สัมพันธ์การทูตไทยกับ ‘สามชาติสำคัญ’ ที่เรายังรู้จักน้อย

ในโลกนี้มี 3 ประเทศที่ไทยต้องการรู้เรื่องและเข้าใจมากที่สุด คืออิหร่าน เกาหลีเหนือ และซาอุดิอาระเบีย กระทรวงและหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงต่าง ๆ ของไทยต้องการข้อมูลที่ลึกและทันสมัยเป็นอย่างมาก

อิหร่านกำลังเป็นข่าวใหญ่ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องจากได้ประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อว่า อิบราฮิม ไรซี (Ebrahim Raisi) ประธานศาลฎีกาหัวอนุรักษ์นิยมสุดโต่งได้รับชัยชนะคะแนนเสียงอย่างถล่มทลาย ทำให้มีการตอบโต้ทางการทูตกับสหรัฐฯทันที 

บทบาทอิหร่านในภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเป็นเรื่องสำคัญมาก ผู้นำใหม่มักมีนโยบายใหม่ที่อาจจะอ่อนข้อหรือเข้มข้นเหมือนเดิม โดยเฉพาะต่อสหรัฐฯ และประเทศเพื่อนบ้านในบริเวณนั้น   

ในกรณีมิตรภาพไทยกับอิหร่าน ถึงแม้ว่าเราจะมีการติดต่อมาตั้งแต่สมัยโบราณในศตวรรษที่ 15 แต่ก็ต้องยอมรับว่าหน่วยงานรัฐและเอกชนไทยยังขาดความรู้เกี่ยวกับประเทศนี้ ลึก ๆ ไทยเคยมีปัญหากับอิหร่านในเรื่องการก่อการร้าย ไทยเชื่อว่าอิหร่านให้ความช่วยเหลือผู้ก่อความวุ่นวายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลต่อการทูตทวิภาคีและประเทศเพื่อนบ้าน 

ช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นมา เรื่องบาดหมางเก่าค่อย ๆ หายไป กรุงเตหะรานยืนหยัดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสามจังหวัดภาคใต้ ตอนนี้อิหร่านต้องพึ่งไทยในการนำเข้าข้าว ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอาหารแห้งอื่น ๆ ส่วนไทยเรายังมีการนำเข้าพลังงานเช่น น้ำมัน เป็นต้น ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่ความร่วมมือและสายสัมพันธ์นี้ไม่ได้ออกหน้าออกตา สหรัฐฯนั้นยังพยายามกดดันไทยไม่ให้ใกล้ชิดกับอิหร่านมากเกินไป รัฐบาลไทยต้องการผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศอิหร่านอย่างเร่งด่วน

อีกสองประเทศที่การเปลี่ยนแปลงผู้นำอยู่ในความสนใจของไทยให้เป็นพิเศษคือ เกาหลีเหนือ และซาอุดิอาระเบีย ทั้งสองประเทศมีผู้นำใหม่มานานพอสมควร นโยบายทั้งสองที่ดำเนินอยู่วันนี้มีผลกระทบต่อไทย 

ผู้นำสูงสุด เกาหลีเหนือ คิม จอง-อึน (Kim Jong-un) ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับเวทีความมั่นคงโลกเนื่องจากผู้นำคนนี้หมายมั่นต้องการพัฒนาประเทศตนให้เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอีกประเทศหนึ่ง

เกาหลีเหนือเป็นประเทศคอมมิวนิสต์แรกที่เปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1975 ซึ่งก่อนจีนและเวียดนามเสียอีก สัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศ ดำเนินมาสม่ำเสมอจนกระทั่งปี 2018 สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กดดันให้ประเทศทั่วโลกรวมทั้งอาเซียนและไทยคว่ำบาตรการค้าและการลงทุนกับเกาหลีเหนือ ดังนั้นการติดต่อการค้าระหว่างไทยกับเกาหลีเหนือต้องยุติลงตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว

แต่ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยหยุดคือคนเกาหลีเหนือต้องการลี้ภัยการเมืองในไทย ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ผู้นำสูงสุดคนนี้กวดขันเรื่องชายแดนมาก เป็นที่รู้กันในเวทีการทูตว่าในแต่ละปี จะมีคนเกาหลีเหนือหนีเข้าไทยผ่านทางดินแดนสามเหลี่ยมทองคำเป็นจำนวนหลายร้อยคน ตั้งแต่ผู้นำสูงสุดคนนี้เข้ามามีการกวดขันเรื่องชายแดนมากคนเป็นพิเศษทำให้ผู้ลี้ภัยลดน้อยลงมา  สิบปีก่อนหน้านั้นมีบางปีที่เข้ามาถึง 2,000-3,000 คน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าหลังจากเข้ามาฝั่งไทย คนกลุ่มนี้จะถูกส่งต่อไปยังเกาหลีใต้ทันทีที่ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าอย่างผิดกฎหมาย สิ่งนี้เป็นข้อตกลงลับระหว่างรัฐบาลไทยและเกาหลีใต้

ตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา สัมพันธ์การทูตไทยกับซาอุดิอาระเบียย่ำแย่ตกต่ำ ไม่มีการพัฒนาการอะไรเลย ถึงแม้ว่าจะมีผู้ปกครองประเทศใหม่คือ เจ้าฟ้าชายโมฮัมหมัด บินซาลมาน (Mohammed bin Salman) สืบเนื่องจากกรณีที่แรงงานไทยคนหนึ่งได้โจรกรรมเพชรของเจ้าชายองค์หนึ่งของราชวงศ์กษัตริย์ซาอุดิอาระเบีย ปัจจุบันทั้งสองประเทศก็ยังมีการพูดคุยกรณีโจรกรรมนี้อยู่ ทั้งที่เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อ 22 ปีที่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ซาอุฯยังยืนหยัดว่าส่วนหนึ่งของเครื่องเพชรที่ถูกขโมยมาและขายต่อเปลี่ยนมือกันก็ยังคืนไม่หมด รวมทั้งผู้รับผิดชอบบางคนยังลอยนวลอยู่ ตอนนี้ทั้งสองประเทศยังมีความระแวงซี่งกันและกันสูงมาก ๆ

ทุกวันนี้ หน่วยงานความมั่นคงไทยติดตามการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ทูตซาอุฯในไทย คอยเฝ้าดู ชุมชนชาวมุสลิมทั่วประเทศไทยที่ได้รับความความช่วยเหลือจากรัฐบาลซาอุฯอย่างกว้างขวาง แต่ละปีรัฐบาลซาอุ ฯยังมีทุนการศึกษาหลายสิบทุนให้นักเรียนไทย

อิหร่าน เกาหลีเหนือ และซาอุดิอาระเบีย ทั้งสามประเทศนี้มีความสัมพันธ์การทูตกับไทยในลักษณะพิเศษ ผิดเพี้ยนต่างจากประเทศอื่น ๆ ไทยจึงต้องการข้อมูล ข่าวกรองล่าสุดเพื่อดำเนินวิเทโศบายที่เข้าถึงและรู้ทัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของไทย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส