ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
Steven-Soderbergh-Christopher-Nolan_

Steven Soderbergh ยกหูหาผู้บริหาร Warner Bros. หลังหนัง ‘Insomnia’ ของ Christopher Nolan ถูกปฏิเสธ

Table of Content

อย่างที่ทราบกันดีว่า ‘Oppenheimer’ หนังเรื่องล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่กำลังฉายและกวาดรายได้อยู่ในขณะนี้ เป็นหนังเรื่องแรกที่เขาร่วมงานกับ Universal Pictures หลังจากที่โนแลนลาจากบ้านเก่าอย่าง Warner Bros. ที่ร่วมงานในฐานะ Distributor มาเป็นเวลายาวนานกว่า 21 ปี ซึ่งเป็นผลพวงจากกรณีที่เขาไม่เห็นด้วยที่สตูดิโอได้นำเอาหนังไซไฟจารกรรมสุดล้ำ ‘Tenet’ (2020) ไปฉายทาง HBO Max (หรือ MAX ในปัจจุบัน) แบบชนโรง

ตลอดเวลาที่ผ่านมา โนแลนกับ Warner Bros. Pictures ถือเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกันมาโดยตลอด เรียกว่าโนแลนคือห่านทองคำที่กำกับหนังเมื่อไหร่ Warner Bros. ก็เก็บรายได้เข้ากระเป๋าแบบชัวร์ ๆ มาตลอด แต่ในยุคที่เขายังไม่ได้เป็นเสด็จพ่อ แต่เป็นเพียงผู้กำกับหนุ่มหน้าใหม่ เขาเคยถูกผู้บริหารสตูดิโอปฏิเสธการจัดจำหน่ายผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเขาอย่าง ‘Insomnia’ (2002) มาแล้ว

และคนที่ทำให้สตูดิโอต้องเปลี่ยนใจ ทำให้หนังดราม่าทริลเลอร์เรื่องนี้ กลายเป็นหนังระบบสตูดิโอเรื่องแรกของโนแลนก็คือ เพื่อนผู้กำกับอย่าง สตีเวน โซเดอเบิร์ก (Steven Soderbergh) เจ้าของผลงานกำกับทั้งหนังอินดี้ ‘Sex, Lies, and Videotape’ (1989) และหนังแมสดัง ๆ ทั้งแฟรนไชส์หนังทีมปล้นตระกูล ‘Ocean’s’, หนังโรคระบาด ‘Contagion’ (2011) รวมทั้งแฟรนไชส์หนังสายล่ำ ‘Magic Mike’ นั่นเอง

Steven-Soderbergh

โซเดอเบิร์กได้ให้สัมภาษณ์กับ Rolling Stone ในระหว่างโปรโมตซีรีส์ไซไฟคอมเมดี้ ‘Command Z’ ที่เขากำกับ โดยเขาได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับมิตรภาพของเขากับโนแลน และจุดเริ่มต้นสายสัมพันธ์ 2 ทศวรรษของโนแลนกับ Warner Bros. ซึ่งเขาได้เล่าว่า เวลานั้น มีผู้บริหารคนหนึ่งที่ปฏิเสธที่จะพบกับโนแลนในการกำกับหนัง ‘Insomnia’ เพียงเพราะว่าไม่ชอบหนังเรื่องก่อนหน้าของโนแลนอย่าง ‘Memento’ (2000)

โซเดอเบิร์กเองที่เพิ่งมือขึ้นหลังจากประสบความสำเร็จกับ ‘Ocean’s Eleven’ (2001) ที่ทำรายได้ให้ Warner Bros. เป็นกอบเป็นกำ จึงจัดการโทรสายตรงไปที่ผู้บริหารคนนั้นเพื่อให้เรียกโนแลนไปพูดคุยเจรจาโดยด่วนด้วยตัวเอง เหตุก็เพราะว่าโซเดอร์เบิร์กชอบหนัง ‘Memento’ ที่ออกฉายตามเทศกาลในเวลานั้นมาก ๆ และมั่นใจว่าหนังเรื่องต่อไป ‘Insomnia’ จะต้องออกมาดีงามแน่นอน

“สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นก็คือ ผมได้รับโทรศัพท์จาก แดน เอโลนี (Dan Aloni) ตัวแทนของคริส ที่ผมรู้จัก เพราะเขาเป็นคนฉาย ‘Memento’ ให้ผมดู หลังจากที่ยังหาผู้จัดจำหน่ายไม่ได้ ตัวหนังก็เลยฉายวนเวียนอยู่ในเทศกาลหนังมาปีหนึ่ง แดนโทรหาผมและพูดว่า ‘คุณช่วยดูหนังเรื่องนี้ให้ทีได้ไหม ? ลูกค้าของผมมีหนังเรื่องนี้อยู่ และพวกเราคิดว่ามันดีมาก แต่ไม่มีใครสนใจเลย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม บางทีพวกเราทุกคนอาจจะสติเลอะเลือนไปแล้วก็ได้’ ซึ่งพอผมดูแล้วก็รู้เลยทันทีว่ามันเป็นหนังที่แม่-คลาสสิกแน่นอน …ซึ่งมันเป็นอะไรที่โคตรหดหู่เลย ตอนนั้นผมอารมณ์เสียมาก”

“จากนั้นอีกหลายเดือน แดนโทรมาหาผม และบอกว่าตอนนี้บทหนัง ‘Insomnia’ อยู่ที่ Warner Bros. นะ คริสตั้งใจกับหนังเรื่องนี้มาก แต่ Warner Bros. ไม่ยอมเรียกเขาไปคุยสักที ผมก็เลยถาม ‘หมายความว่าไงนะที่เขาไม่ได้เรียกเข้าไปคุย ? ‘ แดนบอกว่า ‘เป็นเพราะว่าผู้บริหารคนหนึ่งเขาไม่ชอบ ‘Memento’ น่ะ'”

Christopher-Nolan-Al-Pacino-Insomnia

“ผมเลยโทรหาผู้บริหารคนนั้นแล้วบอกว่า ‘เรียกไปคุยเถอะ คุณต้องเรียกเขาเข้าไปคุย’ เขาบอกผมว่า ‘แต่ผมไม่ชอบหนังเรื่องนั้น’ ผมเลยถามว่า ‘แล้วคุณชอบการทำหนังใช่ไหม’ เขาก็ตอบว่า ‘อืม…ใช่ หนังมันทำออกมาอย่างยอดเยี่ยม’ ผมพูดต่อว่า ‘งั้นก็นัดคุยกันสิ แค่นั้นแหละ ผมรู้จักคริสดีพอที่จะรู้ว่า ถ้าเขาเข้าไปในห้องประชุม เขาจะได้งานนั้นแน่ ๆ และเขาก็ถามผมว่า ‘ถ้างั้นให้บริษัท Section Eight (บริษัทผลิตหนังของโซเดอร์เบิร์ก) มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ไหมล่ะ ? ‘ ผมก็บอกว่า ‘เอาสิ’ นั่นแหละครับ…”

‘Insomnia’ เป็นหนังแนวดราม่าทริลเลอร์จิตวิทยา ผลงานกำกับเรื่องที่ 3 ของโนแลน เป็นการรีเมกจากหนังต้นฉบับของนอร์เวย์ที่ฉายในปี 1997 กำกับและเขียนบทโดย เอริก เซียลด์เบิร์ก (Erik Skjoldbjærg) ถือเป็นหนังเรื่องเดียวที่โนแลนไม่ได้เขียนบทหรือร่วมเขียนบทด้วยตัวเอง ตัวหนังเล่าเรื่องของตำรวจผู้เก่งกาจที่กำลังสืบคดีฆาตกรรมเด็กสาว แต่หลังจากเกิดข้อผิดพลาดในหน้าที่ ทำให้เขานอนไม่หลับและเกิดภาพหลอน กลายเป็นการไล่ล่าและเชือดเฉือนทางจิตวิทยาอันดุเดือด

Al Pacino Robin Williams Insomnia

โดยหนังเรื่องนี้ได้นักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง อัล ปาชิโน (Al Pacino) มาปะทะกับ โรบิน วิลเลียมส์ (Robin Williams) ดาราตลกที่พลิกมารับบทแนวดาร์ก ๆ ตัวหนังทำรายได้ 114 ล้านเหรียญ และได้รับคำชมในทางบวกจากนักวิจารณ์ และเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ 21 ปีของทั้งโนแลนและ Warner Bros. ที่รับจัดจำหน่ายหนังของโนแลนเกือบทุกเรื่องในเวลาต่อมา ไล่ตั้งแต่ไตรภาค ‘The Dark Knight’, ‘Inception’ (2010), ‘Interstellar’ (2014), ‘Dunkirk’ (2017) และ ‘Tenet’ (2020)

โซเดอเบิร์กทิ้งท้ายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของโนแลนและอดีตสตูดิโอที่เคยร่วมงานกันมายาวนานว่า “มันเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ผลิดอกออกผลอย่างมากครับ เพียงแต่มันถูกทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมายังไง คริสโตเฟอร์ โนแลน ยังไงก็มาแน่ ๆ ต่อให้เขาไม่ได้กำกับ ‘Insomnia’ เขาก็คงไปทำอย่างอื่น และยังคงทำงานอย่างที่เขาอยากทำ มันเป็นเพียงสถานการณ์จังหวะดี ที่ผมสามารถโทรศัพท์เข้าไปช่วยสนับสนุนให้กับเขาได้”


ที่มา: Rolling Stone, Variety, Screen Rant

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

เมื่อจอเป็นมากกว่าความสนุก แต่เป็นงานศิลป์ได้ด้วย BT พาชมศิลปะผ่าน Digital Signage ของ Samsung ในงาน Bangkok Design Week 2026

30/01/2026
Read More

Google เปิดให้ลองเล่น “Genie 3” สร้าง “โลกเสมือน” ที่ลงไปเดินชมได้ ด้วยปลายนิ้ว

30/01/2026
Read More

“ดิสนีย์แลนด์ในไทย” ฝันไกลที่กำลังจะไปถึง โปรเจกต์ยักษ์ทางรอดเศรษฐกิจ

30/01/2026
Read More

Samsung ใช้สารจากแพลงก์ตอนสร้างจอ E-Paper 

30/01/2026
Read More

ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69

29/01/2026
Read More

ทำไมปีนี้ถึงต้องเป็น SDGs ? เจาะลึกเบื้องหลัง The 2nd BT Awards: The Impact Makers 

29/01/2026
Read More

Related Content