ลาก่อน ‘ไมเคิล คอลลินส์’ ชายผู้โดดเดี่ยวที่สุดในประวัติศาสตร์ ลูกเรือ Apollo 11 ที่ไม่ได้แตะจันทร์

หากพูดถึง ‘นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong)’ คาดว่าไม่มีใครไม่รู้จัก แต่นั่นไม่ใช่คนในภาพปกและคนที่เราจะพูดถึงในวันนี้ เบื้องหลังความสำเร็จของการ ‘ลงเหยียบดวงจันทร์’ ครั้งแรกของมวลมนุษยชาติ ล้วนเกิดได้จากกลุ่มคนจำนวนมหาศาล ทั้งภาคประชาชนที่สนับสนุน ภาครัฐที่ผลักดันโครงการ ทีมงานผู้ดูแลภารกิจ และมนุษย์ผู้กล้าที่แบกรับหน้าที่และความเสี่ยงเดินทางไปยังอวกาศ วันนี้เราจึงจะมาพูดถึง หนึ่งในนักบินอวกาศผู้ร่วมใน Apollo 11 ไฟล์ทประวัติศาสตร์นั้น แต่กลับเป็นที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุด เขาคือ ไมเคิล คอลลินส์ (Michael Collins) นั่นเอง

เพลง Michael Collins จาก F.HERO ที่บรรยายเรื่องราวของชายผู้โดดเดี่ยวที่สุดในอวกาศไว้ (แนะนำว่าให้เปิดฟังระหว่างอ่านบทความ จะเพิ่มอรรถรสขณะอ่านได้เป็นอย่างดี)

ในขณะที่บ้านเรา วงการบันเทิงได้สูญเสียดาวตลกไทยอย่าง ‘น้าค่อม’ ด้วยเชื้อโควิดไปอย่างน่าเศร้า แวดวงดาราศาสตร์ก็อยู่ในห้วงโศกเช่นเดียวกัน เนื่องจากอดีตนักบินอวกาศผู้ยิ่งใหญ่ ‘ไมเคิล คอลลินส์’ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา

“วันนี้ ประเทศเราได้สูญเสีย ไมเคิล คอลลินส์ ผู้บุกเบิกที่แท้จริง และผู้ที่อุทิศชีวิตในการสำรวจอวกาศ…ในฐานะนักบินอะพอลโล 11 บางคนเรียกเขาว่า ‘ชายผู้โดดเดี่ยวที่สุดในประวัติศาสตร์’ ระหว่างที่เพื่อนร่วมงานของเขาลงเดินบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก เขาคือนักบินผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้การลงเดินในครั้งนั้นเป็นไปได้ นอกจากนี้ เขายังเป็นนักบินที่มีความสามารถโดดเด่นทั้งในโครงการเจมีนี (Gemini) และในฐานะนักบินของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ด้วย ”

สตีฟ ยัวเช็ก (Steve Jurczyk) โฆษกของนาซากล่าวไว้อาลัยต่อการจากไปครั้งนี้

ในขณะที่ครอบครัวของเขากล่าวว่า “ไมค์เผชิญกับความท้าทายด้วยความสง่างามและความถ่อมตนเสมอ และเผชิญหน้ากับความตาย ซึ่งเป็นความท้าทายสุดท้ายของเขาในทำนองเดียวกัน เราจะคิดถึงเขาอย่างมาก แต่เราก็รู้ด้วยว่า ไมค์รู้สึกโชคดีแค่ไหนที่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เขาเป็น”

ไมเคิล คอลลินส์ (Michael Collins) นักบินอวกาศในภารกิจอะพอลโล 11 ผู้ไม่ได้เดินบนดวงจันทร์
Credit : NASA

แค่คำไว้อาลัยเหล่านี้ก็พอจะอธิบายในเบื้องต้นได้แล้วว่าเขามีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อคนรอบข้างได้อย่างไร และเพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัยและเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง เราจึงขอเล่าวีรกรรม (ที่ทำให้ได้ฉายา) และภารกิจที่เขาต้องเผชิญให้เราได้รู้จักเขาขึ้นอีกสักนิด

การเดินทางจากพื้นโลกสู่อวกาศของชายที่ชื่อว่า ‘ไมเคิล คอลลินส์’ 

ไมเคิล คอลลินส์ เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1930 (พ.ศ. 2473) ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์อัลบันส์ (Saint Albans School) ในวอชิงตันดีซี และสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการทหารสหรัฐฯ ที่เวสต์พอยต์ในปี 1952 จากนั้นจึงเริ่มต้นอาชีพเป็นทหารอากาศ และได้เป็นนักบินขับไล่ตั้งแต่ปี 1959 ถึง 1963 ทำหน้าที่บินทดสอบ สังกัดฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ (Edwards Air Force Base) ในแคลิฟอร์เนีย โดยมีชั่วโมงการบินมากกว่า 4,200 ชั่วโมง

ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสม เขาจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกนักบินอวกาศกลุ่มที่ 3 ของนาซา เมื่อเดือนตุลาคม 1963 และได้เป็นนักบินอวกาศอย่างเต็มตัวครั้งแรกในภารกิจเจมินี 10 (Gemini 10) ที่ออกเดินทางเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 1966 ซึ่งกินเวลาทั้งสิ้น 3 วัน 

เที่ยวบินนั้น มีผู้บัญชาการคือ จอห์น ยัง (John Young) และมีเป้าหมายคือ เพิ่มระดับความสูงของการเดินทางไปยังอวกาศ จรวดได้นำพาพวกเขาให้เชื่อมต่อกับท่าเทียบที่เป็นเป้าหมาย หรือ Agena Target Vehicle ซึ่งเป็นยานอวกาศไร้คนขับ ที่นาซาใช้ในโครงการเจมินี เพื่อพัฒนาและฝึกฝนเทคนิคการหาพื้นที่โคจรและการเชื่อมต่อ ซึ่งนำไปสู่การปรับแปลงวงโคจรขนาดใหญ่ เตรียมพร้อมสำหรับโครงการอะพอลโล (Apollo) ที่จะเดินทางไปดวงจันทร์ โดยเขาทั้งคู่ได้เดินทางไปอยู่ในระดับความสูง 476 ไมล์ (ประมาณ 766 กิโลเมตร) เหนือพื้นโลกในเที่ยวบินนั้น 

นักบินอวกาศในภารกิจ Gemini X ประกอบด้วยนักบินสั่งการ จอห์น ดับเบิลยู. ยัง (ซ้าย) และนักบิน ไมเคิล คอลลินส์ (ขวา)
Credit : NASA
คอลลินสืระหว่างการฝึกเพื่อภารกิจเจมินี 10 เมื่อปี 1966
Credit : NASA

ต่อมาเขาทั้งคู่ก็ได้เดินทางไปยัง Agena ตัวที่ 2 และนั่นทำให้คอลลินส์กลายเป็นนักบินอวกาศคนที่ 3 ของสหรัฐฯ ที่ได้ ‘เดินในอวกาศ (Spacewalker)’ เพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ตรวจจับอุกกาบาต (Micrometeorite detection) ของ Agena นั้น

(อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย)