดซึ่งแต่ละครั้งก็กินความจุมหาศาล ซึ่งใครมีมือถือความจุน้อยๆอาจจะเล่นไม่ได้

และหากมองตรงกราฟิกแล้วคอเกม Final Fantasy ที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นคอเกมที่ใส่ใจในกราฟิกอยู่แล้ว อาจจะไม่ค่อยถูกใจ เพราะแม้เกมจะพยายามถ่ายทอดฉากในคอนโซลมาสู่หน้าจอเล็กๆของมือถือได้ดีที่สุดแล้ว แต่กราฟิกแบบนี้น่าจะไม่ถูกใจแฟนเกมที่บ้ากราฟิกแน่นอน ดังนั้นหากมองว่ามันต้องเสียเงินปลดล็อกฉากเพื่อเล่นถือว่าอาจจะไม่คุ้มในจุดนี้ (เกมให้ลองเล่นฉากแรกฟรี)

รูปแบบการเล่นปรับให้เข้ากับมือถือ และใช้เนื้อเรื่องเดิม

แน่นอนว่าเมื่อมันมาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน ต้องมีการปรับเปลี่ยน และตามคาดที่เกมใช้การสัมผัสไปที่หน้าจอเพื่อบังคับให้ตัวละครเดินไป และเมนูก็ใช้การสัมผัสที่ย่อลงมาให้ดูง่ายมาก ส่วนการต่อสู้ก็จิ้มไปที่ศัตรูแล้วกดรัวๆได้เลย แต่หากเรากำลังจะโดนศัตรูโจมตีจะมีสัญลักษณ์ที่เมื่อจิ้มไปเราจะหลบหลีกและโจมตีสวนกลับได้ รวมทั้งประเภทอาวุธก็ยังคงมีโดยเราสามารถใส่ได้ 4 ชนิดเหมือนเดิม แต่ด้วยมุมกล้องที่นำเสนอด้านบน ทำให้ฉากในเกมดูแคบลงมาก แม้ว่าผู้สร้างจะพยายามจะทำให้เหมือนบนคอนโซลมากที่สุดแต่ยังไงก็ไม่เหมือน อีกทั้งฉาก แบ่งเป็นส่วนๆไม่ได้กว้างเท่ากับต้นฉบับ

แต่โดยรวมฉากต่อสู้ถือว่าทำได้สนุกดี และดูดีกว่าเกมบนมือถือทั่วๆไป มีระบบที่เหมือนกับภาคหลักบนคอนโซล แต่ย่อจนสามารถเล่นบนหน้าจอสัมผัสเล็กๆได้ อย่างที่บอกว่าเนื้อเรื่องเป็นของเดิม แต่ย่อความยิ่งใหญ่จนแทบไม่มีความอลังการ ซึ่งหากคุณเล่นบนคอนโซลมาจนทะลุแล้วจะเห็นได้ว่าแต่ละฉากจะมีความเหมือนกัน แต่จะตัดออกไปหลายส่วน แถมการแสดงสีหน้าของตัวละครก็แทบจะไม่มีเรียกว่าเล่นไปผ่านๆพอขำๆเท่านั้น

คุ้มหรือไม่ ลองโหลดไปเล่นก่อนได้

อย่างที่บอกว่าเกมโหลดไปเล่นฟรีเฉพาะ Chapter แรก ตัวเกมเต็มๆจะขายในราคาเหมารวม 699 บาท หรือจะเลือกปลดล็อกเฉพาะตอน โดยมีราคาขายแยกที่แตกต่างกันโดย Chapter 2 และ 3 ในราคา 35 บาท แต่ตอนที่เหลือจะมีราคาตอนละ 139 บาท ถือว่าสูงพอสมควรสำหรับเกมมือถือ (เกมมีทั้งหมด 10 Chapter)

บอกตรงๆว่าเกม Final Fantasy 15 Pocket Edition คือภาคหลักที่สามารถเล่นได้จริงๆเหมือนกับต้นฉบับ มีการเพิ่มเกมเพลย์ใหม่ๆเข้าไปที่เหมาะกับการเล่นบนมือถือ แต่บอกตรงๆหากคุณรักความเป็น Final Fantasy ที่ความอลังการงานสร้างบอกได้เลยว่าข้ามไปเล่นเกมอื่นได้เลย เพราะมันเหมือนทำออกมาตอบสนองคนที่อยากเล่น Final 15 แต่ไม่มีเครื่องเกมคอนโซล หรืออยากเล่นในอีกรูปแบบที่ย่อส่วนลงมาแต่ยังคงเรื่องราวเดิม แต่ราคาขาย 699 บาทแบบเต็มๆเกมถือว่าแพงไปหน่อย และไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก

สเปกของสมาร์ทโฟน

iOS

  • ios 10.0 หรือสูงกว่า รองรับ iPhone, iPad และ  iPod touch

Android

  • Android 5.0 ขึ้นไป
  • CPU:1.5GHz
  • RAM:2GB
  • ต้องการเนื้อที่ 5GB และ 8GB เพื่อความละเอียดสูงกว่า

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[บทความพิเศษ] ทำไมมือใหม่ถึงควรเล่นเกม Monster Hunter World !!

มาดูกันว่า Monster Hunter World มีอะไรเหมาะกับมือใหม่บ้าง

Published

on

ในตอนนี้ไม่มีเกมอะไรมาแรงเท่าเกม Monster Hunter World ภาคหลักที่เพิ่งจะออกวางขายบน PS4 , XBoxOne ที่แฟนประจำก็คงกำลังเล่นอยู่ แต่สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ไม่เคยเล่นมาก่อนคงจะลังเลใจ เพราะเป็นที่รู้กันว่าเกมเพลย์ของมอนฮัน ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้เล่นทั่วไปนัก อย่างไรก็ตามการที่ Capcom ได้ปรับเปลี่ยนระบบใหม่ในภาค World ทำให้มันเป็นภาคที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่เริ่มต้น วันนี้ทาง beartai ขอสรุปว่ามันมีอะไรที่เหมาะกับมือใหม่บ้าง

ระบบอาวุธ ปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับแต่งก็ง่าย

ปรกติแล้วหากคุณเคยสัมผัสเกมซีรีส์ Monster Hunter ในอดีตที่ผู้เล่นหน้าใหม่อาจจะเล่นได้ไม่กี่ประเภทเพราะ อาวุธบางชนิดไม่ได้มีความว่องไว ทำให้การเล่นต้องกะจังหวะให้ดี และไม่เป็นมิตรกับมือใหม่ หรือเรียกง่ายๆว่ามันไม่ใช่เกมแอ็คชั่นแบบทั่วไป มาในภาค World ได้ปรับให้ลื่นไหลมากขึ้น แต่มันไม่ได้ปรับให้เป็นเหมือนเกมทั่วไปมันก็ยังคงความเป็นเกมมอนฮันอยู่เหมือนเดิม

ส่วนตัวแล้วผู้เล่นหน้าใหม่สามารถเล่นได้เกือบทุกประเภท แต่ต้องทำความเข้าใจระบบอาวุธเล็กน้อยเช่นปืนที่มีการเล่นกับกระสุนหลายชนิด ที่ใช้งานง่ายแต่ต้องรอตอนบรรจุกระสุน หรือธนูที่ปรับให้มีความรวดเร็วในการใช้งานมากขึ้น แต่จะเสียค่าพลังความอึดตอนยิงออกไปทำให้ใช้ต่อเนื่องไม่ได้ แต่โดยรวมแล้วเกมลื่นขึ้นกว่าเดิมทำให้หลายคนที่ได้เล่นในครั้งแรกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ส่วนอาวุธประเภทดาบยังถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่เข้าถึงได้ง่ายเหมือนเดิม แถมยังปรับให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

อีกทั้งการแนะนำอาวุธยังใส่รายละเอียดแบบจัดเต็ม มีการบอกการกดท่าในเมนูและแต่ละท่าไม้ตายก็เรียกออกมาใช้งานได้ง่าย การกดปุ่มไม่ซับซ้อน ส่วนการปรับแต่งหรืออัพเกรดก็ทำได้ง่าย เพราะมีร้านอาวุธที่ปรับให้ดูสมจริงมากขึ้น อีกส่วนความเรียบง่ายเพราะเมนูการปรับแต่งที่เข้าถึงได้ง่ายมีภาพประกอบที่ชัดเจน และแม้ว่าในเกมอาจจะไม่ได้บอกว่าวัตถุดิบของการตีอาวุธอยู่ที่ไหนแบบตรงๆ แต่เราก็สามารถเอาชื่อไปค้นใน google ก็จะทราบถึงตำแหน่งที่ตั้งอย่างละเอียดเพราะมีสังคมออนไลน์ทำคู่มือออกมามากมาย

ทำให้การออกค้นหาวัตถุดิบมาตีของทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมาใช้คู่มือหนาเท่าสมุดโทรศัพท์เหมือนในอดีต หรือไอเทมประเภทยาก็มีเมนูที่เข้าใจง่ายเช่นกัน มีการบอกเลยว่าต้องการอะไร ถ้าขยันอ่านกันสักนิดก็จะเข้าใจได้ในทันที และอย่างที่บอกว่าเกมนี้เราสามารถเดินไปกินยาไปได้แล้ว แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากเพราะตอนใช้ยาเราเดินช้ามากแต่ก็ยังดีกว่าภาคก่อน โดยรวมแล้วระบบอาวุธและไอเทมที่ถือเป็นหัวใจหลักถูกปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นและเป็นแบบที่ควรจะเป็นแล้ว

เกมปรับให้เข้าถึงง่าย แต่ยังมีความท้าทาย

ระบบของเกมที่เป็นการรับภารกิจที่กระดาน เป็นสิ่งที่คุ้นตากันอยู่แล้ว เมื่อลงเราบินไปสู่ฉากจะพบว่าภารกิจส่วนใหญ่ที่เป็นการไล่ล่าตัวมอนสเตอร์ แต่จะไม่มีการระบุว่ามันจะอยู่ตรงจุดไหน เราต้องออกหาเบาะแสและร่อยรอยของมันที่มักจะอยู่ในจุดที่มองเห็นได้ง่าย และการไล่ล่าทำได้ง่ายเพราะเมื่อเราพบร่องรอยจนเพียงพอแล้วจะเกิดเป็นแสงสีเขียว ที่จะนำทางเราไป และเมื่อเราเจอตัวมอนสเตอร์แล้วก็จะไม่ต้องหาร่องรอยอีกต่อไป ที่แม้ว่าเราจะพลาดโดยตบจนสลบเมื่อร่างของเราถูกหิ้วกลับมาที่ฐานแล้ว ก็จะออกไปไล่ล่าต่อได้ในทันที ทำให้เกมเพลย์รวดเร็วกว่าเดิมมาก

อีกทั้งแอ็คชั่นของเกมถูกปรับให้ลื่นขึ้น ตัวละครของเรามีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่าเดิม แต่มันยังไม่ได้เป็นเกมแอ็คชั่นที่รวดเร็วเหมือนเกมทั่วไป แต่ก็มีความสมจริง และยังคงความเป็นเกมเพลย์แบบที่แฟนมอนฮันคุ้นเคย ที่ต้องกะจังหวะในการต่อสู้ หรือหลบหลีกกันตลอดซึ่งหากคุณมีพื้นฐานเกมแอ็คชั่นโหดๆอย่าง Dark Souls มาก่อนจะไม่ต้องปรับตัวมากนักเพราะมีหลักการคล้ายๆกัน แน่นอนว่าการวิ่งและการกลิ้งหลบศัตรู เราจะเสียค่าพลังความอึด ซึ่งสามารถใช้ยาช่วยได้ซึ่งจะทำให้การต่อสู้กับบอสตัวโหดๆทำได้ลื่นมาก ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอย้ำอีกรอบว่ามันไม่ใช่แอ็คชั่นลุยๆ แต่เป็นการใช้อาวุธและเทคนิคในการเล่นซึ่งส่วนนี้เป็น เสน่ห์ของซีรีส์ล่าแย้มาตลอด และการใช้จอยเกม PS4 ที่ดูถนัดมือกว่าสมัยออกบนเครื่องพกพา ก็ทำให้การเล่นสะดวกขึ้นเช่นกัน

เข้าใจง่ายเพราะมีภาษาอังกฤษ

ก่อนหน้านี้โดยเฉพาะในยุค 3DS เกม Monster Hunter จะออกโซนญี่ปุ่นก่อน และการที่ 3DS ล็อกโซนทำให้คนที่มีเครื่องอเมริกา หรือโซนอื่นอดเล่นและกว่าจะออกภาษาอังกฤษ ก็ต้องรอกันเป็นปี แต่ในภาค World ทาง Capcom ได้เอาใจแฟนๆทั่วทั้งโลกด้วยการออกพร้อมกันทุกโซนทุกภาษา ทำให้แฟนเกมชาวไทยสามารถเข้าใจได้ง่าย

จริงอยู่หากคุณเป็นแฟนมอนฮันมานาน ภาษาคงไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับมือใหม่มันจำเป็นมากเพราะเราสามารถเข้าใจ เควสได้ในทันที และยังสามารถอ่านเมนูเพื่อผสมยา หรือตีอาวุธเทพๆได้โดยไม่ต้องใช้คู่มือ เรียกว่าง่ายขนาดนี้มือใหม่ต้องไม่พลาดแล้ว อีกทั้งเควสในเกมจะมีการบอกว่าต้องไปทำอะไรที่ไหนบนแผนที่อย่างชัดเจน (แต่ต้องหาตัวมอนสเตอร์เอง)ทำให้เราเล่นแบบลื่นไหลไปจนจบได้เหมือนกับเกมทั่วไป

ระบบออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย

ส่วนระบบออนไลน์ในภาค World ทาง Capcom ได้ทำระบบออนไลน์ที่เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบการเล่นเป็นทีมหรือจะเล่นคนเดียวก็ตาม และสำหรับมือใหม่แล้ว การได้ออกไปล่าร่วมกับเพื่อนถือว่าเป็นข้อดีอย่างมากเพราะจะได้ต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเรารวมทีมออกล่า ตัวมอนสเตอร์ในเกมจะมีค่าพลังเพิ่ม แต่หากรวมตัวกัน 4 คนแล้วแบ่งหน้าที่กันดีๆก็จะผ่านไปได้

อีกทั้งในภาคนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่กำลังลุยเดียวส่งสัญญาณ SOS ออกไปขอความช่วยเหลือได้ และในภารกิจออนไลน์แม้ว่าเราจะลุยเดี่ยวก็มีโอกาสพบเจอผู้เล่นคนอื่นและออกล่าพร้อมกันได้ และยังมีระบบ Chat ด้วยเสียงทำให้เราสามารถพูดคุยและสั่งการทีมของเราได้ แต่หากคุณไม่ชอบออนไลน์มันก็สามารถเล่นได้ เรียกว่าภาคนี้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เล่นได้ทุกรูปแบบอย่างแท้จริง

ทิ้งท้ายกันเล็กน้อย แม้ว่าเกม Monster Hunter World จะปรับให้เป็นมิตรและง่ายในการเข้าถึง แต่เกมก็ยังคงเป็นแอ็คชั่นที่เน้นการใช้ความสามารถในการเล่น การผสมของและการสร้างอาวุธ มาต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวเทพๆ ไม่ใช่เกมแอ็คชั่นลุยแหลก ดังนั้นหากคุณทำความเข้าใจในรูปแบบของเกมแล้ว รับประกันได้ว่าคุณจะสนุกไปกับเกมจนกลายเป็นสาวกเกมล่าแย้ แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการเกม

[บทความพิเศษ] Game & Watch เกมกด ตำนานเครื่องเกมพกพาของนินเทนโด

มาดูตำนานเกมกด เครื่องเกมพกพารุ่นคุณปู่

Published

on

เชื่อว่าในยุคปัจจุบัน คอเกมจะคุ้นชินกับเกมมือถือ ทั้งแบบที่ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะอย่าง NDS , 3DS , PSP , PS Vita , Nintendo Switch หรือ แท็บเล็ต และ สมาร์ทโฟน มากกว่า แต่เด็กในยุคอดีต เครื่องเกมมือถือ อาจจะเป็นแค่ฝัน เพราะด้วยราคาที่น้องๆเกมคอนโซลในยุคนั้น แถมเกมมือถือในยุคแรกเริ่ม ไม่สามารถเปลี่ยนตลับได้ซื้อมาก็เล่นได้แค่เกมเดียว หลายคนอาจจะคิดว่าไม่คุ้ม ทำให้การมีเครื่องเกมมือถือไว้สักเครื่องในบ้านเป็นเรื่องยากเย็น และในยุคแรกๆคนไทยนิยมเรียกเครื่องเกมมือถือว่า “เกมกด” ดังนั้นในบทความจึงขอเรียกว่าเกมกด เพื่อความเข้าใจร่วมกัน

โดยจุดกำเนิดของเครื่องเกมมือถือ นั้นเริ่มจากเครื่องคิดเลข ที่คุณ Gunpei Yokoi บิดาแห่งเกมบอยในเวลาต่อมา ได้สังเกตเห็นว่า นักธุรกิจใช้เวลาว่างระหว่างโดยสารรถไฟ ไปกับการนั่งเล่นเครื่องคิดเลข จึงเป็นที่มาของการทำเครื่องเล่นเกมฆ่าเวลา พร้อมกับ เป็นนาฬิกาไปในตัวในชื่อ Game & Watch ที่วางขายในปี 1980

และด้วยมีจุดกำเนิดมาจากเครื่องคิดเลข ทำให้เกมกดยุคแรกเริ่มใช้หน้าจอผลึกเหลวแบบเดียวกับ เครื่องคิดเลข ที่มีการเคลื่อนไหวจำกัด เพราะมีช่องๆการเดินของตัวละครจำกัด เหมือนตัวเลขในเครื่องคิดเลข แม้การเคลื่อนไหวในเกมจะจำกัด และใช้ถ่าน นาฬิกา เป็นพลังงาน แม้เกมจะไม่ได้มีอะไรมาก แต่สำหรับเด็กในยุคนั้นถือว่าเป็นความสนุกที่หาที่ไหนไม่ได้ และถ้าเด็กคนไหนมี “เกมกด” เด็กคนนั้นจะกลายเป็นซูเนโอะ ในยุคนั้น ที่เพื่อนๆจะแวะเวียนไปหยิบยืม หรือยึด ด้วยเพราะราคาแพงและความหายาก

โดยนินเท็นโด ได้ออก Game & Watch มามากมายหลายรุ่น เรียกว่าถ้าจะแนะนำให้หมดออกเป็น Pocket Book อีกเล่มยังได้ นี่ยังไม่นับรวมเกมกดจากค่ายอื่นที่มีมากมาย ส่วนรุ่นที่คนไทยรู้จักมีไม่กี่รุ่น โดยส่วนใหญ่จะเป็นเกมกดรุ่นแรกๆ


Game & Watch Silver วางขายในปี 1980 โดยมีทรงเป็นสี่เหลี่ยม มีปุ่มกด 2 ปุ่ม และเป็นนาฬิกาได้


Game & Watch Gold วางขายในปี 1981 หลังจากประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย และได้เพิ่มเกมและเพิ่มความสามารถในการตั้งเวลาปลุกได้ รวมทั้งมีขาตั้งทำให้วางเหมือนนาฬิกาตั้งโต๊ะได้ เหมือนกับ Nintendo Switch ในปัจจุบัน


Game & Watch Multi Screen (1982–1989)
รุ่นที่โด่งดังที่สุด เพราะมีถึง 2 หน้าจอ ลักษณะเหมือน Nintendo DS และ 3DS ในปัจจุบัน โดยมีเกมดังๆอย่าง ดองกี้คอง เป็นตัวชูโรง และเพิ่มความซับซ้อนด้วยปุ่ม D-Pad


Game & Watch Tabletop (1983)
มีลักษณะ เหมือนเกมตู้(อาเขต) เล็กๆ และเป็นจอสี แต่มีราคาแพงจึงเป็นหนึ่งในรุ่นที่หายาก โดยนอกจากรูปร่างแล้วยังมีปุ่มบังคับที่เหมือนกับเกมตู้ !!


Game & Watch Panorama (1983–1984)
มีจุดเด่นที่เป็นหน้าจอสี แต่ต้องเล่นผ่านเงาสะท้อนในกระจกเพื่อเล่น รุ่นนี้ราคาค่อนข้างสูง แต่ก็พอหาได้บ้างในไทย ตอนเด็กๆผู้เขียนก็พอจะเคยได้เล่นบ้าง ปัจจุบันเป็นของสะสมราคาสูง


Game & Watch New Wide Screen (1982–1991)
รุ่นที่สานต่อความสำเร็จจาก Silver ,Gold โดยมีการนำเกมดังๆของ นินเท็นโดมาสร้างเป็นเกมกด ทั้ง มาริโอ , เซลด้า และมีการสร้างอย่างยาวนานถึงปี 1991 แม้กระทั้งยุคที่เกมบอยวางขายแล้ว โดยมีฉากหลังเป็นสีสันสวยงาม


Game & Watch Super Color (1984)
รุ่นจอสีที่มีสีที่พื้นหลังของหน้าจอ โดยรุ่นนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยม และหายากในไทย


Game & Watch Micro Vs. System (1984)
เกมกดตามชื่อที่เล่นได้ 2 คนพร้อมกัน และมีจอยแยกออกมาให้คนละอัน ซึ่งมันอาจจะเป็นต้นแบบของ Nintendo Switch ในปัจจุบัน


Game & Watch Crystal Screen (1986)
หรือเรียกเล่นๆว่ารุ่นจอใส ที่โปร่งแสง เกมออกมาในยุคที่เกมบอยใกล้จะมาแล้ว เลยไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

 

Game & Watch Mini Classics (1998)
รุ่นพิเศษที่ทำออกมาในแนวย้อนยุค โดยมีขนาดเล็ก กะทัดรัด ให้เหมือนเป็นพวงกุญแจขนาดเล็ก โดยมีเกมคลาสสิกออกมาให้เล่นกันหลายเกม เช่นเกม Super Mario โดยรุ่นนี้ก็มีขายในไทยในยุคนั้น

นอกจากนี้ยังมี Game & Watch รุ่นพิเศษอีกหลายเกมทั้งที่เป็นนาฬิกา , พวงกุญแจ และรุ่นพิเศษเพื่อฉลองเนื่องในโอกาสต่างๆ แต่นอกจากเกมกดของค่าย นินเท็นโด แล้วยังมีอีกหลายค่ายที่สร้างออกมานับไม่ถ้วน แต่ที่โดดเด่นคือ ของค่ายผู้ผลิต นาฬิกา และ เครื่องคิดเลข อย่าง คาสิโอ และค่ายที่ทำของเล่น Bandai ที่ทำออกมาหลายเกม


เกมกดที่โดดเด่น western bar เกมกดในตำนาน

แม้ Game & Watch ของ นินเท็นโด จะโดดเด่นโดนใจคอเกมในยุคนั้นแต่เชื่อได้เลยว่า เกมกด ที่สร้างความประทับใจ โดยเป็นเกมกดจากค่าย คาสิโอ นาม western bar ที่คนไทยเรียกว่า เกมคาวบอย โดยโดดเด่นที่เป็นเกมกดที่มีด่าน และมีบอส รวมกันอยู่ในเกมเดียว โดยเกมหลักๆจะเป็นการยิง แก้ว ขวด จาน แต่ต้องไม่ยิงโดนระเบิด

และอีกส่วนจะเป็นการต่อสู้กับบอส ตัวเกมเรียบง่าย แต่มีจุดเด่นที่ความดังของเสียงในเกมผ่านลำโพงขนาดยักษ์ ที่เปิดทีกระหึ่มชนิดเครื่องเกมรุ่นใหม่อย่าง 3DS ยังอาย แม้มันจะมีแค่เสียงประกอบก็ตาม โดย western bar ยังหาได้ในยุคปัจจุบันผ่านการเล่นบน อีมูเลเตอร์ , บน iphone และ ตลาดขายเกมมือ 2 ที่ยังคงพอมีให้เห็นบ้าง


เกมกดในไทย บาทเดียวก็เล่นได้ !!

เนื่องด้วยราคาเกมกดในยุคนั้นที่สูงมาก และเล่นได้แค่ 1 เกม ต่อ 1 เครื่อง ทำให้การเป็นเจ้าของ เกมกดไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กในยุคนั้น แต่ใช่ว่าจะไม่มีช่องทาง เพราะ เกมกดเหล่านี้สามารถหาได้ในสถานที่ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมี เช่นตามงานวัด หรือหน้าโรงงิ้ว ที่จะมีคนนำเกมกดมาให้เช่า โดยผูกโซ่ ติดกับตัวเกมกด เพื่อกันขโมย และให้เช่าเป็นเกม ที่มีให้ 3 ตัว ต่อ 1 บาท และเด็กยุคนั้นหลายคนรวมทั้งผู้เขียนเองที่ เมื่อมีโรงงิ้วมาเปิดแสดงที่ไร จะอาสาพาอาม่า ไปดูทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะอยากดูงิ้ว แต่เพราะอยากไปเล่นเกมกด ซึ่งเด็กในยุคนั้นแม้จะมีงบน้อยก็พอจะหาเล่นเกมกดได้ ในงบแค่ บาทเดียว

ปัจจุบันหาได้ที่ไหน

แม้จะผ่านเวลาไปนาน แต่ในปัจจุบัน เกมกด ก็ยังหาเล่นได้ โดยมีของใหม่ที่ส่วนมากจะเป็นเกมตัวต่อ Tetris ส่วนเกมกดเก่าๆอย่าง Game & Watch ที่ยังพอหาได้ เพราะมีคนเล่นเป็นของเก่า ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ถ้าสภาพดี หรือตามตลาดนัดของเก่าอาจจะพอหาได้บ้าง ส่วนคอเกมที่งบน้อย ยังหาเล่นได้บน อีมูเลเตอร์ บน PC หรือ App บน ios และเกมบน 3DS

แม้เวลาจะผ่านไปนาน 38 ปีแล้ว แต่เกมกด ยังอยู่ในใจใครหลายคน แม้จะมีรูปแบบการเล่นเรียบง่าย มีแค่เกมเดียว กราฟิกก็แทบไม่มีอะไร แต่สำหรับเด็กในยุคนั้นความตื่นตาตื่นใจไม่ต่างจากเครื่องเกมเทพๆในยุคนี้ ที่หยิบขึ้นมาเมื่อไรก็คิดถึงความสนุกสมัยยังเด็ก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!