ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Everything But The Girl กลับมาพร้อม ‘Fuse’ อัลบั้มแรกในรอบ 24 ปี พร้อมปล่อยซิงเกิล “Nothing Left To Lose”

Table of Content

‘Everything But The Girl’ ประกาศเปิดตัวซิงเกิลใหม่ “Nothing Left To Lose” ที่แฟนเพลงตั้งตารอมากที่สุดในรอบ 24 ปี พร้อมกับสตูดิโออัลบั้มใหม่ชุดแรก ‘Fuse’ ที่มีกำหนดปล่อยในวันที่ 21 เมษายน นี้ซึ่งเปิดให้พรีออเดอร์แล้วที่นี่

“Nothing Left To Lose” มาพร้อมกับมิวสิกวิดีโอจากผู้กำกับ ชาร์ลี ดิ พลาซิโด (Charlie Di Placido) (Kojey Radical, Jungle) เขียนเนื้อร้องและโปรดิวซ์โดย เบน วัตต์ (Ben Watt) และ เทรซี ธอร์น (Tracey Thorn) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อนปี 2021 อัลบั้ม ‘Fuse’ เป็นผลงานสมัยใหม่ที่สัมผัสจิตถึงวิญญาณแห่งอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 ซึ่ง Everything But The Girl เป็นผู้บุกเบิก

‘Everything But The Girl’

เมื่อพูดถึงการกลับมาอีกครั้งของวงและอัลบั้มใหม่ เทรซีกล่าวว่า “เสียงที่เสร็จสมบูรณ์ของอัลบั้มใหม่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เรานึกถึงหลังจากที่เราได้เริ่มต้นลงมือทำเพลงกันในเดือนมีนาคม 2021 แน่นอนว่าพวกเราทราบดีถึงแรงกดดันของการกลับมาที่รอคอยมาอย่างยาวนานนี้ ดังนั้นเราจึงพยายามเริ่มต้นทำงานนี้ด้วยใจที่ปล่อยวาง เปิดกว้างกับสิ่งใหม่ ๆ ความสนุกขี้เล่น ไม่เฉพาะเจาะจง ทดลองทำมันดู แม้ว่าเราห่างหายการทำงานเพลงไปนาน การกลับมาในตอนแรกพวกเราเล่นได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก มันมีทั้งความขัดแย้งแต่ก็ได้จุดประกายความเป็นธรรมชาติของเราเองออกมา ก็เหมือนกับฟิวส์ที่ถูกจุดขึ้น และจบลงในลักษณะของการรวมตัวกัน การหลอมรวมทางอารมณ์ มันให้ความรู้สึกเหมือนจริงและมีชีวิตชีวามาก”

เบนและเทรซี บันทึกเสียงกันที่บ้านและในสตูดิโอเล็ก ๆ ริมแม่น้ำนอกเมืองบาธกับเพื่อนและ บรูโน เอลลิงแฮม (Bruno Ellingham) ในช่วงแรกการทำงานเน้นไปที่การตัดต่อเสียงรอบข้างและลูปเปียโนแบบด้นสด ที่เบนบันทึกเสียงด้วยไอโฟนในบ้านระหว่างที่ล็อกดาวน์ เมื่อทำเพลงจนเริ่มลงตัวกันมากขึ้นก็ตามมาด้วยการเขียนเนื้อเพลงและใช้โปรแกรมเพลงเข้ามาช่วยในภายหลัง

Everything But The Girl ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการเพลงอินดี้ในอังกฤษเมื่อปี 1982 ด้วยเพลงคัฟเวอร์แจ๊ส-โฟล์ก “Night and Day” ของ โคล พอร์เตอร์ (Cole Porter) จากนั้นพวกเขาก็ปล่อยเพลงอีกหลายเพลงของสหราชอาณาจักรตลอดช่วงทศวรรษที่ 80 โดยทดลองดนตรีแจ๊ส กีตาร์ป็อป ออร์เคสตรา และดรัมแมชชีนโซล จากนั้นในปี 1992 เบนได้ประสบกับภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่ทำให้เขาเองเกือบเสียชีวิต ทั้งคู่ยังคงไม่ยอมแพ้แต่ยังกลับมาพร้อมกับความกระตือรือร้นด้วยอัลบั้ม ‘Amplified Heart’ ที่มียอดขายนับล้านในปี 1994 ที่มีเพลงฮิตอย่าง “Missing” ที่ได้ดีเจ-โปรดิวเซอร์ชาวนิวยอร์ก ทอดด์ เทอร์รี (Todd Terry) มารีมิกซ์ ยิ่งทำให้เพลงนี้กระโดดลงไปเล่นในคลับอย่างมากมายนำไปสู่ความสำเร็จบนคลื่นวิทยุระดับโลกอย่างไม่คาดคิด (อันดับ 2 US Hot 100, อันดับที่ 3 UK Top 40) ตามมาด้วยอัลบั้ม ‘Walking Wounded’ ในปี 1996 บทเพลงที่เปล่งประกายเต็มไปด้วยอารมณ์ จากแนวคิดในฉากอิเล็กทรอนิกส์ช่วงกลางยุค 90s  (ติดชาร์ตอัลบั้มอันดับ 4 ของสหราชอาณาจักร) อัลบั้มนี้กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดขายระดับแพลตินัมชุดแรกของวง จนในปี 2000 วง Everything But The Girl ได้ขึ้นแสดงที่ Montreux Jazz Festival และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้แสดงและยุติการทำวง

ฟังซิงเกิลล่าสุด “Nothing Left To Lose” พร้อมรอฟังอัลบั้ม ‘Fuse’ แบบเต็ม ๆ ได้ 21 เมษายนนี้

‘Fuse’

1.Nothing Left To Lose

2.Run a Red Light

3.Caution to the Wind

4.When You Mess Up

5.Time and Time Again

6.No One Knows We’re Dancing

7.Lost

8.Forever

9.Interior Space

10.Karaoke

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

Microsoft เปิดตัว ‘Copilot Cowork’ : AI ที่สามารถทำงานแทนพนักงานออฟฟิศ

11/03/2026
Read More

พบฟิล์ม ‘หุ่นยนต์’ ตัวแรกของโลก ! หลังหายสาบสูญไป 129 ปี

11/03/2026
Read More

อ่าน Insight ของ Samsung กับวิธีคิดที่เป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงครองผู้ใช้ไทย และตีตลาดรุ่น Ultra

11/03/2026
Read More

True Big Move 4 กลยุทธ์ สู่การเป็นบริษัท AI-First เต็มรูปแบบ !

10/03/2026
Read More

สรุป Samsung Galaxy S26 Series ใช้หน้าจอ 8-bit

10/03/2026
Read More

ลือ MacBook Ultra มาแน่ปีนี้ พร้อมขยับความพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยจอ OLED รองรับ Touchscreen ครั้งแรก !

09/03/2026
Read More

Related Content