[รีวิว] Dune: Part 2 – การเมืองศาสนาข้นคลั่ก แอ็กชันไซไฟอลังการ ควรชมในระบบ IMAX
Our score
8.1

Release Date

28/02/2024

ความยาวหนัง

166 นาที

แนวหนัง

ไซไฟ แอ็กชัน ดราม่า

ผู้กำกับ

เดอนีส์ วิลเนิฟว์ (Denis Villeneuve)

นักแสดง

ทีโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet), เซนเดย์อา (Zendaya), รีเบคกา เฟอร์กูสัน (Rebecca Ferguson), ฟลอเรนซ์ พิวจ์ (Florence Pugh), ออสติน บัตเลอร์ (Austin Butler), ลีอา เซย์ดูซ์ (Léa Seydoux)

[รีวิว] Dune: Part 2 – การเมืองศาสนาข้นคลั่ก แอ็กชันไซไฟอลังการ ควรชมในระบบ IMAX
Our score
8.1

[รีวิว] Dune: Part 2 – การเมืองศาสนาข้นคลั่ก แอ็กชันไซไฟอลังการ ควรชมในระบบ IMAX

จุดเด่น

  1. เป็นการดัดแปลงจากนิยายที่มีความซับซ้อนให้ออกมาเป็นหนังไซไฟบันเทิงที่ยังคงหัวใจของเรื่องราวไว้ได้
  2. การแสดงของทั้ง ทีโมธี ชาลาเมต์, เซนเดย์อา และรีเบคกา เฟอร์กูสัน คือหัวใจสำคัญในการถ่ายทอดสงครามความศรัทธาที่เกิดท่ามกลางวิกฤติล่าอาณานิคมได้เป็นอย่างดี
  3. งานสร้างอลังการ วิช่วลเอฟเฟกต์แนบเนียนสมจริง สมราคาหนังฟอร์มยักษ์

จุดสังเกต

  1. ในส่วนของ ฟลอเรนซ์ พิวจ์ กับ ออสติน บัตเลอร์ ได้แสดงเป็นตัวละครน่าสนใจแต่คาแรกเตอร์ในหนังยังแบนไปหน่อย
  • บทภาพยนตร์

    7.7

  • โปรดักชัน

    9.0

  • การแสดง

    8.0

  • ความบันเทิง

    8.0

  • ความคุ้มค่าในการรับชม

    8.0

รอกันมาร่วม 3 ปีสำหรับ ‘Dune: Part2’ หลังหนังภาคแรกออกฉายปลายปี 2021 ซึ่งต้องยอมรับว่าฝีมือและบารมีของ เดอนีส์ วีลเนิฟว์ (Denis Villeneuve) ทำให้งานนิยายไซไฟ-การเมืองและแอบวิพากษ์ศาสนาของ แฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต (Frank Herbert) ให้ออกมากลมกล่อมด้วยการ “เลือกเล่า” แต่คง “หัวใจ” เรื่องการเมืองลัทธิอาณานิคมและมิติของศาสนาและความเชื่อของฉบับนิยายเอาไว้ได้ค่อนข้างสมบูรณ์

Major Cineplex logo
สนับสนุนโดย Major Cineplex

สำหรับ ‘Dune Part2’ หนังจะเดินเรื่องต่อเนื่องจากหนังภาคแรกคือเมื่อ พอล อะเทรดิส (รับบทโดย ทิโมธี ชาลาเมต์, Timothée Chalamet) ได้ตัดสินใจร่วมเดินทางไปกับเหล่าเฟรเมน โดยมีหมุดหมายคือการล้างแค้น บารอน ฮาร์คอนเนน (รับบทโดย สเตแลน สการ์สการ์ด, Stellan Skarsgård) และโค่นจักรพรรดิ (รับบทโดย คริสโตเฟอร์ วอลเคน, Christopher Walken) ซึ่งฝ่ายศัตรูเองก็ได้เตรียม เฟย์ด-รอว์ธา (รับบทโดย ออสติน บัตเลอร์, Austin Butler) นักฆ่าจิตวิปริตที่ฮาร์คอนเนนเตรียมไว้สืบทอดตำแหน่งของเขาไว้ต่อกรกับ พอล อะเทรดิส โดยเฉพาะ

แต่ระหว่างทางก่อนจะถึงศึกห้ำหั่น พอล อะเทรดิส จำต้องเลือกระหว่างการเป็น ควิซาตซ์ ฮาเดอราค ตามที่เจสสิกา (รับบทโดย รีเบคกา เฟอร์กูสัน, Rebecca Ferguson) มารดาและเบเนเจสเซริต ผู้ต้องการให้พอลดำรงตำแหน่งตามคำทาย แต่เสียงหัวใจของพอลกลับต้องการเป็นหนึ่งเดียวกับเฟรเมนและครองรักกับ ชานี (รับบทโดยเซนเดย์อา, Zendaya) สาวเฟรเมนที่เขาพบและตกหลุมรักเธอตั้งแต่พบพานในนิมิตรมาก่อน

หาก ‘Dune Part 1’ บอกเล่าหนทางของ พอล อะเทรดีส ที่จำใจเดินทางสู่อาราคิสตามพ่อและได้สัมผัสเพลิงแค้น การฉ้อฉลที่ฆ่าล้างครอบครัวของเขาก่อนจะไปสู่ปลายทางคือการได้ร่วมเดินทางกับเหล่าเฟรเมน ‘Dune Part 2’ ในส่วนของ พอล อะเทรดีส คือการตัดสินใจผ่านทางเลือกที่ผู้หญิงสองคนให้กับเขานั่นคือการเป็นพระเจ้าเพื่อควบคุมอำนาจเหนือจักรวรรดิตามเจสสิกาผู้เป็นแม่หรือการร่วมรบเคียงข้างคนรักอย่าง ซานี เพื่อปลดแอกชาวเฟรแมนให้เป็นไท โดยมีปลายทางคือการแก้แค้นจักรพรรดิและฮาคอนเนนที่ฆ่าคนในครอบครัว

ดังนั้นนอกจากภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของการขี่หนอนยักษ์หรือฉากรบพุ่งที่นำเสนอได้อลังการเหนือจินตนาการแล้ว เรื่องราวส่วนหนึ่งของมันยังต้องถูกแบ่งไปเล่าในพาร์ตการรับมือกับศรัทธาที่พอลและเจสสิกาใช้เป็นอาวุธข่มขวัญเหล่าจักรวรรดิ ซึ่งนำมาสู่ซีเควนซ์ของตัวละครใหม่ที่คนดูจะได้ทำความรู้จักและได้เห็นหน้าดาราดังที่มารับบทรับเชิญ ซึ่งบางคนบทน้อยจนแทบกลายเป็นคาเมโอหรือดาราผ่านกล้องด้วยซ้ำ

Beartai Buzz รีวิว Dune Part 2
Beartai Buzz รีวิว Dune Part 2

เริ่มที่ในส่วนของ เจ้าหญิงอิรูลาน ที่รับบทโดย ฟลอเรนซ์ พิว (Florence Pugh) นักแสดงสาวมาแรงแห่งยุคอีกคน ตัวละครของพิว ถูกนำเสนอทั้งในฐานะลูกสาวของจักรวรรดิที่พยายามหาทางรับมือกับอำนาจศรัทธาของพอลที่แผ่ไพศาลออกไป และเธอยังดำรงตนเป็นหนึ่งในเบเนเจสเซริตที่ถูกฝึกโดย แม่ใหญ่โมไฮแอม (รับบทโดย ชาร์ล็อต แรมปลิง, Charlotte Rampling) ที่เคยฝึกเจสสิกามาก่อนและยังวางหนทางล่วงหน้าให้อิรูลานสมรสกับศัตรูเพื่อความอยู่รอด

โดยในเรื่องราวส่วนนี้แม้ว่าจะเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้เรื่องราวของพวกฮาคอนเนนในหนังภาคแรกที่ถูกแทรกเข้ามาเพื่อบอกเล่าความทะเยอะทะยานในการครองอำนาจเหนือทรัพยากรอย่างสไปซ์และการกำจัดเสี้ยนหนามอย่างตระกูลอะเทรดิส แต่ด้วยความบางเบาของบทบาทในส่วนของฝ่ายจักรพรรดิ ผู้ชมเลยเหมือนได้ดูความไร้เดียงสาของเจ้าหญิงอิรูลานที่กำลังถูกใช้เป็นหมากตัวหนึ่งที่ฝ่ายจักรพรรดิและเบเนเจสเซริตหวังใช้ในการรับมือกับ พอล อะเทรดิส ที่ใช้พลังศรัทธาและความแค้นส่วนตัวสั่งสมกำลังคนเพื่อรอวันทำลายจักรพรรดิ

แต่ในส่วนของการแสดงต้องยอมรับว่า ฟลอเรนซ์ พิว ทำให้ตัวละครที่เกือบจะเหมือนเป็นตัวประกอบของหนังอย่างเจ้าหญิงอิรูลานมีเสน่ห์และอยากติดตามเรื่องราวของเธอในหนังภาคต่อไปจริง ๆ (หากได้สร้างนะครับ) และสำหรับ เฟย์ด-รอว์ธา ตัวละครสุดโรคจิตของฝั่งฮาคอนเนนได้ ออสติน บัตเลอร์ ที่เพิ่งแจ้งเกิดจากการรับ เอลวิส เพรสลีย์ ใน ‘Elvis’ ก็ให้การแสดงที่น่าขนลุกขนพอง แววตาเย็นชา ยิ้มเยือกเย็นของเขาทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นเหมือนปีศาจบอสใหญ่ที่พอล อะเทรดิสต้องต่อกรอย่างยากเย็น แต่น่าเสียดายพอสมควรที่หนังภาคนี้นำเสนอตัวละครใหม่ได้ค่อนข้างแบนราบทั้งในส่วนของความไร้เดียงสาของเจ้าหญิงอิรูลานหรือความจิตวิปริตของ เฟย์ด-รอว์ธา ส่วนการปรากฎตัวของ ลีอา เซย์ดูซ์ (Léa Seydoux) นี่แทบจะมาโชว์หน้าสวย ๆ อย่างเดียวเลยครับ

Beartai Buzz รีวิว Dune Part 2
Beartai Buzz รีวิว Dune Part 2

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็พอจะเข้าใจได้นะครับ เพราะหัวใจของหนังภาคนี้คือการไปเน้นวิเคราะห์สภาพจิตใจของพอล อะเทรดิส กับทางเลือกและข้อเสนอของคนที่เขารักทั้งสองยื่นให้ มิหนำซ้ำการต้องดำเนินชีวิตตามแรงศรัทธาของผู้คนยังทำให้เราเห็นมิติของพอลทั้งในฐานะมนุษย์คือการมีทั้งรัก โลภ โกรธ หลง ผ่านเส้นทางที่เจสสิกาผู้เป็นแม่ใช้วิถีของเบเนเจสเซริตวางไว้ให้พอลกลายเป็นศาสดาและพระเจ้าของผู้คนโดยอาศัยความแค้นของพอลเป็นเครื่องมือในการบงการความคิด ในขณะที่ชานีกลับปฏิเสธเรื่องศรัทธาและความงมงายในฝั่งเจสสิกาและคาดหวังให้พอลเป็นเพียงนักรบเฟรเมนที่ร่วมรบกันเพื่อปลดแอกผู้ถูกกดขี่

ดังนั้นการที่ เดอนีส์ วีลเนิฟว์ และ จอน สเปห์ตส์ (Jon Spaihts) ร่วมกันเลือกส่วนสำคัญของเรื่องราวนำเสนอผ่านบทภาพยนตร์คือการคงหัวใจความขัดแย้งในเรื่องศรัทธาและการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองโดยอาศัยความงมงายของผู้คนจากนิยาย และยอมลดทอนเรื่องราวและประเด็นของตัวละครแวดล้อมเลยทำให้หนังออกมาลงตัวแม้จะต้องแลกด้วยการทำให้เรื่องราวบางส่วนดูหลักลอยและให้บทสรุปไม่สมกับที่ปูมาบ้างแต่ในภาพรวมก็ทำให้หนังออกมาเป็นหนังอีพิกขายความอลังการและยังนำเสนอปรัชญาจากนิยายไว้ได้ไม่ตกหล่น

ทั้งนี้หากไม่พูดถึงการแสดงของ 3 นักแสดงนำก็คงเหมือนขาดส่วนสำคัญที่ทำให้หนังออกมายอดเยี่ยม ในกรณีของ ทิโมธี ชาลาเมต์ ยังคงถ่ายทอดความซับซ้อนของ พอล อะเทรดิส ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ที่เพิ่มเติมเข้าไปอีกในหนังภาคนี้คงหนีไม่พ้นการแสดงอารมณ์อันสลับซับซ้อนโดยนอกจากการขับเคลื่อนตัวละครตัวเองในเรื่องเล่าแล้ว การแสดงของเขายังมีส่วนช่วยให้ตัวละครเจสสิกาของ รีเบคกา เฟอร์กูสัน ดูทรงภูมิและเรืองอำนาจเรียกได้ว่า แม้ความงามของเฟอร์กูสันเกือบจะทำให้ผู้ชมไม่เชื่อในบทบาท แม่ใหญ่คนใหม่ของเฟรเมนแต่เมื่อได้ร่วมเฟรมกับชาลาเมต์ ตัวละครของเธอกลับดูมีอำนาจและน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาในทันใด

Beartai Buzz รีวิว Dune Part 2
Dune: Part Two

ในส่วนของเซนเดย์อา แม้ว่าตัวละครชานีของเธอดูเผิน ๆ เหมือนเป็นแค่หญิงสาวที่พอลเอาแต่คลั่งรัก เพ้อฝันถึงในนิมิตรแต่จุดที่ทำให้ซานีสนใจพอล กลับเป็นฝีมือการสู้รบซึ่งความรักของเธอที่เกิดขึ้นก็สอดคล้องกับอุดมการณ์ของการหานักรบไปร่วมปลดแอกเฟรเมนที่ถูกจักรพรรดิกดขี่ในดินแดนทางเหนือ ดังนั้นตัวละครชานีของเซนเดย์อาจึงเรียกร้องนักแสดงที่เข้าใจในความพังทลายและเข้าใจได้ว่าทำไมชานีถึงไม่เห็นด้วยกับคำทำนายที่พอลเป็นมาห์ดีหรือผู้นำสาร และในซีนที่หัวใจของชานีแตกสลาย เซนเดย์อาก็ถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจริง ๆ

สำหรับการชม ‘Dune Part2’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดยังไงก็ขอแนะนำระบบ IMAX Laser นะครับ ไม่เพียงแต่สัดส่วนภาพที่จะได้เห็นมากกว่าโรงภาพยนตร์หรือการชมผ่านสตรีมมิงเท่านั้น แต่ระบบเสียงโดยเฉพาะในฉากที่หนอน ไชอาฮูลูด เคลื่อนไหวภายใต้ผืนทะเลทราย ด้วยระบบเสียง 12 Channel และเบสที่เฉพาะตัวมาก ๆ ของ IMAX ก็ทำให้ซีนนี้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและความน่าประหวั่นพรั่นพรึงของหนอนยักษ์สุดอันตรายได้แบบสมจริงและสั่นสะเทือนถึงขั้วหัวใจจริง ๆ ครับ

อ้อหนังมีเซอร์ไพรส์จากนักแสดงรับเชิญคนสำคัญอยากให้ไปตกตะลึงกันบนจอใหญ่มาก ๆ ครับ ฉากนั้น นางมีอำนาจสะกดจิตหนุ่ม ๆ ให้หลงรักนางในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีได้จริง ๆ

Beartai Buzz รีวิว Dune Part 2
กดที่ภาพเพื่อเช็กรอบฉายและซื้อบัตรชมภาพยนตร์