ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
wooden cube with the letter from the word debt

รู้และเข้าใจ ‘หนี้’ ช่วยประหยัดดอกเบี้ย ไม่เสียวินัยทางการเงิน

Table of Content

หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับนิยามหนี้ครัวเรือนใหม่ ทำให้จำนวนหนี้ครัวเรือนรวมของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 16 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 90.6% ของ GDP โดยหนี้ก้อนมหึมานี้ถูกคิดคำนวณจากผู้ที่กำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ใช้บัตรเครดิต หรือมีวงเงินสินเชื่อพร้อมใช้กับสถาบันการเงิน

แม้ว่าหนี้ครัวเรือนมีจะปริมาณมหาศาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นหนี้ทุกคนจะสร้างปัญหาเสมอไป ตราบใดที่ยังสามารถจ่ายคืนหนี้ได้ครบถ้วน ตรงตามกำหนดเวลา และคงสถานะลูกหนี้ที่ดีไว้ได้ ซึ่งปัญหาหนี้ครัวเรือนส่วนใหญ่ มักมาจากสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ได้แก่ บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล

บทความนี้ beartaiBRIEF ชวนทำความเข้าใจความแตกต่างและอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อทั้ง 3 ประเภท เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีหนี้ (และกำลังจะเป็นหนี้) สามารถประหยัดดอกเบี้ยลงได้ โดยไม่เสียวินัยทางการเงิน

บัตรเครดิต

ใช้รูดจ่ายค่าสินค้าหรือบริการแทนเงินสด โดยวงเงินในบัตรที่แต่ละคนได้รับขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระคืนหนี้ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของบัตรเครดิตกำหนดไว้ที่ 16% ต่อปี รวมทั้งมีการกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ และระยะปลอดดอกเบี้ยไว้อย่างชัดเจน  

ดังนั้น การใช้บัตรเครดิตจึงมีวิธีที่ผู้ใช้จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเมื่อรูดบัตรไปแล้ว นั่นก็คือต้องจ่ายหนี้คืนเต็มจำนวนภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือโปรโมชันประเภทผ่อน 0% เป็นเวลา XX เดือน ถ้าเราสามารถผ่อนจ่ายได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเช่นกัน 

สำหรับบางคนที่เลือกจ่ายขั้นต่ำ 10% แม้วิธีนี้จะช่วยให้หายใจได้คล่องขึ้นในช่วงที่เงินตึงมือ แต่ถ้าติดนิสัยจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ ก็อาจนำไปสู่กับดักหนี้ได้ เพราะหนี้จะสะสมเป็นดินพอกหางหมู ขณะที่ผู้ใช้บัตรเครดิตก็ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งการจ่ายขั้นต่ำจะถูกคิดดอกเบี้ย 2 ต่อ โดยต่อแรกดอกเบี้ยจะเดินทันทีหลังวันที่รูดบัตร และต่อที่ 2 คือดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้าง ยิ่งค้างเท่าไร ดอกเบี้ยยิ่งบานขึ้นเท่านั้น   

บัตรกดเงินสด

เป็นวงเงินพร้อมใช้ที่มาในรูปของบัตรกดเงินสด เมื่อผู้ใช้ต้องการเงินสดก็สามารถกดเงินจากตู้ ATM ได้ ซึ่งจะถูกคิดดอกเบี้ยทันทีและต่อเนื่องทุกวัน จนกว่าจะจ่ายหนี้คืนครบทั้งหมด โดยเพดานดอกเบี้ยของสินเชื่อประเภทนี้อยู่ที่ 25% ต่อปี 

โดยจุดประสงค์หลักของบัตรกดเงินสด เพื่อเป็นเงินสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เกิดอุบัติเหตุ ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรือในช่วงเปิดเทอมที่ผู้ปกครองต้องมีรายจ่ายเพิ่ม จึงเหมาะเป็นสินเชื่อระยะสั้น และผู้ใช้บัตรกดเงินสดต้องมีวินัยทางการเงินสูง ควรกดเงินมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และต้องรีบคืนโดยเร็ว เพื่อปลดทั้งภาระเงินต้นและดอกเบี้ยให้จบไป 

สินเชื่อบุคคล

personal loan

ผู้กู้ต้องยื่นคำขอสินเชื่อต่อสถาบันการเงิน และรอการอนุมัติเป็นครั้ง ๆ ไป หากได้รับการอนุมัติแล้ว เงินจะถูกโอนเงินเข้าบัญชีของผู้กู้ และมีการกำหนดเวลาที่ต้องชำระคืนไว้อย่างชัดเจน เช่น 12, 18, หรือ 24 เดือน โดยมีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 25% ต่อปี หากชำระล่าช้าจะถูกปรับเป็นดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราสูงขึ้น   

ทั้งนี้ หนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้กู้ หากใช้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และรับผิดชอบ ในทางกลับกันหากขาดวินัยทางการเงิน ปล่อยให้เป็นหนี้เสีย หรือติดอยู่ในกับดักหนี้แบบไม่รู้จบ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตของผู้กู้เอง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

“บางกอกแอร์เวย์ส” กางโรดแม็ปปี 2026 เปิดเกมรุกระยะยาว พร้อมเตรียมปรับขึ้นค่าตั๋ว หลังราคาน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย. นี้

27/03/2026
Read More

อย่าเพิ่งซื้อแอร์ ถ้ายังไม่ได้เช็ก BTU ที่ ‘พอดี’ กับห้อง

27/03/2026
Read More

ทำไมเปิดแอร์ 25 องศาแล้วยังรู้สึกร้อน ? 

27/03/2026
Read More

‘Year of Work Life Intelligence’ เรียนรู้วิธีจัดการชีวิต พิชิตงานใน People Performance conference 2026 ในวันที่ 1 เมษายนนี้ !

27/03/2026
Read More

BKK Risk Map: แผนที่ที่มี ‘หัวใจ’ และมองเห็นกลุ่มเปราะบางก่อนใคร จาก กทม.

26/03/2026
Read More

Bluebik Digital ยุทธศาสตร์ใหม่ของ ‘บลูบิค’ โตแรงสวนเศรษฐกิจ ตั้งเป้าสานต่อ New High ปีที่ 13 มุ่ง IPO ใน 5 ปี

26/03/2026
Read More

Related Content