[รีวิว] 20th century girl : 2 ชั่วโมงคุ้ม ๆ กับความทรงจำแบบหนังยุค 90’s
Our score
8.4

กำกับ,เขียนบท

บังอูรี

ความยาว

1 ชั่วโมง 59 นาที

แนว

โรแมนติก ดราม่า

ช่องทางรับชม

NETFLIX

[รีวิว] 20th century girl : 2 ชั่วโมงคุ้ม ๆ กับความทรงจำแบบหนังยุค 90’s
Our score
8.4

[รีวิว] 20th century girl : 2 ชั่วโมงคุ้ม ๆ กับความทรงจำแบบหนังยุค 90’s

จุดเด่น

  1. เป็นการเลือกตัวแสดงที่เหมาะกับเนื้อเรื่องเอามาก ๆ และที่สำคัญคือการเอานางเอก 'ทงอี' ทั้งสองรุ่นกลับมาเจอกันอีกครั้ง
  2. สิ่งดี ๆ ของเรื่องนี้คือความรู้สึกอิ่มสุขเมื่อได้รับชม สำหรับสาวกหนังเกาหลียุคเฟื่องฟู รับรองว่าภาพอดีตย้อนกลับมาแน่ ๆ ฟังธง

จุดสังเกต

  1. พล็อตที่ดูซ้ำ ๆ โลเคชันที่คุ้นชิน อาจทำให้ผู้ชมที่ไม่ใช่สาวกหนังเกาหลียุค 90's มองว่าเป็นสูตรสำเร็จที่แสนธรรมดาจนอาจไม่ถูกใจก็เป็นได้
  • บท

    8.0

  • นักแสดง

    9.0

  • โปรดักชัน

    9.0

  • การดำเนินเรื่อง

    8.0

  • ความสนุกตามแนวหนัง

    8.0

เคยไหม ที่สิ่งของบางอย่างจะพาเราย้อนอดีตและทำให้หลากหลายความทรงจำ หลั่งไหลออกมาจนทำให้เราเผลอยิ้ม ‘20th Century Girl’ หนังรักโรแมนติก ที่จะทำให้หนุ่มสาวในยุค 90’s หวนรำลึกถึงความหลัง ถึงความฟีเวอร์ของหนังเกาหลีที่เฟื่องฟูในยุคนั้น กับสูตรสำเร็จที่จะเรียงตามลำดับไหล่กันมาไม่ผิดเพี้ยน คือการนำทีมด้วยเสียงหัวเราะ ตามมาด้วยดราม่าหวานแหวว ก่อนที่จะหักจบเรื่องราวนั้นไปพร้อมกับคราบน้ำตา

20th Century Girl

หนังเริ่มต้นด้วยการที่หญิงสาวคนหนึ่งได้รับม้วนวิดีโอเก่า ๆ เมื่อปี 1999 ทำให้เธอนึกย้อนไปถึงวันวาน เมื่อครั้งยังเป็น ‘โบรา’ (คิมยูจอง) สาวน้อยวัย 17 ครั้งนั้นเธอต้องเผชิญกับภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตวัยรุ่น นั่นก็คือการต้องยอมให้มิตรภาพสำคัญกว่าทุกสิ่ง เมื่อ ‘ยอนดู’ (โนยุนซอ) เพื่อนสาวสุดเลิฟของเธอ กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปผ่าตัดหัวใจ แต่จิตใจของสาวเจ้าช่างห่อเหี่ยวเหลือเกิน เพราะเพิ่งแอบชอบหนุ่มน้อยหน้าใส ‘แพคฮยอนจิน’ (พัคจองอู) เมื่อหัวใจหวั่นไหวขนาดนี้ จะไปผ่าตัดได้ยังไงล่ะ เพื่อนที่แสนดีอย่างโบรา จึงอาสาเป็นกามเทพสื่อรักให้ ไปผ่าตัดหัวใจให้สบายใจได้เลย ฉันจะคอยส่งข่าวของเขาให้เธอเอง … ว่าแต่เขาเป็นใครล่ะ?

“เขาชื่อแพคฮยอนจิน สูง 181 ซม. ใส่รองเท้ายาว 280 มม. เขาชอบบาสเกตบอลและอยู่กับเพื่อนซี้ตลอดเวลา” ภารกิจส่องหนุ่มของโบราจึงเกิดขึ้น เธอต้องแอบส่องหนุ่มคนแรกที่ยอนดูแอบชอบเพื่อเอากลับมาเล่าให้เพื่อนฟัง เธอต้องเก็บข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ปฏิบัติการแรกจึงเริ่มขึ้นด้วยการแฝงตัวเข้าไปยังชมรมวิทยุกระจายเสียงของโรงเรียน จนได้รู้จักกับ ‘พุงอุนโฮ’ (บยอนอูซอก) เพื่อนซี้ของฮยอนจิน สองคนใกล้ชิดสนิทสนมจนจังหวะหัวใจของโบราชักจะเต้นแปลก ๆ แต่แล้วการกลับมาของยอนดูก็ทำให้โบราใจเต้นเสียยิ่งกว่าเก่า เมื่อภารกิจที่ทำไปนั้นเกิดพลิกล็อก จนทำให้เธอต้องเลือกระหว่างมิตรภาพกับความรักเข้าจนได้

เมื่อสูตรสำเร็จในยุค 2000 ต้น ๆ หวนกลับคืนมาอีกครั้ง

สำหรับแฟนตัวยงของหนังเกาหลี แน่นอนเลยว่าทุกคนจะคุ้นชินกับสูตรสำเร็จที่ว่านี้และจดจำมันได้อย่างขึ้นใจ เพราะหนังเกาหลีที่เข้ามาขายในบ้านเรายุคนั้นมักจะหลอกลวงให้เราติดกับ หลงเคลิ้ม หัวเราะและยิ้มร่าไปกับความรักของพระ-นางในเรื่องในช่วงแรก ๆ และค่อย ๆ ดึงดราม่าจนเราน้ำตารื้นพร้อมกับหักดิบตอนจบจนเราร้องไห้ออกมาแบบงง ๆ พร้อมกับโวยวายอยู่หน้าจอคนเดียวว่า ทำแบบนี้อีกแล้วนะ นั่นแหละค่ะ ‘20th Century Girl’ ก็ดึงความทรงจำเหล่านั้นกลับมาให้เรานึกถึงจนได้ แล้วก็ทำแบบนั้นอีกแล้ว จริง ๆ

20th Century Girl

ซึ่งพล็อตเรื่องแบบนี้ทำให้ผู้เขียนย้อนอดีตตามหนังไปดื้อ ๆ ซะอย่างนั้น เรียกว่าโดนจูงไปเบา ๆ หน้าตาเฉย รู้ตัวอีกทีก็หัวเราะและเผลอยิ้มออกมาซะแล้ว นอกจากพล็อตของเรื่องที่ให้ตัวเอกย้อนรำลึกถึงอดีตแล้ว พล็อตบนพื้นปูพรมแบบนี้ยังสามารถควักความทรงจำของเราออกมาได้ง่าย ๆ เป็นความทรงจำของความรู้สึกที่มีต่อ ‘รักครั้งแรก’ แต่ไม่ใช่รักครั้งแรกที่มีกับชายหนุ่มนะคะ หากแต่เป็นรักครั้งแรกที่มีให้กับหนังเกาหลีต่างหาก

ซึ่งต้องบอกเลยว่ากว่า 50% ของหนังเกาหลีในยุคนั้น มักมีตอนจบที่ชอบทำร้ายจิตใจคนดูเป็นว่าเล่น ซึ่งเป็นเสน่ห์ของเขาละค่ะ สายกรี๊ดเกานี่ติดกันหนึบทั้งบ้านทั้งเมือง เรียกได้ว่าเป็นยุคบุกเบิกและฟีเวอร์ของหนังเกาหลีเลยทีเดียว และหนังเรื่องนี้ได้เรียกความรู้สึกในสมัยนั้นกลับคืนมาทั้งหมดเลยเชียวละ บอกเลยว่าอาจมีน้ำตาซึมสำหรับสาวกยุคบุกเบิก นะจ๊ะ

พล็อตธรรมดากับฉากฉายซ้ำ แต่ทำให้เคลิ้มได้จนจบ

พล็อตของหนังหรือซีรีส์ย้อนอดีตไปในยุค 90’s มีมากมายจนเกร่อแล้วละค่ะในปัจจุบัน ’20th Century Girl’ จึงไม่ใช่ภาพยนตร์เรื่องแรกที่สร้างให้ฉากหลังเป็นเรื่องราวในยุคนั้น แต่เป็นเรื่องแรกที่ทำให้เราหวนนึกถึงบรรยากาศของการดูหนังในยุคนั้นได้ง่าย ๆ พล็อตที่ดูเหมือนจะเชยได้ถูกเรียงร้อยออกมาเป็นเรื่องราวที่ชวนเคลิ้ม ลำดับการเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่ราวกับถูกฉายซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นรอยต่อของศตวรรษ โทนเรื่อง การนำเสนอด้วยการเล่าความหลังของตัวเอก จนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นพล็อตซ้ำซาก ถูกทำให้กลมกล่อมจนสร้างความรู้สึกสนุกสนานได้หน้าตาเฉย

20th Century Girl

ความแปลกของเรื่องนี้จึงอยู่ที่อารมณ์ของผู้ชม ที่แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินไปในรูปแบบไหน และตอนจบจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ก็ยังตามติดและคล้อยตามไปกับลีลาการเล่าเรื่องที่คุ้นชินเหลือเกินได้อย่างมีความสุขซะงั้นน่ะ ซึ่งตอนจบของเรื่องนี้ที่แม้จะเดาได้อยู่แล้วว่าพี่แกต้องหักดิบเราแน่ ๆ แต่ก็แอบสร้างเซอร์ไพรส์ที่สร้างเสียงสะอื้นของคนดูได้เบา ๆ ซึ่งเป็นตอนจบที่เชยมาก ซ้ำมาก แต่ของแบบนี้ละค่ะที่ทำเอาเราติดกับของเขามาแล้วนักต่อนัก ซึ่งผู้เขียนขอเดาเอาว่า ‘บังอูรี ‘ ผู้กำกับและผู้เขียนบทเรื่องนี้ ตั้งใจทำซ้ำเพื่อเรียกบรรยากาศเหล่านั้นกลับคืนมา

มากกว่าเสน่ห์ของความทรงจำคือนักแสดงที่เอาอยู่

ความน่ารักของคิมยูจอง ต้องบอกว่าเล่นเรื่องไหนคนดูก็ตายเรียบเป็นแถบ ๆ เพราะเธอเป็นนางเอกที่ร้องไห้ได้น่ารักน่าหยิกเอามาก ๆ คนหนึ่งของเกาหลีเขาเลยละค่ะ สำหรับแฟนคลับเกาหลีเชื่อว่าต้องคุ้นหน้าคุ้นตาเธอเป็นอย่างดี ตั้งแต่ยังเป็นดาราเด็กใน ‘อิลจิแม วีรบุรุษจอมโจร’ และคว้ารางวัลนักแสดงเด็กยอดเยี่ยมมาครอง จนได้รับบททงอีวัยเด็กใน ‘ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์’ จนตอนนี้เราไม่สามารถนับจำนวนหนังและซีรีส์ที่เธอแสดงไหวแล้วละ จนมาถึงเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

มากไปกว่านั้นในเรื่องนี้เธอสามารถขึ้นแท่นเป็นเจ๊ดันให้กับบยอนอูซอก ที่เป็นพระเอกเต็มตัวเรื่องนี้เรื่องแรกได้อีกด้วย ไม่ธรรมดาเลยนะสาวน้อยคนนี้ แถมด้วยการเลือก ‘ฮันฮโยจู’ มาสวมบทเป็นโบราในยุคปัจจุบัน ที่เรียกได้ว่าเป็นของขวัญให้คนดูก็ว่าได้ เพราะเป็นการจับเอาทงอีวัยเด็กกับทงอีวัยสาวมารับบทเดียวกันอีกครั้งในหนังย้อนอดีตเรื่องนี้ ’20th Century Girl’ อาจไม่ใช่หนังย้อนอดีตที่ดีที่สุด แถมยังมีพล็อตซ้ำซากที่คุ้นชินเหลือเกินตลอดทั้งเรื่อง แต่การดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบที่เห็นว่าเป็นพล็อตซ้ำ ๆ ที่ว่านั่น กลับสร้างความรู้สึกชื่นใจให้กับผู้ชมได้อย่างบอกไม่ถูก

จนเรายอมดูภาพซ้ำเหล่านั้นได้อย่างไม่รู้เบื่อ ยอมที่จะเห็นโปรดักชันชินตาที่หาได้จากหนังหรือซีรีส์แนวนี้เรื่องไหนก็ได้ ยอมที่จะเผลอยิ้มไปกับบทที่คุ้นเคยดี และยอมเสียน้ำตาแบบซึม ๆ กับตอนจบที่รู้ว่าเขาต้องทำแบบนี้กับเราแน่ ๆ หน้าตาเฉย ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่านี้ เกิดขึ้นมาได้จากฝีมือการแสดงของนักแสดงคุณภาพภายในเรื่อง จนทำให้องค์ประกอบธรรมดา ๆ กลายเป็นความสุขง่าย ๆ ที่ถึงแม้ว่าเราจะเห็นพล็อตแนวนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตาม

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส