[รีวิว] Last Night in Soho – มรดกหลอน Suspiria ที่เฟียร์ซโคตร ๆ

Release Date

09/12/2021

Runtime

117 Minutes

Director

Edgar Wright

Cast

Thomasin McKenzie Anya Taylor-Joy Matt Smith Michael Ajao

[รีวิว] Last Night in Soho – มรดกหลอน Suspiria ที่เฟียร์ซโคตร ๆ
Our score
9.5

[รีวิว] Last Night in Soho – มรดกหลอน Suspiria ที่เฟียร์ซโคตร ๆ

จุดเด่น

  1. บทหนังและงานกำกับของเอ็ดการ์ ไรต์สามารถสานต่องาน Giallo ได้โคตรครีเอท สายอาร์ตมีกรี้ด สายสยองมีหวีด
  2. น้องจอย กับ น้องแม็กเคนซี สวยมาก ๆ และฝีมือการแสดงก็ไม่เลวเลย ทำให้เราลุ้นระทึกและแอบระทวย (ในความสวย) ได้ทั้งเรื่อง
  3. งานถ่ายภาพของ ชุง ชุงฮุน คือมาสเตอร์พีซมาก ๆ
  4. โปรดักชันดีไซน์ของหนัง เนี้ยบสุด ๆ ควรค่าแก่การดูจอใหญ่ ๆ ในโรงหนัง

จุดสังเกต

  1. มีจุดหักมุมตอนท้ายที่เข้าขั้นแถไปหน่อย แต่ยังดีที่หาจุดแลนดิงได้สวยงาม
  • บทหนังโคตรครีเอต

    9.5

  • งานสร้างสุดเฟียร์ซ งานดีไซน์ฉากและแฟชันยุค 60 มาเต็ม

    9.5

  • งานถ่ายภาพสุดคูล เนี้ยบทุกเฟรม

    9.5

  • น้องจอย น้องแม็กเคนซี ชวนระทึก (แอนด์ระทวย)

    9.5

  • โคตรคุ้มค่าตั๋ว ควรดูในโรง

    9.5

เห็นจากชื่อบทความอย่าเพิ่งเข้าใจว่านี่จะเป็นหนังรีเมกหรือหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานคลาสสิกของดาริโอ อาร์เจนโต (Dario Argento) นะครับ เพราะแท้ที่จริง ‘Last Night in Soho’ แค่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังตระกูลจัลโล (Giallo Films) ที่มี ‘Suspiria’ เป็นหัวหอกที่ทำให้ทั้งโลกได้รู้จักหนังสืบสวนสยองขวัญที่มีงานภาพสุดรุนแรงแต่กลับถูกจัดวางดั่งงานศิลปะทั้งความจัดจ้านด้านการจัดแสงและการใช้สีสันมาจัดวางสร้างความหมาย ซึ่ง เอ็ดการ์ ไรต์ (Edgar Wright) ขอหยิบยืมจุดเด่นมาปรุงใหม่ให้กลายเป็น ‘Last Night in Soho’ เรื่องนี้นั่นเอง

https://youtu.be/zU8_IC8-gS4
สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

ตัวหนังกล่าวถึงเอโลอีส (รับบทโดย โธมาซิน แม็กเคนซี Thomasin McKenzie) นักศึกษาวิทยาลัยแฟชันกรุงลอนดอนที่ตัดสินใจย้ายสู่ห้องเช่าราคาถูกย่านโซโหเพื่อหลีกหนีจากเหล่าเพื่อนสาวสุดท็อกซิค (Toxic) ของเธอ แต่เพียงแค่นอนบนเตียงคืนแรกเธอก็ได้รับประสบการณ์สุดพิเศษเมื่อได้สวมวิญญาณเป็นแซนดี (รับบทโดย อันยา เทย์เลอร์-จอย Anya Taylor-Joy) หญิงสาวผู้กำลังหาทางปีนบันไดดาวในคลับแถบโซโหจนได้พบกับแจ็ก (รับบทโดย แมตต์ สมิธ Matt Smith) นักปั้นมือทองที่ผลักดันเธอสู่โลกแห่งสีสันและคาวโลกีย์

แต่จากแรงบันดาลใจของโลกแห่งความฝันที่เอโลอิสได้นำมาดีไซน์เสื้อผ้ายุค 60s ในชั้นเรียน เธอกลับพบตัวเองค่อย ๆ ดำดิ่งสู่ปริศนาการหายตัวไปของผู้คนในโซโหยุค 60s และเริ่มหมกมุ่นกับการตามหาแจ็กที่เธอเชื่อว่าเขาคือฆาตกรที่พรากชีวิตแซนดี และอาจอยู่เบื้องหลังเหตุสยองขวัญที่กลายเป็นฝันร้ายของย่านโซโหแห่งนี้ด้วย

Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
Rebecca Harrod stars as Ashley, Jessie Mei Li as Lara, Synnve Karlsen as Jocasta and Kassius Nelson as Cami Credit: Parisa Taghizadeh /2021 Focus Features, LLC
Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
Thomasin McKenzie as Elois /2021 Focus Features, LLC

ตามที่ได้เกริ่นไปในบทนำแล้วว่าเอ็ดการ์ ไรต์ ได้หยิบยืมความดีงามของหนังจัลโลมาใช้ใน ‘Last Night in Soho’ ทั้งการเล่าเรื่องราวการสืบสวนที่เต็มไปด้วยปริศนา ความสยองขวัญที่หนังให้ปูให้เอโลอิสเป็นผู้มีญาณวิเศษจนได้เห็นเหล่าวิญญาณมาหลอกหลอนเธอ และแน่นอนว่างานภาพสุดวิจิตรที่คราวนี้ไรต์ใช้บริการตากล้องจากเกาหลีนาม ชุง ชุงฮุน (Chung Chung-hoon) ตากล้องคู่ใจของผู้กำกับ ปาร์ค ชานวุค (Park Chan-Wook) แห่ง ‘Old Boy’ และ ‘The Handmaiden’ ที่มาถ่ายทอดความวิจิตรของบ้านเมือง สถาปัตยกรรมและแฟชันยุค 60s ได้โคตรหมดจด ไปจนถึงงานดีไซน์ภาพที่เชื่อได้เลยว่านักเรียนภาพยนตร์ต้องสงสัยใคร่รู้และอยากถอดรหัสมาปรับใช้แน่นอน

ซึ่งหากกล่าวถึงเฉพาะงานเคลื่อนกล้องและจัดแสงแล้ว ชุงสามารถตีโจทย์ความเป็นจัลโลมาปรับใช้งานดีไซน์และเนื้อหาด้านแฟชันได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว จนอาจกล่าวได้ว่า ‘Last Night in Soho’ คืองานอัปเกรดเรตินาแห่งปีก็ไม่ผิดนัก เพราะความสร้างสรรค์ในงานด้านภาพมีสูงมาก ที่สำคัญคือมันไม่แย่งซีนเนื้อหาด้วย เพราะลำพังตัวบทที่ไรต์เขียนร่วมกับ คริสตี วิลสัน-เคิร์นส์ (Krysty Wilson-Cairns) ก็สามารถนำพลอตเด็กสาวต่างเมืองในโลกแฟชันและศิลปะแบบ ‘Suspiria’ เผชิญเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ มาถ่ายทอดไปควบคู่กับประวัติศาสตร์ของย่านโซโหในลอนดอนได้โคตรดี แล้วยังทิ้งช่องจินตนาการให้ชุงได้ปล่อยพลังด้านงานภาพได้แบบไม่เสียของอีกด้วย

Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
Thomacin McKenzie as Elois, Anya Taylor-Joy as Sandy /2021 Focus Features, LLC
Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
Anya Taylor Joy as Sandy /2021 Focus Features, LLC

พูดถึงงานภาพแล้วจะไม่กล่าวถึงงานโปรดักชันดีไซน์ (Production Design) ก็คงไม่ได้ แต่ที่น่าพิศวงมาก ๆ คือคนรับผิดชอบกลับกลายเป็น มาร์คัส รอว์แลนด์ (Marcus Rowland) ที่เป็นมือดีไซน์คู่บุญหนังไรต์มาตั้งแต่ ‘Shaun of the Dead’ หนังแจ้งเกิดของเขา ซึ่งสำหรับ ‘Last Night in Soho’ นี่ต้องบอกว่ารอว์แลนด์ทำงานได้ท็อปฟอร์มมากนอกจากจะนำสถาปัตยกรรมและแฟชันยุค 60s กลับมามีชีวิตแล้วยังไม่ลืมที่จะใส่ลูกเล่นการใช้กระจก ที่เชื่อว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งงานดีไซน์ที่น่าศึกษามากสำหรับงานออกแบบฉากที่ใช้กระจกสื่อสารได้อย่างรุ่มรวยความหมายเป็นยิ่งนัก

เอาล่ะเราพูดเรื่องยาก ๆ กันมา 3-4 ย่อหน้าแล้ว ทีนี้มาว่าถึงนักแสดงกันดีกว่าแน่นอนว่าตัวขายหลักอย่างอันยา เทย์เลอร์-จอย ก็ยังคงเส้นทั้งฝีมือและความสวยระดับวัวตายควายล้ม ภาพ “น้องจอย” ในเดรสชมพูดสุดพลิ้วน่าจะยังติดในห้วงคำนึงของคนที่ดูหนังจบแล้วไปอีกหลายวันแน่ ๆ ประกอบกับฝีมือการแสดงที่ถูกบ่มเพาะมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะใครคิดถึงห้วงเวลาแห่งความตกต่ำและอึมครึมที่เธอเคยใช้ถ่ายทอดยุดมืดของ เบธ ฮาร์มอนในซีรีส์ ‘The Queen’s Gambit’ ทาง Netflix หนังเรื่องนี้น้องจอยถ่ายทอดได้เฉียบคมไม่แพ้กัน และแน่นอนว่ากล้องก็ขยันทำให้เราหลงรักเธอเหลือเกิน

Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
Anya Taylor-Joy stars as Sandie and Thomasin McKenzie as Eloise Credit: Parisa Taghizadeh / © 2021 Focus Features, LLC
Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
Thomasin McKenzie as Elois /2021 Focus Features, LLC

กระนั้นไฮไลต์สำคัญที่หนุ่ม ๆ ไม่ควรพลาดจริง ๆ กลับเป็นน้องโธมาซิน แม็กเคนซีที่เพิ่งทำให้เรา “หายใจไม่่ค่อยสะดวก” ไปในหนัง ‘Old’ สุดหักมุมของเอ็ม ไนต์ ชยามาลาน (M. Night Shyamalan) กับบทเอโลอิส สาวน้อยบ้านนาที่ถวิลหาแฟชันยุค 60s ก็ค่อย ๆ ตกเราไปเรื่อย ๆ ด้วยลุคเด็กสาวเรียบร้อยน่ารัก แต่พอจำนวนนาทีเยอะขึ้นอุณหภูมิความฮอตของเธอก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่สำคัญคือฝีมือการแสดงที่บอกเลยว่าไม่ธรรมดาโดยเฉพาะซีนแตกหักที่เธอเริ่มรู้สึกว่าญาณวิเศษเริ่มเหมือนคำสาปเข้าไปทุกที

Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
Matt Smith as Jack/ 2021 Focus Features, LLC
Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
Michael Ajao as John/ 2021 Focus Features, LLC

และไม่ใช่แค่หนุ่ม ๆ เท่านั้นที่จะเพลิดเพลินกับความสวยของนักแสดงนำ แต่สาว ๆ ที่หลงเข้าโรงมาดูก็รับรองได้ว่าเสน่ห์ของหนุ่มใหญ่อย่าง แม็ตต์ สมิธ ที่เคยฝากผลงานในบทดยุคแห่งเอดินบะระในซีรีส์ ‘The Crown’ 2 ซีซันแรกจะมาขโมยหัวใจสาวน้อยสาวใหญ่ด้วยมาดจิกโกโลหนุ่มปีกทองที่แม้จะดูอันตรายแต่ก็แบดโดนใจยิ่งนัก ส่วนไมเคิล เอจาโอ (Michael Ajao) ก็สามารถก้าวข้ามรูปลักษณ์พระเอกพิมพ์นิยมสร้างเสน่ห์ให้ตัวเองในบทจอห์น เพื่อนนางเอกที่แสนดีกลายเป็นคนที่เอโลอิสไว้ใจมากที่สุดที่เชื่อว่าสาว ๆ เจอผู้แบบนี้ก็ยากจะห้ามใจไม่ให้หลงรักไหวแหละ

สรุปแล้ว ‘Last Night in Soho’ ถือเป็นงานหนังสืบสวนสยองขวัญที่มีมุมมองการนำเสนอท้าทายสายตาคนดูมาก ๆ นอกจากให้ความสนุก ลุ้นระทึกแล้วก็ยังนำเสนอเสน่ห์ของแฟชัน ดนตรีและไลฟ์สไตล์ของผู้คนในย่านโซโหยุค 60s ได้อย่างน่าสนใจและมีงานภาพและโปรดักชันดีไซน์ที่อยู่ในระดับมาสเตอร์พีซ แต่หากจะมีข้อติติงที่มาลดคะแนนหนังจริง ๆ ก็คงเป็นจุดหักมุมที่เลือกเฉลยเรื่องแบบไม่มีการปูพื้นมาก่อนทำให้เข้าขั้นแถอยู่เหมือนกัน แต่แล้วก็เหมือนนักกีฬายิมนาสติกลีลาเหรียญทองนั่นแหละ เพราะถึงยังไงมันก็แลนดิงท่าสุดท้ายได้งดงามจนไม่กล้าใจร้ายริบเหรียญคืน…

ข้อมูลอ้างอิงเรื่องหนังจัลโล CineFix

Beartai Buzz รีวิว Last Night in Soho
กดที่ภาพเพื่อเช็กรอบฉายและซื้อบัตรชมภาพยนตร์

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส