ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Yo yo effect และการอดอาหาร ส่งผลเสียต่อหัวใจของคุณ!

Natnaree TK | 21/10/2018
Table of Content

การอดอาหารดูจะเป็นทางเลือกที่รวดเร็วสำหรับการลดน้ำหนัก แต่มันส่งผลเสียมากกว่าผลดีรึเปล่า?

งานวิจัยชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของน้ำหนัก คอเลสเตอรอล และ ระดับน้ำตาลในเลือด มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อร่างกาย อ้างอิงจากงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน American Heart Association’s journal Circulation อาการโยโย่เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงการที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังจากการลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดในสมองแตก และ ทำให้ตายเร็วขึ้น

ในการวัดผลเรื่องการลดน้ำหนักแบบเฉียบพลันส่งผลต่อร่างกายของเราอย่างไรนั้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Catholic เกาหลีใต้ ได้ทำการศึกษาโดยมีอาสาสมัคร 6,748,773 คน โดยทั้งหมดได้รับการประเมินสุขภาพแล้วว่าไม่มีอาการ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลสูง และ อาการหัวใจวายมาก่อน จากปี 2005-2012 หลังจากผู้วิจัยได้ทำการติดตาม พบว่า 54,785 คนเสียชีวิต 22,498 เป็นโรคหลอดเลือดในสมอง และ 21,452 คนเป็นโรคหัวใจ หลังจากที่พบว่าอาสาสมัครมีอาการลดน้ำหนัก ลดระดับน้ำตาลในเลือด และ ระดับคอเลสเตอรอลอย่างรวดเร็ว

อาการโยโย่ ทำให้ร่างกายเกิดความเครียด

เพราะว่าการศึกษานั้นทำเพียงสังเกตเท่านั้น จึงไม่สามารถสรุปแน่ชัดได้ แต่นักโภชนาการเชื่อว่าการที่น้ำหนักเพิ่มและลดลงอย่างรวดเร็วนั้นส่งผลให้ร่างกายเครียด และส่งผลเสียตามมาแน่ๆ เพราะเมื่อเราอดอาหารนั้น ร่างกายจะถูกจำกัดแคลลอรี่ และเมื่อมันถูกจำกัดร่างกายจะไปเพิ่มการเผาผลาญไขมันและมวลกล้ามเนื้อเพื่อมาสร้างพลังงานแทน และด้วยเหตุนี่เองจะทำให้ร่างกายเพิ่มภาวะการอักเสบ และมีระดับคอติซอลสูงขึ้น คอติซอลเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียดมันจะถูกหลั่งออกมาเมื่อเราตกอยู่ในอันตราย และเมื่อคอติซอลหลังมาเป็นเวลานานเป็นที่รู้กันดีว่าจะส่งผลให้น้ำหนักเพิ่ม ความเครียด ความดัน ไขมันก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน Matt Edwards นักโภชนาการและผู้อำนวยการด้านโภชนาการและโภชนาการที่ GenoPalate กล่าว และการผันผวนนของระดับคอติซอลกับน้ำหนักตัว อาจเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ

ในงานวิจัยหลายๆงานบอกแล้วว่าการอดอาหารนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากหรือเป็นโรคอ้วนควรหันมาลดน้ำหนักแบบยั่งยืน ด้วยการคุมอาหาร และออกกำลังกายจะดีกว่า นักโภชนาการบางคนแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีพืชผักเป็นหลัก หรือวิธีรับประทานอาหารแบบ DASH โดยพวกเขาให้ความเห็นว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนัก และ ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือถ้าใครยังไม่สามารถทำได้ ก็ให้เริ่มต้นด้วยการรับประทานผักให้มาก ลดการกินเนื้อ และ คาร์โบไฮเดรตลง อาจจะงดเนื้อวันละ 1 มื้อสำหรับคนที่ผ่านขั้นแรกไปแล้ว และที่สำคัญลดการกินอาหารนอกบ้าน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าในอาหารแต่ละมื้อนั้นมีส่วนประกอบของน้ำตาล เกลือ เนย มากน้อยเพียงใด ดังนั้นนอกจากผู้ป่วยต้องควบคุมตนเองแล้ว ผู้ให้บริการทางการแพทย์ก็ควรช่วยกันสังเกตผู้ป่วยหากมีความดัน หรือ ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนไป เพื่อช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันการเกิดโรค

ในงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการแปรผันของน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาล และ ระดับคอเลสเตอรอล ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ นี่เป็นงานวิจัยชิ้นแรกดังนั้นเราจึงยังต้องศึกษาเพิ่มเติม แต่ถึงอย่างไรการศึกษาวิจัยนี้ก็ได้ทำให้ได้ตระหนักถึงการรักษาสุขภาพของตนเองในระยะยาว

อ้างอิง

Highlight

ใหม่ ! BMW iX3 50 xDrive M จากตำนาน Neue Klasse ที่กลับมาในร่างยานยนต์ไฟฟ้า 100% ในรอบ 6 ทศวรรษ

19/03/2026
Read More

เปิดตัว The New XPENG X9 เริ่ม 2,399,000 บาท

19/03/2026
Read More

เปิดสาเหตุน้ำมันเกลี้ยงปั๊ม ส่อวุ่นคนกักตุน ด้านรัฐเร่งออกมาตรการ คาดมีใช้สำรองถึง 101 วัน

18/03/2026
Read More

COMMART GAMEFORCE 2026 กระแสแรง กวาดยอดขายตามเป้า

18/03/2026
Read More

เปิดโผรายชื่อวิทยากรและเซสชันที่น่าสนใจในงานสัมมนา “กรุงเทพธุรกิจ AI Revolution SHIFT 2026”

18/03/2026
Read More

เปิดตัว OPPO Find N6 จอพับไร้รอย ค่าตัว 79,999 บาท ฟีเจอร์ AI จัดเต็ม แถมปากกา OPPO AI Pen ให้มาด้วย

18/03/2026
Read More

Related Content