ดวงตะวันที่ชื่อว่า ‘เอลตัน จอห์น’ (Elton John) กำลังจะลับขอบฟ้าอำลาเวทีในฐานะหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีของอังกฤษ เมื่อ เอลตัน จอห์นเล่นการแสดงครั้งสุดท้ายในสหราชอาณาจักรจากทัวร์อำลาของเขาที่กลาสตันเบอรี (Glastonbury)

ตำนานที่ยังมีลมหายใจในวัย 76 ปีคนนี้ ได้สร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ผ่านการแสดงระดับมาสเตอร์คลาสในบทเพลงอันยอดเยี่ยมและการแสดงบนเวทีอันน่าหลงใหลสะกดจิตใจ โดยเล่นยาวแบบไม่มียั้งกว่า 2 ชั่วโมงซึ่งทุกเพลงล้วนแล้วแต่เป็นเพลงฮิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเขา

ผู้ชมที่เข้ามาร่วมการแสดงในครั้งนี้มีมากกว่า 120,000 คน ในขณะเดียวกันก็มีผู้ชมมากถึง 7.3 ล้านคนที่รับชมการถ่ายทอดสดทางบีบีซี วัน (BBC One) นั่นคือจำนวนผู้ชมข้ามคืนที่มากที่สุดสำหรับการแสดงที่กลาสตันเบอรีตามรายงานของบีบีซี เมื่อเปรียบเทียบกันกับปีที่แล้ว ไดอานา รอสส์ (Diana Ross) เป็นศิลปินที่มีคนดูมากที่สุด 3.1 ล้านคน รองลงมาคือ ท่านเซอร์พอล แมคคาร์ทนีย์ (Paul McCartney) ที่มีผู้ชม 2.7 ล้านคน

เอลตันบอกกับผู้ชมทุกคนในค่ำคืนแห่งการอำลานี้ว่า “ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นี่ ผมจะไม่ลืมช่วงเวลานี้เลย”

เอลตัน จอห์นในชุดสูทสีทอง

เอลตัน จอห์น ขึ้นมาบนเวทีในเวลาประมาณ 21:00 น. เปิดตัวด้วยเพลง “Pinball Wizard” ซึ่งเป็นเพลงที่เขาไม่ได้เล่นมากว่าทศวรรษ ตามด้วยเพลง “The Bitch Is Back”

จากนั้นเอลตันจึงหยุดเพื่อทักทายฝูงชนสักครู่พร้อมแสดงความขอบคุณจากหัวใจ “ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้เล่นที่กลาสตันเบอรี และในที่สุดผมก็อยู่ที่นี่จนได้” เขากล่าว

“มันเป็นคืนที่พิเศษและสะเทือนอารมณ์ผมมาก เพราะมันอาจจะเป็นการแสดงครั้งสุดท้ายของผมในสหราชอาณาจักร”

การแสดงนี้คือช่วงสุดท้ายของการทัวร์ “Farewell Yellow Brick Road” ของเอลตัน ซึ่งปัจจุบันเป็นทัวร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอย่างเป็นทางการ โดยมีรายรับในบ็อกซ์ออฟฟิศอยู่ที่ 887 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ (697 ล้านปอนด์) โดยหลังจากกลาสตันเบอรี ก็จะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 7 วันสำหรับทัวร์นี้ โดยการแสดงรอบสุดท้ายจะมีขึ้นในสตอกโฮล์มในวันที่ 8 กรกฎาคมที่จะถึงนี้

และจากจุดนั้นเอลตันก็จะได้หยุดพักจากการแสดงอันยาวนาน จากเด็กหนุ่มที่เร่าร้อนราวจรวดที่พวยพุ่งที่แจ้งเกิดตั้งแต่การแสดงที่ Troubadour ในลอสแอนเจลิสในวันที่ 25 สิงหาคม 1970 และก้าวสู่การเป็นนักดนตรีผู้เป็นที่รักของแฟน ๆ ในการแสดงตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาบนเส้นทางสายดนตรีของเขา นอกเหนือจากเสียงร้องที่ทรงพลังและการบรรเลงเปียโนที่ชวนหลงใหลแล้ว เอลตันมีชื่อเสียงจากการแสดงและการแต่งกายที่โฉบเฉี่ยวเฟี้ยวฟ้าวที่จัดเต็มทุกอณู

“ผมจะไม่เดินไปเดินมาบนเวที” เอลตันให้เหตุผล “เพราะฉะนั้นผมจึงต้องดึงดูดความสนใจให้ได้ !”

แต่ถ้าเทียบกับมาตราฐานในโชว์ของเอลตันแล้ว กลาสตันเบอรีนับเป็นการแสดงที่เรียบง่ายซึ่งเอลตันเลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่ความรักในเสียงดนตรีของเขาเท่านั้น ซึ่งเอลตันมาในชุดสูทสีทองตัวเดิมตลอดทั้งคืน ให้ความรู้สึกของผู้ชายที่มีความสุขที่สุดเมื่อได้นั่งหลังเปียโนและขับขานบทเพลงจากใจของเขา

ก่อนการแสดงจะเริ่มมีข่าวลือเกี่ยวกับแขกรับเชิญพิเศษตลอดสุดสัปดาห์ บ้างก็ว่ามีผู้พบเห็น บริทนีย์ สเปียร์ส (Britney Spears) ที่สนามบิน Bristol ส่วน รปภ. ก็สาบานว่าเห็น ดัว ลีปา (Dua Lipa) และ แฮร์รี สไตลส์ (Harry Styles) แต่สุดท้ายก็ไม่ปรากฏกายศิลปินที่แฟน ๆ คาดเดา หากแต่เป็นนักดนตรีรุ่นใหม่ที่เอลตันเลือกที่จะสนับสนุนมากกว่าที่จะเป็นเหล่าป๊อปสตาร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากอยู่แล้ว เอลตันเชิญ จาค็อบ ลัสก์ (Jacob Lusk) จากวงดนตรีแนวโซลของสหรัฐฯ ‘Gabriels’ มาร้องเพลง “Are You Ready For Love” ในขณะที่ศิลปินอัลเทอร์เนทีฟป๊อปน้องใหม่และนักฆ่าสาวจาก John Wick อย่าง ‘รินะ ซาวายามะ’ (Rina Sawayama) ก็เข้ามาแทนที่เสียงร้องดั้งเดิมของ ‘Kiki Dee’ ในบทเพลง “Don’t Go Breaking My Heart”

เอลตัน จอห์น และ รินะ ซาวายามะ

ส่วนนักร้องนักแต่งเพลงหนุ่มวัย 20 ปีจากแนชวิลล์ ‘สตีเฟน ซานเชซ’ (Stephen Sanchez) ก็มาร้องและเล่นเพลงของเขา “Until I Found You” ซึ่งเอลตันชวนเขามาเพราะว่าประทับใจในบทเพลงของหนุ่มคนนี้มาก

“ปีที่แล้วผมได้ยินเพลงของเขาทางวิทยุ” เอลตันตื่นเต้น “และผมก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอายุ 19-20 ปีจะเขียนเพลงแบบนี้ได้”

ศิลปินรุ่นเก๋าเพียงหนึ่งเดียวที่ปรากฏตัวบนเวทีนี้ก็คือ แบรนดอน ฟลาวเวอร์ส (Brandon Flowers) จากวง The Killers ซึ่งขึ้นเวทีในชุดสูทสีชมพูเข้มอันร้อนแรงเพื่อร้องเพลงคู่กันอย่างน่าประทับใจใน “Tiny Dancer”

แบรนดอน ฟลาวเวอร์ส (Brandon Flowers) จากวง The Killers

หลังจากโชว์ผ่านไปกว่า 2 ชม. ก็ดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์ของการแสดงในครั้งนี้ ที่เอลตันได้อุทิศเพลง “Don’t Let The Sun Go Down On Me” ให้กับ จอร์จ ไมเคิล (George Michael) ที่เขายกย่องว่าเป็น “นักร้อง นักแต่งเพลง และศิลปินที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ”

“เขาเป็นเพื่อนของผม เป็นแรงบันดาลใจ และวันนี้จะเป็นวันเกิดครบรอบ 60 ปีของเขา ผมต้องการอุทิศเพลงนี้ให้กับความทรงจำของเขา และเพลงทั้งหมดที่เขามอบให้เรานั้นงดงามมาก” เอลตันกล่าวเสริม

จากนั้นเอลตันก็ปิดม่านการทัวร์คอนเสิร์ตในสหราชอาณาจักรของเขาด้วย “Rocket Man” ในเวอร์ชันที่หรูหราและเล่นขยายยาวออกไป ในขณะที่ดอกไม้ไฟดังก้องไปทั่วสถานที่แสดง

ขณะที่เขาโค้งคำนับครั้งสุดท้ายกับวงดนตรีของเขา เนื้อเพลงปิดท้ายของบทเพลง “Rocket Man” ที่ว่า “And I think it’s gonna be a long, long time” (ฉันคิดว่ามันคงอีกนานแสนนาน) ก็คล้ายเป็นการย้ำเตือนถึงการอำลาในครั้งนี้แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความหวังอยู่ในทีว่าเอลตันนั้นอาจจะกลับมาแสดงใหม่เมื่อเวลาผ่านไป ‘อีกนานแสนนาน’

“มันเป็นการเดินทางที่เหลือเชื่อ และผมมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดและดีที่สุด” เอลตันกล่าวอย่างตื้นตัน ซึ่งแฟนเพลงเองก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน และหากนี่เป็นการแสดงในสหราชอาณาจักรครั้งสุดท้ายของเขาจริง ๆ ก็นับว่าเป็นโชว์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการปิดม่านการแสดงอย่างสง่างามตามสไตล์ของท่านเซอร์ เอลตัน จอห์น ผู้เป็นตำนานคนนี้

เซตลิสต์เพลงในการแสดงที่กลาสตันเบอรี

Pinball Wizard

The Bitch Is Back

Bennie & The Jets

Daniel

Goodbye Yellow Brick Road

I Guess That’s Why They Call It The Blues

Philadelphia Freedom

Are You Ready For Love? (With Jacob Lusk and the London Community Gospel Choir)

Sad Songs Say So Much

Someone Saved My Life Tonight

Until I Found You (with Stephen Sanchez)

Your Song

Candle In The Wind

Tiny Dancer (with Brandon Flowers)

Don’t Got Breaking My Heart (with Rina Sawyama)

Crocodile Rock

Saturday Night’s Alright For Fighting

I’m Still Standing

Cold Heart

Don’t Let The Sun Go Down On Me

Rocket Man

ที่มา

BBC

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส