[รีวิว] ผ้าผีบอก – เบียวผ้าวาไรตี้ผีหมกกบ
Our score
6.9

Release Date

23/06/2022

แนว

ตลก / ย้อนยุค

ความยาว

1.40 ชม. (100 นาที)

เรตผู้ชม

PG-13

ผู้กำกับ

ณัฐพงษ์ อรุณเนตร์

SCORE

6.9/10

[รีวิว] ผ้าผีบอก – เบียวผ้าวาไรตี้ผีหมกกบ
Our score
6.9

ผ้าผีบอก | The Fabric

ผ้าผีบอก

จุดเด่น

  1. เน้นความเบียวแบบเพียว ๆ เหมือนดูอนิเมะ หรือละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ฮาแบบไม่ต้องพึ่งพาสาระความจริงใด ๆ
  2. เมมเบอร์ BNK48 หยิ่นวอร์ จัดเต็มมุกฮาตามคาแรกเตอร์ได้แปลกใหม่มาก
  3. วี BNK48 - วอร์ คือความดีงามของหนังเรื่องนี้
  4. ใส่ความจิ้นมาแต่พอควร น่าจะเหมาะกับคนทุกวัยได้ไม่ยาก

จุดสังเกต

  1. มุกบางอันได้ผล แต่บางอันก็ดูฝืน
  2. บทในบางจุดยังไม่ค่อยเรียบร้อย ชวนงง ๆ
  3. ซีจีไม่ค่อยเนียน
  4. ติดเล่นจนมี Plot Hole อยู่หลายจุด
  • ความสมบูรณ์ของเนื้อหา

    6.6

  • คุณภาพงานสร้าง

    7.2

  • คุณภาพของบท / เนื้อเรื่อง

    5.7

  • การตัดต่อ / การลำดับ และการดำเนินเรื่อง

    7.8

  • ความคุ้มค่าเวลาในการรับชม

    7.2


สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

ภาพยนตร์เรื่อง ‘ผ้าผีบอก’ ถือเป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 5 ของ ค่าย ‘ไอแอมฟิล์ม’ (iAM Films) ภายใต้สังกัด ‘iAM’ (Independent Artist Management) หรือบริษัทผู้ดูแลวงไอดอล ‘BNK48’ ที่ปีที่แล้วประสบความสำเร็จจาก ‘Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า’ (2562) ที่คว้า 6 รางวัลสุพรรณหงส์มาได้ รวมทั้ง ‘ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง’ (2564) สารคดีแนว Candid เรื่องแรกของ ‘CGM48’

ผ้าผีบอก

มาถึงปีนี้ นโยบายการสร้างหนังของ iAM Films ก็ยังคงน่าสนใจครับ อย่างที่เห็นว่า ค่ายเองก็พยายามจะหาส่วนผสมใหม่ ๆ ให้กับภาพยนตร์ แม้ว่าจะดูโยนหินถามทางไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นการเสิร์ฟอะไรใหม่ ๆ ให้แฟนคลับและคนดูหนังอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่ส่วนผสมแบบหนังอินดี้ (Where We Belong) การใส่ความเป็นอีสานบ้านเฮาใน ‘ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้’ (2563) หรือการใส่ส่วนผสมแนวแคนดิดใน ‘ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง’ (2564)

ผ้าผีบอก

ในภาพยนตร์ล่าสุดอย่าง ‘ผ้าผีบอก’ เรื่องนี้ก็เช่นกัน คราวนี้ถือว่าเป็นส่วนผสมที่แม้จะยังไม่ได้ถึงกับกระชากฟีลจากไทบ้านมากนัก เพราะตัวหนังก็ยังหยิบเอาวัฒนธรรมภาคเหนือ-อีสานมาปรับใช้ แต่ที่น่าสนใจก็คือ ส่วนผสมสูตรนี้ มาจากโปรดิวเซอร์อย่าง ‘มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล’ และได้ ‘อั้ม-ณัฐพงษ์ อรุณเนตร์’ นักแสดงจากภาพยนตร์ของพี่มะเดี่ยว ทั้ง ’13 เกมสยอง’ (2549), ‘ฝัน หวาน อาย จูบ’ (2551) และ ‘หลุดสี่หลุด’ (2554) และเคยผ่านงานมิวสิกวิดีโอของทั้ง BNK48 และ CGM48 มานั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก

ผ้าผีบอก

เรื่องราวของหนังจะเล่าเรื่องย้อนยุคไปเมื่อ 1,000 ปีก่อน พระมหาเทวีศรีมอย พระมารดาของ ‘เจ้าหลวงรังสิมันต์’ (หยิ่น- อานันท์ หว่อง) เจ้าเมืองเวียงไชยเชษฐ์บุรี ได้จัดการแข่งทอผ้าขึ้น เพื่อคัดเลือกชายามาเป็นเจ้านางคู่บัลลังก์ เพราะเจ้าเมืองท่านทรงพระง้องแง้ง ไม่ยอมเลือกมเหสีสักที แต่กลายเป็นว่า ‘อัญญานางหอมนวล’ (วี- วีรยา จาง) แห่งนครผางาม หนึ่งในผู้แข่งทอผ้าในครานั้น กลับถูกรัดคอตายอย่างลึกลับในระหว่างทอผ้า โดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ

ผ้าผีบอก

ต่อมาในยุคปัจจุบัน ‘บักคูณ/อชิ’ (วอร์ – วนรัตน์ รัศมีรัตน์) หัวหน้าแก๊งถ่ายรายการผีออนไลน์ ได้ไปสัมผัสผ้าโบราณผืนหนึ่งที่บ้านของยายทวด วิญญาณของอัญญานางหอมนวลจึงปรากฏตัว เพื่อตามหาคนร้ายที่ฆ่านาง โดยมีผู้ต้องสงสัยคือเจ้านางองค์อื่น ๆ ที่ร่วมประลองแข่งทอผ้า ทั้ง ‘เก็ดถะวา’ (โมบายล์-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค), ‘สะบันงา’ (ปูเป้-จิรดาภา อินทจักร) และ ‘สาระปี’ (น้ำหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน) พ่วงมาด้วยข้าประจำตัวอย่าง ‘คำเคิบ/วีว่า’ (จีจี้- ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุล) ร่วมเป็นผู้ต้องสงสัย การสืบสวนหาคนร้ายจากยุคพันปีก่อนจึงต้องเริ่มต้นขึ้น ก่อนที่อชิและพวกจะต้องเผชิญกับอาถรรพ์ครั้งใหญ่

ผ้าผีบอก

จริง ๆ แล้วตัวพล็อตเองมีความน่าสนใจล่ะนะครับ เพราะถือว่าเป็นส่วนผสมที่แปลกใหม่ดีสำหรับหนังไทยเลยแหละ โดยเฉพาะส่วนผสมของ “คอมมีดี้-สยองขวัญ-พีเรียด-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน” แถมยังจับเรื่องตำนานพื้นบ้าน ผสมกับแนวทางของละครแนวจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่ดูโบราณ แต่บอกไม่ได้ว่าอยู่ในยุคสมัยไหน เป็นเพียงโลเคชันสมมติที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ (เฉย ๆ ว่าเป็นล้านนา) แอบแซวนิยายพีเรียดผ้าผลงานของ ‘พงศกร’ และก็มีแนวทางของหนังสไตล์ Whodunit (ไผฆ่าหอมนวล ? ) แถมยังบวกไซไฟนิด ๆ โรแมนติกหน่อย ๆ ด้วย (อืม ตกลงนี่มันหนังอะไรแล้วเนี่ย (555)

ผ้าผีบอก

นั่นแหละครับ เริ่มได้กลิ่นแล้วใช่ไหมครับว่าตัวหนังจะออกมาเป็นอย่างไร ใช่ครับ มันออกมากาวมาก การ์ตูนโคตร ๆ แม้ตัวหนังในช่วงเริ่มแรกพยายามจะปูเรื่องให้เรารู้สึกน่ากลัว รู้สึกถึงความโหดเหี้ยมของคนที่ฆ่าหอมนวล แต่หลังจากนั้นตลอดทั้งความยาวหนัง 100 นาที มันก็กลายเป็นความกาว เหมือนกำลังดูอนิเมะอะไรแบบนั้นเลยครับ คือถ้าใครที่จะดูเอาความสยอง ดูความ Whodunit อยากเป็นนักสืบปัวโรต์ ไรงี้ ขอให้ล้มเลิกความคิดนั้นซะเลยนะครับ

ผ้าผีบอก

คือดูแล้วจะรู้เลยครับว่า จริง ๆ แล้วตัวหนังเองก็ยังพยายามจะวางโครงเรื่องให้ซับซ้อนเหมือนเวลาเราดูหนัง Whodunit ผนวกกับการเล่าเรื่องกรรมแต่ชาติปางก่อน ที่แต่ละคนล้วนมีความผูกพันกันอย่างบังเอิญไปด้วย แต่เพราะตรรกะและการกระทำของตัวละครนี่คือแบบ…เมิงจะไม่เอาจริงเอาจังอะไรกันซักอย่างบ้างเลยเรอะ (555) ทุกการกระทำ เหตุผลของตัวละคร ล้วนเป็นไปเพื่อความกาวล้วน ๆ แถมตัวละครยังมีพลังพิเศษ ก็ยิ่งดูเบียวเข้าไปอีก

ผ้าผีบอก

ผลที่ได้ก็คือ ตัวหนังก็เลยออกมาเบียวแบบไร้ขีดจำกัดจริง ๆ ครับ คือมันบันเทิงและฮาด้วยความเบียวและความอีหยังวะของมันจริง ๆ ทุกการกระทำในบทหรือด้นสด นี่คือคิดตามด้วยความ Realistic ไม่ได้จริง ๆ ยิ่งเล่าไปเรื่อย ๆ เหมือนทีมเขียนบทมันมือ ยิ่งใส่ความเบียว ความเหวอแตกหนักข้อขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งบางอันก็ได้ผล ดูแล้วก็ยังพอจะฮาไปกับความบ้าบอของมันได้ แต่บางอันก็ดูจะฝืน ๆ อยู่เหมือนกัน จนถึงไคลแม็กซ์ท้าย ๆ นี่คือเวรี่เบียวจนเหวอแตกกันไปเลยยยยย

ผ้าผีบอก

แต่ก็นั่นแหละครับ ด้วยความที่ตัวหนังมันก็ติดเล่น และพยายามเหวี่ยงเราไปทางเบียว เหวอแตก จนแทบจะกลายเป็นหนังคัลต์ของ BNK48 แทรกแก้เลี่ยนด้วยพาร์ตดราม่าซึ้ง ๆ ที่ตัวบทขมวดปมไว้แล้วเก็บกลับได้ดี แต่ไอ้ความเล่น ๆ มันก็กลายเป็นข้อสังเกตได้เหมือนกัน เพราะบทที่ดูเหมือนจะออกแบบมาประมาณหนึ่ง แต่พอมัวแต่เหวอไปกับความเบียวมาก ๆ แก่นสารของเรื่องก็เลยดูกลายเป็นการสั่งสอนแบบธรรมดา ๆ ไปเสียอย่างนั้น รวมถึงบทและการเรียบเรียงเรื่องราวในบางจุดดูจะยังเก็บงานไม่เรียบร้อยเท่าใดนัก เลยทำให้การเล่าเรื่องบางพาร์ตยังดูงง ๆ ไม่เข้าที่เข้าทางไปด้วย รวมทั้งยังทิ้ง Plot Hole ไว้เยอะมากแทบจะทั้งเรื่องเลย

ผ้าผีบอก

ในแง่ของการแสดง ในหลาย ๆ เรื่องที่มี BNK48 เรามักจะเห็นปัญหาของการเฉลี่ยบทบาทของเมมเบอร์ที่จะหนักเฉพาะเมมเบอร์บางคน หรือการที่เมมเบอร์รับบทบาทในหนังบางเรื่องได้ไม่เข้าปากเข้าบท แต่กับหนังเรื่องนี้ ต้องชื่นชมว่าสามารถแก้เกมตรงจุดนี้ได้ค่อนข้างดีนะครับ อาจจะเพราะว่าจำนวนเมมเบอร์+หยิ่นวอร์+ทีมแก๊งรายการผีนั้นถือว่ากำลังดี ไม่เยอะเกิน สามารถเฉลี่ยแอร์ไทม์ได้ค่อนข้างดีเลย

ผ้าผีบอก

และที่สำคัญที่เป็นเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ก็คือ การพัฒนาบทจากคาแรกเตอร์ของเมมเบอร์แต่ละคน ที่ถือว่าค่อนข้างได้ผลเลยล่ะครับ สามารถหยิบเอาเสน่ห์ของแต่ละคน และแทรกความตลกออกมาได้น่าสนใจ ซึ่งแฟนคลับน่าจะพอดูออกครับว่าคาแรกเตอร์ไหนที่เอามาจากตัวเมมเบอร์จริง ๆ และนั่นก็ทำให้การแสดงของ BNK48 ถือว่าโตขึ้นไปอีกระดับ แต่ถ้าจะให้ยกเป็น MVP ของเรื่อง ก็คงต้องยกให้คู่ของ ‘หอมนวล’ (วี BNK48) และ ‘บักคูณ’ (วอร์ วนรัตน์) ตัวพระนางหลักของเรื่อง ที่งานนี้ถือว่ามีความน่ารักชวนจิ้น วอร์เล่นได้ทั้งบทฮา ซึ้ง โรแมนติก ส่วนน้องวีก็ถือว่าสวยและขึ้นกล้องมากจริง ๆ ครับ เรียกว่างานนี้ #วอร์วี ต้องมาละนะครับ

ผ้าผีบอก

โดยสรุป ‘ผ้าผีบอก’ นี่คือหนังคัลต์ หรือจะเรียกมันว่าเป็น ‘หอแต๋วแตก’ เวอร์ชัน BNK48 ก็ได้ เพราะมันอุดมไปด้วยความวาไรตี้ครบรส ที่ใช้ความเบียวขั้นสุด ความกาว ล่อฮากันแบบไม่ต้องเกรงใจใคร ในขณะเดียวกัน มันก็ยังเกาะเกี่ยวความสยองขวัญ ตำนานผี และความบันเทิงแบบจักร ๆ วงศ์ ๆ มาสับ ๆ คลุกเคล้าจนกลายเป็นหนังผีตลกที่เหมาะกับการถอดสมองระหว่างดู เหมือนกำลังนั่งกินหมกกบอยู่หน้าฮ่านอย่างไรก็อย่างนั้นเลยครับ


ผ้าผีบอก

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส