[รีวิว] Badland Hunters: อันธพาลโลกล่มสลาย แต่หนีไม่พ้นสไตล์หนังซอมบี้ ที่ก็ยังจัดไม่เต็ม
Our score
6.5

Release Date

26/01/2024

ความยาว

107 นาที

[รีวิว] Badland Hunters: อันธพาลโลกล่มสลาย แต่หนีไม่พ้นสไตล์หนังซอมบี้ ที่ก็ยังจัดไม่เต็ม
Our score
6.5

Badland Hunters

จุดเด่น

  1. นักแสดงที่ออร่าเด่นกันแทบทุกคน สร้างตัวละครจำได้ง่ายและน่าสนใจ เช่นเดียวกับเนื้อเรื่องที่แม้มีความไซไฟและโปรดักชันใหญ่โต แต่ก็ไม่เล่นท่ายากจนหนังคุมไม่อยู่ ดูได้สนุกเอามันเพลิน ๆ

จุดสังเกต

  1. หนังยังดูถ่อมตัว ไม่ทำให้สุดในทางที่อยากไป โดยเฉพาะว่าโลกล่มสลายแต่เหมือนทั้งเกาหลีจะเหลือคนอยู่ไม่เกินร้อยคนซึ่งดูประหลาดพอสมควร ผู้กำกับที่ทำหนังเรื่องแรกอาจยังบริหารข้อจำกัดในการเล่าเรื่องของตัวเองได้ไม่ดีนัก
  • บท

    5.5

  • โปรดักชัน

    6.5

  • การแสดง

    6.5

  • ความสนุกตามแนวหนัง

    7.5

  • ความคุ้มค่าการรับชม

    6.5

เรื่องย่อ: นัมซาน คือผู้พิทักษ์ของชุมชนหลังจากเกาหลีเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จนอารยธรรมสูญสลาย น้ำและอาหารกลายเป็นของมีค่า แล้วข่าวลือว่ามีอาคารที่ยังปลอดภัยมีระบบทำน้ำสะอาดอยู่ ก็แพร่เข้ามาถึงชุมชนอันแห้งแล้งแห่งนี้

เดิมทีนี่เป็นหนังที่วางตัวเป็นจักรวาลเดียวกันกับ ‘Concrete Utopia’ (2023) จึงไม่แปลกที่พล็อตเรื่องอะพาร์ตเมนต์สุดท้ายที่ยังเหลือรอดหลังวิกฤตแผ่นดินไหวจะทำให้รู้สึกคุ้น ๆ อยู่ไม่น้อย แต่บรรยากาศการนำเสนอนั้นต่างกันพอสมควร ในขณะที่ ‘Concrete Utopia’ เป็นหนังเครียดข้นจริงจัง หนังเรื่องนี้จะดูเบาสบายเพลิน ๆ เอามันมากกว่า

จุดขายของหนังเรื่องนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือการโชว์ใบหน้าที่เราคุ้นเคยของ มาดงซอก เป็นตัวนำ โดยเอาบริบทแบบโลกล่มสลายมาเพิ่มความน่าสนใจ แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนหนังแอ็กชันเกาหลีหรือหนังมาร์เวล ก็อาจจะกล่าวสลับกันได้ว่าพล็อตหนังน่าสนใจแล้วมีมา ดงซอกประกอบ แต่อย่างไรก็คงตัดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้

มา ดงซอก (Ma Dong-seok) หรือ ดอน ลี อาจเป็นดาราเกาหลีคนหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ทำให้คนทั่วโลกจดจำได้ ไม่ใช่ด้วยความหล่อเหลาแบบเกาหลี แต่ด้วยรูปร่างใหญ่ สีหน้าเมินเฉยไม่แสดงอารมณ์ และบทบาทพี่ใหญ่นักบู๊หน้าตาโหดแต่แฝงความอ่อนโยน โดยเฉพาะการประกบ กงยู (Gong Yoo) ใน ‘Train to Busan’ (2016) จนโกอินเตอร์เต็มตัวในหนังมาเวลที่ฉายทั่วโลกอย่าง ‘Eternals’ (2021) ในบทเทพนาม กิลกาเมช

ใน ‘Badland Hunters’ หรือ ‘นักล่ากลางนรก’ มา ดงซอกก็ยังได้รับบทสไตล์เดิม ข้อดีคือทำให้เราเข้าใจตัวละครนี้ได้รวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันเมื่อดูไปเรื่อย ๆ ก็อาจพูดได้อีกว่าผู้สร้างเอาจุดนี้มาโกงอยู่นิด ๆ เพราะพื้นหลังตัวละครนี้เบาบางจนหาความโดดเด่นจากตัวละครของเขาในเรื่องอื่นได้น้อย จะบอกว่าถ้าหนังตั้งชื่อใหม่ว่า ‘มา ดงซอก ตะลุยโลกทะเลทราย’ ก็คงไม่ผิด

Badland Hunters

แต่มันก็อาจเป็นความฉลาดของผู้กำกับอย่าง เฮียวมยองฮึง (Heo Myeong Haeng) ที่แม้จะมีผลงานในฝั่งสตันท์แมนมาหลายเรื่องอย่างบทสมุนของแก๊งอันธพาลใน ‘Oldboy’ (2003) แต่นี่คือผลงานกำกับเรื่องแรกของเขา แถมมีสเกลที่ค่อนข้างใหญ่เพราะฉากหลังเป็นโลกยุคอารยธรรมล่มสลายที่ทั้งจริงจังและแฟนตาซี ดังนั้นอะไรที่ทำได้ง่ายที่สุดก็ต้องง่ายไว้ก่อน

และต้องบอกว่ามันลงตัวดีพอสมควร กับความง่ายในการดูหนังแอ็กชันที่มีเส้นเรื่องแค่ประคองให้เราตามลุ้นไปได้ กับบทพี่ใหญ่ นัมซาน กับลูกมือหนุ่ม (อีจุนยอง – Lee Joon-young จาก ‘D.P.’) พ่อค้าเนื้อของชุมชนชาวบ้านอ่อนแอ ที่เคยมีอดีตแค้นกับพวกแก๊งอันธพาลที่ตระเวนปล้นชุมชนต่าง ๆ ทั้งเอาข้าวของและผู้คนไปขาย ชุมชนแห่งนี้อาจเป็นแห่งเดียวที่ยังปลอดภัยเพราะมีนัมซานปกป้องไว้

จนเมื่อข่าวลือเรื่องอะพาร์ตเมนต์เดียวดายที่ยังปลอดภัยจากแผ่นดินไหวและมีระบบทำน้ำประปาของตัวเองลอยเข้ามาสู่ชุมชน และครอบครัวที่มีลูกวัยรุ่นได้รับการเชื้อเชิญไปอาศัย จนเด็กสาว ซูนา ( โนจองอี – Roh Jeong Eui จาก ’18 Again’) ที่นัมซานให้ความเอ็นดูตัดสินใจไปอยู่อะพาร์ตเมนต์ แล้วภายหลังปรากฏว่ามันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด นัมซานจึงออกเดินทางตามล่าหาพวกคนจากอะพาร์ตเมนต์ดังกล่าวเพื่อช่วยซูนากลับมา

Badland Hunters

แต่หนังก็ยังเพิ่มความไซไฟเข้าไปอีก โดยมีเรื่องของการวิจัยเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตฆ่าไม่ตายเพื่ออยู่รอดกลางทะเลทราย จนมีกลิ่นผสมความเป็นหนังซอมบี้และหนังแวมไพร์ในครึ่งหลัง ซึ่งต้องบอกว่ามันมีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นหนังที่ออกทะเลเอามาก ๆ แต่ด้วยบรรยากาศแอ็กชันไซไฟที่ไม่ได้ใส่เงื่อนไขมายากเกินไปแต่แรก มันจึงเอาตัวรอดไปได้เพลิน ๆ แต่ถามว่าถ้ามาทางหนังสัตว์ประหลาดหนังซอมบี้ แล้วมีการนำเสนอในหนังแค่นี้ มันก็ไม่ค่อยสุดเท่าไหร่นัก น่าเสียดายเหมือนกัน

ด้านฉากแอ็กชันต่าง ๆ ก็ทำได้สนุก โดยพวกเงื่อนไขที่ต้องสังหารด้วยการทำลายศีรษะเท่านั้นก็ทำให้หนังมีรสชาติที่แปลกตาขึ้น เพราะตัวร้ายก็มีทั้งที่สติสัมปชัญญะปกติมีความเฉลียวฉลาด พวกเพี้ยนแบบบูชาลัทธิ และพวกที่เสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว ทำให้ดีไซน์การต่อสู้นั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่ดิบ ๆ จนถึงเว่อ ๆ ไม่เสียชื่อที่ผู้กำกับเป็นสายสตันท์แมนมาก่อน ทว่าก็ยังไม่ใช่งานที่มีสไตล์น่าจดจำเป็นเอกลักษณ์อย่างพวกผู้กำกับสายสตันท์ที่ดัง ๆ เคยฝากฝีไม้ลายมือไว้ ก็อาจต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปเช่นกันสำหรับผู้กำกับเฮียวมยองฮึง แต่สำหรับเหล่านักแสดงในเรื่องถือว่าฉายแสงน่าดูน่าชมกันทุกคน

ดูไปดูมามันก็มีความเล่าง่ายนำเสนอง่ายแบบหนังไซไฟแบบไทยเหมือนกัน ตั้งแต่ซีจีจระเข้ มาแก๊งอันธพาลหน่อมแน้มให้อมยิ้ม จนมาถึงชุมชนอุดมคติที่น่าสงสัยภายใต้การคุมของกองทัพและนักวิทยาศาสตร์เพี้ยน แม้เต็มไปด้วยองค์ประกอบหลากหลาย แต่พี่เกายังกลบบาดแผลได้ด้วยโปรดักชันที่ทำถึง และการแสดงที่เอาจริงเอาจังตั้งแต่ตัวนำจนตัวประกอบที่ไม่มีหลุด มีความเข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนตัวเองแล้วไม่ทำเกินมือ นับเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูสนุกได้ในวันว่างเช่นกัน

Badland Hunters

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส