Connect with us

Mobile-Tips

ไปดูกันว่า 10 คุณสมบัติเจ๋งๆ ที่มาพร้อมการ Jailbreak บน iOS 10 จะมีลูกเล่นใหม่อะไรบ้าง

Published

on

สำหรับ iOS 10 นั้นโดน Jailbreak เรียบร้อยไปพักใหญ่แล้ว ซึ่งล่าสุดมียูทูบเบอร์จากต่างประเทศที่ชื่อ EverythingApplePro ได้สรุปคุณสมบัติเจ๋งๆ ที่ได้จากการ Jailbreak มาทั้งหมด 10 ประการ ไปหาคำตอบกันเลยว่าไอโฟนหรือไอแพดที่ถูก Jailbreak นั้นจะมีลูกเล่นใหม่ๆ อะไรน่าใช้ที่ Apple ไม่ยอมปล่อยออกมาให้ใช้อย่างเป็นทางการกันบ้าง

1. Dark Mode

โหมดที่จะเปลี่ยนหน้าจอไอโฟนให้เป็นธีมสีมืดเหมือนในรูป ซึ่งมีความ contrast กับตัวเครื่องโดยเฉพาะสีดำ นอกจากจะสวยงามแล้วยังประหยัดพลังงานแบตเตอรีลงไปด้วย

2. ความสามารถที่เพิ่มเข้ามาของแอปพลิเคชัน Snapchat

แม้ในบ้านเราจะไม่ได้รับความนิยม แต่ในต่างประเทศ Snapchat จัดเป็นแอปฯ ที่มีผู้ใช้งานอย่างมาก ซึ่งการ Jailbreak นั้นจะสามารถทำการแฮกเข้าไปใช้งานตัวแอปฯ ได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการอัพโหลดรูปถ่ายจากคลังภาพ หรือการแชร์ location หรือใช้งานฟิลเตอร์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาได้ด้วย

3. ประสิทธิภาพการใช้งานรวดเร็วขึ้น:

การ Jailbreak นั้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของไอโฟนได้ดีขึ้นในหลายๆ แง่ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดแอปฯ ที่ทำได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งการล้างไฟล์ขยะพวก catch file ผ่าน iCleaner ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

4. แชร์เน็ตผ่าน Personal Hotspot (ในต่างประเทศ) แบบไม่ต้องเสียเงิน

หากทำการ Jailbreak แล้ว จะสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอปฯ ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า TetherMe ซึ่งจะทำให้ไอโฟนหรือไอแพดของเราปลดล็อคเครือข่ายมือถือที่ไม่รองรับการใช้งาน Personal Hotspot ได้ สำหรับในบ้านเราไม่มีการบล็อค personal hotspot แต่อย่างใด แต่ในต่างประเทศนั้นจะแชร์เน็ตก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหากต้องการปลดล็อค เพราะฉะนั้นนี่จึงมีประโยชน์มากสำหรับคนที่ไปต่างประเทศบ่อยๆ

5. ล็อคแอปพลิเคชันที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าเสียดายไม่น้อยที่ Apple ไม่ได้เปิดมาให้ใช้กันอย่างเป็นทางการ แต่หาก Jailbreak iOS 10 แล้วก็จะสามารถตั้งค่าว่าเราต้องการจะล็อคแอปฯ ใดบ้าง ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปใช้ได้ต้องสแกนลายนิ้วมือผ่าน Touch ID หรือกรอก password เท่านั้น

6. ความสามารถของปุ่ม home เสมือนที่หลากหลายขึ้น

ความสามารถที่หลากหลายขึ้นของปุ่ม Home ไม่ว่าจะเป็นการแตะปุ่มค้างในการปิดหน้าจอ แตะสองครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ รวมทั้งยังสามารถเข้าไปตั้งค่าว่าเวลาแตะปุ่ม Home แล้วจะเข้าไปส่วนไหนบ้างได้ด้วย

7. ลูกเล่นบนหน้าจอแสดงผลที่เปลี่ยนไป

อีกหนึ่งลูกเล่นที่มาพร้อมการ Jailbreak iOS 10 คือ หน้าตาของ Interface บนไอโฟนที่สามารถปรับแต่งลูกเล่นแปลก ๆ ได้เพิ่มเติม รวมทั้ง การจัดเรียงไอคอนแอปฯ ต่าง ๆ นั้น สามารถวางตำแหน่งได้อย่างอิสระเลย

8. ปรับแต่งในส่วนของ Control Center ได้อิสระ

แผงควบคุม Control Center ซึ่งเป็นการรวมไอคอนลัดในการใช้งานฟังก์ชันบนไอโฟนนั้น เราจะสามารถปรับโยกฟังก์ชันที่จะแสดงบน Control Center ได้เลย ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เลือกปรับได้เองตามที่แต่ละคนสะดวก

9. สามารถปรับความละเอียดของกล้องในการถ่ายภาพหรือวิดีโออย่างง่ายดาย

จากคลิปจะเห็นว่าเมื่อ Jailbreak แล้ว เราสามารถปรับเปลี่ยนความละเอียดของภาพถ่ายหรือวิดีโอตามที่ต้องการได้ตั้งแต่ก่อนถ่ายอย่างสะดวกสบายกว่าเดิมมาก

10. สร้างความฟรุ๊งฟริ๊งเวลาเล่นเพลง หน้าจอจะปรับ Interface ไปตามแนวเพลงที่ฟัง

อีกลูกเล่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยคือ ระหว่างที่เราฟังเพลงนั้น สีสันของหน้าจอจะปรับเปลี่ยนไปตามหน้าปกของศิลปินต่างๆ ที่เราฟัง ซึ่งจะช่วยสร้างสีสันในการฟังเพลงของเราเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย

อ้างอิง / อ้างอิง2

แสดงความคิดเห็น

Mobile-Tips

อ่านคำบรรยายระดับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” iOS 11.3 แล้วงงใช่ไหม เราอธิบายให้ฟัง!

มาดูคำอธิบายเกี่ยวกับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” ว่ายังใช้งานได้มากน้อยขนาดไหนกัน

Published

on

Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ลงใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของแบตเตอรี่ iPhone แต่ละเครื่องได้ตามที่ Apple เคยสัญญาไว้ หลังจากโดนฟ้องร้องจากการที่ลดประสิทธิภาพของ CPU ลง โดยมิได้เตือนให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้า แต่คำอธิบายประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของแอปเปิ้ลมันอ่านเข้าใจยากเหลือเกิน วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกัน

“แบตเตอรี่ iPhone”

Apple ได้อธิบายว่า แบตเตอรี่ iPhone ใช้เทคโนโลยีลิเธียมไอออน ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า, เก็บประจุได้นานกว่า และมีความหนาแน่นของกำลังไฟที่สูงกว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นเก่า แต่แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ทุกชนิดเป็นชิ้นส่วนที่ใช้แล้วหมดไป และมีอายุการใช้งานที่จำกัด

นั่นส่งผลให้การทำงานของแบตเตอรี่เสื่อมถอย และมีโอกาสที่เครื่องจะปิดโดยไม่คาดคิด และอาจเกิดขึ้นได้บ่อยอีกด้วย

สำหรับใน iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE, iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้น ระบบ iOS ได้รับการออกแบบให้มีจัดการประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เช่น CPU หรือ GPU อยู่เสมอ (พูดง่ายๆ คือลดความเร็วเครื่องลง) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด ซึ่งผู้ใช้อาจรู้สึกถึงผลกระทบต่างๆ เช่น ใช้เวลานานขึ้นในการเปิดใช้แอพ หรืออัตราเฟรมลดลงขณะเลื่อนหน้า เป็นต้น

ตรวจสอบ “ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่”

สำหรับ iOS 11.3 ที่ได้รับการอัปเดทใน iPhone 6 ขึ้นไปนั้น ได้เพิ่มคุณสมบัติ “การจัดการประสิทธิภาพการทำงาน” ซึ่งผู้ใช้สามาถเลือกเปิด/ปิด หรือดูคำแนะนำหากจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ ใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ซึ่งมีการแสดงผลการประมวลประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ดังข้อความต่อไปนี้

  • หมายเหตุ: iPhone ที่อัปเดทเป็น iOS 11.3 จะเริ่มด้วยการปิดใช้งานการจัดการประสิทธิภาพการทำงานเอาไว้ และจะเปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากอุปกรณ์ประสบกับการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด
  • ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ใหม่จะเริ่มที่ 100% เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก และจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่มีอายุใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชั่วโมงการใช้งานระหว่างการชาร์จแต่ละครั้งลดลงด้วยเช่นกัน

1. “แบตเตอรี่ของคุณรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดตามปกติอยู่ในตอนนี้”

หมายถึง : ประสิทธิภาพการทำงานปกติ เป็นข้อความที่แสดงขึ้นเมื่อแบตเตอรี่สามารถรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดได้ตามปกติ และไม่ได้เปิดใช้คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง)


2. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ จึงมีการปรับใช้การจัดการประสิทธิภาพเพื่อช่วยปกป้องไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกครั้ง ปิดใช้งาน…”

หมายถึง : มีการ “เปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ลดความเร็วเครื่องแล้ว) แต่ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะ “ปิดใช้งาน” ในส่วนนี้ได้ แต่จะไม่สามารถเปิดกลับมาได้อีก โดยคุณสมบัตินี้จะเปิดการใช้งานโดยอัตโนมัติอีกครั้ง ในกรณีที่เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด


3. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ คุณได้ปิดใช้งานการปกป้องการจัดการประสิทธิภาพด้วยตัวเองแล้ว”

หมายถึง : การจัดการประสิทธิภาพการทำงานปิดอยู่ (ยังไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง) ซึ่งข้อความนี้เป็นข้อความในกรณีที่ผู้ใช้ “ปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานที่ใช้อยู่ หาก iPhone ประสบปัญหาการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดอีก คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะเปิดใช้งานอีกครั้ง แล้วตัวเลือกเพื่อปิดการใช้งานจะปรากฏขึ้นอีกเช่นกัน


4. “ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของคุณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความจุเต็มรูปแบบดังเดิมได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เสื่อมลง แสดงให้ผู้ใช้ทราบว่า iPhone มีปัญหาด้านแบตเตอรี่ โดยยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงเป็นอย่างเห็นได้ชัด และนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่


5. “iPhone เครื่องนี้ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้ ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถให้บริการเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ไม่ทราบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่นั้นได้รับการติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือมีส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่ไม่รู้จัก (พูดง่ายๆ เราอาจไปเปลี่ยนแบตนอกที่ไม่ใช่แบตของ Apple มาแล้วไอโฟนตรวจสอบคุณภาพแบตไม่ได้)


วิธีขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ทาง Apple ได้แนะนำว่า หากประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone ได้รับผลกระทบจากแบตเตอรี่ที่มีอายุเพิ่มขึ้นและต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ โปรดติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Apple

ข้อมูลอ้างอิง : apple

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีตั้งค่า Facebook และ Messenger บน Android ไม่ให้เข้าถึง SMS, การโทร, รายชื่อผู้ติดต่อ

Published

on

By

แบไต๋ทิปครั้งนี้จะมาแนะนำวิธีตั้งค่าไม่ให้ Facebook และ Messenger บน Android ไม่ให้เข้าถึง SMS, การโทร, รายชื่อผู้ติดต่อ จากการที่เคยเป็นประเด็นในข่าวก่อนหน้านี้

งานเข้า Facebook ต่อเนื่อง! มีคนค้นพบว่าบันทึกข้อมูลการโทร ส่งข้อความบนมือถือ Android แบบละเอียดยิบ

สำหรับวิธีสามารถทำได้ตามนี้ (ขั้นตอนอิงจาก Android เมนูภาษาไทยบน Huawei สำหรับเมนูภาษาอื่นหรือยี่ห้ออื่นก็คล้ายๆ กัน)

  • ไปที่ “การตั้งค่า”

  • ไปที่ “แอพ”

  • เลือกหา App “Messenger”

  • กด “การอนุญาต”

  • ปิดการเข้าถึง “SMS”, “รายชื่อผู้ติดต่อ”, “โทรศัพท์”

  • สำหรับแอป Facebook ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีเดียวกันครับ

เพียงเท่านี้ Facebook และ Messenger ก็ไม่เข้าถึงข้อมูลการโทร, SMS, รายชื่อผู้ติดต่อ แล้วนะครับ แต่ยังไงให้ระวังหาก Facebook อาจขอเข้าถึงอีกเวลาใช้งาน อ่านให้ดีๆ แล้วกดไม่ยอมรับครับ และหมั่นเข้ามาเช็คบ่อยๆ เพื่อความชัวร์

*หมายเหตุ Android Version เก่าๆ ไม่สามารถปรับได้อย่างละเอียดตามนี้ได้ ทางเราแนะนำให้ลบ App Messenger และ Facebook ออกไปแล้วลงใหม่จากนั้นอ่านและระวังการขอเข้าถึง SMS, การโทร, รายชื่อผู้ติดต่อ โดยให้กดข้ามไป

ภาพประกอบหัวบทความ: Pixabay

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

5 เทคนิคง่ายๆ ใช้ไอโฟนถ่ายรูปก็สวยได้!

Published

on

แม้จะซื้อกล้องโปรตัวละหลายหมื่นมา แต่กลับพบว่าแทบไม่ได้ใช้เลย เพราะแบกไปเที่ยวทีไร หลังจะหักทุกที สุดท้ายก็เลยใช้กล้องไอโฟนเครื่องเก่งนี่แหละในการถ่ายรูป.. เชื่อว่าหลายคนต้องมีโมเม้นแบบนี้แน่ๆ วันนี้แบไต๋ก็เลยจะมาแนะเคล็ดลับถ่ายรูปด้วยไอโฟนแบบง่ายที่สุด ที่ทุกคนสามารถทำได้ และได้ภาพสวยๆ มาอัพลงโซเชี่ยลด้วย

แตะเพื่อโฟกัส

เป็นเรื่องง่ายๆ แต่หลายคนอาจไม่เคยรู้ วันนี้ก็เลยจะมาย้ำกันว่าถ้าอยากให้เลนส์โฟกัสตรงไหน ก็เพียงนำนิ้วไปจิ้มตรงวัตถุนั้น แค่นี้ก็จะลดอาการเบลอของภาพจนแทบไม่เกิดขึ้นอีกได้เลย

ปรับแสงง่ายๆ

ข้อดีของการใช้ไอโฟนถ่ายรูปคือไม่ต้องคิดเยอะเรื่องแสง หรือต้องทำความรู้จักกับศัพท์ยากๆ ISO อะไรแบบนี้ ลืมไปได้เลย! เพราะคุณสามารถเพิ่มลดแสงได้แบบง่ายๆ ด้วยการจิ้มที่จุดโฟกัสหนึ่งที แล้วทำการลากนิ้วขึ้นหรือลง เพื่อเพิ่มหรือลดความสว่าง


ถึงแม้ภาพที่ออกมาอาจไม่ได้แสงเป๊ะสวยเหมือนการใช้กล้องโปรดีๆ แต่ก็ทำให้ภาพของคุณออกมาดูดีได้ในระดับนึงเชียวล่ะ อย่างน้อยๆ เวลาเอาไปแต่งรูปต่อในแอปพลิเคชั่น รูปของคุณก็จะมีสีที่ง่ายต่อการแต่งรูปแน่นอน!

ใช้ Grid ให้เป็น

ถ้าคุณเคยอ่านเรื่อง “กฎสามส่วน” และยังงงๆ อยู่ว่า สรุปต้องถ่ายยังไงให้สวยละเนี่ย! นี่คือตัวช่วยของคุณที่เราจะบอกให้แบบย่อๆ แต่คุณได้เอาไปใช้จริงแน่ จงเข้าไปตั้งค่าให้กล้องถ่ายรูปของคุณมี Grid

จากนั้นทุกครั้งที่คุณถ่ายรูป จงให้สิ่งของหรือคนที่คุณต้องการถ่ายอยู่ตรงจุดตัดจุดใดจุดหนึ่งบน Grid จะจุดใดก็ได้ และจะแนวตั้งหรือแนวนอนก็ใช้วิธีเดียวกัน จงลองเลือกเอาให้เหมาะสมกับองค์ประกอบอื่นๆ โดยใช้วิจารณญาณพื้นฐานของคุณ

การใช้จุดตัดบน Grid มาใช้ในการถ่ายรูป จะช่วยให้รูปของคุณดูโปรขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ และทำให้ภาพของคุณมีมิติมากกว่าการถ่ายโดยให้วัตถุกระจายอยู่อย่างไม่เป็นที่เป็นทาง หรืออยู่ตรงกลางแบบโดดๆ

เอาวัตถุแถวนั้นมาประกอบฉาก

ข้อดีของการใช้ไอโฟนหรือโทรศัพท์อื่นๆ ถ่ายรูปคือ เบาและสามารถจับมือเดียวได้อย่างสะดวก ดังนั้นหากจะหาวัตถุอื่นๆ มาประดับฉากสักหน่อย ก็จะทำให้ภาพน่าสนใจมากขึ้น เช่น อาจหยิบดอกไม้แถวนั้นมาวางปิดๆ เลนส์กล้องสักหน่อย ก็จะทำให้ภาพมีมิติมากขึ้น

ใช้แอปแต่งรูปเพิ่ม

ข้อดีของการถ่ายรูปในไอโฟนคือคุณสามารถแต่งรูปได้ในทันที แถม 10 นาที ยังสามารถอัพลงโซเชี่ยลได้เลย สำหรับแอปพลิเคชั่นยอดนิยมสำหรับแต่งรูปก็เช่น VSCO, PicsArt และ Meitu เรียกได้ว่า 3 แอปนี้เป็นแอปพื้นฐานในการแต่งรูปเลยล่ะ

โดยแนะนำว่าควรใช้ VSCO ในการแต่งโทนสีของภาพ เนื่องจากแอปนี้มีฟิลเตอร์ที่สวยงามและหลากหลาย รวมถึงมีคนเขียนแนะนำเทคนิคแต่งโทนสีภาพโดยใช้ VSCO เยอะ ซึ่งก็มีการเขียนข้อมูลอย่างละเอียดและจัดเป็นสูตรสำเร็จเชียวล่ะ

PicsArt ตัวนี้มีเครื่องมือที่หลากหลาย และทำได้สารพัดประโยชน์ ทั้งแต่งภาพ รวมภาพ วาดภาพ ฯลฯ หากเปรียบคุณสมบัติคงคล้ายๆ Photoshop แต่เป็น Photoshop ที่ทำมาแบบสำเร็จรูปแล้วนั่นเอง

Meitu ก็เป็นอีกแอปที่ควรโหลดมาติดไว้ เพราะฟีเจอร์ beautify ของแอปนี้ทำงานได้ดี ช่วยปรับแต่งเรื่องสีผิว รูปร่าง และรายละเอียดเล็กๆ ของใบหน้าได้ดี ถ้ารูปถ่ายมีคนอยู่ในภาพ ต้องใช้ภาพนี้ช่วยแต่งให้หน้าใสขึ้นมาหน่อยแล้วล่ะ!

ถึงจะเป็นเทคนิคง่ายๆ แต่ก็ทำให้ภาพของคุณดูดีขึ้นได้แบบทันตา และถ้ายังไม่เคยใช้งานฟีเจอร์และเทคนิคเหล่านี้มาก่อน

คราวหน้าอย่าลืมใช้ล่ะ!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!