การทูตอาเซียน กับ วิกฤติในเมียนมา

หลังทหารเมียนมาได้ยึดอำนาจตั้งแต่ 4 เดือนที่ผ่านมา อาเซียนถูกวิพากษ์วิจารณ์แหลกเพราะยังไม่มีแผนปฎิบัติการที่เป็นรูปธรรมออกมา นอกจากประชุมแล้วประชุมอีก

สำหรับผู้ที่ติดตามและเฝ้าดูวิวัฒนาการพฤติกรรมทางการทูตอาเซียนจะเข้าใจดีว่า “ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น” คืออาเซียนจะใจเย็น ต้องปรึกษาหารือระหว่างสมาชิกจนตกผลึก 

อาเซียนมีกลุ่มสมาชิก 10 ประเทศ เวลาจะตกลงอะไรกันได้ต้องมีฉันทามติในทุก ๆ เรื่อง หมายความว่า ประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถยับยั้ง (Veto) เสียงที่เหลือทั้ง 9 สมาชิกได้ ฟังดูแล้วน่าเศร้า เพราะมันจะทำให้กระบวนการตัดสินใจอาเซียนนั้นล่าช้าและเป็นไปตามความปรารถนาของกลุ่มน้อย

แต่ 54 ปีที่ผ่านมา นี่คือสูตรลับของอาเซียนว่าทำไมองค์กรนี้จึงสามารถประคับประคองกันและเอาตัวรอดมาได้เป็นอย่างดีท่ามกลางภัยคุกคามความมั่นคงทุกรูปแบบจากมหาอำนาจ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บทบาทอาเซียนเริ่มชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากที่ตัวแทนอาเซียนคือ ดาโตะห์ เออร์วัน เปฮิน ยูซอฟ (Dato Erywan Pehin Yusof) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของบรูไน ซึ่งเป็นเลขาธิการรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอาเซียน กับดาโตะ ลิม จ๊อก ฮอย (Dato Lim Jock Hoi) ปลัดกระทรวงต่างประเทศและการค้าของบรูไน ได้เดินทางเข้าไปในเมียนมาเพื่อหาข้อเท็จจริงและปรึกษาเพิ่มเติมกับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อนำมาประกอบการทำโรดแมปมีกรอบเวลาที่แน่นอนคือหยุดการเข่นฆ่าผู้ประท้วง ขั้นตอนต่อไปคือเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับกระบวนการปรองดองแห่งชาติ ปล่อยตัวนักโทษการเมือง 

หลังการยึดอำนาจในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 สภาพทั่วไปของเมียนมาโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจนั้นต้องพังทลายลงทันที ทุกสิ่งทุกอย่างต้องหยุดนิ่งหมดโดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศฝั่งโลกตะวันตก ขณะนี้โรงงานใหญ่ ๆ ที่ต่างประเทศเข้ามาลงทุนมากมายในช่วงสิบปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองหลังยึดอำนาจ ตอนนี้มีคนกว่าครึ่งล้านต้องตกงาน

กล่าวคือมีกลุ่มคนจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะอาหารและยารักษาโรค องค์การอาหารโลก (World Food Programme) ฟันธงว่าในอีกห้าเดือนข้างหน้าคนเมียนมาต้องเผชิญกับสภาวะอาหารขาดแคลนแน่นอน

ขณะนี้อยู่ในช่วงที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดหนักตามหัวเมืองต่าง ๆ ในเมียนมา กอปรกับบรรดาแพทย์และพยาบาลได้รวมตัวกันไม่ยอมทำงาน ทำให้บุคลากรทางด้านสาธารณสุขขาดแคลน ฝ่ายไทยได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านอุปกรณ์การแพทย์เช่นเครื่องช่วยหายใจ หน้ากาก ชุดป้องกันไวรัส และยารักษา พร้อมกับเงินช่วยเหลือ 5 ล้านบาทผ่านสภากาชาดไทย

สัปดาห์นี้ประธานอาเซียนน่าจะประกาศชื่อทูตพิเศษอาเซียน ซึ่งอาจจะมีถึงสามคนเพื่อช่วยกันทำงานในนามของอาเซียน หาข้อยุติที่ยั่งยืนเพื่อเสถียรภาพและสันติภาพในเมียนมา น่าจะมีแผนช่วยเหลือเมียนมาร์ด้านมนุษยธรรมอย่างมีรายละเอียด 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส