UNICEF เผย เด็ก 23 ล้านไม่ได้ฉีดวัคซีนแก้โรคทั่วไป เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19

จากสถิติของยูนิเซฟ (UNICEF) เผยว่าเมื่อปีที่แล้ว มี 6 ประเทศในโลกที่มีปริมาณการฉีดวัคซีนในเด็ก เพื่อป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอและโรคหัดที่น้อยมาก คิดเป็นจำนวนครอบคลุมเพียงแค่ 50% หรือน้อยกว่านั้น

ปี 2020 ที่ผ่านมา หลายประเทศได้รับผลกระทบจากมาตรการฉุกเฉินที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เด็กบางประเทศได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น สาธารณรัฐอัฟริกากลาง, กินี, ปาปัวนิวกินี, โซมาเลีย, ซูดานใต้, และสาธารณรัฐอาหรับซีเรีย ซึ่งมีเด็กกว่าครึ่งหนึ่งไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคทั่วไปตามที่เด็กควรได้รับ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ช่วงปีที่แล้วมีเด็กเกือบ 23 ล้านคนพลาดการฉีดวัคซีนป้องกันโรคทั่วไป เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ที่มีจำนวนสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษที่เด็กไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่เคยก่อนขึ้นมาก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดการระบาดของโรคหัด โปลิโอ และโรคอื่น ๆ

เอฟเรม เลอแมงโก้ (Ephrem Lemango) หัวหน้าฝ่ายการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของยูนิเซฟกล่าวว่า “ข้อมูลล่าสุดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าจำนวนเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ที่พลาดการฉีดวัคซีนมักจะอาศัยอยู่ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและวิกฤติทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ยากจนในเมือง”

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า สถานการณ์แบบนี้จะมีความเสี่ยงต่อเด็กทั่วโลกอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบแอฟริกาและเอเชียที่มีระบบสุขภาพอ่อนแอ

โรคหัดเป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่งของโลก ซึ่งอาจทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนโรคโปลิโอก็สามารถทำให้เด็กพิการตลอดชีวิตได้เช่นกัน

รายงานยังบอกเป็นตัวเลขอีกว่ามีเด็กจำนวน 22.7 ล้านคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก และไอกรนในปี 2020 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าปี 2019 ถึง 3.7 ล้านคนและมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส